พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 335 การพูดให้ร้ายของฮัวหยง
บทที่ 335 การพูดให้ร้ายของฮัวหยง
สิบวันต่อมา แม่ทัพมณฑลโฮจิ้น รองแม่ทัพมณฑลลิโป้และผู้บัญชาการทัพหน้าฮัวหยงได้นำกำลังพลสองหมื่นนายเคลื่อนพลจากราชธานีลกเอี๋ยงมาถึงด่านต้ากู่แล้ว
หนนี้กำลังพลสามหมื่น เป็นกองกำลังเลียงจิ๋วไปแล้วสองหมื่นห้าพันนาย ซึ่งพวกเขาเชื่อมั่นในตัวโฮจิ้นเป็นอย่างมาก ส่วนอีกห้าพันนายเป็นกองทหารม้าหมาป่าแห่งเป๊งจิ๋วของลิโป้
ความคิดที่อยากใช้โอกาสทำสงครามนี้หลอมรวมกองกำลังทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกันของตั๋งโต๊ะนับว่าพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง หลังจากออกจากราชธานีลกเอี๋ยงไปได้ไม่นาน กองทัพเป๊งจิ๋วและกองทัพเลียงจิ๋วก็เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นจนแทบจะลงไม้ลงมือ!
โชคดีที่โฮจิ้นขลาดกลัวความแข็งแกร่งของลูกเลี้ยงนายท่านอยู่บ้าง ลิโป้เองก็ไม่กล้าต่อต้านง่าย ๆ เพราะมีกำลังพลน้อยกว่า ทั้งสองฝ่ายจึงสงบกันชั่วคราว แม้จะเป็นเช่นนั้นตลอดทางที่มาด่านต้ากู่ก็ยังคงขัดแย้งกันไม่ขาด
อีกด้านหนึ่ง ตอนนี้ข่าวสารแพร่มาถึงด่านต้ากู่แล้วว่า ซุนเกี๋ยน เจ้าเมืองเตียงสาใต้บัญชาอ้วนสุดบุกยึดอำเภอเหลียงได้ภายในครึ่งวัน และกำลังเคลื่อนพลมาทางเมืองหยางเหริน แค่ยึดเมืองนี้อีกเมือง ก็ตรงมาถึงด่านต้ากู่ได้เลย! หากบุกยึดด่านต้ากู่ได้อีก เช่นนั้นกองกำลังก็จะตรงเข้าสู่ราชธานีลกเอี๋ยง ถึงตอนนั้นฝั่งเมืองลกเอี๋ยงคงยากจะป้องกันไว้ได้!
ด่านต้ากู่เป็นหนึ่งในแปดด่านที่โอบล้อมปกป้องราชธานีลกเอี๋ยง เป็นชัยภูมิอันตรายที่ง่ายต่อการเฝ้าระวัง แต่ยากต่อการโจมตี ดังนั้นตั๋งโต๊ะจึงให้ทหารประจำการอยู่ที่นี่น้อยมาก แค่พันกว่าคนเท่านั้น
เมื่อพวกโฮจิ้นมาถึงด่านต้ากู่ก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว หลังจากวางแผน โฮจิ้นก็ตัดสินใจพักที่ด่านต้ากู่หนึ่งวัน และเตรียมโจมตีซุนเกี๋ยนในเช้าวันรุ่งขึ้น
ภายในห้อง โฮจิ้นที่พักค้างอ้างแรมกลางแจ้งมาหลายวันเหน็ดเหนื่อยหมดแรงไปนานแล้ว เขาอุทานกับตนเองว่าในที่สุดก็ได้นอนอยู่บนตั่งอย่างสบาย ๆ เสียที!
โฮจิ้นตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าใครหรือมีเรื่องอะไรก็ห้ามมารบกวนเขาทั้งนั้น ด้วยต้องชดเชยการนอนหลับที่เสียไปในช่วงไม่กี่วันนี้
ทว่าเรื่องมักไม่เป็นดังหวัง โฮจิ้นเอนตัวนอนได้ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
“ใครกัน!”
