พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 303 นามนั้นคือลิโป้
บทที่ 303 นามนั้นคือลิโป้
กองทัพหมาป่าแห่งเป๊งจิ๋วกล้าหาญชาญชัย แต่หากไม่มีผู้นำที่ดี กำลังรบจะถดถอยอย่างมาก เหมือนกับฝูงหมาป่าที่ต้องการจ่าฝูงเสมอ ถึงจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
ผู้นำทัพหมาป่าแห่งเป๊งจิ๋วไม่ใช่เต๊งหงวน แต่เป็นลิโป้ นามรองลิเฟิ่งเซียน ที่ถูกชาวเซียนเป่ยมอบฉายาให้ว่าขุนศึกผงาดฟ้า
ลิโป้ยังคงอยู่ในเครื่องแต่งกายห้าวหาญ สวมกวานทอง เกราะร้อยหัวสัตว์ คาดเข็มขัดหัวสิงโต มือถือง้าวกรีดนภา ดูห้าวหาญไร้ผู้ใดเทียบเคียง แผ่บารมีน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
เต๊งหงวนผู้ตรวจการเป๊งจิ๋วคนนี้ไม่มีความสามารถในการบังคับบัญชาอะไร ที่เขากล้าท้าทายตั๋งโต๊ะ ก็แค่อาศัยลิโป้ ลูกชายบุญธรรมกับกองทัพหมาป่าจำนวนหมื่นนายเท่านั้น
หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ลิโป้พ่ายให้ขุนพลใต้บัญชาเล่าเจี้ยงเพราะม้าศึก เต๊งหงวนคงไม่สุภาพกับเล่าเจี้ยงขนาดนั้น
“ลูกข้า ประเดี๋ยวเจอตั๋งโต๊ะ อย่าได้ออมมือเด็ดขาด!”
ลิโป้พลิกข้อมือ ง้าวกรีดนภากวัดแกว่ง ก่อนเหวี่ยงมันอย่างแรงจนเกิดเสียงผ่าอากาศแสบแก้วหูออกมา
“พ่อบุญธรรมวางใจ ไม่ว่าใครก็อย่าได้คิดหนีไปจากง้าวกรีดนภาข้า ขอเพียงวันนี้ตั๋งโต๊ะกล้าออกมา ข้าจะไม่ปล่อยให้เขากลับไปอย่างปลอดภัยแน่”
ความพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดไม่ได้ทำให้ลิโป้สูญเสียความมั่นใจ ตรงข้ามกลับเพรียกหาการต่อสู้ครั้งใหม่ยิ่งขึ้น
วันนั้นหากไม่ใช่เพราะม้าศึก ใครจะเป็นผู้หัวเราะคนสุดท้าย ลิโป้เชื่อว่าเตียนอุยเองก็รู้อยู่แก่ใจดี
วันนี้ลิโป้จงใจเลือกม้าศึกอย่างพิถีพิถันเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเดิม และยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าง้าวกรีดนภาในมือกำลังร่ำร้อง กระหายที่จะดื่มเลือด
ตุม ตุม ตุม ตุมตุมตุมตุม…
จู่ ๆ เสียงกลองดังลั่น จากนั้นประตูค่ายศัตรูเปิดออก ทหารนับไม่ถ้วนเริ่มหลั่งไหลออกมา ก่อนตั๋งโต๊ะค่อย ๆ ย่างกรายจากวงล้อมของเหล่าขุนพล
“ไอ้กบฏเต๊งหงวน! กล้ามากที่มามาโอหังในค่ายของข้า วันนี้ข้าจะให้เจ้าชดใช้อย่างสาสม!”
ตั๋งโต๊ะรู้ว่าเต๊งหงวนด่าทอตนอยู่นานแล้ว ย่อมไม่ยอมเสียเปรียบ เมื่อเห็นอีกฝ่ายก็เริ่มสงครามน้ำลายดุเดือดทันที
เต๊งหงวนชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าตั๋งโต๊ะจะไร้ยางอายขนาดนี้ กลับตะโกนว่าไอ้กบฏนั่นกบฏนี่!
“ไอ้โจรตั๋งโต๊ะ! เจ้ามันไร้ยางอายจริง ๆ เจ้ามันแค่คนป่าเถื่อน ริอ่านแทรงแซงประเพณี พยายามปลดลูกชายคนโตทิ้งและแต่งตั้งลูกชายคนเล็ก วันนี้ข้าจะกำจัดคนทรยศที่นำความหายนะมาสู่บ้านเมืองแทนผู้คนในใต้หล้าเอง!”
