พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 331 อ้วนหงุยลาโลก
บทที่ 331 อ้วนหงุยลาโลก
ตั๋งโต๊ะคำรามด้วยความโกรธ ทำให้สองคนแถวหน้าคุกเข่าลงด้วยความตกใจกลัว คืออึ๊งอ๋วนและเอียวปิว
“ท่านผู้สำเร็จราชการ เข้าใจผิดแล้ว! ข้าไม่เคยเขียนจดหมายนี้เลย!”
“ใช่แล้วท่านผู้สำเร็จราชการ ข้าอุทิศตนเพื่อราชสำนัก และจงรักภักดีต่อท่านผู้สำเร็จราชการอย่างสูง!”
อึ๊งอ๋วนและเอียวปิวคร่ำครวญไม่หยุด ทั้งสองพยายามปฏิเสธความสัมพันธ์กับอ้วนเสี้ยวอย่างเต็มที่ หากความผิดนี้ได้รับการยืนยันจนหัวของทั้งสองรักษาไว้ไม่ได้ไม่ว่า เกรงว่าตระกูลก็อาจเข้ามาส่วนเกี่ยวข้องด้วย
เมื่อเทียบกับสภาพจนตรอกของอึ๊งอ๋วนและเอียวปิว อ้วนหงุยกลับสงบนิ่งไม่ไหวติงอยู่ด้านข้าง
“ใต้เท้าอ้วน เจ้าไม่มีอะไรจะพูดกับข้าหรือ?”
ตั๋งโต๊ะไม่คาดคิดเลยว่าอ้วนหงุยจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ จึงเกิดความอยากรู้ในใจขึ้นมา
อ้วนหงุยมองอึ๊งอ๋วนกับเอียวปิวที่คุกเข่าอยู่บนพื้น และเผยท่าทางไม่พอใจ จากนั้นจึงเผชิญหน้ากับตั๋งโต๊ะ
“ผู้สำเร็จราชการตั๋ง หากข้าบอกว่าการกระทำของอ้วนเสี้ยวไม่เกี่ยวข้องกับข้า ท่านจะเชื่อหรือไม่?”
ตั๋งโต๊ะหัวเราะเยาะ แม้ไม่ตอบกลับแต่ยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ!
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ไม่มีอะไรจะอธิบาย ทั้งหมดแล้วแต่ท่านผู้สำเร็จราชการจะจัดการเถิด”
แม้แต่ในยามนี้ อ้วนหงุยยังคงสงบมากเช่นเคย เขายังไม่รู้สึกว่าตั๋งโต๊ะจะริอ่านแตะต้องเขา
ตระกูลอ้วน ตระกูลขุนนางสี่ยุคสมัยมีพรรคพวกคนเก่าคนแก่กระจายอยู่ทั่วใต้หล้า หากตั๋งโต๊ะสังหารอ้วนหงุย ก็เท่ากับสร้างศัตรูนับไม่ถ้วนทันที อ้วนหงุยมั่นใจว่าตั๋งโต๊ะกล้าแค่ขับไล่เขาหรือแม้กระทั่งกักบริเวณเท่านั้น แต่จะไม่กล้าทำอะไรมากกว่านั้น
“ได้! ในเมื่อใต้เท้าอ้วนกล่าวเช่นนี้ ข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว ทหาร!”
ครั้นได้ยินคำสั่งตั๋งโต๊ะ ทหารก้าวไปข้างหน้าทันทีและจับอ้วนหงุยไว้ และดึงอ้วนจีออกมาจากแถวด้วย
“อ้วนหงุยสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ ตามกฎหมายของราชวงศ์ฮั่น ประหารอ้วนหงุยและคนในตระกูลอ้วนทั้งหมด!”
อ้วนหงุยไม่สงบอีกต่อไป กลับกันมองไปที่ตั๋งโต๊ะด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ผู้สำเร็จราชการตั๋ง ข้าขอแก้ต่าง ข้าไม่มีความผิด!”
