พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 280 ความคิดของทั้งสองฝ่าย
บทที่ 280 ความคิดของทั้งสองฝ่าย
ครั้นได้ยินกาเซี่ยงเอ่ยถึงเรื่องเก่าเมื่อสามปีก่อน หันซุยย่อมมิอาจนิ่งเฉยได้ จึงโต้กลับทันที
“ฮ่า ๆ หากตอนนั้นไม่ใช่เพราะเปียนจางกับเป่ยกงปั่วอวี้โง่ บวกเศษสวะอย่างหลี่เหวินโหวนั่น สวรรค์จะปล่อยให้เล่าเจี้ยงทำสำเร็จได้หรือ พูดตามตรง ข้าดูแผนชั่วของเล่าเจี้ยงออกนานแล้ว เพียงแต่ข้าชิงชังเปียนจางกับเป่ยกงปั่วอวี้ จึงไม่ได้เปิดเผย ไม่เช่นนั้นนายของท่านคงตายอยู่ในเมืองเหมยหยางไปล้ว!”
“ผู้ช่วยหันซุยหลอกตัวเองเกินไปแล้ว ข้าได้ยินมาว่าผู้ช่วยหันซุยเฝ้ารักษาการณ์ค่าย พอเห็นซุนเกี๋ยนบุกโจมตี กลับไม่ต่อต้านเลย และมอบเสบียงของกองทัพนับแสนให้เขาทันที”
หันซุยถูกค่อนแคะจนพูดไม่ออก เรื่องนี้เป็นจุดเจ็บปวดของเขาจริง ๆ ไม่รบแต่กลับหนี! ขณะที่กำลังจะสรรหาเหตุผลมาหักล้าง ไม่คิดเลยว่ากาเซี่ยงจะไม่ให้โอกาสเขาพูด
“ผู้ช่วยหันซุย! แม้ว่าแพ้ชนะจะเป็นเรื่องธรรมดาของสงคราม ทว่าก็มิควรไม่ยอมรับความพ่ายแพ้หรอกมิใช่หรือ หากแม่ทัพคนหนึ่งไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะเผชิญกับความล้มเหลว เขายังมีคุณสมบัติอะไรไปนำทัพออกรบกัน?”
สีหน้าของหันซุยย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ เดิมเขาอยากพึ่งมิตรภาพเก่าแก่เจรจากับกาเซี่ยง ชักชวนให้เขายอมแพ้ ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายกลับเอาแต่ถากถางเหน็บแนมเขา
“กาเซี่ยง ข้าสุภาพกับท่านมาก ไยท่านถาถางหยามข้าร่ำไป หรือคิดว่าข้าจะไม่มีน้ำโห”
กาเซี่ยงไม่ตอบ แต่หันไปส่งสายตามีเลศนัยให้เอียวเหียม
เอียวเหียมเข้าใจคความหมายกุนซือปีศาจทันที ก่อนโน้มตัวออกไปและเริ่มก่นด่าหันซุยที่อยู่เบื้องล่าง
“ไอ้กบฏ! เจ้ามันไร้ยางอายจริง ๆ! กุนซือเราพูดคุยด้วยก็นับว่าไว้หน้าเจ้าแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะตำหนิกุนซือเราอย่างหน้าไม่อาย ข้าจะบอกอะไรให้ เขาเหยียดหยามเจ้าเป็นเรื่องที่ดีแล้ว หากเปลี่ยนเป็นข้า หากไม่ได้ด่าบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของเจ้าจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ข้าคงรู้สึกผิดกับบรรพบุรุษ!”
“…”
เอียวเหียมเอาแต่ตะเบ็งคอก่นด่า ต้องยอมรับว่าฝีปากของคนรุ่นเยาว์ยอดเยี่ยมมาก ทำให้หันซุยที่อยู่เบื้องล่างพูดตอบไม่ออก
ผ่านไปไม่นาน เอียวเหียมก็ด่าจนเหนื่อยหอบอยู่ด้านข้างไม่หยุด ทว่ากลับมีความสุขอยู่ในใจ!
“ไอ้สารเลว! กล้าดีเยี่ยงไรมาเหน็บแนมข้า! เจ้ากล้าขานชื่อหรือไม่”
เอียวเหียมมีด่านอยู่ในมือ มีทหารชั้นยอดมากกว่าหมื่นคนอยู่เคียงข้าง จะกลัวหันซุยได้อย่างไร จึงตะโกนขานชื่อไป
“ฟังนะ ข้าชื่อเอียวเหียม ผู้ช่วยผู้บัญชาการกองพลเกาทัณฑ์ ลูกน้องใต้บังคับบัญชาแม่ทัพหลัง จะสังหารกบฏเช่นเจ้าโดยเฉพาะ!”
