พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 279 หันซุยเรียกพูดคุย
บทที่ 279 หันซุยเรียกพูดคุย
การคาดเดาของฮองตงเหมือนกับพวกกาเซี่ยง พวกเขาเชื่อมาตลอดว่ากองทัพเสเหลียงของหันซุยบุกรุกเข้ามา
ทว่าก็ไม่มีการยืนยัน ฮองตงยังคงมองกาเซี่ยงด้วยความกังวลเล็กน้อย
“ท่านกุนซือ ไม่ว่าจะการแต่งกาย จำนวนทหารรวมถึงกำลังรบ แทบจะแน่ใจว่าพวกเขาคือกองทัพเสเหลียง ทว่าก็ไม่ควรตัดความเป็นไปได้ที่จะเป็นทัพกบฏเอ๊กจิ๋ว ถึงอย่างไรเราก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เอ๊กจิ๋วมีสถานการณ์เป็นอย่างไร!”
พยัคฆ์ฮองตงเป็นคนระมัดระวัง กลัวว่าคำพูดของตัวเองจะชี้นำให้กาเซี่ยงเข้าใจผิด จึงแสดงความเห็นของตัวเองอย่างละเอียดอีกครั้ง
กาเซี่ยงระบายยิ้ม เขาหาได้กังวลเท่าฮองตง อีกทั้งยังเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ ไม่เห็นศัตรูอยู่ในสายตาเลยสักนิด
“แม่ทัพฮองไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกบฏเสเหลียงหรือกลุ่มกบฏเอ๊กจิ๋ว ข้าจะทำให้พวกมันไม่กล้าเผชิญหน้ากับด่านเองเปงก๋วนอย่างแน่นอน”
คำพูดของกาเซี่ยงอาจดูหยิ่งเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะฮองตงหรือซิหลง ล้วนไม่คิดว่าอีกฝ่ายกำลังพูดโอ้อวด… โดยเฉพาะพยัคฆ์เกาทัณฑ์ที่รับใช้เล่าเจี้ยงมานาน
สายตากาเซี่ยงยอดเยี่ยมแค่ไหน มีแผนการโหดเหี้ยมเพียงใด ฮองตงได้เห็นมากับตาแล้ว! ชายผู้นี้ปั่นหัวศัตรูเล่นอย่างหรรษาจนไม่อาจรับมือ อีกอย่าง… แม้ไม่มีกาเซี่ยง กองทหารแปดพันนายที่ซิหลงนำมาก็เพียงพอเฝ้ารักษาด่านเองเปงก๋วนสำหรับฮองตงแล้ว
“ฮ่า ๆ มีท่านกุนซืออยู่ด้วย ศัตรูโชคร้ายแล้ว!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
ทันทีที่ฮองตงกล่าวจบ ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น
“ท่านกุนซือ ท่านแม่ทัพ มีคนมารออยู่นอกด่าน และตะโกนเรียกให้ผู้นำไปพูดคุยด้วย”
ข่าวจากทหารที่จู่ ๆ ก็วิ่งเข้าขัดเสียงหัวเราะของทุกคน กาเซี่ยงใช้มือลูบเคราเบา ๆ และพยักหน้าเล็กน้อย
“ไป พวกเราไปดูกัน จะได้กระจ่างว่าใครบุกด่านเองเปงก๋วนกันแน่!”
กาเซี่ยงเดินไปก่อน จากนั้นฮองตงกับซิหลงเดินตามหลังไปติด ๆ เมื่อทั้งสามมาถึงด้านบนสุดของกำแพงเมือง พบว่ามีคนมาจริง ๆ ทว่าไม่มีเจตนาที่จะโจมตีเมือง เพียงแค่นำทหารม้ามาหลายพันคนก็เท่านั้น
“หันซุย”
กาเซี่ยงมองครู่หนึ่ง ก่อนพ่นสองคำออกมาเบา ๆ
“หันซุย! เป็นกองทัพเสเหลียงจริง ๆ ด้วย ไอ้โจรผู้นี้ช่างน่ารังเกียจนัก ลอบโจมตีเมืองตอนที่นายท่านจากไปโดยเฉพาะ”
ฮองตงก่นด่าอย่างชิงชัง เขาไหนเลยจะไม่รู้ว่าเป็นหันซุย ไม่กี่ปีก่อนคนผู้นี้เพิ่งพ่ายให้กับฝ่ายตนเองอยู่ที่เมืองเหมยหยาง สุดท้ายก็หนีเตลิดกลับไปที่เลียงจิ๋ว
ตั้งแต่เล่าเจี้ยงมาที่เมืองฮั่นต๋ง เลียงจิ๋วก็หยุดเคลื่อนไหว ไม่มีเจตนาบุกรุกแต่อย่างใด แต่ไม่คิดเลยว่าเล่าเจี้ยงเพิ่งจากไปได้ไม่ทันไร หันซุยก็ทนไม่ไหวแล้ว
หันซุยที่อยู่เบื้องล่างเห็นบนกำแพงเมืองมีคนมา จึงขี่ม้าไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วตะโกนเสียงดัง
“คนเฝ้ารักษาเมืองคือผู้ใด ข้าคือหันซุยแห่งเลียงจิ๋ว วันนี้นำทัพแสนคนมา หากมอบเมืองให้แต่โดยดี ข้าไม่เพียงแต่จะไว้ชีวิตพวกเจ้า แต่ยังให้เจ้าได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งด้วย!”
