พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 282 ในที่สุดพระเจ้าเลนเต้ก็กลับสวรรค์!
บทที่ 282 ในที่สุดพระเจ้าเลนเต้ก็กลับสวรรค์!
“ขุนพลพิทักษ์ ขุนพลพิทักษ์!”
ขณะที่เล่าเจี้ยงกับซุนฮิวกำลังคุยกันว่าจะรับมือโฮจิ๋นอย่างไร ก็มีเสียงเร่งรีบดังเข้ามาจากนอกประตู
“คนจากวังหรือ?”
เสียงนี้ค่อนข้างเล็กแหลม เล่าเจี้ยงฟังออกทันทีว่าเป็นเสียงของขันที!
ซุนฮิวพยักหน้าเล็กน้อย ท่าทางเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้น
“นายท่าน หรือฝ่าบาท…?”
เล่าเจี้ยงยกมือขึ้นขัดคำพูดซุนฮิวก่อนลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอก
“ขุนพลพิทักษ์! ฝ่าบาทเรียกท่านเข้าวังด่วน!”
ขันทีที่มานั้นตื่นตระหนกมาก ทั้งยังหอบหายใจหนัก ดูก็รู้ว่าวิ่งมาที่นี่อย่างสุดกำลังตลอดทาง
“กงต๋า เจ้าตามข้าเข้าวัง”
“จูล่ง จืออี้ เอ้อร์ไหล พวกเจ้าสามคนรีบไปจัดกองทัพ!”
หลังสั่งขุนพลใต้บัญชาเสร็จ เล่าเจี้ยงไม่มีลังเลพากุนซือตัวเองตรงเข้าพระราชวัง
…
จวนแม่ทัพใหญ่ เมืองลกเอี๋ยง
ท้องฟ้ามืดมากแล้ว ทว่าโฮจิ๋นไม่ได้พักผ่อนเหมือนปกติ ยังคงหารือเรื่องสำคัญกับน้องชายโฮเบี้ยวในห้องหนังสืออยู่
โฮจิ๋นดูง่วงงุนเป็นพิเศษ ทันทีที่ฟ้ามืด ความเหนื่อยล้าแล่นเข้าโจมตีไม่รู้จบ และแทบอยากเข้านอนไปเสียเดี๋ยวนั้น! แต่ช่วงนี้อาการป่วยของฝ่าบาทเริ่มรุนแรงขึ้น โฮจิ๋นไม่มีกะจิตกะใจนอนอีกต่อไป ด้วยเกรงว่าจะพลาดเหตุการณ์สำคัญ
“แม่ทัพใหญ่! มีรายงานด่วนจากวัง!”
เสียงตะโกนอันเร่งรีบดังมาจากนอกห้อง หลังโฮจิ๋นกับโฮเบี้ยวรีบวิ่งออกไป ไม่คิดเลยว่าเป็นเขาฮิว
“จื่อเอี้ยง มีเรื่องอันใดไยจึงตระหนกเช่นนี้?”
เขาฮิวหายใจเข้าออกอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ตัวเองสงบลงเล็กน้อย
“แม่ทัพใหญ่ คนของเราได้รับรายงานจากในวังว่าฝ่าบาท… ฝ่าบาทอาจไม่ไหวแล้ว! ตอนนี้ส่งคนไปเรียกขุนพลพิทักษ์เล่าเจี้ยงอย่างเร่งด่วนแแล้ว!”
โฮจิ๋นมีสีหน้าตกใจ เมื่อครู่เพิ่งคุยเรื่องอาการของพระเจ้าเลนเต้กับน้องชายตัวเองอยู่หยก ๆ ไม่คิดเลยว่ามัจจุราชจะเริ่มให้สัญญาณแล้ว
“เรียกพบแค่เล่าเจี้ยงหรือ? ขุนนางคนอื่น ๆ เล่า?”
“ไม่มี เรียกแค่เล่าเจี้ยงเท่านั้น!”
เขาฮิวส่ายหน้าไปพลาง กล่าวอย่างกระหืดกระหอบไปพลาง
“ไอ้ฮ่องเต้นั่น! ดูเหมือนเขาจะตั้งใจให้เล่าเหียบเป็นฮ่องเต้จริง ๆ!”
โฮจิ๋นโกรธทันที ในฐานะแม่ทัพใหญ่และผู้นำฝ่ายพระญาติ ก่อนตายยังไม่เรียกเขาเข้าเฝ้า ไม่ได้เป็นการบอกโฮจิ๋นอย่างชัดเจนว่าองค์ชายเล่าเปียน หลานเขาไม่มีทางเป็นฮ่องเต้ได้หรอกหรือ?
“พี่ใหญ่ จะลังเลมิได้!”
โฮเบี้ยวแค่นเสียงคำรามให้โฮจิ๋นรีบตัดสินใจ ด้วยกำลังของสองพี่น้องตระกูลโฮในลกเอี๋ยง คงยากที่จะสู้กับเล่าเจี้ยงได้แน่นอน!
