พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 84 ล้อมไว้กับเปลี่ยนมาถูกล้อม
บทที่ 84 ล้อมไว้กับเปลี่ยนมาถูกล้อม
“เล่าเจี้ยง เจ้ามีสมญาว่าห้าวหาญไร้พ่ายมิใช่หรือ เจ้าเรียกกลุ่มโพกผ้าเหลืองว่าตัวซวยมิใช่หรือ ไฉนโดนทหารโพกผ้าเหลืองของข้าสู้จนต้องล่าถอยไปเสียเล่า ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
เตียวโป้ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก ราวกับไม่เคยมีความรู้สึกสดชื่นเช่นนี้มาก่อน
ในที่สุดเล่าเจี้ยงก็ถูกเขาบีบจนมุม!
แม่ทัพเล่าไม่ตอบ เขาในตอนนี้ไม่มีเวลาไปสนใจเตียวโป้ และยิ่งไม่มีแรงก่นด่าอีกฝ่าย
ยามนี้เกราะของเขาเปียกชื้น ด้วยหยาดเหงื่อหลั่งรินลงมาจากหน้าผากไม่หยุด ราวกับกระแสน้ำไหล
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ เล่าเจี้ยงไอ้สารเลว วันนี้ข้าจะคอยดูว่าใครจะช่วยเจ้าได้!”
“เร็ว บุกเข้าไป สับเล่าเจี้ยงมาทำเป็นน้ำจิ้มเนื้อ!”
เตียวโป้จ้องมองเล่าเจี้ยงด้วยดวงตาแดงฉาน ตื่นเต้นจนสั่นเทาไปทั่วร่าง
อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวก็จะแก้แค้นได้สำเร็จ… อีกนิดเดียวก็จะโจมตีทัพทางการแตกพ่ายแล้ว!
พี่ใหญ่! ท่านเห็นหรือยังพี่ใหญ่!
ข้าทำสำเร็จแล้ว!
ข้าเตียวโป้! นำกองทัพโพกผ้าเหลืองไปสู่เส้นทางสำเร็จแล้ว!
“ย้า… ย้า!!!”
“ทั้งหมดบุกเข้าไป สับเล่าเจี้ยงคนชั่วผู้นี้ให้แหลกเป็นชิ้น ๆ!”
เตียวโป้ตะโกนขึ้นฟ้าด้วยความโล่งใจ และปลดปล่อยความโกรธ ความแค้น และไม่เต็มใจในอดีตทั้งหมดออกมา
“ฆ่า!”
เสียงโห่ร้องสังหารดังมาจากด้านหลัง เตียวโป้มองเล่าเจี้ยงด้วยความพึงพอใจ
“ได้ยินหรือไม่ กองทัพโพกผ้าเหลืองของข้ามีมาอย่างไม่ขาดสาย ดูสิว่าเจ้าจะยืนหยัดไปได้อีกนานแค่ไหน!”
ในตอนที่เตียวโป้กำลังพอใจอยู่นั้นเอง ทหารองครักษ์ก็จิ้มเตียวโป้เบา ๆ
“ท่านแม่ทัพ เหมือนจะไม่ใช่เสียงโห่ร้องของกองทัพเรา”
เตียวโป้มองไปทางทหารองครักษ์อย่างโกรธเคือง ก่อนตบหน้าไปฉาดหนึ่ง
“ไม่ใช่ทัพเรา แต่เป็นของทัพทางการหรือ!”
“ไอ้โง่ ริอาจทำลายอารมณ์ดีของข้า!”
ทหารองครักษ์ไม่กล้าพูดอะไรอีก ทำได้เพียงก้มหน้าถอยหลังไป
เสียงโห่ร้องคำรามดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนเตียวโป้ได้ยินอะไรสักอย่างราง ๆ
“ฆ่า! ฆ่าเตียวโป้ สังหารโจรโพกผ้าเหลืองให้สิ้น!!!”
