พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 322 ตระกูลอ้วนจัดทัพ
บทที่ 322 ตระกูลอ้วนจัดทัพ
ตั้งแต่ตั๋งโต๊ะยึดกุมอำนาจมา ตระกูลอ้วนถูกตั๋งโต๊ะคุกคามมาหลายครั้ง ตั้งแต่สั่งประมุขอ้วนฮองลงจากตำแหน่งเจ้ากรมโยธา ให้เดินทางไกลไปเมืองยีหลำ กับสั่งลดขั้นอ้วนหงุยจากเจ้ากรมการศึกษาให้กลับไปอยู่ตำแหน่งเดิม
อ้วนเสี้ยวกับอ้วนสุดทนต่อการกดขี่ไม่ไหว จึงต่อต้านกับตั๋งโต๊ะบ่อยครั้ง ต่อมาเรื่องราวบานปลายใหญ่โตถึงขั้นควบคุมไม่ได้ สองพี่น้องคนรุ่นเยาว์ของตระกูลอ้วนจึงหลบหนีไปจากลกเอี๋ยงพร้อมกัน
อ้วนสุดเดินทางลงใต้ มุ่งหน้าไปยังแคว้นเกงจิ๋ว แล้วตรงเข้าเมืองลำหยง ส่วนอ้วนเสี้ยวข้ามแม่น้ำเหลืองมุ่งไปแคว้นกิจิ๋ว ตรงเข้าเมืองปุดไฮ
ลกเอี๋ยงในตอนนี้ไม่มีที่เหลือให้กับตระกูลอ้วนนานแล้ว เหลือเพียงอ้วนหงุยคนเดียวที่ยังคงดิ้นรนประคับประคองอย่างต่อเนื่องเพื่อผลประโยชน์สุดท้ายของตระกูล
การหลบหนีของอ้วนสุดกับอ้วนเสี้ยวถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว ทุกเส้นทางล้วนผ่านการเฟ้นเลือกอย่างระมัดระวังจากคนของตระกูลอ้วน
เมืองลำหยง
ดินแดนรุ่งเรืองแห่งรัชสมัยจักรพรรดิฮั่นกวังอู่ เมืองใหญ่อันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันออก มีประชากรมากกว่าสองล้านสี่แสนคน!
การยึดครองแค่เมืองลำหยงแห่งเดียว ถึงต้องสละกองทหารจนหมดก็ยังได้กองทัพเพิ่มมาสามแสนนาย! หากสั่งสมกำลังพลไปเรื่อย ๆ อย่างมั่นคง เมืองลำหยงสามารถรองรับกองทัพจำนวนแสนคนได้อย่างสบาย
ที่นี่ไม่เพียงแต่มีพลเรือนมาก การเกษตร การค้า และกิจการต่าง ๆ ล้วนเติบโตอย่างมาก เป็นที่รู้จักในนามเมืองหลวงแห่งแดนใต้!
ส่วนเมืองยีหลำ
เป็นเมืองใหญ่อันดับสองแห่งฮั่นตะวันออก มีประชากรมากกว่าสองล้านหนึ่งแสนคน! การเกษตรของที่นี่รุ่งเรืองอย่างมาก ทางทิศตะวันตกมีพรมแดนติดกับแคว้นเกงจิ๋ว ทิศตะวันออกใกล้กับเมืองห้วยหนำ เป็นที่ราบลุ่มไกลโพ้นทะเลอย่างแท้จริง
พื้นที่แถบนี้ไม่ใช่แค่เมืองมีคนเยอะในระดับธรรมดา ทว่าประชากรทั้งแคว้นอิจิ๋วรวมกันแล้วมีมากมายมหาศาล นอกจากเมืองยีหลำ ยังมีเมืองใหญ่อีกสามแห่งที่มีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคน และทั้งแคว้นอิจิ๋วมีประชากรมากกว่าเจ็ดล้านคน!
เมืองยีหลำมีชัยภูมิที่ได้เปรียบ หากปรับใช้อย่างถูกต้อง ยึดเมืองยีหลำได้ก็จะค่อย ๆ ยึดทั้งแคว้นอิจิ๋วได้
ตอนนั้นเหตุใดพระเจ้าเลนเต้ถึงเลือกตั้งผู้ว่าการแคว้นอิจิ๋วเอง ในเวลาเดียวกับแคว้นอิวจิ๋วและแคว้นเอ๊กจิ๋วเกิดการก่อกบฏ?