“ฮ่า ๆ เจ้ามีหรือไม่มีความผิดนั้นล้วนขึ้นอยู่กับข้า หาใช่เจ้า!”
อ้วนหงุยตื่นตระหนกสุดขีด และกวาดสายตาไปทั่ว หวังว่าจะมีใครสักคนออกมาขอร้องแทนเขา
แต่น่าเสียดาย เวลานี้ใครจะกล้าเข้าไปเกี่ยวข้องกับอ้วนหงุยกัน? ทุกคนต่างก้มหน้านิ่งเงียบ
“ผู้สำเร็จราชการตั๋ง เจ้ารู้ไหมหากฆ่าข้า เจ้าจะต้องเผชิญกับอะไร?”
หากก่อนหน้ากล่าวเช่นนี้ตั๋งโต๊ะคงนึกเสียใจที่ปฏิบัติเช่นนี้ต่ออ้วนหงุย ทว่าตอนนี้หัวใจเขาแน่วแน่ดุจหินผา
“ไอ้โจรอ้วนหงุย จะตายอยู่รอมร่อยังริอ่านข่มขู่ข้า! ตระกูลอ้วนของเจ้าสมควรตาย ข้าจะฆ่าล้างตระกูลอ้วนของพวกเจ้าทั้งหมด!”
ในที่สุดอ้วนหงุยก็เข้าใจ ตั๋งโต๊ะไม่ได้ล้อเล่นกับเขา อีกฝ่ายต้องการกวาดล้างตระกูลอ้วนจริง ๆ!
“ตั๋งโต๊ะ! ไอ้ชาติชั่ว เจ้าสังหารไทเฮา ปลิดชีพองค์ชาย บัดนี้ยังชี้ดาบของเจ้ามายังตระกูลอ้วนของข้า เจ้าจะต้องไม่ตายดีแน่!”
ตั๋งโต๊ะไม่ได้โมโหกับเสียงคำรามบ้าคลั่งไร้ความสามารถนี้สักนิด เพียงแค่โบกมือเบา ๆ
“ลากออกไป”
“ช้าก่อน!”
เป็นเล่าเจี้ยงที่เงียบมานานจู่ ๆ ก็เปล่งเสียงออกมา!
ตั๋งโต๊ะย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เขาสามารถเพิกเฉยต่อความเห็นของทุกคนได้ ทว่ามิอาจเพิกเฉยต่อความเห็นของขุนพลพิทักษ์ได้
ขุนนางทุกคนต่างมองไปที่ต้นเสียง หรือเล่าเจี้ยงจะขอร้องไว้อ้วนหงุย?
“มีเรื่องอันใดหรือขุนพลพิทักษ์?”
“ฮ่า ๆ ผู้สำเร็จราชการตั๋งโปรดวางใจ ข้าเพียงแค่จะบอกลากับใต้เท้าอ้วนเท่านั้น”
เล่าเจี้ยงเดินไปอยู่ข้าง ๆ อ้วนหงุย เขาไม่ได้แสดงท่าทางเป็นผู้ชนะ ตรงข้าม… แววตาฉายอารมณ์ซับซ้อนอย่างชัดเจน
“ใต้เท้าอ้วน ไม่คิดเลยว่าไม่เจอกันครึ่งปี เมื่อเจอกันอีกครากลับเป็นการจากลาตลอดกาลแล้ว”
อ้วนหงุยพยาบาทเล่าเจี้ยงกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเลนเต้ และรู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ช่วยเขา จึงชักสีหน้าไม่ดีใส่
“เล่าเจี้ยง เดิมเจ้าเป็นเจ้าเด็กตัวกระจ้อยร่อย แต่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้องค์ก่อน ถึงได้มีตำแหน่งอย่างทุกวันนี้ได้! เจ้าลองถามตัวเองดูว่ารู้สึกผิดกับฮ่องเต้องค์ก่อนหรือไม่? ตั๋งโต๊ะไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา ยึดครองราชสำนัก ตั้งตัวเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เป็นทรราชแห่งฮั่นจริง เจ้าในฐานะเชื้อพระวงศ์ฮั่น กลับยินยอมคลุกคลีกับกบฏ รู้สึกผิดกับบรรพบุรุษบ้างหรือเปล่า!?”
