พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 37 สังหารโปไฉ
บทที่ 37 สังหารโปไฉ
“ฆ่าคนอื่นให้หมด! จับเป็นเจ้าโปไฉ!”
“อย่าปล่อยโปไฉหนีไปได้!”
เสียงตะโกนดังกึกก้อง พร้อมทหารหลวงเข้ามารุมกลุ้มจากสองทาง
ผู้นำกองทหารสองคนคือฮองตงกับไทสูจู้นั่นเอง
โปไฉตกใจมากจนตัวสั่น ไม่คิดเลยว่าจะมีทหารหลวงมาซุ่มโจมตีที่นี่!
ฮองตงกับไทสูจู้พุ่งตรงเข้าไปหาโปไฉโดยไม่ลังเล
กองกำลังโพกผ้าเหลืองที่นี่แตกต่างกับกองกำลังโพกผ้าเหลืองทั่วไป พวกเขาไม่ตื่นตระหนกเมื่อถูกทหารหลวงซุ่มโจมตี ทั้งยังเดินหน้าต่อสู้อีกด้วย
“เร็ว รีบปกป้องท่านแม่ทัพโป!”
เล่าเจี้ยงเปล่งเสียงตะโกนบอกปกป้องโปไฉ แต่ความจริงแล้วเป็นการส่งสัญญาณบอกเป็นนัย ๆ ให้ขุนพลที่อยู่ใกล้ตัว
เตียนอุยเข้าใจในทันที และนำทหารเข้าไปหาเล่าเจี้ยงกับโปไฉอย่างรวดเร็ว
โปไฉเหลือบมองเด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งพร้อมน้ำตาคลอเบ้า แต่ครั้นกำลังจะเอ่ยชม ก็ได้ยินเพียงเสียงเสียบแทงดังออกมา พร้อมกับความรู้สึกเจ็บที่หน้าท้อง
เมื่อก้มลงมอง เห็นดาบของเล่าเจี้ยงแทงเข้าที่ท้องของตัวเอง
“เจ้า… อึก”
โปไฉจ้องเล่าเจี้ยงด้วยตาที่แทบจะถลน พยายามจะตะโกนออกมา ทว่าปากกลับถูกเด็กหนุ่มปิดไว้อย่างแน่นหนา
เกิดความโกลาหลไปทั่วบริเวณ พลคุ้มกันของแม่ทัพโพกผ้าเหลืองไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และยังคงต่อสู้กับทหารหลวงอย่างสุดชีวิต
“ท่านแม่ทัพ หลับให้สบายเถิด นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นการล่มสลายของกลุ่มโพกผ้าเหลืองเท่านั้น”
“การตายของเจ้าจะผลักดันให้เกิดสันติภาพ!”
เสียงเย้ยหยันของเล่าเจี้ยงดังขึ้นข้างหูโปไฉ ก่อนรู้สึกได้ถึงดาบยาวในท้องตัวเองที่หมุนคว้างไปมาไม่หยุด
โปไฉถลึงตาจ้องอีกฝ่ายอย่างเคียดแค้น หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ เล่าเจี้ยงคงตายไปเป็นหมื่นครั้งแล้ว
เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้บัญชาการกลุ่มโพกผ้าเหลืองผู้สูงส่งอย่างตัวเอง ผู้มีลูกน้องใต้บังคับบัญชามากกว่าแสนคน จะตายเพราะการลอบแว้งกัดเช่นนี้!
ทำได้เพียงขัดขืนอยู่ในใจด้วยความเจ็บแค้นแสนสาหัส
“จะ…เจ้า… ปะ…เป็น… คะ…ใครกันแน่?”
โปไฉรู้สึกแค่ว่าเรี่ยวแรงค่อย ๆ หายไป เปลือกตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ทนไม่ไหว ร่วงลงไปกองกับพื้น
เล่าเจี้ยงไม่สนใจศัตรูผู้ดิ้นทุรนทุราย ตัดศีรษะอีกฝ่ายในดาบเดียว แล้วโยนมันขึ้นไปในอากาศ
“ข้าคือเล่าเจี้ยง ผู้บัญชาการปราบกองโจร โปไฉตายแล้ว หากพวกเจ้ายอมจำนนจะมีชีวิตรอด!”
เล่าเจี้ยงใช้ดาบเสียบหัวโปไฉขึ้นชู โดยหวังจะทำลายขวัญกำลังใจของข้าศึก เตียนอุยเองก็นำคนเข้าไปสังหารทัพศัตรูจากด้านหลัง
กองกำลังโพกผ้าเหลืองถูกพวกเล่าเจี้ยงที่แปรพักตร์อย่างกะทันหันโจมตีจนโกลาหลไปหมด ขณะที่เสียงตะโกนโปไฉตายแล้วดังไปทั่วบริเวณ
“ท่านแม่ทัพ!”
“มันเป็นไส้ศึกของกองทัพหลวง!”
“พี่น้องทั้งหลาย ฆ่ามันซะ แก้แค้นให้ท่านแม่ทัพ!”
