พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 341 ลอบโจมตีค่ายทหารกลางดึก
บทที่ 341 ลอบโจมตีค่ายทหารกลางดึก
เวลาสองวันผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซุนเกี๋ยนไม่ได้รับเสบียงของกองทัพอันเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อถูกบีบบังคับจนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จึงเหลือเพียงหนทางเดียวคือการถอนทัพ
เพื่อที่จะถอนทัพอย่างราบรื่นในวันรุ่งขึ้น ซุนเกี๋ยนจึงนำทัพไปท้ารบที่ด่านต้ากู่อีกครั้ง ใช้ความหวาดกลัวของโฮจิ้นขัดขวางไม่ให้อีกฝ่ายไล่โจมตีมาได้โดยง่าย
ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้พยัคฆ์แห่งกังตั๋งพึงพอใจมาก โฮจิ้นยังคงขี้ขลาดตาขาวเหมือนดั่งเคย ไม่กล้ารับคำท้าแม้แต่น้อย ครั้งนี้ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเสียด้วยซ้ำไป
การท้ารบนี้ไร้ผล ด้วยซุนเกี๋ยนบุกโจมตีด่านต้ากู่ และถอนกำลังทหารกลับค่ายทันที
ตัวเขาเองก็อับจนหนทาง ความตั้งใจเดิมคือโจมตีข่มขู่เล็กน้อย เพื่อเสแสร้งให้สมจริงมากขึ้น แต่สภาพร่างกายของพวกทหารนั้นไม่อาจรับไหวจริง ๆ สามวันมานี้พวกเขาได้กินอาหารน้อยลงเรื่อย ๆ และเมื่อคืนนี้ก็เป็นมื้อสุดท้ายแล้ว
เสบียงกองทัพหมดสิ้น!
ณ กระโจมบัญชาการในค่าย ซุนเกี๋ยนกำลังเตรียมการถอนทัพ
“เต๋อโหมว เจ้ารีบไปจัดการให้ทหารทำการปักธงอย่างกว้างขวาง วางหุ่นฟางไว้เป็นกองกำลังลวงข้าศึก วันพรุ่งนี้ยามอิ๋น*[1]กองทัพทั้งหมดจะถอยทัพไปยังเมืองหลู่หยาง”
สำหรับกลอุบายเพื่อสร้างความสับสนให้กับศัตรูนี้ ซุนเกี๋ยนก็ยังวางใจให้เทียเภาเป็นคนจัดการมากกว่า
เทียเภาขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้เอ่ยโต้ตอบใด ๆ ราวกับว่าไม่ได้ยินคำพูดของซุนเกี๋ยนอย่างไรอย่างนั้น
“เต๋อโหมว มีปัญหาอะไรหรือ?”
เทียเภาอ้าปากจะเอ่ย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เปล่งวาจาอะไรออกมา และประสานมือกลางอกเพื่อรับคำสั่ง
อันที่จริง ความคิดของเทียเภาคือควรรีบถอนทัพออกโดยเร็วที่สุด ไม่เสียเวลาเปล่าอยู่ที่นี่ เพราะความล่าช้าจะทำให้เกิดปัญหา! แต่ถึงแม้ว่าจะเตรียมตัวถอนทัพในตอนนี้ กว่าที่จะจัดการตระเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย ฟ้าก็มืดแล้ว
การถอนตัวในความมืดนั้นสุ่มเสี่ยงอย่างมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าพวกทหารที่ล้วนแล้วแต่ท้องหิว!
หลังจากพิจารณาไตร่ตรองซ้ำ ๆ การตัดสินใจของซุนเกี๋ยนจึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ เทียเภาไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่า สิ่งที่สามารถทำได้จึงมีเพียงประสานมือคารวะเพื่อน้อมรับคำสั่งเท่านั้น
“ดี! ยี่กง กงฟู่ พวกเจ้าสองคนรีบไปจัดการให้ทหารเก็บสัมภาระ นำสิ่งใดที่ควรเอาไปด้วยก็ให้เก็บไป ส่วนสิ่งใดที่ไม่ควรนำติดตัวไป ไม่อนุญาตให้เอาไป! เราต้องเร่งกลับไปยังเมืองหลู่หยางให้เร็วที่สุด!”