เล่าเจี้ยงหัวเราะ เขารู้สึกว่าคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของอ้วนหงุยแล้วช่างน่าขบขันอะไรปานนี้!
“ฮ่า ๆ ใต้เท้าอ้วนจะบอกว่าผู้สำเร็จราชการตั๋งเป็นทรราชแห่งต้าฮั่นก็ดี เป็นคนทรยศแห่งราชวงศ์ก็ช่าง ที่ว่าได้ก็แค่เพราะตระกูลอ้วนเป็นผู้แพ้ ข้าขอถามสักนิด หากตอนนี้คนที่ตกเป็นนักโทษคือผู้สำเร็จราชการตั๋ง ไอ้คำว่าทรราชแห่งต้าฮั่น คนทรยศต่อราชวงศ์จะเป็นของใครกัน?”
“อ้วนเสี้ยว อ้วนสุดมีความทะเยอทะยานทว่าไร้ความสามารถ เบื้องหน้าเพื่อกำจัดคนชั่ว แต่ความจริงแล้วนั้นก็แค่พยายามแบ่งฮุบดินแดนต้าฮั่นเพื่อความปรารถนาอันเห็นแก่ตัวของพวกเขาเองเท่านั้น! ข้าขอแนะนำเจ้าสักอย่างหนึ่ง อย่าได้คาดหวังกับลูกหลานไร้ค่าสองคนนี้มากนัก เพราะพวกเขามิอาจหลีกหนีสองคำไปได้ ชั่วกัลปาวสาน ก็จะเป็นได้แค่ ‘เศษสวะ’ เท่านั้น!”
“กล่าวถึงคนทรยศแห่งต้าฮั่น ไม่ใช่ตระกูลอ้วนพวกเจ้าหรอกหรือ? ตั้งแต่ข้าผงาดขึ้นมาอย่างฉับพลัน เจ้าพยายามขุดหลุมพรางให้ข้าไปแล้วกี่ครั้ง เล่นงานข้าไปตั้งกี่ครา หากไม่ใช่เพราะข้าระแวดระวัง จะมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้หรือ?”
“ตั้งแต่โบราณมาผู้ชนะเป็นเจ้า ผู้แพ้เป็นโจร! วันนี้เจ้าอ้วนหงุยพ่ายแพ้แล้ว เจ้าก็คือโจร! วันหน้าหากอ้วนเสี้ยว อ้วนสุดพ่าย เช่นนั้นตระกูลอ้วนตระกูลขุนนางแห่งสี่ยุคสมัยของพวกเจ้าก็จะกลายเป็นกบฏของต้าฮั่นตลอดกาล และจากนี้ไปในหนังสือประวัติศาสตร์ก็จะบันทึกไว้ว่า ตระกูลอ้วน กบฏแห่งต้าฮั่น!”
“เจ้า!”
อ้วนหงุยโกรธเล่าเจี้ยงมาจนหน้าดำหน้าแดง แต่น่าเสียดายที่เขาไร้ทางโต้แย้ง ที่เล่าเจี้ยงกล่าวมาถูกต้อง ประวัติศาสตร์จะบันทึกแค่ผู้ชนะเท่านั้น!
“ฮ่า ๆ ๆ ขุนพลพิทักษ์กล่าวได้เยี่ยมยอดนัก นับจากนี้ไปคนทรยศแห่งต้าฮั่นก็คือตระกูลอ้วนของพวกเจ้า! เมื่อข้าจับสองอ้วนได้เมื่อไร ข้าจะขุดรากถอนโคนตระกูลอ้วนออกมาด้วย!”
