พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 247 อานุภาพของขวานอาญาสิทธิ์
บทที่ 247 อานุภาพของขวานอาญาสิทธิ์
ณ อำเภอลกเสีย เมืองก๋งฮาน เอ๊กจิ๋ว
พวกซุนเขียนมาถึงประตูเมืองลกเสียแล้ว
การปกครองของเอ๊กจิ๋วตอนนี้ยังไม่ถึงเมืองเชงโต๋ ต้องผ่านไปอีกสองสามปีหลังเกิดกบฏโพกผ้าเหลือง จากเมืองลกเสียจึงเพิ่มเมืองกิมก๊ก สุดท้ายก็จะได้เมืองเชงโต๋ที่เล่าเอี๋ยนกำหนดไว้
เมืองลกเสียอยู่ใกล้กับเมืองเชงโต๋มากห่างกันแค่สี่สิบกว่าลี้ ทั้งสองแห่งอยู่ในที่ราบเชงโต๋เหมือนกัน เป็นหนึ่งในสองที่ราบใหญ่แห่งเอ๊กจิ๋ว ส่วนเอ๊กจิ๋วเป็นที่รู้จักในนามดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ โดยส่วนใหญ่อาศัยที่ราบสองแห่งคือที่ราบเชงโต๋กับที่ราบฮั่นต๋ง
หลังจากที่ซุนเขียนได้รับคำสั่งให้ไปเป็นทูตจึงไม่ชักช้า รีบเก็บสัมภาระออกเดินทางไปยังเมืองลกเสียในวันนั้นทันที
เพื่อประหยัดเวลา พวกซุนเขียนถึงกับไม่ได้ใช้ถนนสายหลัก แต่ใช้ถนนสายเล็กอ้อมด่านโปสิก๋วนมาจนถึงด่านแฮบังก๋วน
พวกเขาผ่านด่านแฮบังก๋วนแห่งดินแดนปาสู่ไปอย่างราบรื่น ก่อนตรงเข้าสู่เมืองก๋งฮาน
แม้จะไม่ล่าช้าสักลมหายใจเลย กระนั้นกว่าพวกซุนเขียนจะมาถึงเมืองลกเสียก็ยังคงใช้เวลาไปถึงสิบห้าวัน
เมื่อมาถึงหน้าประตูจวนผู้ตรวจการ ซุนเขียนส่งป้ายให้ดู ไม่นานก็ถูกเชิญเข้าไปในจวน
“ฉงซื่อซุนเขียนสังกัดจวนแม่ทัพหลังคารวะผู้ตรวจการขับเคียม”
เมื่อเห็นซุนเขียนสุภาพเช่นนี้ ขับเคียมอดรู้สึกดีกับซุนเขียนไม่ได้
“ฉงซื่อซุนไม่ต้องมากพิธี เชิญนั่ง”
ซุนเขียนขอบคุณเขาอีกครั้ง ก่อนนั่งลง
“ท่านมาไกลถึงนี่ มีเรื่องอันใดหรือ?”
“ผู้ตรวจการขับเคียม ฝ่าบาททรงแต่งตั้งแม่ทัพหลังมาเป็นเจ้าเมืองฮั่นต๋ง ตอนนี้มาเข้ารับตำแหน่งแล้ว แม่ทัพหลังจึงให้ข้ามาเยี่ยมเยือนผู้ตรวจการเป็นพิเศษ”
ขับเคียมพยักหน้า เรื่องที่เมืองฮั่นต๋งเปลี่ยนเจ้าเมือง เขาไม่รู้จริง ๆ
ประเด็นสำคัญคือพวกซุนเขียนมาเร็วกันเกินไป ข่าวจากเมืองฮั่นต๋งจึงยังส่งไปไม่ไปถึงเมืองลกเสียด้วยซ้ำ
“แม่ทัพหลังเกรงใจเกินไปแล้ว ข้าได้ยินมาว่าเลียงจิ๋วเกิดการกบฏ ผู้ตรวจการเกงปิดแห่งเลียงจิ๋วถูกสังหาร นี่คือสาเหตุที่แม่ทัพหลังมาประจำการอยู่ที่เมืองฮั่นต๋งใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว ฝ่าบาทให้แม่ทัพหลังฝึกกองกำลังอยู่ที่เมืองฮั่นต๋ง และรอโอกาสบุกโจมตีเลียงจิ๋ว!”
