พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 74 โลภในความสำเร็จก้าวหน้าและรักตัวกลัวตาย
บทที่ 74 โลภในความสำเร็จก้าวหน้าและรักตัวกลัวตาย
ตั๋งโต๊ะในตอนนี้ยังคงรวบรวมกองทหารที่พ่ายแพ้อยู่ ตอนนี้มีทหารกลับเข้ากองทัพมาแล้วเกือบสามหมื่นคน ที่เหลือน่าจะหนีไปไกลเกินจนไม่สามารถกลับมาได้ชั่วคราว
“ท่านพ่อตา เรามีพลทหารมากกว่าสองหมื่นนายแล้ว รีบไปสนับสนุนผู้บัญชาการเล่ากันเถิดขอรับ!”
ตั๋งโต๊ะไม่ตอบ แต่กลับมีสีหน้าลังเล เพราะไม่ต้องการยกทัพไปสนับสนุน
“ลูกเขย ครานี้มีทหารมากกว่าสองหมื่นนายแล้ว มิสู้เรากลับไปที่ค่ายก่อน รวบรวมขวัญกำลังใจใหม่แล้วค่อยทำศึกกับเตียวก๊ก ดีหรือไม่?”
ความคิดของตั๋งโต๊ะนั้นเรียบง่ายมาก แม้ก่อนหน้าจะพ่ายแพ้ แต่กองทหารและม้ายังคงเหลืออยู่หลายหมื่น ก็พอจะมีการผ่อนปรนจากทางราชสำนักอยู่บ้าง
หากไปสนับสนุนเล่าเจี้ยง ก็อาจจะรบแพ้อีกครั้ง เช่นนั้นกองกำลังทหารนับหมื่นก็จะเหลือไม่กี่คนจริง ๆ แล้ว!
ถึงตอนนั้นราชสำนักกล่าวโทษลงมา ก็ไม่ใช่จะได้รับการให้อภัยง่าย ๆ ไม่แน่อาจตัดหัวเขาด้วยซ้ำ!
เมื่อบัณฑิตหนุ่มได้ยินเช่นนี้ก็กังวลใจอย่างมาก เหตุใดตั๋งโต๊ะผู้เก่งวรยุทธ์ถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้?
“ท่านพ่อตา เมื่อครู่คุยกันแล้วมิใช่หรือ? เล่าเจี้ยงมีคนแค่สองพันคน หากไม่ไปสนับสนุน เขาต้องเดือดร้อนแน่!”
“ข้าคิดว่าถอนทหารกลับไปตั้งหลักที่ค่ายชั่วคราวก่อนจะดีกว่า”
ตั๋งโต๊ะยังคงยืนกรานในความคิดของตัวเอง ตอนนี้เขาไม่มีความปรารถนาที่จะทำความดีใด ๆ ขอแค่ไม่ทำผิดพลาดอีกก็รู้สึกขอบคุณฟ้าขอบคุณสวรรค์แล้ว!
ชายจากบูรพาทิศได้เรียนรู้ความผิดพลาด หากก่อนหน้านี้เขาไม่ทะเยอทะยาน จะตกหลุมพรางของเตียวก๊กได้อย่างไร!
ตอนที่ตั๋งโต๊ะกำลังจะออกคำสั่งให้กลับไปที่ค่าย เล่าเจี้ยงก็ควบม้ามาหาเขา
“แย่แล้ว เล่าเจี้ยงพ่ายแล้ว ถอยทัพเร็วเข้า!”
ตั๋งโต๊ะตกใจมากจนสั่นไปทั่วร่าง ผู้บัญชาการหนุ่มกลับมาหาเขาเร็วปานนี้ จักต้องพ่ายแล้วเป็นแน่!
บัณฑิตหนุ่มมองพ่อตาด้วยความผิดหวัง ชายเลือดเหล็กที่ต่อสู้กับชนเผ่าต่าง ๆ อย่างกล้าหาญหายไปไหนแล้ว! ทำไมตอนนี้ถึงได้รักตัวกลัวตายเช่นนี้!
“เล่าเจี้ยงผู้นี้ดูใจเย็น ไม่เหมือนคนรบพ่ายแล้วกลับมาเลย! ท่านพ่อตาอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปขอรับ!”
ตั๋งโต๊ะไม่ได้หลบหนีไปในทันที เพราะการฉุดรั้งอย่างสุดกำลังของลูกเขย
และความจริงก็ปรากฏว่าเขาไม่ไปนั้นถูกแล้ว เพราะเล่าเจี้ยงได้ชัยชนะกลับมา
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ ปฏิบัติภารกิจลุล่วง ข้าน้อยสังหารเตียวก๊กและกลับมาแล้ว!”