ฮองตงคลี่เรียวปาก ส่งเสียงหัวเราะเหยียดหยามออกมา ไม่คิดเลยว่าหันซุยลอบโจมตีเมืองเมื่อวานไม่สำเร็จ แล้ววันนี้กลับหน้าด้านมาโน้มน้าวให้ยอมศิโรราบ!
“ไอ้กบฏ! อย่าได้เย่อหยิ่งนัก! กองทัพแสนคนหรือ? กองทัพแสนคนเจ้ายังแอบลอบโจมตีอยู่อีกหรือ กองทัพแสนคนแล้วอย่างไร ก็ยังถูกเรารุมยิงเกาทัณฑ์ใสจนหนีเตลิดอยู่ดี”
พวกกาเซี่ยงตะลึงเล็กน้อย คาดไม่ถึงเลยว่าฮองตงยังตอบไม่เสร็จ ก็มีคนที่อยู่ไม่ไกลเริ่มตะโกนด่าใส่หันซุย
“เจ้าเด็กคนนี้นี่!”
ฮองตงส่ายหัวอย่างระอา ฟังจากเสียงเขาก็รู้แล้วว่าใครกำลังตะโกนด่าหันซุย
“เจ้าหนุ่ม เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่หรือ รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร กล้าดีเยี่ยงไรมาพูดกับข้าเช่นนี้!”
นับตั้งแต่หันซุยเข้าควบคุมทั้งสี่เมือง ไหนเลยจะเคยได้ยินคำดูหมิ่นทางวาจา พลันเกรี้ยวกราดขึ้นในใจทันที
“ฮ่า ๆ ๆ ไอ้กบฏช่างคุยโวโอ้อวดอย่างไม่รู้สึกกระดากอายจริง ๆ เจ้ายังมีชื่ออยู่อีกหรือ? เจ้ายังสมควรมีชื่ออยู่อีกหรือ! ไอ้เจ้าโจรชั่วไร้พ่อไร้เจ้า!”
หากเป็นเล่าเจี้ยงด่าเขาอยู่บนเมืองนั้นไม่เป็นไร แต่ไม่คิดเลยชายหนุ่มที่อายุไม่มากคนหนึ่งกลับตะโกนด่าตัวเอง หันซุยเดือดดาลมาก และแทบอยากโจมตีเมืองเสียเดี๋ยวนั้น
“นี่คือลูกชายของจวิ้นเว่ยเอียวหรือ ปากคอเราะรายเสียจริง!”
กาเซี่ยงมองเอียวเหียมที่อยู่ไม่ไกล ก่อนอดเอ่ยหยอกล้อออกมาไม่ได้
“ฮ่า ๆ ๆ ใช่แล้ว พี่น้องตระกูลเอียวพวกนี้ใช้ได้ทีเดียว เมื่อวานก็เป็นพวกเขาที่รบอย่างดุเดือด!”
ฮองตงประเมินเอียวหงงกับเอียวเหียมสูงมาก ทั้งยังชมพวกเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ
หากเมื่อวานไม่มีเด็กหนุ่มทั้งสอง ฮองตงคงจะยุ่งยิ่งกว่านี้อีก
เห็นฮองตงกวักมือให้ตัวเอง เอียวเหียมกับเอียวหงงก็วิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“คารวะกุนซือกาเซี่ยง แม่ทัพซิหลง”
เห็นสองพี่น้องเอียวเหียมกุมมือคำนับตัวเอง กาเซี่ยงก็พยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม
“ดี!”
หลังจากชื่นชมสองพี่น้องตระกูลเอียวแล้ว กาเซี่ยงก็เดินไปที่ขอบกำแพงเมืองตรงตำแหน่งที่สามารถมองเห็นเบื้องล่างได้
“หันซุย เจ้ายังจำข้าได้หรือไม่?”