ซุนเขียนหาใช่ไม่กล้าแสดงฝีปาก เขาบอกจุดประสงค์ที่มาที่นี่ทันที
ขับเคียมรู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อยด้วยรู้ชื่อเสียงของเล่าเจี้ยงดี สำหรับข้าราชการพลเรือนแล้วช่างเป็นเหมือนมัจจุราชดี ๆ นี่เอง
“ไม่ทราบว่าต้องการให้ข้าช่วยเหลืออันใด? จวนผู้ตรวจการเอ๊กจิ๋วของเราจะพยายามทำอย่างเต็มที่แน่นอน”
ขับเคียมแสดงออกอย่างกระตือรือร้นมาก จนทำให้ซุนเขียนแปลกใจเล็กน้อย
“ขอบคุณผู้ตรวจการขับเคียม ครั้งนี้ได้รับคำสั่งแม่ทัพหลังให้มาที่นี่ เพื่อขอความช่วยเหลือจากท่าน”
“โอ? เชิญว่ามาได้เลย”
“ท่านผู้ตรวจการ ตอนแม่ทัพหลังมาถึงเมืองฮั่นต๋ง ฝ่าบาททรงมีรับสั่งมาแล้ว ค่าใช้จ่ายของกองทัพให้จวนผู้ตรวจการแคว้นเอ๊กจิ๋วเป็นคนจัดหาทั้งหมด”
ขับเคียมค่อย ๆ ขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ชอบใจคำพูดนี้
หมายความว่ากระไร จวนผู้ตรวจการแคว้นเอ๊กจิ๋วเป็นผู้จัดหาทุกอย่าง?
“ฉงซื่อซุน ข้ารู้ว่าสถานการณ์ในเลียงจิ๋วนั้นเข้าขั้นวิกฤต คำขอของแม่ทัพหลังถ้าได้ก็จะไม่ปฏิเสธ เพียงแต่…”
ซุนเขียนยิ้มบาง ไม่คิดเลยว่าขับเคียมจะเปิดเผยธาตุแท้ออกมาเร็วขนาดนี้
“ท่านผู้ตรวจการลำบากอันใดหรือไม่?”
ขับเคียมพยักหน้าอย่างจนใจ
“ช่วงนี้มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โจรออกอาละวาดบ่อย ๆ หลังจากปราบคนชั่วและช่วยเหลือชาวบ้าน คลังจวนผู้ตรวจการก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ทว่าข้าจะหาทางหาทรัพยากรทางทหารมาให้แม่ทัพหลังแน่นอน ว่าอย่างไร?”
“ไม่ทราบว่าท่านผู้ตรวจการสามารถจัดสรรเสบียงให้เมืองฮั่นต๋งเราได้มากเท่าใด”
ขับเคียมใช้มือลูบเครา ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง
“เอาเช่นนี้ ก่อนอื่นข้าจะหาทางจัดสรรเสบียงและหญ้าให้ก่อนห้าหมื่นต้าน ว่าอย่างไร”
“แค่นี้หรือ?”
ซุนเขียนอดอุทานด้วยความประหลาดใจไม่ได้ เสบียงและหญ้าห้าหมื่นต้าน? นี่ไม่เหมือนไล่ให้ไปขอทานหรอกหรือ?
“เฮ้อ… ข้ารู้ว่าห้าหมื่นต้านมันน้อยไป แต่นี่มันถึงขีดจำกัด และไม่มีเหลือแล้วจริง ๆ”
เมื่อเห็นท่าทางช่วยไม่ได้ของขับเคียม ซุนเขียนเกือบจะเชื่อแล้ว
“แล้วอาวุธ ชุดเกราะ ม้าศึก และลูกธนูเล่า ท่านผู้ตรวจการช่วยจัดสรรให้หน่อยได้หรือไม่?”
ไม่คิดเลยว่าเจ้าขับเคียมนี่ไม่แม้แต่จะคิด แล้วส่ายหน้าปฏิเสธคำขอนี้ทันที
“เอ๊กจิ๋วมั่นคงไม่มีสงครามอะไร จะเอาของเหล่านี้มาจากไหน? แม่ทัพหลังหาใช่คนทำให้คนอื่นลำบากใจมิใช่หรือ”
ซุนเขียนกะพริบตาใสซื่อ… เมื่อครู่ยังพูดว่าปราบคนชั่วอยู่เลย ครู่เดียวเปลี่ยนเป็นเอ๊กจิ๋วมั่นคง
ดูเหมือนว่าจะสุภาพกันมากไปไม่ได้แล้ว
“ท่านผู้ตรวจการ แบบนี้ข้าน้อยกลับไปก็ยากจะอธิบายได้”
“ข้าอยากช่วย แต่มิอาจช่วยได้จริง ๆ”
ขับเคียมแบมือทั้งสองออก ซึ่งไม่ต่างจากการบอกแก่ซุนเขียนว่า ข้าก็เป็นแบบนี้ อยากทำอะไรก็ทำ
“ท่านผู้ตรวจการ แบบนี้จะทำให้แม่ทัพหลังเข้าใจผิดเอาได้ ถึงตอนนั้นท่านผู้ตรวจการคงหลีกหนีการโดนโกรธไม่พ้น”
“โกรธหรือ?”
ขับเคียมพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาออกมา ไม่คิดเลยว่าฉงซื่อตัวเล็ก ๆ สังกัดจวนแม่ทัพหลังคนหนึ่งจะข่มขู่ตัวเองที่เป็นผู้ตรวจการแคว้นเอ๊กจิ๋ว
“โกรธก็โกรธไปเถิด ข้าบอกไม่มีก็คือไม่มี”
ซุนเขียนถอนหายใจ ก่อนค่อย ๆ ลุกยืนขึ้น พลางคำนับขับเคียม
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าน้อยไม่ขอรบกวนแล้ว หลังกลับไปยังต้องรายงานผลให้แก่แม่ทัพหลังอีก”
“จริงสิ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าลืมบอกผู้ตรวจการ ฝ่าบาททรงพระราชทานขวานอาญาสิทธิ์แก่แม่ทัพหลัง”
“ข้าน้อยขอตัวลาก่อน…”
หลังจากซุนเขียนพูดจาก็หมุนตัวเดินจากไป โดยไม่ชายตาแลขับเคียมอีกเลย
“ช้าก่อน ฉงซื่อซุน ช้าก่อน!”
ซุนเขียนไม่สนใจเสียงตะโกนจากด้านหลัง ยังคงเดินจากไปอย่างไม่สนใจใคร
“ฉงซื่อซุน โปรดหยุดก่อน!”
ขับเคียมวิ่งไปอยู่ตรงหน้าซุนเขียน เปลี่ยนท่าทางก่อนหน้านี้เป็นยิ้มอย่างอ่อนโยนแทน
“ท่านผู้ตรวจการมีเรื่องอันใดหรือ?”
“ฉงซื่อซุนเดินทางไกลมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ไยไม่พักอยู่ที่นี่สักสองสามวันเล่า?”
ซุนเขียนส่ายหน้าปฏิเสธด้วยรอยยิ้มนักบุญ
“ขอบคุณท่านผู้ตรวจการ… เพียงแต่ข้าต้องรีบไปรายงานผลให้แม่ทัพหลัง ในเมื่อท่านผู้ตรวจการกำลังประสบปัญหา ข้าจะได้ให้แม่ทัพหลังรีบคิดหาวิธีอื่น”
ขับเคียมโกรธเกรี้ยวอยู่ในใจ ซุนเขียนผู้นี้ช่างน่าชังจริง ๆ ไม่ยอมบอกแต่แรกว่าเล่าเจี้ยงมีอำนาจใช้ขวานอาญาสิทธิ์!
“ฉงซื่อซุนโปรดใจเย็น ๆ! ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น! เอาเช่นนี้ มิสู้ฉงซื่อซุนพักอยู่ที่นี่ก่อนชั่วคราว ข้าจะให้กองคลังตรวจสอบดูอีกที และจะได้ถามสถานการณ์ในแต่ละแว้นแคว้นไปด้วยเลย”
เห็นซุนเขียนยังไม่มีวี่แววจะอยู่ต่อ ขับเคียมจึงรับประกันอีกครั้ง
“ฉงซื่อซุนโปรดวางใจ ต่อให้ต้องรวบรวมทั้งแอ๊กแคว้นเอ๊กจิ๋ว ข้าจะเติมเต็มข้อเรียกร้องของแม่ทัพหลังอย่างไม่ลังเลแน่นอน!”
เมื่อซุนเขียนได้ยินเช่นนี้ ก็ค่อย ๆ พยักหน้าตกลง
“ในนามแม่ทัพหลัง ข้าขอขอบคุณอีกครั้ง …ขอบคุณท่านผู้ตรวจการมาก”
ขับเคียมรีบช่วยพยุงซุนเขียนลุก ก่อนดึงเขากลับเข้าไปในห้อง และประคองเอีกฝ่ายนั่งลงด้วยตัวเอง
“ฉงซื่อซุน ไม่ทราบว่าแม่ทัพหลังต้องทรัพยากรเท่าไรหรือ? ข้ามีตัวเลขอยู่ในใจเลขหนึ่ง”
ซุนเขียนจิบชาไปอึกหนึ่ง แล้วยกนิ้วหนึ่งให้ขับเคียม
“หนึ่งหมื่นรึ? นี่ไม่ยาก ข้าจัดหาเสบียงและหญ้าให้แม่ทัพหลังแสนต้านก็พอแล้วมิใช่หรือ?”
ขับเคียมโล่งใจทันที ทรัพยากรทางทหารหมื่นคนนั้นไม่มากอะไรจริง ๆ
แต่ไม่คาดคิดเลยว่าซุนเขียนจะหัวเราะออกมา และถามขับเคียมกลับ
“คิกคิก หนึ่งหมื่น? ท่านผู้ตรวจการล้อเล่นแล้ว ทหารหมื่นคนจะพิชิตเลียงจิ๋วได้อย่างไร?”
หัวใจขับเคียมเต้นแรง เขามองไปที่อีกฝ่ายอย่างกังวลใจ
“แล้วเท่าไรกัน?”
“หนึ่งแสน”