โฮจิ้นหงุดหงิดอย่างมาก การนอนอันหอมหวานถูกรบกวนอีกครั้ง เขาลุกขึ้นเปิดประตูอย่างไม่สบอารมณ์
“แม่ทัพฮัว?”
เมื่อเห็นว่าเป็นผู้บัญชาการทัพหน้าฮัวหยง โฮจิ้นจึงระงับโทสะไว้ชั่วคราว และเชิญอีกฝ่ายเข้ามา
“แม่ทัพมณฑลโฮ ข้าไม่ได้รบกวนท่านใช่ไหม?”
เห็นโฮจิ้นมีสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยล้า ฮัวหยงก็รู้สึกไม่สบายใจ
โฮจิ้นเหลือบมองฮัวหยงอย่างมีน้ำโห กระนั้นก็หาได้ตำหนิอีกฝ่าย เขาในตอนนี้ยังคงต้องร่วมมือกับฮัวหยงในการเป็นปฏิปักษ์กับลิโป้อยู่
“ไม่หรอก แม่ทัพฮัวมีเรื่องอันใดหรือ เหตุใดถึงยังไม่พักผ่อน?”
ฮัวหยงมองไปโดยรอบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความลังเล แต่กลับไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
“แม่ทัพฮัว มีเรื่องอันใดก็ว่ามาโดยตรง ไยต้องอ้ำอึ้งด้วย”
โฮจิ้นรีบเร่งเร้า เขาแค่อยากให้อีกฝ่ายพูดให้มันจบ ๆ แล้วรีบไป จะได้ไม่ถ่วงเวลานอนของเขา
“แม่ทัพมณฑลโฮ ไม่ทราบว่าท่านเคยได้ยินข่าวลือในกองทัพบ้างหรือไม่”
“ข่าวลือ… ข่าวลืออะไร?”
โฮจิ้นขมวดคิ้วมุ่น ยิ่งไม่เข้าใจว่าฮัวหยงหมายถึงอะไรไปกันใหญ่
“มีข่าวลือในกองทัพเป๊งจิ๋ว ความว่าลิโป้ต้องการใช้ศึกหนนี้กำจัดแม่ทัพโฮให้สิ้นซาก!”
“อะไรนะ!”
เมื่อได้ยินวาจาของฮัวหยง โฮจิ้นตื่นเต็มตาทันที แม้แต่เสียงยังแหลมสูงไปหลายส่วน
“ไอ้ลูกสามพ่อ*[1] นี้ช่างกล้านัก! ริอ่านคิดเล่นงานข้าแม่ทัพมณฑลผู้นี้!”
ฮัวหยงยกมุมปากขึ้น ปฏิกิริยาของโฮจิ้นเป็นไปตามที่เขาต้องการพอดี
“แม่ทัพมณฑลโฮ พรุ่งนี้อาจต้องสู้กับกองทัพใต้บัญชาอ้วนสุดแล้ว ข้ากลัวว่าเจ้าโจรลิโป้ผู้นี้จะเล่นงานแม่ทัพ จึงได้รีบมาเตือนท่านแม่ทัพให้ระวังไว้!”
โฮจิ้นกำหมัดแน่นจนเกิดเสียงกรอด ไฟโทสะที่พุ่งสูงขึ้นแทบจะควบคุมเอาไว้ไม่ได้แล้ว!
“ไอ้ลูกสามพ่อสมควรตายนัก ริอ่านเล่นงานข้า เบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วรึ!”
“แม่ทัพมณฑลโฮโปรดระงับโทสะ อย่างไรเสียลิโป้ผู้นี้ก็เป็นบุตรบุญธรรมของผู้สำเร็จราชการตั๋ง!”