อุยกายและฮันต๋งไม่มีความคลางแคลงใด พร้อมประสานมือกลางอกเพื่อรับคำสั่งทันที พวกเขาทั้งสองเชื่อฟังซุนเกี๋ยนมาโดยตลอด
“น้อมรับคำสั่ง!”
“จงจำไว้ว่าต้องเดินทางแบบตัวเบา ๆ! ถือโอกาสบอกพวกทหารด้วยว่าเมื่อเราไปถึงเมืองหลู่หยางแล้ว สุราอาหารจะมีเพียงพอ”
ซุนเกี๋ยนกำชับทั้งสองอีกครั้ง ด้วยหิวโหยกันมาหลายวัน ความคับข้องใจในกองทัพก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการกบฏได้ตลอดเวลา นี่เป็นทางออกเดียวของซุนเกี๋ยนแล้ว จะเกิดความผิดพลาดเสียหายไม่ได้
“ต้าหรง เจ้าไปจัดการจัดเตรียมทหารเพื่อลาดตระเวนในค่าย และอย่าลืมทำให้ดูเหมือนว่ามีการป้องกันอย่างแน่นหนา เพื่อที่โฮจิ้นจะได้ไม่กล้าเผชิญหน้ากับทัพของเรา!”
โจเมาไร้ซึ่งความลังเล ประสานมือคารวะน้อมรับคำสั่ง ทว่าใบหน้าของเขากลับเผยให้เห็นร่องรอยแห่งความสนเท่ห์
“นายท่าน แล้วตอนกลางคืนเล่าขอรับ? หากเสริมการป้องกันให้แข็งแกร่งอย่างมาก เห็นทีว่าเรี่ยวแรงกำลังของทหารย่อมไม่ไหวเป็นแน่ เกรงว่าจะไม่มีใครเต็มใจเฝ้ายามในเวลากลางคืน”
“ทำแค่ตอนเวลากลางวันก็เพียงพอแล้ว กลางคืนไม่จำเป็น ให้พวกทหารได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อพรุ่งนี้ได้รีบออกเดินทางโดยเร็ว”
ซุนเกี๋ยนยกยิ้มพลางส่ายหน้า ในความเห็นของเขา การแสร้งทำเป็นว่ามีการคุ้มกันอย่างแน่นหนาในตอนกลางวันนั้นเกินจำเป็นไปเสียด้วยซ้ำ แม่ทัพที่ตั๋งโต๊ะจัดเตรียมไว้นั้นขี้ขลาดเกินไป ซ้ำยังหวาดกลัวเสียจนหัวหด!
“ขอรับ! น้อมรับคำสั่ง!”
สี่ทหารเอกไม่รอช้าแม้เพียงชั่วลมหายใจ รีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที ทั้งค่ายจึงลงมือทำงานกันอย่างรวดเร็วเต็มกำลัง โชคดีที่พวกทหารรู้ข่าวแล้วว่าพวกเขาจะทำการถอนทัพในวันพรุ่งนี้ อารมณ์จึงผ่อนคลายลง ในที่สุดก็ไม่ต้องทนหิวโหยอยู่ที่นี่แล้ว!
เพียงพริบตาก็หมดวันโดยปราศจากเหตุไม่คาดฝัน กองทัพของซุนเกี๋ยนซึ่งนำโดยขุนพลทั้งสี่ได้ทำการวางกลอุบายไว้ในค่ายเรียบร้อยแล้ว
ภายในค่ายมีธงปักอยู่ทั่วทุกหนแห่ง มีหุ่นฟางปลอมตัวให้เหมือนทหารประจำการอยู่ เชื่อว่ากว่าโฮจิ้นจะไม่มีปฏิกิริยาอะไร ซุนเกี๋ยนก็ถอนทัพออกไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว!