หันซุยรู้สึกว่าเสียงนี้คุ้นมาก แต่เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตากุนซือปีศาจ กลับนึกไม่ออกว่าเป็นใคร
แต่ผ่านไปครู่หนึ่ง ได้ยินเพียงหันซุยอุทานเสียงดัง
“กาเซี่ยง กาเหวินเหอ!”
หันซุยจำได้แล้ว หลายปีก่อนกาเซี่ยงเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วเลียงจิ๋ว และเคยพบเขาที่เมืองจินเฉิง อีกทั้งพวกเขายังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานมาก
น่าเสียดายที่กาเซี่ยงไม่ได้ลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองจินเฉิงนาน หันซุยเองก็ได้รับคัดเลือกจากราชสำนัก ดังนั้นทั้งสองนับว่าเป็นคนรู้จักกันช่วงสั้น ๆ
“ผู้ช่วยหันซุยความทรงจำดีจริง ๆ เรื่องเก่าหลายปีก่อนก็ยังจำได้อยู่”
กาเซี่ยงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ขณะเดียวกันก็กุมมือส่งสัญญาณให้
หันซุยเองก็เผยสีหน้าปีติยินดีเช่นกัน ไม่คิดเลยว่าผู้นำด่านเองเปงก๋วนจะเป็นกาเซี่ยง คนรู้จักเก่า
“ท่านกาเซี่ยง ไม่เจอกันหลายปี ไม่คิดเลยว่าจะได้พบกันที่นี่ ข้าคิดถึงท่านกาเซี่ยงมานานแล้ว”
“ขอบคุณผู้ช่วยหันซุนที่คิดถึง ข้ายังสบายดีอยู่”
“ท่านกาเซี่ยง ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็นขุนนางผู้ช่วยแคว้นเลียงจิ๋วแล้ว!”
หันซุยโบกมือให้กาเซี่ยง พลางเผยรอยยิ้มจนใจออกมา
“ตอนนั้นท่านหันซุยถูกเป่ยกงปั่วอวี้บีบบังคับให้ก่อการมิชอบ ตอนนี้สังหารเป่ยกงปั่วอวี้กับเปียนจางไปแล้ว ไยไม่มอบตัวต่อราชสำนักเล่า?”
กาเซี่ยงไม่อยากให้หันซุยลบตัวตนขุนนางผู้ช่วยแคว้นเลียงจิ๋วนี้ไป จึงพูดเกลี้ยกล่อมตลอด
“ฮ่า ๆ ท่านกาเซี่ยงเป็นคนฉลาด ไยจึงรังแกข้าเช่นนี้? แม้ข้าจะยอมจำนนต่อราชสำนัก แต่ฝ่าบาทจะปล่อยข้าไปหรือ!”
กุนซือปีศาจไม่แยแสนัก ยังคงโน้มน้าวหันซุยต่อ
“ผู้ช่วยหันซุยอย่าตีตนไปก่อนไข้สิ ต้องรู้ว่าบนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดแน่นอน! หากยอมจำนนต่อแม่ทัพหลัง ข้าให้คำมั่นว่าจะปกป้องผู้ช่วยหันซุยจากคนทั้งสิบทิศแน่นอน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
หลังได้ยินคำพูดนี้ หันซุยก็แหงนหน้าหัวเราะขึ้นฟ้าทันที
“ได้ยินมานานแล้วว่ากาเซี่ยงเป็นกุนซือให้กับเล่าเจี้ยง ข้ารู้ชัดวันนี้เอง! ทว่าท่านกาเซี่ยงไร้เดียงสาเกินไปหน่อยหรือไม่ เล่าเจี้ยงมีกองกำลังทั้งหมดกี่คนกัน อีกอย่างตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในเมืองฮั่นต๋ง ท่านกลับพูดจาหยิ่งยโสให้ข้ายอมจำนนต่อเขา ท่านรู้หรือไม่ข้าสามารถรวบรวมทหารหลายแสนได้อย่างง่ายดาย!”
คำพูดของหันซุยเกินจริงไปมาก ทหารหลายแสนเขาไม่มีแน่นอน ทว่าแสนกว่าคน เขาพอสามารถรวบรวมได้อยู่ แต่น่าเสียดายที่กาเซี่ยงไม่ครั่นคร้ามเลยสักนิด อีกทั้งไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อการคุกคามของเขาเลย
“ผู้ช่วยหันซุย กองทหารขึ้นอยู่กับความเก่งกาจหาใช่จำนวน แม่ทัพขึ้นอยู่กับกลยุทธ์หาใช่ความหยิ่งทระนง ไม่กี่ปีก่อน เจ้าโจมตีเมืองเหมยหยางด้วยกองทัพแสนคน ผลเป็นอย่างไรเล่า คงไม่ต้องให้กาเซี่ยงลงมือซ้ำอีกครั้งหรอกกระมัง?”