สองตาโฮจิ๋นสั่นไหว กำลังขบคิดผลได้ผลเสียในหัว ตอนนี้พระเจ้าเลนเต้ไม่ให้เขาเข้าวัง เช่นนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับพระเจ้าเลนเต้? เจ้านั่นตายจริงหรือแกล้งตาย ทั้งหมดนี้ไม่มีทางรู้ได้
หากฝ่าบาทแกล้งตาย แล้วโฮจิ๋นเร่งร้อนออกไพ่ในมือทั้งหมด ถึงตอนนั้นคงได้เป็นคนก่อกบฏจริง ๆ แน่!
ในทางตรงกันข้าม หากพระเจ้าเลนเต้สวรรคตจริงแล้วโฮจิ๋นตอบโต้ไม่ทันการณ์ เล่าเจี้ยงแต่งตั้งองค์ชายรองเล่าเหียบเป็นฮ่องเต้ เช่นนั้นวันคืนอันงดงามของพี่น้องตระกูลโฮก็คงจบลงแล้ว!
“พี่ใหญ่! นี่มันถึงไหนแล้ว? ไยยังลังเลอยู่อีก!”
โฮเบี้ยวตะโกนเสียงดังอีกครั้ง ปลุกโฮจิ๋นให้ตื่น และให้โฮจิ๋นทำการตัดสินใจ
“รีบแจ้งพวกเขา นำทัพเข้าเมืองหลวงทันที! น้องรอง เจ้าไปสำนักราชองครักษ์เดี๋ยวนี้ และต้องควบคุมกองทหารทั้งหมดไว้ ห้ามมีปัญหาใด ๆ เด็ดขาด!”
“รับคำสั่ง!”
โฮเบี้ยวดีใจมาก ก่อนรับคำสั่งและจากไปทันที
“แม่ทัพใหญ่ คืนนี้ถูกกำหนดให้เป็นค่ำคืนพิเศษ…”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหยอกล้อของเขาฮิวแล้ว โฮจิ๋นก็อดจับดาบข้างเอวแน่นไม่ได้
ตามที่คาดไว้ เมื่อเล่าเจี้ยงไปที่ถึงพระราชวัง พระเจ้าเลนเต้ก็หายใจโรยรินแล้ว!
“ฝ่าบาท!”
เล่าเจี้ยงบิ๊วอารมณ์ตัวเองมาตลอดทาง เมื่อเข้าไปในห้องเห็นพระเจ้าเลนเต้ก็เริ่มน้ำตาไหลนองหน้า น่าสังเวชนัก
“ฝ่าบาท! กระหม่อมมาช้าไป!”
พระเจ้าเลนเต้พยายามลืมตาขึ้น เห็นท่าทางของราชบุตรเขยก็รู้สึกสบายใจเล็กน้อย
“แม่ทัพเล่า เราไม่ไหวแล้ว…”
เล่าเจี้ยงจับมือพระเจ้าเลนเต้แน่น ทว่าในใจก่นด่าฝ่าบาทว่าเหตุใดถึงตายช้านักไม่หยุด!
“ฝ่าบาท…”
“ฟังนะ เพลานี้คนเดียวที่เราไว้ใจมีเพียงเจ้า เจ้าต้องทำความปรารถนาเดียวของเราให้สำเร็จ!”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าอย่างหนักแน่น ตอบตกลงทันทีโดยไม่มีพิจารณาใด ๆ
“ฝ่าบาทเชิญตรัสมาได้เลย กระหม่อมไม่ปฏิเสธแม้จะตายนับหมื่นครั้ง!”
อย่าว่าถึงความปรารถนาเดียวเลย ตอนนี้ต่อให้มีความปรารถนานับหมื่น เล่าเจี้ยงก็ตกลง ขอแค่พระเจ้าเลนเต้หลับตาลง ช่วงเวลาแห่งโกลาหลก็จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!!
แผ่นดินแยกแตกเป็นรณรัฐ สงครามช่วงชิงอาณาเขตครั้งยิ่งใหญ่
ยอดขุนพลชูอาวุธผงาด มหาปราชญ์หักเล่ห์เฉือนคม ทั่วใต้หล้าจะช่วงชิงความเป็นหนึ่ง!
มหาสงครามรัฐขุนศึก ‘สามก๊ก’ ควรจะเปิดม่านได้แล้ว!
พระเจ้าเลนเต้ไม่รู้ความคิดภายในของเล่าเจี้ยงเลยสักนิด ได้แต่ซาบซึ้งไปกับน้ำตาของลูกเขยจนหมดใจ
“แม่ทัพเล่า หลังจากเราตายแล้ว ช่วยสนับสนุนเล่าเหียบเป็นฮ่องเต้ด้วย!”
“ได้พ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมให้คำมั่นกับฝ่าบาท!”
พระเจ้าเลนเต้ยังไม่วางใจ พยายามใช้แรงทั้งหมดชี้ไปที่เล่าเจี้ยง
“เจ้าสะ… สาบาน… เดี๋ยวนี้”
เล่าเจี้ยงชูสามนิ้วทันที และสาบานต่อฟากฟ้า
“ข้า เล่าเจี้ยงขอสาบานว่าองค์ชายเล่าเหียบจะได้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นฮ่องเต้หากผิดคำสาบาน ขอให้สวรรค์ลงทัณฑ์ให้พังพินาศจมดิน!”
