พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 72 เตียวก๊กผู้ตัดไฟแต่ต้นลม
บทที่ 72 เตียวก๊กผู้ตัดไฟแต่ต้นลม
“แย่แล้ว ติดกับแล้ว!”
เตียวก๊กตะโกน จากนั้นความโกรธก็จู่โจมหัวใจ และกระอักเลือดจำนวนมากออกมา
“อัก!”
“พี่ใหญ่!”
เตียวโป้กังวลมากจนเหงื่อออกท่วม ไม่เพียงแต่ถูกกองทัพหลวงล้อมไว้เท่านั้น พี่ใหญ่เตียวก๊กยังสั่นคลอนจนตัวโงนเงน
เตียวก๊กคว้าตัวน้องชายไว้ ปากก็ขยับไม่หยุด แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
“อึก…อัก!”
หัวหน้ากบฏโพกผ้าเหลืองอาเจียนเป็นเลือดออกมาอีกสองครั้ง จึงเริ่มรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่! พี่เป็นอะไรไปอีกแล้ว!”
เตียวก๊กดูอ่อนแรง และหอบหายใจไม่หยุด
“นะ…น้องรอง… จะ เจ้า…เจ้าฟังข้า…”
“พี่ใหญ่ ท่านหยุดพูดเถิด ต่อให้สู้จนตัวตายข้าก็จะพาท่านไปให้ได้!”
เตียวโป้น้ำตาคลอเบ้า เขารู้อยู่แล้วว่าพี่ชายอาจไม่รอดแล้ว
เตียวก๊กคว้ามือน้องชายไว้แน่น แล้วส่ายหน้าไม่หยุด
“น้องรอง… เจ้าพา…พวกพี่น้องทั้งหลาย…หนีไป! ข้า…ข้าจะ…สกัดอยู่ด้านหลังเอง!”
“พี่ใหญ่! ข้าไม่ไป!”
“ไป! แค่กแค่กแค่กแค่ก…”
เตียวก๊กจ้องมองอีกฝ่ายอย่างดุดัน ในตามีร่องรอยเลือดจาง ๆ ไหลออกมา
“พี่ใหญ่ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว!”
“พาพวกพี่น้องปะ…ไป!”
“ระ…เรื่องจากนี้ไป…ต้องฝากเจ้ากับ… น้องสามแล้ว…”
“ไป ไปสิ!”
แม่ทัพแผ่นดินแห่งกลุ่มกบฏโพกผ้าเหลืองปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ก่อนเหลียวมองเล่าเจี้ยงอีกครั้งด้วยดวงตาประหนึ่งดาบที่คมกริบ
“ไป!”
เตียวโป้ไม่ลังเลอีก ก่อนตะโกนขึ้นมา และพาทหารล่าถอยไป และทิ้งเตียวก๊กไว้ข้างหลังพร้อมทหารองครักษ์ไม่กี่ร้อยคน
ครั้นมองเตียวโป้ที่ค่อย ๆ จากไปไกล ผู้เป็นพี่ชายก็เผยรอยยิ้มมีความสุขออกมา
อย่างน้อย…อย่างน้อยเขาก็ทิ้งความหวังไว้ให้กับกองทัพโพกผ้าเหลือง
ฉากน่าประทับใจนี้ล้วนตกอยู่ในสายตาของเล่าเจี้ยง จนเขาเองก็รู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าสามพี่น้องเตียวก๊กนี้จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก น่าเสียดาย เหตุใดต้องเลือกก่อกบฏ?
เล่าเจี้ยงเฝ้าดูเตียวโป้นำกองทัพจากไป ทว่าไม่ได้ไล่ตามไปแต่อย่างใด เพียงจ้องมองเตียวก๊กเขม็ง
“ทำไม คราวนี้เจ้าไม่หนีแล้วหรือ?”
แม่ทัพสวรรค์ หัวหน้าลัทธิโพกผ้าเหลืองกระแอมไออย่างแรง และฝืนตัวเองให้มีความกะปรี้กะเปร่าขึ้น
“ร่างกายข้าใกล้มอดสลายเต็มแก่ และมีเวลาอีกไม่มากแล้ว การใช้ชีวิตของข้าแลกกับความหวังของลัทธิโพกผ้าเหลือง นับว่าคุ้มค่าแแล้ว!”
เล่าเจี้ยงยิ้มพร้อมส่ายหัว รู้สึกว่าอีกฝ่ายดูเสแสร้งเล็กน้อย
“เจ้าไร้เดียงสาเกินไปแล้ว ความสามารถของเตียวโป้ไม่ได้ดีเท่าเจ้า จะเป็นผู้นำลัทธิโพกผ้าเหลืองได้อย่างไร?”
เตียวก๊กเงียบงัน เขารู้ดีว่าน้องชายมีความสามารถอะไร แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
“ผู้บัญชาการเล่าเป็นคนเก่งที่สุดในแผ่นดิน ข้านับถือยิ่งนัก”
เตียวก๊กเปลี่ยนเรื่อง เริ่มยกย่องเล่าเจี้ยง
“ข้าไม่ต้องความเห็นของเจ้าหรอก!”
“เจ้าหลอกล่อจิตใจของผู้คน รวมตัวกันก่อกบฏ ทำให้ผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องพลัดถิ่นระหกระเหิน และครอบครัวที่มีความสุขมากมายต้องแตกสลาย!”