เต๊งหงวนยังคงพูดเหมือนเดิม ในพระราชวังหย่งเล่อก็ด่าตั๋งโต๊ะเช่นนี้ มาถึงนอกค่ายก็ยังด่าเหมือนเดิม หากเปลี่ยนเป็นเล่าเจี้ยง คงไม่แยแสเรื่องนี้แน่นอน แต่น่าเสียดายตั๋งโต๊ะไม่ใช่ หากมีใครมาด่าทอ เขาต้องระเบิดดั่งฟ้าผ่าออกมา
“ใครจะเอาชีวิตไอ้ชั่วผู้นี้กับข้าบ้าง!”
ตั๋งโต๊ะไม่อยากคุยกับอีกฝ่ายให้มากความอีก ตอนนี้ตนมีชัยภูมิดี กองกำลังก็ได้เปรียบแน่นอน ย่อมมองหาโอกาสโจมตี
“ข้าจะไป!”
สิ้นเสียงตั๋งโต๊ะ มีทหารคนหนึ่งควบคุมความตัวเองไม่ได้ ตะบึงม้าทะยานมุ่งตรงเข้าใส่เต๊งหงวนทันที
“เจ้านั่นลูกน้องสังกัดผู้ใด? ห้าวหาญอะไรเช่นนี้?”
เห็นตั๋งโต๊ะหันมามองฝ่ายตน ลิฉุยเผยก็ท่าทางภูมิใจออกมาเล็กน้อย
“เรียนนายท่าน นี่คือเตียวหรง ขุนพลผู้ช่วยข้าเอง คนผู้นี้ค่อนข้างกล้าหาญ สามารถฆ่าแม่ทัพและ…”
ก่อนที่ลิฉุยจะทันพูดจบก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เพราะหัวของเตียวหรงตกลงสู่พื้นแล้ว
ภายในกระบวนท่าเดียว? ไม่สิ แค่กระบวนเดียวยังไม่ใช่ เตียวหรงถึงขนาดยังไม่ทันได้โจมตีด้วยซ้ำ ก็ถูกแม่ทัพศัตรูตัดหัว
ตอนนี้เองลิฉุยถึงค้นพบขุนพลลิโป้ผู้ยืนตระหง่านสูงเก้าฉื่ออยู่ในขบวนทัพ เหวี่ยงง้าวกรีดนภาออกมาอย่างสบาย ๆ แต่กลับทำให้เตียวหรงไม่ทันได้ตอบโต้
จากกวัดแกว่งง้าวจวบจนสังหาร ลิโป้ไม่ได้มองเตียวหรงด้วยซ้ำ รู้สึกแค่ว่าเขาบี้มดตัวหนึ่งก็ไม่ปาน
“แม่ทัพลิฉุย! คนผู้นี้ฆ่าสหายร่วมรบข้า ข้าอยากไปล้างแค้นให้เขา!”
ลิฉุยพยักหน้าให้กับคนพูด คนผู้นี้เป็นนายพลใต้บัญชาเขาเอง คือเกียงเลี้ยนที่สนิทสนมกับเตียวหรงมาก
วรยุทธ์ของเกียงเลี้ยนสูงกว่าเตียวหรงอยู่ไม่น้อย ประจวบเหมาะลิฉุยจะได้ใช้โอกาสนี้สังเกตลิโป้อีกครั้ง
“แม่ทัพศัตรูอย่าเพิ่งไป เอาชีวิตน้องชายข้าคืนมา”
ลิโป้เหลือบมองเจ้าของแววตาคั่งแค้นอย่างไม่แยแส พลางหลับตาลงอย่างจนใจ
เกียงเลี้ยนควบม้าทะยานเข้าไป ครั้นเห็นท่าทางของศัตรูเดือดดาลทันที
บังอาจหลับตา!
นี่มันไม่เห็นข้าอยู่ในสายตางั้นรึ มันจะเกินไปแล้ว!
“ตายเสียเถอะ!”
ความเร็วของเกียงเลี้ยนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เสียงคำรามเองก็ดังสนั่นขึ้นเช่นกัน อานุภาพยิ่งน่าสะพรึงกลัวเข้าไปอีก
เมื่อทั้งสองอยู่ห่างกันสิบก้าว จู่ ๆ ลิโป้ลืมตาขึ้น จากนั้นควงมือขวา ง้าวกรีดนภาพลันหมุนวนอยู่กลางอากาศ
ลิโป้จับปลายง้าวไว้แล้วเหวี่ยงไปข้างหน้าสุดแรง ทว่าพริบตานั้นเอง เกียงเลี้ยนบุกเข้ามาพร้อมดาบใหญ่ตวัดฟันไปที่เขาแล้วเช่นกัน
ลิโป้ไม่มีตื่นตระหนก เขาเพียงเอนไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อหลบคมดาบอย่างสบาย ๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบังเอิญหรือเป็นการควบคุมระยะห่างที่สมบูรณ์ ปลายดาบแหลมกลับเฉียดผ่านตาของเขาไป โดยไม่โดนสัมผัสเลยสักนิด
เกียงเลี้ยนเห็นเช่นนี้ก็พูดไม่ออก เขาหมายจะฟาดฟันดาบอีกครั้ง แต่กลับรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก
เพราะง้าวกรีดนภาของลิโป้ได้เจาะลึกเข้าไปในร่างกายของเขาแล้ว!