“นี่…”
เตียวโป้นิ่วหน้า มองทหารองครักษ์ที่ตัวเองเพิ่งตบหน้าไปด้วยสีหน้าฉงน
“ไยข้าถึงได้ยินพวกเขาตะโกนว่าฆ่าเตียวโป้เล่า?”
ทหารองครักษ์มีสีหน้าเสียใจ ดวงตาหน่วยคลอไปด้วยหยาดน้ำ
“ท่านแม่ทัพ เมื่อครู่ข้าน้อยก็ได้ยินแบบนี้ ถึงได้รายงานต่อท่านแม่ทัพ”
“ไป ไป ไป ไสหัวไป!”
เตียวโป้หงุดหงิดกับท่าทางร้องห่มร้องไห้ที่สุดจึงไล่ทหารองครักษ์ไป ส่วนตัวเองก็เงี่ยหูตั้งใจฟัง
หลังจากฟังมาหลายครั้ง ล้วนตะโกนว่าฆ่าเตียวโป้ทั้งสิ้น
“เป็นไปไม่ได้ ด้านหลังยังมีทหารอีกหลายหมื่นคน พวกกองทัพทางการมันบินมากันหรือไร!?”
ด้วยเสียงที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ กองทัพโพกผ้าเหลืองด้านหลังเริ่มอลหม่านขึ้นมา
เล่าเจี้ยงที่ตกอยู่ในสถานการณ์จนมุมก็ได้ยินเสียงโห่ร้องสังหาร อดรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาไม่ได้!
“นายทหารทั้งหลาย กองทัพเสริมมาถึงแล้ว! พวกเราตีด้านในและด้านนอกขนาบสองทาง จับตายเตียวโป้!”
เตียนอุยได้ยินเสียงตะโกนของเล่าเจี้ยง ก็ตะเบ็งเสียงออกมาทันที
“พี่น้องทั้งหลาย กองทัพเสริมมาแล้ว! ฆ่าพวกมัน!”
เสียงของเตียนอุยทรงพลังดุจฟ้าคำราม ทำให้กองทหารโพกหัวผ้าเหลืองที่อยู่รอบ ๆ ตกใจ ในขณะเดียวกันยังสะท้อนไปถึงหูของทหารทั้งสองด้านอีกด้วย
ทันทีที่กองทัพทางการได้ยินว่ากำลังเสริมมาถึงแล้ว พลันตื่นตัวขึ้น แต่ละคนคำรามพลางพุ่งไปข้างหน้า พลิกสถานการณ์ก่อนหน้านี้กลับ!
ตรงข้าม เมื่อทหารโพกผ้าเหลืองได้ยินว่าถูกโจมตีทั้งหน้าหลัง ก็ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกทันที และหลายคนอดหันกลับไปมองไม่ได้
สายตาของเตียวโป้จดจ่อไปยังขบวนทัพด้านหลัง เขาไม่เชื่อว่าด้านหลังจะมีทัพเสริมของเล่าเจี้ยง
ด้านหลังตัวเองยังมีคนและม้านับหลายหมื่น ต่อให้มีหมูหลายหมื่นตัว ก็คงฆ่าไม่หมดในเวลาอันสั้นได้!
แต่เตียวโป้คาดไม่ถึงเลยว่า หมูแค่รอเวลาเชือด ทว่าคนมักหนีเอาตัวรอด
กองทัพโพกผ้าเหลืองด้านหลังวิ่งมาด้านหน้าไม่หยุด พวกเขาไม่ได้กระตือรือร้นในการสู้รบ แต่ตื่นตระหนกหนีเอาตัวรอด
พวกเขาไม่สนด้วยซ้ำว่าด้านหน้ามีสหายพี่น้องหรือไม่ แค่หนีเอาตัวรอดอย่างสุดชีวิตเท่านั้น หลายคนที่ตอบสนองช้าก็ถูกผลักล้มลงกับพื้น และถูกเหยียบย่ำจนตาย
เตียวโป้เห็นพลันกราดเกรี้ยวขึ้นมา นี่มันเป็นการฆ่าฟันกันเองมิใช่หรอกหรือ?
