ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 66 มีเพียงนางเท่านั้นที่ไม่รู้
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 66 มีเพียงนางเท่านั้นที่ไม่รู้
“หึ! วันนี้นับว่าพวกเจ้าโชคดีที่หนีไปได้ ไม่อย่างนั้นข้าจะให้พวกเจ้าคุกเข่าร้องไห้เสียให้เข็ด!” เห็นทั้งสองเดินห่างออกไปไกลแล้ว หวังซื่อจึงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น
ถังซานมองนางแวบหนึ่ง แล้วถอนหายใจ “กลับกันเถอะ”
พลางสายตาก็เหลือบไปมองเฉินถังชุนที่ยังคงมีสีหน้าเต็มไปด้วยความสนอกสนใจ
“คุณชายเฉิน เรื่องเมื่อครู่นี้…”
“ว่าที่พ่อตา” เฉินถังชุนรีบโค้งคำนับให้เขา “ข้ารู้ดีว่าพี่ชายทั้งรูปงามทั้งมีพรสวรรค์ ผู้ใดเห็นก็ต้องชื่นชอบ ญาติผู้น้องยังลืมพี่ชายไม่ได้ แม้นางจะออกเรือนไปแล้ว ข้าเข้าใจนางนัก อย่างไรเสีย...คนที่นางแต่งด้วยก็เทียบพี่ชายไม่ได้ เรื่องเช่นนี้ฝืนกันไม่ได้ ทุกคนต้องรู้จักฐานะของตัวเอง ต้องรู้จักยอมรับชะตากรรม หลังจากเรื่องในวันนี้ ข้าเชื่อว่าสองคนนั้นคงไม่กล้าโผล่มารบกวนพี่ชายแล้ว
“ข้าขอโทษที่เมื่อครู่ข้าต้องเอ่ยเช่นนั้น เพราะพวกเขาสองคนไม่หยุดโวยวายเสียที ไม่ยอมรามือ พวกเราเป็นปัญญาชน มิอาจทะเลาะกับคนเช่นพวกเขาได้ บางครั้งยอมถอยก็ไม่เสียหาย จบอย่างสันติวิธี”
ท่าทีของเขานอบน้อม น้ำเสียงก็อ่อนโยนดุจสายลมพัดผ่าน ทำให้ความอึดอัดที่อัดแน่นในอกพลันคลายลง
ทว่าเมื่อกลับมามองบุตรชายตนก็พบว่าเขายังไม่เปลี่ยนความคิด ถังซานพรูลมหายใจ “คุณชายเฉินกล่าวได้ถูกต้อง”
“ถูกต้องหรือ เดิมทีก็เป็นความผิดของพวกเราอยู่แล้ว! ข้าก้มหัวยอมรับผิดก็นับว่าเป็นเรื่องที่สมควรทำ ญาติผู้น้องกับน้องเขยไม่ติดใจเอาความ นั่นก็เพราะเห็นแก่ท่านปู่ พวกเขาต่างหากที่ไม่ถือสาเอาความพวกเรา!” ถังหรูฉินเอ่ย ความอดทนขาดผึงในบัดดล
“ฉินเกอเอ๋อร์!” ถังซานตวาดเสียงกร้าว “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้เจ้ากำลังพูดกับผู้ใด”
ถังหรูฉินรีบก้มหน้าลง “ท่านพ่อขอรับ ลูกเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าท่านปู่สั่งให้ลูกคัดลอกปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรร้อยรอบ ลูกขอตัวกลับก่อนนะขอรับ เชิญท่านกับคุณชายเฉินพูดคุยกันตามสบาย”
เขายอบกายคำนับหนึ่งที จากนั้นก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลัง
“เฮ้อ! เด็กคนนี้!”
ถังซานกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก
เฉินถังชุนรีบปลอบเขา “พี่ชายเสียหน้าเช่นนี้ อารมณ์ย่อมไม่ดีนัก ท่านปล่อยให้เขาระบายออกมาบ้างก็ไม่เป็นไร อย่างไรเสียวันนี้ก็ได้เจรจากันให้กระจ่างชัด หากสองสามีภรรยาคู่นั้นรู้ความอยู่บ้างคงไม่แบกหน้ากลับมาบ้านตระกูลถังในเร็ววัน หากวันหน้าพี่ชายสอบเป็นจวี่เหริน เขาย่อมพบสตรีผู้เพียบพร้อมมากมาย เถียนซื่อไม่คู่ควรให้เอ่ยถึงเสียด้วยซ้ำ เมื่อวันนั้นมาถึง เขาย่อมลืมนางสิ้น”
พูดจบเขาก็เสริมขึ้นอีก “โชคดีที่หรูอี้ของข้าไม่เหมือนเถียนซื่อ หากข้าได้สตรีก้าวร้าวเช่นนั้นมาเป็นภรรยา ข้าคงหวาดผวายิ่งนัก!”
วาจาของเฉินถังชุนทำให้ถังซาน หวังซื่อ และถังหรูอี้ยิ้มกว้าง
ถังหรูอี้หน้าแดงระเรื่อเอ่ยว่า “ท่านเทียบข้ากับสตรีบ้านนอกเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าฐานะต่ำต้อยเช่นนางเสียเมื่อไหร่”
พูดจบ นางก็วิ่งหนีไปทันที
“นางเขินแล้ว!” ถังซานหัวเราะร่า พลางรีบเชื้อเชิญเฉินถังชุน “กลับกันเถอะ! คืนนี้เจ้าค้างที่บ้านข้าเลยก็แล้วกัน เมื่อครู่ข้ายังพูดกับเจ้าไม่จุใจ คืนนี้เราดื่มกันต่อ!”
“ขอรับ!” เฉินถังชุนรีบพยักหน้ารับ
ฝ่ายบ้านท่านลุงหัวเราะกันอย่างครึกครื้น ทว่าทางด้านเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยที่เดินกลับบ้านด้วยกันกลับเงียบงันอย่างประหลาด
เถียนฮวนขมวดคิ้วตลอดทาง ใบหน้าเย็นชานิ่งเฉย
กู้ฉางสุ่ยเห็นนางเป็นเช่นนั้น ก็ไม่กล้าแม้แต่จะถอนหายใจออกมา ได้แต่เดินตามนางอย่างเงียบงันอยู่ด้านหลัง
บุรุษร่างโตเช่นนี้กลับเดินตามหลังภรรยาต้อยๆ ราวเด็กน้อยที่ทำผิด ชาวบ้านต่างมองภาพประหลาดเช่นนี้ด้วยความสงสัย
จนกระทั่งกลับถึงหมู่บ้านกานสุ่ย ชาวบ้านที่เห็นเข้าก็ได้แต่มองหน้ากันไปมา
“เกิดอะไรขึ้น สุ่ยเกอเอ๋อร์ทะเลาะกับภรรยางั้นหรือ”
“ดูท่าแล้วก็คงจะเป็นเช่นนั้น” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ตอนเช้าพวกเขายังอยู่ด้วยกันดีๆ มิใช่หรือ เหตุใดจึงทะเลาะกันได้เล่า”
“ผู้ใดจะรู้เล่า ตอนนี้ทั้งสองคงทะเลาะกันรุนแรงไม่น้อย พวกเราอย่าสอดมือไปยุ่งเรื่องนี้เลย พรุ่งนี้พวกเขาคงคืนดีกันแล้ว พวกเราค่อยไปถามไถ่ภายหลัง”
แม้ด้านหลังจะมีชาวบ้านพากันซุบซิบนินทา แต่เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยไม่ใส่ใจนัก พากันเดินกลับบ้านไป กู้ฉางสุ่ยวางห่อสัมภาระลงก่อนจะรีบออกไปตักน้ำจากลำธารมาหนึ่งถัง ยกมาตรงหน้าเถียนฮวน
“ภรรยา เจ้าล้างหน้าสักหน่อย จะได้ผ่อนคลายลงบ้าง”
เถียนฮวนไม่เอ่ยวาจาใด ย่อกายใช้มือวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าล้างตาให้สะอาด เมื่อล้างเสร็จก็ยืดหลังตรงเงยหน้ามองเขา
“ท่านรู้หรือว่าญาติผู้พี่มีใจให้ข้า”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “รู้”