ฮัวหยงรีบกล่าวห้าม และเตือนโฮจิ้นตระหนักถึงสถานะของลิโป้ด้วย
แค่คาดไม่ถึงเลยว่าโฮจิ้นจะไม่สนใจเลยสักนิด สีหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย
“คิดจริงหรือว่าผู้สำเร็จราชการตั๋งเห็นเขาเป็นลูก ถุย! ไร้ยางอาย!”
“ไม่ทราบว่าแม่ทัพมณฑลเตรียมจะจัดการอย่างไร”
“ฮึ่ม! อำนาจในฐานะแม่ทัพมณฑลของข้ามีไว้เพื่อแสดงเท่านั้นหรือ คราวนี้จะปลิดชีวิตรองแม่ทัพมณฑลคนหนึ่งเพื่อสร้างความน่าเกรงขามแน่นอน!”
นัยน์ตาโฮจิ้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและจิตสังหาร เขาได้ตัดสินใจแล้ว ลิโป้ได้เจอดีแน่!
…
เช้าวันรุ่งขึ้น โฮจิ้นออกคำสั่งจัดทัพตระเตรียมยุทโธปกรณ์ และนำกองกำลังสองหมื่นนายตรงไปยังเมืองหยางเหริน
เมืองหยางเหรินห่างจากด่านต้ากู่ไปช่วงหนึ่ง ตามความเร็วในการเดินทัพตอนนี้ เมื่อไปถึงเมืองหยางเหริน ฟ้าก็คงมืดแล้ว ดังนั้นโฮจิ้นจึงไม่รีบเร่งเดินทาง
ทว่าเรื่องแปลก ๆ ก็เกิดขึ้น ลิโป้มีท่าทางผิดปกติอย่างยิ่ง!
ลูกน้องใต้บัญชาของลิโป้ล้วนเป็นทหารม้า หลังจากออกจากราชธานีลกเอี๋ยง ทั้งสองฝ่ายก็ทะเลาะกันไม่หยุดเพราะเรื่องความเร็วในการเดินทัพ ลิโป้รู้สึกว่าควรเร่งเดินทัพ และเข้าปะทะศัตรูโดยเร็วที่สุด แต่โฮจิ้นเชื่อว่าหากทหารราบเดินทัพเร็วเกินไปจะต้องสูญเสียกำลังรบไปอย่างแน่นอน
ตั้งแต่นั้นมา ทั้งสองก็ขัดแย้งกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าโฮจิ้นจะออกคำสั่งอะไร ลิโป้ก็จะต่อต้านเขาแน่นอน
เดิมโอจิ้นคิดว่าลิโป้จะใช้โอกาสนี้สร้างปัญหาอีก แต่ไม่คิดว่าคราวนี้อีกฝ่ายกลับเงียบผิดปกติ ไม่เพียงเชื่อฟังคำสั่งเท่านั้น แม้แต่การแสดงออกก็ดีขึ้นมากด้วย
โฮจิ้นถึงกับเกิดความคิดหนึ่งในใจ หรือลิโป้จะกลัวเขา?
น่าเสียดายไม่ว่าลิโป้จะคิดอย่างไร โฮจิ้นก็ตัดสินใจไปแล้ว ครั้งนี้ต้องจัดการมันให้ได้!
หลังจากเดินทางมาตลอดจรดบ่าย ในที่สุดโฮจิ้นก็มาถึงเมืองกวางเฉินที่ห่างจากเมืองหยางเหรินไม่ไกลนัก และเตรียมจะพักค้างแรมที่นี่สักคืนหนึ่ง ก่อนพรุ่งนี้จะรบทัพจับศึกกับซุนเกี๋ยน
ในตอนนั้นเอง ลิโป้ก็เดินเข้ามาหา
“แม่ทัพมณฑลโฮ หน่วยสอดแนมส่งข่าวมาว่ากองกำลังของเมืองหยางเหรินกำลังต่อต้านซุนเกี๋ยนอย่างสุดชีวิต หากไม่ไปช่วยเหลือวันนี้ เมืองหยางเหรินต้องแตกพ่ายแน่! ถึงตอนนั้น หากเราอยากตีซุนเกี๋ยนแตกพ่าย เราจะต้องตีทัพเมืองหยางเหรินก่อน ถึงจะโจมตีซุนเกี๋ยนได้”
เมื่อลิโป้กล่าววาจานี้ออกมา โฮจิ้นก็ไม่ได้ชื่นชมอีกฝ่ายเลยสักนิด
มันต้องหลอกให้ข้าตายใจอยู่แน่ ลิโป้ยังคงเอาแต่แข่งกับข้าตลอดแน่!