“พวกเจ้าหนีกันทำไม รักษาขบวนทัพไว้ อย่าเหยียบย่ำพี่น้องกัน!”
ไม่มีใครฟังคำสั่งหรือชายตาแลมองเขาเลย แต่ยิ่งตื่นตระหนกหนีเอาชีวิตรอดไปทั่วทุกสารทิศ
“ทำไม! ทำไมถึงเป็นแบบนี้!”
เตียวโป้หวาดระแวงโลกทั้งใบขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่เข้าใจ เหตุใดทหารของตัวเองถึงแตกตื่นขึ้นมา?
สวรรค์! ท่านเข้าข้างกองทัพโพกผ้าเหลืองเราแล้วมิใช่หรือ?
เตียวโป้ไม่สบอารมณ์อย่างขีดสุด จากสวรรค์อันน่าพึงพอใจเมื่อครู่พลันตกสู่ขุมนรกอันไม่มีที่สิ้นสุด!
จากความโกรธ สับสน มาถึงขลาดกลัว สวรรค์ให้เวลาตอบโต้แก่เตียวโป้เพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น
แน่นอนว่า ไม่ว่าเขาจะมีเวลาตอบโต้พอหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว เพราะกองทัพทางการได้บุกมาเข่นฆ่ากองทัพโพกผ้าเหลืองจากด้านหลังอย่างบ้าคลั่ง
“ทำไม? ทำไม! กองทัพทางการมาจากไหนอีก!”
เตียวโป้ตะโกนด้วยความขลาดกลัว น้ำเสียงสั่นเครืออย่างมาก เขาไม่เต็มใจจะเชื่อภาพที่เห็นด้วยตาตัวเองตรงหน้านี้
เห็นแม่ทัพคนหนึ่ง สวมชุดเกราะสีขาว มือถือทวนยาว ดูองอาจห้าวหาญอย่างมาก พุ่งเข้ามาพร้อมสุรเสียงคำราม
“ตัวข้าชื่อเตียวหยุน หรือจูล่งแห่งเมืองเสียงสัน กองทัพหลังของพวกเจ้าถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว รีบคุกเข่ายอมจำนนเสีย!”
ขณะกล่าว เขาก็กวัดแกว่งทวนแทงคนตายไปหลายคน
เกราะเงินแวววาวแต่เดิมแปรเปลี่ยนเป็นรอยเลือดจุด ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าเปื้อนเลือดของทหารโพกผ้าเหลืองไปเท่าไร
“พี่รอง แพ้แล้ว! เราแพ้แล้ว!”
“เป็นไปไม่ได้ พวกเรามีตั้งหลายแสนคน กองทัพทางการมีไม่ถึงสามหมื่นด้วยซ้ำ!”
“พี่รอง ทัพกลาง ทัพหลังถูกซุ่มโจมตี ทหารม้าพวกนี้บุกมาจากด้านหลัง! ข้าไปดูทัพกลางมาแล้ว ทั้งหมดล้วนเป็นกองทัพทางการ!” เตียวเหลียงร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล เขารู้ พวกเขาสองพี่น้องจบเห่แล้ว!
“แพ้… แพ้แล้ว…”
เตียวโป้พึมพำกับตัวเองอย่างเสียสติ ก่อนหันไปมองเล่าเจี้ยงด้วยดวงตาวาวโรจน์เหมือนกับจะปริแยกออก!
“ไอ้สารเลว เป็นเจ้าอีกแล้ว! ต่อให้วันนี้ข้าตาย ก็จะดึงเจ้าไปลงนรกด้วย”
เตียวโป้คำราม ก่อนพุ่งเข้าหาเล่าเจี้ยงโดยไม่สนสิ่งใด
ต่อให้ต้องใช้ชีวิตแลกชีวิต เขาต้องฆ่าเล่าเจี้ยงไอ้ชั่วคนนี้ให้ได้!
“พี่รอง! กลับมาเร็ว! หนีเอาตัวรอดตอนนี้ยังทันอยู่!”