“ฮ่า… ฮู้…”
ดึกวันนั้น ซุนเกี๋ยนนอนพลิกตัวไปมาบนตั่งอย่างไร้ซึ่งความง่วงงุน
ผลจากการยกทัพจับศึกมาหลายปีทำให้เขาปรับตัวคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในค่ายทหาร ดังนั้นจึงแทบไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เลย
พลิกซ้ายพลิกขวาอย่างไรก็นอนไม่หลับ สมองของซุนเกี๋ยนพลันเริ่มคิดว่าหลังกลับไปถึงเมืองหลู่หยางแล้ว เขาจะเผชิญหน้ากับอ้วนสุดอย่างไร?
กับอ้วนสุดแล้ว เขาย่อมไม่อาจตั้งตนเป็นศัตรู แต่หาได้หมายความว่าจะตั้งคำถามกับอีกฝ่ายไม่ได้ ครานี้เขาทำความดีความชอบใหญ่หลวง ใครเล่าจะคาดคิดว่าต้องลงเอยแบบนี้
หากท่าทีของอ้วนสุดแข็งกร้าวขึ้นมา ควรทำอย่างไร? เขาเองต้องแข็งกร้าวให้มากขึ้นด้วยหรือไม่? ด้วยหากยอมอ่อนข้อให้ ในอนาคตสถานการณ์เช่นนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกบ่อยครั้งเป็นแน่! แต่หากแข็งข้อเกินไปจนกลายเป็นว่าทำให้ผีร้ายกลางท้องถนนโกรธเคืองขึ้นมาจะทำเช่นไร?
การรับมือกับความสัมพันธ์เหล่านี้ทำให้ซุนเกี๋ยนปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างยิ่ง แม้แต่การเผชิญหน้ากับทหารนับหมื่นของตั๋งโต๊ะยังไม่ทำให้เขาลำบากใจถึงเพียงนี้เลย
“เฮ้อ! ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าสองพี่น้องตระกูลอ้วนทะเลาะกันจะสร้างความลำบากให้ข้าถึงขนาดนี้!”
ซุนเกี๋ยนพลิกตัวอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจหยุดคิดถึงเรื่องนี้ เขาต้องพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะอีกไม่กี่ชั่วยามก็จะถึงยามอิ๋นแล้ว
ในทันใดนั้นเอง ค่ายทหารซึ่งควรจะเงียบสงัด จู่ ๆ ก็พลันเกิดความโกลาหลปั่นป่วน พร้อมเสียงเอะอะโวยวาย ทำให้ซุนเกี๋ยนยิ่งหงุดหงิด
“ทหาร! ข้างนอกวุ่นวายอะไรกัน?”
ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบรับจากใครเลย หากแต่เสียงจากข้างนอกนั้นยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะเป็นเสียงแว่ว ๆ ได้ยินไม่ชัดเจนก็ตาม
“ย้ากกกก!”
“ฆ่ามัน!”
“จับเป็นซุนเกี๋ยน!”
“นี่มัน… โอ๊ย! แย่แล้ว!”
ซุนเกี๋ยนรีบลุกขึ้นยืนสวมชุดเกราะอย่างรวดเร็ว เขารู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นโฮจิ้นมาบุกโจมตี!
ในตอนนี้เอง ขุนพลทั้งสี่ของเขา ได้แก่ เทียเภา ฮันต๋ง อุยกาย และโจเมา ก็ได้รุดเข้ามาในกระโจม! พร้อมอาวุธครบมือ
“นายท่าน โจรชั่วโฮจิ้นบุกมาโจมตีค่ายของเรา พวกเราจะปกป้องและพานายท่านหนี!”