“เจ้าเด็กเมื่อวานซืน! ข้ายึดด่านเองเปงก๋วนได้เมื่อไรจะถลกหนังเลาะกระดูกเจ้าให้หายแค้น!”
หันซุยถูกยั่วโมโหจวนจะระเบิดแล้ว ในหัวอดหวนนึกถึงภาพที่ถูกเป่ยกงปั่วอวี้รังแกไม่ได้ และแทบอยากฆ่าคนตรงหน้าเสียเดี๋ยวนั้น
“ฮ่า ๆ ๆ เจ้าน่ะหรือ คิดว่าเจ้าเป็นใคร? เจ้าก็แค่…”
เห็นเอียวเหียมกำลังจะด่าอีกครั้ง กาเซี่ยงก็ตบไหล่เด็กหนุ่มเบา ๆ แล้วดึงกลับมา
“ผู้ช่วยหันซุย ข้าขอแนะนำว่าเจ้าอย่าเสียแรงเปล่าเลย”
หันซุยมาที่นี่แล้ว จะยอมแพ้ได้อย่างไร จึงเผยท่าทางได้ใจออกมา
“กาเซี่ยง บอกตามตรง ด้านหลังข้ามีกองทัพแสนคน สามารถบุกทำลายด่านเองเปงก๋วนได้ในทันที! หากเจ้าอยากมีชีวิตรอด ก็รีบมอบเมืองแล้วยอมศิโรราบเสีย!”
หันซุยโอหังอย่างมาก แม้แต่ฮองตงที่สงบนิ่งมาตลอดยังทนไม่ไหว
“ไอ้กบฏ อย่าได้เล่นลิ้นนักเลย เมื่อคืนปล่อยเจ้าแอบลอบโจมตีเจ้าก็ยังยึดเอาเมืองไม่ได้ ตอนนี้ยังกล้าคุยโวโอ้อวดที่นี่อยู่อีกหรือ กองทัพแสนคน แสนคนแล้วอย่างไร ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้ บนกำแพงนี้มีลูกเกาทัณฑ์หลายล้านดอก ข้าอยากเห็นนักกองทัพแสนคนของเจ้าจะต้านทานได้นานแค่ไหน!”
เมื่อหันซุยได้ยินคำพูดนี้ก็อดหรี่ตาไม่ได้ ฮองตงโจมตีจุดเจ็บปวดของหันซุยเข้าอย่างจัง ลูกเกาทัณฑ์มากมายเมื่อวานนี้ ทำให้หันซุยปวดหัวจริง ๆ
เดิมคิดว่าเป็นทหารเฝ้าเมืองธรรมดา ไม่คิดเลยว่าจะเป็นพลเกาทัณฑ์เก่งกาจขนาดนี้! กองทัพเสเหลียงของตัวเองยังไม่ทันได้ปีนขึ้นกำแพง ก็ถูกยิงจนบาดเจ็บล้มตายสาหัส
หากเป็นอย่างที่ฮองตงว่าจริง มีลูกเกาทัณฑ์นับล้านอยู่บนกำแพงเมือง หันซุยต้องคิดอย่างรอบคอบจริง ๆ ว่าจะโจมตีเมืองอีกครั้งหรือไม่
ท่าทีที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยของหันซุยล้วนตกอยู่ในสายตาของกาเซี่ยง และแค่มองก็เห็นภายในใจหันซุยอย่างทะลุปรุโปร่ง
“ผู้ช่วยหันซุย ข้าก็จะบอกเจ้าตามตรง ตั้งแต่นายข้าปกครองเมืองฮั่นต๋ง เขาได้เสริมกำลังด่านเองเปงก๋วนทุกเวลาทุกลมหายใจเพื่อป้องกันเจ้า! นายข้ารู้มาก่อนแล้วว่าหลังจากที่เขาจากไป เจ้าคงไม่ยอมรามือ ต้องยกทัพบุกแน่ ดังนั้นลูกเกาทัณฑ์นับล้านดอกเหล่านี้เป็นของขวัญจากนายข้า!”
หันซุยได้ยินมากเท่าไรก็ยิ่งตกใจ และเอาแต่คิดถึงผลได้ผลเสียจากการโจมตีเมืองฮั่นต๋งไม่หยุด กองทัพแสนคนนี้แทบจะเป็นทั้งหมดของเขา หากพ่ายในฮั่นต๋ง ม้าเท้งที่ปกครองทางซีเป่ยแห่งเลียงจิ๋วจะยังเป็นพันธมิตรกับเขาอยู่หรือไม่ก็ยากจะพูดได้! ไม่แน่อาจจะใช้โอกาสนี้ยกทัพผนวกทั้งสี่เมืองของเขาก็เป็นได้!