ความเร็วในการจู่โจมนั้นน่าทึ่งมาก มือของลิโป้เสมือนกับกำแพงเหล็กก็ไม่ปาน วิถีง้าวไม่เบี่ยงเลยสักนิด พลันทะลุผ่านร่างเกียงเลี้ยนไป
ภาพต่อมายิ่งน่าตกตะลึง ลิโป้ปล่อยปลายง้าวก่อนเคลื่อนมือขวาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และคว้าจับง้าวกรีดนภาที่ทะลุร่างเกียงเลี้ยนอีกครั้ง
ทุกอย่างเกิดขึ้นในขณะที่ม้าศึกยังคงตะบึงไปเบื้องหน้า ทว่าน่าเสียดายเกียงเลี้ยนล้มลงกับพื้นอย่างแรงแล้ว!
ทหารทั้งสองฝ่ายต่างฮือฮา โดยเฉพาะกองทัพของตั๋งโต๊ะ พวกเขาล้วนเคยเจอแม่ทัพที่แข็งแกร่ง ทว่าวิธีสังหารที่งดงามตระการตาและใช้งานได้จริงเช่นนี้ก็ยังทำให้ทุกคนอกสั่นขวัญแขวน
ลิฉุยข้ามศพคนมานับไม่ถ้วน ตระเวนทั่วสารทิศในเลียงจิ๋วมาหลายปี บัดนี้ตกใจมาก
“นาย… นายท่าน คน… คนผู้นี้คือใคร?”
ตั๋งโต๊ะเองก็สับสนเช่นกัน เขาไม่เคยคิดเลยว่าลิโป้จะแข็งแกร่งขนาดนี้ ก่อนหน้าอีกฝ่ายถูกเตียนอุยกระหน่ำทุบไปมิใช่หรือ?
“เขา… คือลิโป้ อย่างอื่นข้าเองก็ไม่รู้ แต่ก่อนหน้าเขาเคยพ่ายให้เตียนอุยขุนพลใต้บัญชาเล่าเจี้ยง และเกือบถูกฆ่าตายมาแล้ว ไม่นึกเลยว่าวันนี้เขาจะเก่งกาจขนาดนี้”
เมื่อได้ยินคำพูดของตั๋งโต๊ะ ลิฉุยอดคิดบางอย่างไม่ได้
เกือบถูกฆ่าตาย?
หรือคนที่ตนส่งออกไปเป็นเศษสวะเกินไป?
หลังครุ่นคิดซ้ำ ๆ ก็รู้สึกว่านี่เป็นเหตุผลเดียวที่สามารถอธิบายได้
เตียวหรง เกียงเลี้ยนสองคน หาใช่แม่ทัพระดับสูงใต้บัญชา ลิฉุยมั่นใจว่าตัวเองก็สามารถฆ่าทั้งสองคนได้ เพียงแต่ทำไม่ได้อย่างสง่างามอย่างลิโป้
“นายท่าน พาข้าไปประลองกับชายผู้นี้ที!”
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ลิฉุยตะบึงม้าขี่ไปข้างหน้า เมื่อครู่เปล่งวาจาใหญ่โตอยู่ในค่ายแล้ว หากเอาชนะลิโป้ตรงหน้าไม่ได้ แล้วจะจัดการกับเต๊งหงวนได้อย่างไร?
“จื้อหรานระวังตัวด้วย!”
ตั๋งโต๊ะรู้ความสามารถของลิฉุย
ลิฉุยในตอนนี้ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าตั๋งโต๊ะตอนที่อยู่จุดสูงสุดเลย แม้จะสู้ลิโป้ไม่ได้ กระนั้นเขาจะไม่ถูกฆ่าตายด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเหมือนสองคนนั้นแน่นอน!
นึกย้อนไปตอนนั้นตอนที่ตั๋งโต๊ะตระเวนไปทั่วเลียงจิ๋ว จับศึกกับชนเผ่าหลายหน และมีชื่อเสียงเลื่องลือในสนามรบ ไม่เช่นนั้นเขาไหนเลยจะได้รับการสนับสนุนจากลิฉุยกับกุยกี
“เจ้าลิโป้อย่าได้จองหองนัก ลิฉุย แม่ทัพเสเหลียงมาแล้ว!”