ซุนเกี๋ยนเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อว่านี่จะเป็นเรื่องจริง
“เป็นไปได้อย่างไร! โฮจิ้นขี้ขลาดตาขาวอย่างกับหนู จะไปเอาความกล้ามาจากไหน?”
ไม่ใช่เพียงซุนเกี๋ยนที่ไม่เชื่อ แม้แขุนพลทั้งสี่ของเขาก็ไม่เชื่อเช่นกัน แท้จริงแล้วโฮจิ้นไปได้ข่าวมาจากไหนกัน ถึงได้เลือกซุ่มโจมตีในช่วงเวลาที่พวกเขาอ่อนแอที่สุดเช่นนี้!
“นายท่านอย่าเพิ่งพูดอะไรเลย รีบออกไปกันก่อนเถิด! หากช้ากว่านี้จะไม่ทันการ!”
เทียเภาดึงซุนเกี๋ยนออกจากกระโจมพร้อมออกปากเร่งรัดเขา นี่ไม่ใช่เวลามาพินิจพิเคราะห์เรื่องของโฮจิ้น
ซุนเกี๋ยนรีบผละออกจากแขนของเทียเภา แล้วชักดาบออกมาพร้อมสู้ตาย
“ข้าไม่ไป! พวกเจ้ารีบไปจัดกองทัพเสีย ข้าจะไปจัดการไอ้สารเลวจากเลียงจิ๋วนั่น!”
“นายท่าน! ทหารของเราไม่ได้เตรียมการป้องกันเอาไว้ ทั้งยังหิวโซมาหลายวันแล้ว ไหนเลยจะมีเรี่ยวแรงกำลังต่อสู้ได้? นายท่านรีบไปกันเถิด!”
คำพูดของเทียเภาเป็นดั่งสายฝนเย็นเยียบ ดับไฟโทสะของซุนเกี๋ยนได้ทันที
ใช่! กองทัพขาดแคลนอาหารมาหลายวัน แล้วทหารจะมีกำลังหยิบจับอาวุธได้อย่างไร!
“ไม่ได้! ข้าจะไม่ทิ้งพวกทหารแล้วหนีเอาตัวรอดคนเดียวเป็นอันขาด!”
ระหว่างต่างที่ฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้แก่กันและกัน โจเมาก็ก้าวออกไปรับหน้าที่จัดการถอนกำลังทหาร
“นายท่านไปก่อนเถิด ข้าจะอยู่รั้งท้ายคอยสกัดกั้นและจัดการถอนทัพให้ด้วย!”
เสียงโห่ร้องและเสียงรบราฆ่าฟันข้างนอกนั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อเห็นว่ากองทัพศัตรูกำลังจะบุกเข้ามาถึงกระโจมผู้บัญชาการ โจเมาจึงเร่งเร้าอีกครั้ง
“นายท่าน ขอผ้าโพกศีรษะสีแดงของนายท่านให้แก่ข้า แล้วข้าจะเป็นคนสั่งการทหารเอง ท่านรีบไปเสีย!”
ใบหน้าของซุนเกี๋ยนดูดุร้ายน่ากลัวมาก รั้งอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ มีหรือโจเมาจะมีชีวิตรอดไปได้? ทว่าในตอนนี้เกินกว่าจะกอบกู้สถานการณ์อันสิ้นหวังนี้แล้ว หากไม่ไป ทุกคนก็ต้องสังเวยชีวิต!
“ต้าหรง ระวังตัวด้วย ข้าจะรอเจ้ากลับมา!”
ซุนเกี๋ยนดึงผ้าโพกสีแดงบนศีรษะของตัวเองออก แล้วโยนให้ขุนพลคู่ใจ หลังจากนั้นก็ไม่ลังเลอีกอะไรอีก รีบเร่งรุดออกไปภายใต้การคุ้มกันของพวกเทียเภา
“นายท่าน… โปรดรักษาตัวด้วย!”
[1] ยามอิ๋น คือ เวลา 03.00 น. – 05.00 น.