หัวของโปไฉปรากฏเด่นชัดอยู่ในสายตาของกองกำลังโพกผ้าเหลือง แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามที่เล่าเจี้ยงคาดเดาไว้
แทนที่จะทำลายขวัญกำลังใจ กลับทำให้อีกฝ่ายเดือดดาลขึ้นมา
ผู้คนหลายร้อยคนละทิ้งฮองตงที่อยู่ข้างหน้า และมุ่งตรงเข้ามาฆ่าเล่าเจี้ยงด้วยดวงตาแดงก่ำ!
หากเป็นก่อนหน้านี้ เด็กหนุ่มคงตกอยู่ในความกลัวอีกครั้ง แต่หลังจากผ่านมาหลายวัน เล่าเจี้ยงก็หาใช่คนเดิมที่ขี้ขลาดอีกต่อไป!
กลายเป็นผู้บัญชาการเล่าเจี้ยงผู้คว้าดาบใหญ่คู่มุ่งตรงเข้าไปหาทัพข้าศึก!
เตียนอุยและทหารคนอื่น ๆ ปกป้องผู้บัญชาการอยู่ทางซ้ายขวา ส่วนฮองตงกับไทสูจู้ก็ใช้โอกาสนี้รุกคืบไปข้างหน้าอย่างสุดชีวิต
แม้ว่ากองกำลังโพกผ้าเหลืองจะกล้าหาญ กระนั้นยิ่งสู้ก็ยิ่งมีจำนวนน้อยลง พวกเขาถูกโจมตีขนาบข้างสองทาง ราวกับลูกไก่อยู่ในกำมือก็ไม่ปาน
พวกเขาไม่สนใจพวกฮองตงที่นำทัพรุกคืบอยู่เบื้องหลัง เอาแต่คำรามพุ่งตรงไปหาเด็กหนุ่มด้วยความมุ่นมั่นที่จะล้างแค้นให้โปไฉ
เล่าเจี้ยงกวัดแกว่งดาบใหญ่ ไม่มีวรยุทธ์ดาบอะไรทั้งนั้น เพียงกวัดแกว่งอย่างสุดแรง จนมีคนถูกกระแทกบินลอยไปในอากาศ
ผู้บัญชาการหนุ่มเลือดพลุ่งพล่าน เริ่มหลงใหลในการต่อสู้แล้ว ยิ่งเข้าปะทะก็ยิ่งขวัญกล้าขึ้น
หนึ่งชั่วยามต่อมา… กองกำลังโพกผ้าเหลืองมากกว่าหนึ่งพันนายก็ถูกสังหารจนสิ้น
เล่าเจี้ยงโยนดาบทิ้ง ก่อนร่วงลงไปนอนราบกับพื้น
เขาเหนื่อยจริง ๆ ความปวดเมื่อยตามแขนทั้งสองข้างเล่นงานจนปวดร้าวแสนสาหัส
ผู้บัญชาการหนุ่มจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองกวัดแกว่งดาบไปแล้วกี่ครั้ง สังหารกลุ่มโพกผ้าเหลืองไปแล้วกี่คน
ทว่าความรู้สึกร้อนรุ่มท่ามกลางข้าศึกกลับทำให้เขาตื่นเต้น เป็นแรงผลักดันให้ทำสำเร็จ
ทหารหลวงเองก็สูญเสียหนักพอกัน ในการรบครั้งนี้สูญเสียไพร่พลไปกว่าสองร้อยนาย ซึ่งโดยหลักแล้วก็คือทหารของขุนพลทวนคู่ที่ตามอารักขาผู้บัญชาการ
กองกำลังโพกผ้าเหลืองพุ่งเข้าไปหาเล่าเจี้ยงโดยไม่สนความเป็นความตาย แต่ส่วนใหญ่ถูกเตียนอุยและคนของเขาขวางไว้
“นายท่าน?”
เตียนอุยเห็นเล่าเจี้ยงนอนแผ่อยู่บนพื้น ก็รีบถามด้วยความตื่นตระหนก
“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่เป็นไร แค่หมดแรงเท่านั้น”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนแรงแต่ผ่อนคลายมากของผู้บัญชาการ เหล่าทหารก็รู้สึกโล่งใจ
“นายท่านองอาจห้าวหาญไม่มีใครเกิน แตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง”
“ฮ่า ๆ คนเราพอจากกันสามวันก็ควรมองเขาใหม่ ข้ามีพวกเจ้าคอยช่วยเหลือ จะหยุดก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร!”
เล่าเจี้ยงรับคำชมของไทสูจู้อย่างเต็มใจ คราวนี้เขาไม่จำเป็นต้องถ่อมตัวอีกต่อไปแล้ว
พวกทหารเก็บกวาดสนามรบ และรวบรวมอาวุธ ส่วนเล่าเจี้ยงนำศีรษะของโปไฉมุ่งหน้าไปยังฉางชี
…
สำนักเจ้าเมืองฉางชี เมืองเอ่งช้วนกำลังร่ำสุราเฉลิมฉลองกันอยู่
“ฮ่าฮ่าฮ่า มีความสุข มีความสุขจริง ๆ!”