นักท่องเวลาไม่สนใจคำสาบานสักนิด อย่าเพิ่งกล่าวถึงว่าคำสาบานมีประโยชน์หรือไม่ ต่อให้มีประโยชน์ก็ไม่ต้องกังวล ถึงอย่างไร… ไม่ช้าก็เร็วเล่าเหียบก็จะกลายเป็นฮ่องเต้!
แต่พระเจ้าเลนเต้ไม่คิดเช่นนั้น กลับกันมองเล่าเจี้ยงด้วยน้ำตาเอ่อคลอ และใช้แรงทั้งหมดพยักหน้าเบา ๆ
“ดี… ดี… ดี…”
หลังจากพูดคำว่าดีสามครั้งติด ฝ่าบาทล้มลงบนแท่นบรรทม สวรรคตไปทันที
“ฝ่าบาท!!”
เล่าเจี้ยงตะโกนเสียงดัง และใช้มือตรวจสอบร่างกายของพระเจ้าเลนเต้ไม่หยุด ในที่สุดก็ยืนยันแน่ชัด
พระเจ้าเลนเต้ตายแล้ว! ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ฮั่น ปราการสุดท้ายของต้าฮั่นล่มสลายลงแล้ว!
รอยยิ้มช่วยไม่ได้ปรากฏบนใบหน้าเล่าเจี้ยง
กี่ปีแล้ว… นี่ข้ารอมากี่ปีแล้ว!?
ในที่สุดพระเจ้าเลนเต้ตายเสียที!
ปัง!
ประตูถูกเปิดออกอย่างเร่งรีบ เตียวเหยียงวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ครั้นเห็นสภาพของพระเจ้าเลนเต้ ก็รู้แจ้งแก่ใจแล้ว
“ฝ่าบาท!”
หัวหน้าสิบขันทีตะโกนเสียงดัง ก่อนโถมไปหาพระเจ้าเลนเต้และเริ่มร้องไห้ฟูมฟาย ร้องจนน่าสังเวช น้ำหูน้ำตาไหล
เล่าเจี้ยงไม่ได้ปลอบโยน แต่เขารู้สึกได้ว่าเตียวเหยียงโศกเศร้าจริง ๆ
ผ่านไปครู่ใหญ่ อีกฝ่ายน่าจะหมดแรงแล้ว จึงค่อย ๆ หยุดร้องไห้
“ขุนพลพิทักษ์…”
“ใต้เท้าเตียว”
เล่าเจี้ยงยกมือขึ้นขัดเตียวเหยียง ตอนนี้ไม่ใช่เวลาฟังหัวหน้าสิบขันทีพูด แต่ควรให้เตียวเหยียงทำในสิ่งที่เขาต้องการ!
“ความปรารถนาก่อนตายของฝ่าบาท ท่านคงทราบแล้วใช่ไหม?”
เตียวเหยียงพยักหน้าอย่างสงสัยเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเล่าเจี้ยงถึงพูดเช่นนี้
“ใต้เท้าเตียว หากอยากให้องค์ชายเล่าเหียบสืบทอดบัลลังก์มันไม่ง่ายเลย! รู้หรือไม่ว่าปัญหาใหญ่สุดอยู่ตรงไหน?”
“ย่อมเป็นแม่ทัพใหญ่โฮจิ๋น! เขาเป็นลุงขององค์ชายเล่าเปียน ย่อมไม่รามือเป็นแน่! อีกอย่าง องค์ชายเล่าเปียนเป็นโอรสองค์แรก เกรงว่าพวกขุนนางคงสนับสนุนโฮจิ๋น!” เตียวเหยียงกล่าวได้ครอบคลุมมาก จนประหยัดเวลาให้เล่าเจี้ยงไม่ต้องอธิบายให้ฟัง
“ใช่แล้ว บัดนี้ฝ่าบาทเสด็จสวรรคตแล้ว เราในฐานะขุนนาง ย่อมต้องพยายามสนองความปรารถนาสุดท้ายของฝ่าพระบาทให้สำเร็จ ท่านว่าใช่หรือไม่?”
จู่ ๆ เตียวเหยียง ก็รู้สึกถึงความผิดแปลก เขารู้สึกว่าเล่าเจี้ยงเปลี่ยนไป
เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน!
“ขุนพลพิทักษ์มีสิ่งใดก็พูดมาตรง ๆ เลยเถิด ข้าจะสนับสนุนขุนพลพิทักษ์ด้วยกำลังทั้งหมดที่มีแน่นอน!”
“ดี! ใต้เท้าเตียวกล่าวเช่นนี้ ฝ่าบาทคงตายตาหลับแล้ว!”
เล่าเจี้ยงเผยรอยยิ้มเล่ห์ออกมา จนเตียวเหยียงขนลุกไปทั้งตัว!