นั่นเพราะแค้วนอิจิ๋วมีผลกระโยชน์เกี่ยวข้องมากเกินไป! ไม่เพียงเพราะประชากรหนาแน่นเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะแค้วนอิจิ๋วเป็นแคว้นที่ผลิตพืชผลรายใหญ่ หากแคว้นอิจิ๋วเกิดปัญหา เช่นนั้นกลุ่มกบฏอยากได้คนก็จะได้คน อยากได้เสบียงก็จะได้เสบียง
เมืองปุดไฮ ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลปุดไฮ ทางตอนเหนือของแคว้นกิจิ๋ว หากอ้วนเสี้ยวไม่ได้ไปที่เมืองปุดไฮ เมืองนี้คงไม่มีใครรู้จัก! ในแคว้นกิจิ๋ว เมืองวุย เมืองจวี้ลู่ และเมืองเสียงสันล้วนมีชื่อเสียงมากกว่าเมืองปุดไฮ
เมืองวุยในภายภาคหน้าจะเป็นเมืองหลวงของโจโฉ เมืองจวี้ลู่เกิดกบฏเตียวก๊กขึ้น และเมืองเสียงสันจะเป็นที่รู้จักของคนรุ่นหลังต่อ ๆ ไปเพราะคำแนะนำตัว ‘ข้าคือจูล่งแห่งเสียงสัน’ ของขุนศึกจูล่ง
น่าเสียดาย ทั้งสามเมืองนี้หาใช่เขตที่มีพลเรือนมากที่สุดในแคว้นกิจิ๋ว ตรงกันข้ามเป็นเมืองปุดไฮต่างหาก! เมืองปุดไฮเป็นเมืองใหญ่เพียงแห่งเดียวในแคว้นกิจิ๋วที่มีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคน
หากเปรียบเทียบเมืองปุดไฮกับเมืองลำหยงและเมืองยีหลำ เมืองแรกสุดกับสองอันหลังแตกต่างกันมากราวฟ้ากับเหว ไม่ควรเอามาเทียบกันเลยด้วยซ้ำ แต่หากเอาเมืองปุดไฮเมืองเดียวมาเทียบทางตอนเหนือของแม่น้ำเหลืองดู ก็จะเห็นสถานที่ที่เหนือกว่าเมืองปุดไฮได้ทันที
เมืองปุดไฮมีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคน เป็นเมืองที่มีจำนวนพลเรือนมากที่สุดในสามแคว้นแห่งฮ่อปัก และเนื่องจากเป็นที่จุดยุทธศาสตร์เชื่อมต่อแคว้นกิจิ๋ว อิวจิ๋ว และเซียงจิ๋ว หากควบคุมเมืองปุดไฮได้ ก็จะสามารถรับทหารจากทั้งสามแคว้นได้
แผนของตระกูลอ้วนนี้ไม่อาจกล่าวได้ว่าไม่ดี! เมืองยีหลำไม่ต้องเอ่ยถึง เดิมเป็นรังที่ตั้งของตระกูลอ้วนอยู่แล้ว ตอนนี้มีอ้วนฮองกลับมานั่งบัญชาการเอง เขาสามารถควบคุมเมืองยีหลำรวมถึงทั้งแคว้นอิจิ๋วได้อย่างแน่นอน
เมืองลำหยง ที่มั่นแห่งที่สองที่ตระกูลอ้วนปรารถนากำลังประสบความลำบากมากมาย เมื่ออ้วนสุดไปถึงย่อมรับช่วงต่อเมืองลำหยงได้อย่างราบรื่น และสุดท้ายก็มอบเมืองปุดไฮที่อยู่ทางตอนเหนือแม่น้ำเหลืองและมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ให้กับอ้วนเสี้ยว
ตระกูลอ้วนมีพรรคพวกกระจัดกระจายอยู่ทั่วใต้หล้า ทว่าพวกเขาก็มีเป้าหมายเป็นของตัวเองเช่นกัน ในดินแดนฮ่อปัก เมืองปุดไฮเป็นเมืองที่ตระกูลอ้วนมุ่งความสนใจในการพัฒนา
ภายใต้การเร่งดำเนินการอย่างลับ ๆ ตระกูลอ้วนก็ได้ครอบครองสามเมืองที่แข็งแกร่งเอาไว้ได้ โดยมีพลเรือนมากกว่าห้าล้านคนอยู่ในมือ นี่ยังไม่รวมถึงส่วนย่อยอื่นหรือแคว้นเมืองต่าง ๆ ที่ควบคุมโดยพรรคพวกตระกูลอ้วน
ทว่าจากการจัดแบ่งแว้นแคว้นเหล่านี้สามารถเห็นเบาะแสบางอย่างของคนภายในตระกูลอ้วนได้ ถึงอย่างไรอ้วนสุดลูกที่เกิดจากภรรยาเอกจึงได้รับความสำคัญมากกว่า เมืองลำหยงเมืองใหญ่ที่สุดในใต้หล้าจึงถูกมอบให้แก่เขา!