“อะไรนะ!”
ตั๋งโต๊ะกับบัณฑิตหนุ่มตกตะลึง สีหน้างงเป็นไก่ตาแตก
“เจ้าพูดอะไร? ฆ่าใครไปรึ?”
“เอาเข้ามา!”
เล่าเจี้ยงโบกมือ จากนั้นหัวของหัวหน้ากบฏโพกผ้าเหลืองก็ถูกนำเข้ามา
เป็นหัวของเตียวก๊กจริง ๆ ด้วย!
พวกตั๋งโต๊ะสองคนเหลือบมองหน้ากัน และเห็นความหวาดกลัวจากดวงตาของอีกฝ่าย
“แม่ทัพเล่าทำได้อย่างไรหรือ?”
เล่าเจี้ยงเล่าเรื่องราวที่ทำมาอย่างสบาย ๆ โดยไม่เสริมสีตีไข่ใด ๆ ทั้งสิ้น
ตั๋งโต๊ะบีบต้นขาตัวเองอย่างแรง ความเจ็บปวดรุนแรงบอกเขาว่าไม่ได้ฝันไป
เด็กหนุ่มที่ยังไม่ถึงวัยสวมหมวกคนนี้ เก่งขนาดนี้จริงหรือ!
เผชิญหน้ากับกองทัพศัตรูนับหมื่นโดยไม่หวั่นเกรงใด ๆ! แค่ใช้กลอุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ปั่นหัวเตียวก๊กกับเตียวโป้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังตัดหัวเตียวก๊กกับมือเองอีก
เห็นทีเรื่องที่ตัดหัวโปไฉ ทำลายกลุ่มโพกผ้าเหลืองได้จะไม่ใช่แค่โชคช่วยแล้ว
ช่างสมเป็นวีรบุรุษหนุ่มจริง ๆ!
เล่าเจี้ยงไม่รู้สึกอะไรกับท่าทางตกใจของพวกตั๋งโต๊ะทั้งสอง
แววตาเช่นนี้เขาเห็นมานักต่อนักแล้ว คนแรกคือจูฮีกับฮองฮูสง ต่อมาคือโลติด
“เหตุใดท่านแม่ทัพตั๋งโต๊ะจึงถูกกลุ่มโพกผ้าเหลืองไล่ตามเล่า”
“เฮ้อ!”
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของเล่าเจี้ยง ตั๋งโต๊ะก็หน้าแดงเล็กน้อย พลางส่ายหัวถอนหายใจไม่หยุด
ตัวเองบัญชาการกองทัพนับหมื่นคน แต่ถูกเตียวก๊กไล่ตามจนหนีหัวซุกหัวซุน เจ้าหนุ่มนี่มีทหารแค่สองพันคน กลับฆ่าเตียวก๊กได้แล้วกลับมา
ผลการรบนี้ ช่างต่างกันราวฟ้ากับดินจริง ๆ!
“ข้าเสียใจที่ไม่ฟังคำของบุตรเขยที่ฉลาดของข้า!”
“หืม?”
เล่าเจี้ยงอยากรู้เกี่ยวกับลูกเขยคนนี้มาก เขาชี้ไปที่ชายหนุ่มแล้วถาม “ท่านผู้นี้คือ?”
บัณฑิตหนุ่มกุมมือคำนับไปทางผู้บัญชาการหนุ่ม ก่อนตอบ
“ข้าน้อยลิยู*[1] ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นกุนซือให้ท่านแม่ทัพตั๋งโต๊ะ และเป็นบุตรเขยของเขาด้วย”
เป็นเขาจริงด้วย!
ลิยู!
เล่าเจี้ยงอดมองชายหนุ่มที่ดูอ่อนแอคนนี้อีกครั้งไม่ได้ เขาวางยาพิษสังหารพระเจ้าฮั่นเส้าตี้ เป็นผู้ยุยงให้เกิดการล่มสลายของราชวงศ์ฮั่น!
รูปลักษณ์ของลิยูไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไร รูปร่างผอมมาก ปากแหลมแก้มตอบเหมือนลิง ดวงตาเล็กมาก หน้าตาดูชั่วร้ายจริง ๆ!
“ท่านแแม่ทัพ? หรือท่านแม่ทัพเล่าเคยเจอข้าน้อยมาก่อน?”