“กาเซี่ยง เห็นแก่มิตรภาพเก่าของพวกเรา วันนี้ข้าจะไม่โจมตีเมือง ข้าจะให้เวลาเจ้าคิดเรื่องนี้อีกหนึ่งวัน หลังผ่านหนึ่งวันไป หากยังไม่ยอมแพ้ ก็อย่าตำหนิข้าที่ไม่ออมมือให้ก็แล้วกัน!”
สิ้นเสียง หันซุยก็ไม่สนผู้คนบนด่านเองเปงก๋วนอีก และนำกองกำลังจากไปอย่างช้า ๆ
“ท่านกุนซือ ไยท่านถึงหยุดไม่ให้ข้าด่าเจ้าโจรผู้นี้เล่า!”
เอียวเหียมไม่เข้าใจอย่างมาก ตอนหันซุยกำลังจะจากไป เขาอยากจะก่นด่าต่อ แต่คาดไม่ถึงว่ากาเซี่ยงจะหยุดไว้
“แม่ทัพเอียว เหตุใดต้องไปยั่วโมโหเขาเล่า เราเองก็ต้องการใช้เวลาเตรียมตัววันหนึ่งเช่นกัน!”
ฮองตงตอบว่าใช่อยู่ข้าง ๆ เช่นกัน ตอนนี้ด่านเองเปงก๋วนต้องการเสริมซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนจริง ๆ!
“ใช่ เรามีลูกเกาทัณฑ์ล้านดอกที่ไหนกัน ข้าแค่ขู่ให้เขากลัว ความจริงเรามีแค่แสนกว่าดอกเท่านั้น อีกทั้งเมื่อคืนก็เสียไปเกือบหมดแล้ว!”
ฮองตงมีความสุขมากเช่นกันที่หันซุยถอนตัวออกไป หากหันซุยโจมตีเมืองตอนนี้ ทหารเฝ้าเมืองจะต้องต่อสู้ประชิดตัวกับพวกเขา! แบบนี้จะเพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย
“แม่ทัพฮองโปรดวางใจ จวิ้นเฉิงเงียมกำลังเตรียมทรัพยากรอยู่ อย่างมากคืนนี้ก็ขนส่งมา!”
เรื่องพวกนี้กาเซี่ยงได้จัดเตรียมไว้แล้ว ก่อนเขาออกเดินทาง ได้ให้จวิ้นเฉิงเงียมสานตรวจเสบียง และเตรียมขนส่งมาด่านเองเปงก๋วนได้ตลอดเวลา
…
ณ ปากทางเข้าเขากิสาน หันซุยกำลังตั้งค่ายอยู่ตรงนี้
“นายท่าน ไยไม่ใช้โอกาสนี้บุกโจมตีเลยเล่า ที่ด่านพวกเขามีคนอยู่แค่ห้าพันคน อีกทั้งยังต่อสู้นองเลือดมาตลอดทั้งคืน จะต้านทานการโจมตีซ้ำ ๆ ของเราได้อย่างไร”
เอียนชิงงุนงงมาก ความจริงพวกเขานำคนมาสามหมื่นคน เพียงแต่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง ขอแค่หันซุยสั่งก็เริ่มโจมตีได้
น่าเสียดายหันซุยไม่ได้ออกคำสั่งนี้ ตรงข้ามให้กองทัพกลับค่าย
“เยี่ยนหมิง เหตุใดข้าจะไม่อยากลั่นกลองเข้ายึดด่านเองเปงก๋วนเล่า แต่วันนี้ไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะโจมตี!”
“เพราะเหตุใดรึ”
“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าใครคือผู้รักษาการณ์ด่านเองเปงก๋วนนั้น…”
แน่นอนว่าเอียนชิงไม่มีทางลืม และโพล่งออกมา
“คือฮองตง”
“แล้วเจ้าคิดว่าเหตุใดกาเซี่ยงมาปรากฏตัวที่นี่”
“หรือกำลังเสริมจากอำเภอลำเต๋งจะมาถึงแล้ว เป็นไปได้อย่างไร…”
เอียนชิงอุทานออกมา ในคำพูดเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
นับตั้งแต่ฝั่งเราโจมตีจวบจนตอนนี้เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วยามเอง หรือกาเซี่ยงผู้นี้จะล่วงรู้อนาคตได้!