ตามแผนของตระกูลอ้วน ขอแค่อ้วนสุดสามารถจัดการเมืองลำหยงได้อย่างปลอดภัยมั่นคง ภายหน้ามุ่งไปทิศตะวันตกเข้าสู่แคว้นอิจิ๋ว เมืองเอ่งช้วน เมืองตันกุ๋น เมืองเจากุ๋น รวมถึงทั้งแค้วนอิจิ๋วก็จะถูกส่งมอบให้กับอ้วนสุดทั้งหมด
นี่เป็นเหตุผลที่ว่าตามประวัติศาสตร์ หลังจากอ้วนสุดสร้างความวุ่นวายในเมืองลำหยง ก็ยังคงยึดครองแคว้นอิจิ๋วได้อย่างง่ายดาย แม้จะพ่ายให้กับโจโฉหลายครั้ง ทว่าก็ยังคงครอบครองเมืองยีหลำ เมืองห้วยหนำ และสถานที่อื่น ๆ ได้อย่างมั่นคง พวกนี้ต้องขอบคุณตระกูลอ้วนที่ปูทางไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว
กระนั้น… คนในของตระกูลอ้วนก็หาได้ทอดทิ้งอ้วนเสี้ยวไม่ กลับกันนอกเหนือจากที่อ้วนสุดได้ทรัพยากรทั้งหมดตกเป็นของตน ดินแดนฮ่อปักก็ปล่อยให้อ้วนเสี้ยวเข้าไปยึดครองได้เต็มที่ นี่คือสัญญาที่อ้วนเสี้ยวได้รับจากอ้วนหงุยก่อนออกเดินทาง
อ้วนเสี้ยวได้สิ่งเหล่านี้มาได้ นับว่าโชคดีมากแล้ว สถานะลูกอนุกวนใจเขามาตลอด! แม้จะถูกรับเลี้ยงกลายเป็นลูกชายคนโตของอ้วนเทียแล้วในแง่การปฏิบัติ แต่สถานะของเขาก็ยังด้อยกว่าอ้วนสุดมาก
แต่อ้วนเสี้ยวมีข้อได้เปรียบโดยกำเนิดที่หน้าตาหล่อเหลาดูสง่างาม ที่เขาได้รับความสนใจจากอ้วนหงุยกับโฮจิ๋นส่วนใหญ่เป็นเพราะรูปลักษณ์ อีกอย่าง… ความรู้ของอ้วนเสี้ยวยังเหนือกว่าอ้วนสุดมาก นี่เป็นเรื่องที่อ้วนฮองกับอ้วนหงุยเข้าใจตรงกันโดยไม่หารือ
หลังจากอ้วนเสี้ยวเข้าสู่เมืองปุดไฮ ก็ตรงไปยังอำเภอหนานผี และภายใต้การช่วยเหลือของตระกูลอ้วน เขาก็ควบคุมทั้งเมืองปุดไฮได้อย่างสมบูรณ์ในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น
อ้วนเสี้ยวรวบรวมกองกำลังผู้กล้าในอำเภอหนานผี ทันใดนั้นก็มีผู้มีความสามารถจากฮ่อปักพากันมาสวามิภักดิ์กับอ้วนเสี้ยว เวลาแค่เดือนกว่า เขาก็ไม่ได้หัวเดียวกระเทียมลีบอีกต่อไปแล้ว แต่มีกองกำลังนับหมื่นใต้บังคับบัญชา และมีขุนพลงันเหลียง บุนทิว ฮันเบ๋ง และอิเขง! ที่ปรึกษาใต้บังคับบัญชาต่างก็มีข้อดีของตัวเอง ไม่เพียงแต่เขาฮิวที่ตามมาจากลกเอี๋ยง แต่ยังมีฮองกี๋*[1] กัวเต๋า*[2] ผู้มีชื่อเสียงจากฮ่อปักทยอยกันมาสวามิภักดิ์ด้วย
ณ อำเภอหนานผี จวนท่านเจ้าเมือง
อ้วนเสี้ยวนั่งอยู่ตำแหน่งสูงสุด ทั่วร่างแผ่ความน่าเกรงขามที่น่าทึ่งออกมา
ในเวลาครึ่งปี อ้วนเสี้ยวเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ในที่สุดก็เข้าใจความมั่นใจของเล่าเจี้ยงกับตั๋งโต๊ะว่ามันมาจากอะไร
กองกำลังทหาร!
ในเวลาแค่เพียงครึ่งปีก็รับสมัครกองกำลังได้มากกว่าสามหมื่นคน!