เตียวเหลียงตะโกนอย่างร้อนรน เขายังอยากพาพี่ชายหนีอยู่
ทว่าเตียวโป้ตัดสินใจแล้ว ด้วยแววตาปราศจากความหวั่นไหว เพียงทิ้งไว้ประโยคหนึ่ง
“น้องสาม เจ้ารีบหนีไปเถิด…”
สายตาของเล่าเจี้ยงจับจ้องอยู่ที่เตียวโป้ตลอด ยามนี้สถานการณ์ถูกตัดสินแล้ว เขาจะรับผลการรบของตัวเองแล้ว!
เตียวโป้พุ่งไปอยู่เบื้องหน้าเล่าเจี้ยง แต่ไม่ได้โจมตีในทันที แต่ขี่ม้าหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น
เล่าเจี้ยงเห็นความโกรธเกลียด จนใจ แค้นชังและความรู้สึกต่าง ๆ ปะปนกันไปได้จากสายตาของแม่ทัพฝ่ายศัตรู ท่ามกลางเสียงลมหวีดหวิวพัดผ้าคลุมโบกสยาย
“ทำไม มาศิโรราบรึ?”
เตียวโป้ไม่ได้โกรธเกรี้ยวเพราะการยั่วโมโหของแม่ทัพเล่า ตรงข้ามกลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด
“เล่าเจี้ยง เจ้าชนะแล้ว ไม่คิดเลยว่ากองทัพสองแสนคนของข้าจะพ่ายแพ้”
ยากนักที่แม่ทัพหนุ่มจะเผยรอยยิ้มจริงใจออกมา ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ
“สองแสนคน? จำนวนทหารไม่สามารถกำหนดผลของสงครามได้ ทหารเกรียงไกรแต่มีไม่มาก แม่ทัพมีที่ปรึกษาแต่ไม่ห้าวหาญ อย่าว่าแต่กองทัพสองแสนคนของเจ้าเลย จะสี่แสนคนแล้วอย่างไร เจ้าก็จะยิ่งพ่ายเร็วขึ้นเท่านั้น”
“หึ ๆ ตอนนี้เจ้าเป็นผู้ชนะ พูดอะไรล้วนถูกต้องไปหมด”
เตียวโป้ยิ้มเย้ยหยัน ไม่ได้โต้แย้งแต่อย่างใด
ผู้ชนะคือธรรมะ ผู้แพ้คืออธรรม ตอนนี้เล่าเจี้ยงเป็นผู้ชนะ เขาไม่มีอะไรจะโต้แย้งทั้งนั้น
เล่าเจี้ยงเหลือบมองแม่ทัพฝ่ายศัตรูอย่างเห็นอกเห็นใจ เตียวโป้ในตอนนี้ไม่คุ้มค่าให้เขาต้องขุ่นเคืองอีกต่อไป
“เจ้าไม่รู้แม้แต่น้อยว่าเจ้าแพ้ตรงไหน”
เตียวโป้ไม่สนใจสิ่งเหล่านี้อีกต่อไปแล้ว เขาพ่ายแพ้แล้ว และไม่มีโอกาสพลิกกลับมาชนะได้อีก
“ไอ้สวรรค์เฮงซวย เมื่อลิขิตให้พี่น้องข้าสามคนช่วยชีวิตผู้คน แล้วเหตุใดถึงมอบชนะให้กับเล่าเจี้ยงแห่งราชวงศ์ฮั่น?”
เล่าเจี้ยงมองเตียวโป้ด้วยสีหน้าไม่พอใจ ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าเขาไปเอาความมั่นใจมาจากที่ใดกัน
“เจ้าคิดว่ากลุ่มโพกผ้าเหลืองของพวกเจ้าจะแพ้ให้แก่ข้าคนเดียวหรือ? น่าขัน!”
“จะมีหรือไม่มีข้า พวกเจ้าก็หลีกหนีความพังพินาศไม่พ้นอยู่ดี!”