การจ้องมองของเล่าเจี้ยงทำให้ลิยูรู้สึกแปลก ๆ เขาแน่ใจว่าตนไม่รู้จักอีกฝ่ายมาก่อน
นักท่องเวลาสงบสติลง ก่อนเผยรอยยิ้มขอโทษออกมา
“ไม่หรอก กุนซือลิเชิญว่าต่อได้เลย”
ลิยูพยักหน้า และเล่าเรื่องพ่อตาตนเองรบแพ้ออกมา
ที่แท้ตั๋งโต๊ะปิดล้อมอำเภอกงจ๋งมาหนึ่งเดือนกว่า โจมตีพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ประสบความสำเร็จเลยนี่เอง
เมื่อนึกถึงจุดจบของโลติด ตั๋งโต๊ะยิ่งอยากโจมตีที่อื่นให้สำเร็จมากขึ้น
เขาบังเอิญจับหน่วยสอดแนมคนหนึ่งมาได้ จึงรู้ว่าอำเภอกงจ๋งกำลังขาดแคลนเสบียง ในขณะที่เตียวก๊กต้องการหลบหนีไปหาเตียวโป้น้องชายของเขา เส้นทางและเวลาที่ทั้งสองตกลงกันนั้นถูกตั๋งโต๊ะพบเข้าแล้ว
ตั๋งโต๊ะรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสที่พระเจ้าประทานให้ในการจับทั้งสองคนได้ในคราวเดียว และสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ จึงเสนอให้ซุ่มโจมตีเตียวก๊ก
ลิยูรู้สึกว่าเรื่องราวผิดปกติเกินไป มันต้องเป็นแผนของกบฏโพกผ้าเหลืองที่จะล่อตั๋งโต๊ะไปที่นั่น หากไปซุ่มโจมตีต้องติดกับดักของเตียวก๊กเป็นแน่
ทว่าแม่ทัพจากบูรพาทิศไม่ฟัง เขาอาศัยกองทหารนับหมื่นในมือและกำลังของตัวเอง ปฏิเสธที่จะฟังคำพูดจริงจังของกุนซือ และยืนกรานที่จะไปซุ่มโจม
ตอนแรกแผนการเป็นไปอย่างราบรื่นมาก กระทั่งเตียวก๊กปรากฏตัวสมดั่งใจ ก็สุ่มโจมตีออกไปทันที กองทัพโพกผ้าเหลืองจึงแตกตื่น เตียวก๊กเห็นเช่นนี้ก็เริ่มหลบหนี
เป็ดที่ต้มสุขแล้ว ตั๋งโต๊ะจะปล่อยให้บินหนีไปได้อย่างไร*[2] เขาไล่ตามอย่างไม่สนใจอะไรทั้งนั้น และสาบานว่าจะจับเตียวก๊กให้ได้
เตียวก๊กทั้งสู้ทั้งถอย ล่อให้ตั๋งโต๊ะไล่ตามมาตลอด แต่คาดไม่ถึงเลยว่า ตรงที่ไกล ๆ เตียวโป้กำลังนำทัพใหญ่บุกเข้าโจมซ้ำตั๋งโต๊ะ
ผลแค่คิดก็รู้ได้ ตั๋งโต๊ะไล่ตามอย่างบ้าคลั่ง ทหารตกอยู่รั้งท้าย บวกกับกำลังเริ่มหมดลงอย่างรุนแรง ทันทีที่กองทหารซุ่มโจมตีของเตียวโป้ออกมา กองทัพหลวงพลันอลหม่าน
ตั๋งโต๊ะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ฝืนตัวเองต่อสู้กับเตียวโป้ ไม่นาน กองทัพโพกผ้าเหลืองก็จู่โจมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ตั๋งโต๊ะถูกโจมตีจากทั้งสองด้าน
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์มิอาจพลิกกลับได้แล้ว ตั๋งโต๊ะจึงหนีไปลำพัง โดยไม่สนใจความเป็นตายของทหารอีก
[1] ลิยู ผู้เป็นเสนาธิการพ่วงตำแหน่งบุตรเขยของตั๋งโต๊ะด้วย เป็นคนที่สนับสนุนให้ตั๋งโต๊ะคิดการปลดรัชทายาทและตั้งพระเจ้าเหี้ยนเต้ขึ้นเป็นฮ่องเต้แทน ตามวรรณกรรมสามก๊ก ลิยูยังเป็นผู้วางยาพิษสังหารรัชทายาท และเป็นผู้แนะนำให้ตั๋งโต๊ะย้ายเมืองหลวงจากลกเอี๋ยงมาที่เตียงฮัน ต่อมา เขาถูกลิโป้สังหาร
[2] เป็ดที่ต้มสุกแล้วบินหนีไป หมายถึงโอกาสหรือเรื่องที่ดีมาถึงมือแล้วก็หายไป