แม้จะยังไม่ถึงจุดที่มีขุนพล หรือกุนซือที่โดดเด่นอะไรมากมาย แต่ก็มีคนที่มีความสามารถนับไม่ถ้วน
“ทุกท่าน ตามข่าวล่าสุดจากลกเอี๋ยง ตั๋งโต๊ะสถาปนาตัวเองเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแล้ว และมีสิทธิ์เข้าวังโดยไม่ต้องสาวเท้าเร็ว ๆ พกกระบี่สวมรองเท้าเข้าเฝ้าในท้องพระโรงได้”
สิ้นเสียงอ้วนเสี้ยว เขาฮิวก็เริ่มลุกขึ้นมา
“นายท่าน ตั๋งโต๊ะอ้างตนเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ทว่าความจริงเป็นผู้ทรยศต่อราชวงศ์ฮั่น! นับตั้งแต่เขาเข้าควบคุมราชสำนัก วัน ๆ เอาแต่สังหารขุนนางภักดี กระทำย่ำยีสตรีในวังหลังทุกคืน ทำให้คนทั้งใต้หล้าแค้นเคือง ขอแค่นายท่านลุกผงาดขึ้น ผู้กล้าในใต้หล้าต้องแย่งกันตอบรับแน่นอน!”
ฮองกี๋กับกัวเต๋ากลัวว่าเขาฮิวชิงสร้างผลงานตัดหน้าไปก่อน จึงพากันลุกขึ้นเสนอแผนตัวเอง
“นายท่าน บัดนี้ใต้หล้ากระสับกระส่าย ตั๋งโต๊ะปลดลูกคนโตสถาปนาลูกคนเล็ก วางอำนาจบาตรใหญ่ ทหารที่มีปณิธานสูงส่งในลกเอี๋ยงทนถึงขีดจำกัดแล้ว! ข้าเชื่อว่าแค่นายท่านติดประกาศปราบปรามโจรชั่ว ต้องมีคนแย่งกันมาสวามิภักดิ์แน่!”
“ใช่แล้ว! ข้าได้ยินมาว่าโจเมิ่งเต๋อขายทรัพย์สินตัวเองในเมืองตองกุ๋นแล้ว ยามนี้กำลังรับสมัครทหาร! เตียวโป้แห่งแคว้นกุนจิ๋ว อ้วนสุดแห่งเมืองลำหยงก็เตรียมทำศึกเช่นกัน! ตอนนี้กลุ่มวีรบุรุษในใต้หล้ายังไม่เกิดขึ้น เพราะขาดคนเป็นผู้นำ! และตำแหน่งนี้ ต้องเป็นของนายท่านแน่นอน!”
อ้วนเสี้ยวเป็นคนรักในศักดิ์ศรีมาก ชอบฟังคำชมจากคนอื่น หลังได้รับคำชมจากที่ปรึกษาทั้งสาม ก็รู้สึกลำพองตัวทันที และยิ่งมุ่งมั่นที่จะยกทัพปราบตั๋งโต๊ะมากขึ้น ทว่าตอนนี้มีปัญหาใหญ่รออ้วนเสี้ยวอยู่!
“ที่ทั้งสามท่านว่ามาข้าเห็นด้วยอย่างมาก ทว่าเวลานี้ฮันฮกผู้ตรวจการแคว้นกิจิ๋วได้ส่งคนจำนวนมากกำกับดูแลที่เมืองปุดไฮ เห็นได้ชัดว่าได้รับคำสั่งมาจากตั๋งโต๊ะ เสบียงและหญ้าทั้งหมดของเมืองปุดไฮเราจัดหามาโดยฮันฮก หากทำอะไรบุ่มบ่ามขึ้นมา เกรงว่าเสบียงเราคงหมดก่อนจะไปถึงลกเอี๋ยงเป็นแน่”
อ้วนเสี้ยวกังวลอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่มีกองกำลังอยู่ในมือแล้ว กลับยังถูกคนอื่นควบคุมอยู่!
[1] ฮองกี๋ (逢纪) เสนาธิการผู้ใช้งานคล่องแต่มีสำบัดสำนวนไว้เสียดสีผู้อื่นของอ้วนเสี้ยว เป็นคนเสี้ยมให้อ้วนเสี้ยวสังหารเตียนฮอง ขุนนางผู้ใหญ่ซึ่งทัดทานมิให้ยกทัพไปรบโจโฉ
[2] กัวเต๋า (郭图) ที่ปรึกษาของอ้วนเสี้ยว มีคำแนะนำที่ดีให้เจ้านายหลายครั้ง แต่อ้วนเสี้ยวจะไม่ฟังเสียส่วนใหญ่