“ครานี้กลุ่มโพกผ้าเหลืองในเอ่งช้วนได้รับความเสียหายหนักหน่วง และแทบจะถูกทำลายไปจนสิ้น ช่างเป็นขวัญกำลังใจให้กองทัพข้าจริง ๆ ”
จูฮียิ้มกว้างไม่หุบ หลังจากพ่ายแพ้ให้กับโปไฉ เขามักจะดื่มไประบายความแค้นไปตลอด
ฮองฮูสงเองก็หน้าบานเช่นกัน การสู้รบของกองทัพหลวงในแต่ละพื้นที่ไม่ได้ราบรื่นนัก มีเพียงพวกเขาที่ได้รับชัยชนะอย่างใหญ่หลวง และได้รับการยกย่องจากคนทั่วแผ่นดิน
“หลังการต่อสู้ครานี้ กองทัพโพกผ้าเหลืองไม่เหลือกำลังรบในเอ่งช้วนนี้อีกแล้ว!”
“ศึกครานี้ กองทัพเราสังหารกองทัพโพกผ้าเหลืองไปมากกว่าห้าหมื่นนาย และจับเชลยได้มากกว่าแปดหมื่นคน!”
“นี่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกองทัพฮั่นเรานับตั้งแต่กลุ่มโพกผ้าเหลืองก่อกบฏมา!”
“ศึกครานี้ต้องขอบคุณการวางแผนกลยุทธ์ของท่านแม่ทัพ ทำให้ได้รับชัยชนะในครั้งนี้!”
เมื่อเผชิญกับคำชมจากพลทหารทุกคน จูฮีกับฮองฮูสงก็รับเอาคำชมทั้งหมด
ไม่ว่ามันจะเป็นคุณงามความดีของพวกเขาหรือไม่ อย่างน้อยกลุ่มโพกผ้าเหลืองก็พ่ายแพ้
กระนั้น แม่ทัพทั้งสองก็รู้ดีว่าคำเยินยอหามีน้ำหนักไม่
กองทัพของโปไฉมีทั้งสิ้นหนึ่งแสนห้าหมื่นนาย ในจำนวนนั้นมีคนแก่อ่อนแออยู่แปดหมื่นถึงเก้าหมื่นคน และทหารที่สามารถรบได้จริง ๆ มีมากสุดแค่หกหมื่นนาย
ในค่ายกลุ่มโพกผ้าเหลืองเกิดความวุ่นวายขึ้น กว่าหนึ่งหมื่นคนถูกไฟคอกตาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนแก่อ่อนแอ
และมีผู้เสียชีวิตเพราะเหยียบย่ำกัน และฆ่ากันเองกว่าสองหมื่นคน
ในความเป็นจริง กลุ่มโพกผ้าเหลืองที่กองทัพหลวงฉวยโอกาสความวุ่นวายสังหารมีแค่สองหมื่นกว่าคนเท่านั้น
เชลยที่ถูกจับแปดหมื่นคนนั้น โดยมากเป็นคนแก่อ่อนแอผู้ไม่สามารถหลบหนีได้ ทำได้เพียงถูกจับเป็นเชลย
ทหารประมาณสองหมื่นคนที่หลบหนีไปได้ แทบจะเป็นคนหนุ่มแข็งแรงเกือบทั้งหมด ทหารกลุ่มนี้เองที่ถือว่าเป็นภัยคุกคาม
แต่ตอนนี้… ต้องรายงานชัยชนะครั้งใหญ่นี้ต่อราชสำนักก่อน!
ถึงอย่างไร ในรายงานการรบก็เขียนแค่ทหารถูกสังหารไปเท่าไร มีเชลยเท่าไร
ฮองฮูสงกับจูฮีรู้ดี ในสนามรบเอ่งช้วนนี้ฝ่ายตนอาจถูกตอบโต้กลับได้ตลอดเวลา
โปไฉหนีไปแล้ว หากเขายกแขนบัญชา คนสองหมื่นคนก็จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ถึงคราวนั้นจะมีศึกดุเดือดอีกครั้งแน่
ราชวงศ์ฮั่นยิ่งใหญ่ในตอนนี้ต้องการข่าวดีเป็นที่สุด ทั้งกองทัพหลวงสามทัพ จูฮีรบแพ้ ฮองฮูสงถูกปิดล้อม และโลติดไม่มีความคืบหน้าอะไรเนื่องจากขาดกำลังทหาร
ชัยชนะครานี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง! ไม่เพียงเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับทหารหลวงเท่านั้น แต่ยังทำลายความเย่อหยิ่งของกลุ่มโพกผ้าเหลืองในแต่ละพื้นที่ด้วย
แต่ไฟไหม้นี่มาได้อย่างไรกัน?
หรือจะเป็นเปลวเพลิงจากสวรรค์จริง ๆ?