เห็นได้ชัดว่าเล่าเจี้ยงไม่คล้อยตาม และตำหนิทุกการกระทำของอีกฝ่าย
“เจ้ารู้หรือไม่ มีผู้บริสุทธิ์กี่คนที่ต้องตายอย่างอนาถเพราะความปรารถนาอันเห็นแก่ตัวของเจ้า”
เตียวก๊กฝืนยิ้มด้วยความยากลำบาก เขาไม่รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย
“ผู้บัญชาการเล่าเป็นวีรบุรุษ ไม่รู้หรือว่าราชวงศ์ที่ฟ่อนเฟะบีบให้ชาวบ้านก่อกบฏ?”
“ฮ่องเต้โง่เขลา คนชั่วมีอำนาจ ประชาราษฎร์อยู่ไปก็เหมือนตาย!”
“ข้าเตียวก๊กทำตามฟ้าลิขิต หรือฝืนชะตาฟ้าดิน ท่านแม่ทัพไม่คิดบ้างหรือ?”
“พอแล้ว พอแล้ว” เล่าเจี้ยงรีบพูดขัด “ลูกไม้นี้ของเจ้าใช้กับข้าไม่ได้หรอก”
ทั้งสองคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง เปล่งวาจาอย่างไรก็มิอาจโน้มน้าวใจอีกฝ่ายได้ทั้งหมด
“เจ้า!”
“แค่ก ๆ… แค่กแค่กแค่ก…!”
เล่าเจี้ยงหาใช่คนไม่มีเหตุผล เขาเก็บคำพูดของอีกฝ่ายไว้ในใจ มิอาจบรรยายออกมาได้
เตียวก๊กถูกยั่วโมโหจนเลือดพลุ่งพล่าน และไออย่างรุนแรง
เล่าเจี้ยงก็ไม่มีทางเลือก เขารู้ดีว่าบางสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นไม่ผิด
ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ฮั่นที่โง่เขลาหาใช่มีแค่หนึ่งหรือสองพระองค์ การปกครองแบบเผด็จการของพระประยูรญาติ และให้ขันทีมีอำนาจ กินเวลานานหลายร้อยปีแล้ว!
เตียวก๊กทำในสิ่งที่ผู้คนในแผ่นดินต้องการทำแต่ไม่กล้าทำ หากไม่มีเตียวก๊ก สุดท้ายก็ยังมีหวังเจียวกับจ้าวเจียวที่จะลุกขึ้นก่อกบฏ…
ราชวงศ์ฮั่นเน่าเปื่อยจนถึงรากเหง้าแล้ว ยากจะรักษากลับคืนมาได้
หากมองเป็นอีกมุมหนึ่ง เตียวก๊กก็ผิดจริง
ผู้คนในตอนนี้ใช้ชีวิตยากลำบากกันอยู่แล้ว และหลาย ๆ คนทำได้แค่ดิ้นรนนเอาชีวิตรอด
การกบฏของเตียวก๊กได้สังหารผู้บริสุทธิ์ไปจำนวนมาก ทำให้ชีวิตที่ยากลำบากของผู้คนแย่ลงไปอีก
“ทุกวันนี้ภัยธรรมชาติมีมาไม่ขาด ชีวิตผู้คนน่าสังเวชอยู่แล้ว แต่เจ้ากลับรวบรวมผู้คนก่อกบฏเพราะความปรารถนาอันเห็นแก่ตัวของเจ้าเอง เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีคนบริสุทธิ์กี่คนที่เสียชีวิตอย่างอนาถเพราะเจ้า? มีกี่ครอบครัวที่ต้องแยกจากกันเพราะเจ้า?”
เล่าเจี้ยงถือโอกาสที่เตียวก๊กไออย่างรุนแรง ไม่สามารถพูดได้ รีบอธิบายเหตุผลของตัวเอง
“ผู้ที่กระทำการใหญ่ไม่ใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อย การพลีชีพเพื่อประชาราษฎร์ในแผ่นดินก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน!”
เตียวก๊กสงบลง ก่อนโต้กลับอย่างรวดเร็ว
“ถุย!”
เล่าเจี้ยงถ่มน้ำลายอย่างแรง และมองกลับมาอย่างเหยียดหยามสุดขีด
“เจ้าทำเพื่อประชาราษฎร์ในแผ่นดินหรือ? เจ้าทำเพื่อความปรารถนาอันเห็นแก่ตัวของเจ้าเองต่างหาก!”
“พูดตามตรง เจ้ามันเป็นคนเห็นแก่ตัว พูดมากไปก็เปล่าประโยชน์ วันนี้เจ้าต้องตาย!”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
เตียวก๊กเพิกเฉยต่อการข่มขู่ของเล่าเจี้ยง ทั้งยังดูมีความสุขอย่างมาก
“ข้าป่วยหนักใกล้ตายแล้ว! วันนี้ใช้ร่างกายที่แตกสลายนี้แลกกับชีวิตของน้องข้ากับทหารนับหมื่น ข้าก็พอใจแล้ว! ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“โง่เง่า!” เล่าเจี้ยงเยาะเย้ย ก่อนออกคำสั่งกับทหารที่อยู่รอบ ๆ “เป่าแตรศึกเสีย… วันนี้มันต้องตาย”