ในขณะที่โฮจิ้นโกรธเกรี้ยว สีหน้าก็ค่อย ๆ เผยความขุ่นเคืองออกมา
“ตามความเห็นของแม่ทัพลิโป้ คิดว่าอย่างไรเล่า?”
ลิโป้ไม่ได้เสนอความเห็นต่อต้านโฮจิ้นเหมือนอย่างปกติ แต่กลับถ่อมตัวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
“แม่ทัพมณฑลโฮเป็นผู้บัญชาการสามเหล่าทัพ ข้าย่อมเห็นตามความคิดของท่านเป็นหลักอยู่แล้ว เพียงแค่รายงานตามสถานการณ์ ส่วนจะจัดการอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแม่ทัพมณฑลโฮ”
โฮจิ้นมองลิโป้อย่างไม่ชอบมาพากล มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ ที่วาจาพวกนี้ออกมาจากปากขุนศึกผงาดฟ้า ทว่าได้ยินเช่นนี้เขาก็สบายใจ สีหน้าดีขึ้นไม่น้อย
“แม่ทัพฮัว เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
เดิมทีฮัวหยงอยากจะปฏิเสธ แต่คำพูดของลิโป้ไม่มีอะไรผิดปกติจริง ๆ หากซุนเกี๋ยนยึดเมืองหยางเหรินแล้วยึดกองกำลังของเมืองนี้ไปได้ ครั้นอยากโจมตีซุนเกี๋ยน จะต้องสูญเสียกองกำลังมหาศาลแน่
“เรียนแม่ทัพมณฑล ที่รองแม่ทัพมณฑลกล่าวก็มีเหตุผล เจ้าเมืองหยางเหรินยืนหยัดรักษาเมืองมาตลอด หากเสียเมืองหยางเหรินไปเพราะเราไปช่วยเหลือไม่ทันเวลา คงยากจะอธิบายกับผู้สำเร็จราชการตั๋ง อีกอย่าง… ข้าคิดว่าเราไม่ควรให้เวลาซุนเกี๋ยนอีกต่อไป ทางที่ดีคือลั่นกลองบุกโจมตีทันที ปกป้องเมืองหยางเหรินไว้ให้ได้!”
โฮจิ้นพยักหน้า คำพูดของลิโป้ไม่น่าไว้ใจ แต่คำพูดของฮัวหยงปราศจากข้อสงสัยใดทั้งสิ้น โฮจิ้นเองก็เป็นทหารที่ผ่านสนามรบมาเช่นกัน หลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียอย่างรอบคอบแล้ว จึงตัดสินใจทันที
“แจ้งกองทัพทั้งหมดให้รีบมุ่งหน้าไปยังเมืองหยางเหรินให้เร็วสุด! คืนนี้เราจะพักกันในเมืองหยางเหริน!”
[1] ไอ้ลูกสามพ่อ เป็นคำด่าลิโป้ที่มีชื่อเสียงในวรรณกรรมสามก๊ก ตามท้องเรื่องคนริเริ่มคือเตียวหุย โดยพ่อคนแรกคือพ่อที่แท้จริง พ่อคนที่สองคือเต๊งหงวน คนที่สามคือตั๋งโต๊ะ สื่อว่าลิโป้เป็นจอมทรยศที่เปลี่ยนบิดาไปเรื่อย ๆ