หลังจากตั๋งโต๊ะโบกมือ อ้วนหงุยถูกลากออกไปข้างนอก พร้อมเสียงด่าทอของเจ้าตัวที่ดังออกมาไม่ขาดสายเช่นกัน
“ไอ้กบฏ! ไอ้โจรชั่ว! ไอ้ชาติหมา! เล่าเจี้ยง ไอ้ความอัปยศของตระกูลเล่า! ตั๋งโต๊ะ ไอ้ทรราช เจ้าสองคนจะต้องไม่ตายดีแน่!”
“โจรชั่วต้องพินาศ…!”
ไม่นานหลังจากนั้น หัวของอ้วนหงุยกับอ้วนจีก็ถูกนำเข้ามา เล่าเจี้ยงรู้ ตระกูลอ้วนตระกูลขุนนางสี่ยุคสมัยจะเดินทางเข้าสู่ความตายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้!
การตายของอ้วนหงุยได้ไปกระตุ้นอีกสองมหาเสนาบดีเข้าอย่างจัง นั่นคืออึ๊งอ๋วนกับเอียวปิว
ความจริงแล้วเล่าเจี้ยงพอมีมิตรภาพกับอึ๊งอ๋วนอยู่บ้าง เขาเคยไปร่ำเรียนอยู่ที่เมืองปักไฮ รับการสวามิภักดิ์จากไทสูจู้ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากอึ๊งอ๋วนก็คงจะไม่ง่ายขนาดนั้น
“ใต้เท้าอึ๊งอ๋วน โปรดลุกขึ้นเถิด”
เล่าเจี้ยงก้าวไปข้างหน้า และช่วยพยุงอึ๊งอ๋วนที่แก่หง่อมขึ้นมาอย่างอ่อนโยน ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย
เด็กชายตัวน้อยในตอนนั้น บัดนี้กลายเป็นบุคคลสำคัญในราชสำนักไปแล้ว!
“ขุนพลพิทักษ์ ข้า…”
“ใต้เท้าอึ๊งอ๋วน ไม่จำเป็นต้องพูดมาก ผู้สำเร็จราชการตั๋งต้องรู้ว่าพวกท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอ้วนเสี้ยว”
ตั๋งโต๊ะพยักหน้า ทว่าสีหน้าที่แสดงออกมานั้น เชื่อว่าอึ๊งอ๋วนกับเอียวปิวบริสุทธิ์จริงหรือไม่ก็มิอาจรู้ได้
“ใช่แล้ว ทว่าเรื่องนี้จะปล่อยไปง่าย ๆ ไม่ได้ โทษตายยากจะเลี่ยง โทษเว้นตายก็ยากจะหลบหนี! วันนี้ข้าเห็นแก่หน้าขุนพลพิทักษ์ ไว้ชีวิตเจ้าสองคนชั่วคราว พวกเจ้าลาออกจากราชการกลับบ้านเกิดเถิด!”
ในตาเอียวปิวกับอึ๊งอ๋วนเผยความไม่พอใจอย่างสุดซึ้ง แต่น่าเสียดายที่ทำได้เพียงท้วงติงอยู่ในใจเท่านั้น
“ขอบคุณผู้สำเร็จราชการตั๋งที่เมตตา และขอบคุณขุนพลพิทักษ์มาก!”
ตั๋งโต๊ะไม่สนใจทั้งสองคน แต่ยืนอยู่บนแท่นสูงและดึงดาบคมในมือออกมา
“ขุนนางทุกท่าน พวกเจ้าฟังไว้ให้ดี จากนี้ไปข้ากับขุนพลพิทักษ์จะร่วมมือกันปราบปรามกบฏ พวกเจ้าอยู่ในเมืองลกเอี๋ยงกันดี ๆ!”
“จำไว้ หากใครบังอาจสมรู้ร่วมคิดกับไอ้กบฏสองอ้วน จุดจบของอ้วนหงุยก็คือจุดจบของพวกเจ้าเช่นกัน!”