“แม้แต่ท่านลุง ท่านป้าสะใภ้ อี้เจี่ยเอ๋อร์ ท่านตา และท่านแม่ของข้า พวกเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่หรือไม่”
“ใช่”
“เหอะ!” เถียนฮวนหัวเราะเย้ยหยันตนเอง “เรื่องที่ทุกคนรู้กันหมด มีแค่ข้าคนเดียวที่ไม่รู้อะไรเลย ข้านี่โง่ยิ่งนัก”
“เจ้าไม่ได้โง่สักหน่อย จิตใจของเจ้าใสสะอาดบริสุทธิ์จนไม่เคยคิดเรื่องพรรค์นั้นต่างหาก” กู้ฉางสุ่ยรีบเอ่ย “อีกอย่าง เรื่องนี้ท่านลุงกับท่านป้าสะใภ้ก็ไม่เห็นด้วย พวกเขาก็เลยพยายามปกปิด เจ้าไม่รู้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”
เถียนฮวนยิ้มบาง
“พอมาคิดดู ข้าก็เพิ่งรู้สึกว่าญาติผู้พี่ดีกับข้ามากเกินไป! ตอนอยู่ในตัวอำเภอ ทุกครั้งที่เขากลับมาจากโรงสอนตำรา สิ่งแรกที่เขาทำก็คือมาหาข้า เล่าเรื่องในโรงสอนตำราให้ฟัง พอเขาสอบเป็นซิ่วไฉได้ เขาก็มาบอกข้าคนแรก หลังจากข้าย้ายมาอยู่บ้านท่านลุง เขาก็เข้าเรียนในสำนักศึกษา ทุกครั้งที่กลับมาก็จะมีของฝากให้ข้า เรื่องวันนี้เป็นข้าที่โง่เอง ข้าคิดว่าเขาเห็นข้าเป็นแค่ญาติคนหนึ่ง ทั้งที่สิ่งที่เขาทำให้ข้านั้นเกินกว่าความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง!”
แต่ละเรื่องที่นางกล่าวออกมาทำให้ใจของกู้ฉางสุ่ยปั่นป่วน ความหึงหวงถาโถมเข้าใส่ เขาสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก
เถียนฮวนถามต่อทันทีว่า “ท่านรู้ตั้งแต่เมื่อใด”
“ตั้งแต่คราแรกที่พบเขา” กู้ฉางสุ่ยตอบ
เถียนฮวนชะงักไปเล็กน้อย “เร็วขนาดนั้นเชียว”
“เขาส่งสายตาเช่นนั้นให้เจ้า ข้าจะไม่สังเกตเห็นได้อย่างไร” น้ำเสียงของกู้ฉางสุ่ยหม่นลง
“เช่นนั้น เหตุใดท่านถึงไม่พูดกับข้าแม้แต่คำเดียว”
“ข้าพูดไป เจ้าจะเชื่อหรือ”
“ข้า…ข้าคงไม่เชื่อ”
“เช่นนั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด”
บรรยากาศของคนทั้งสองกลับสู่ความเงียบงันชวนอึดอัด
ผ่านไปครู่ใหญ่ กู้ฉางสุ่ยจึงค่อยเอ่ยเสียงแผ่ว “อันที่จริง ข้ามองออกว่าเจ้ามิได้มีความรู้สึกอื่นใดต่อเขานอกจากความเป็นญาติ ดังนั้นต่อให้สังเกตเห็นท่าทีของเขา ข้าก็ไม่คิดจะพูดออกมา อีกทั้งเจ้าเองก็เห็นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นท่านลุง ท่านป้าสะใภ้ ท่านตา รวมถึงท่านแม่ยาย พวกเขาก็ไม่คิดจะพูดเช่นกัน ข้าจึงคิดจะให้เจ้าทั้งสองแยกจากกัน ต่อไปภายหน้าเมื่อญาติผู้พี่แต่งงานมีภรรยาแล้ว ทุกคนก็จะค่อยๆ ลืมเรื่องนี้ไป เมื่อถึงเวลานั้น หากได้พบกันอีก ทุกคนก็ยังเป็นญาติกัน และยังสามารถไปมาหาสู่กันได้ แต่ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร สุดท้ายผลกลับลงเอยเช่นนี้”
ความสงบฉาบฉวยที่พวกเขาพยายามประคับประคองกันมานาน พลันแตกสลายลงอย่างฉับพลัน ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงจนตั้งตัวไม่ทัน
เถียนฮวนพรูลมหายใจออกมา “พูดให้กระจ่างชัดตั้งแต่แรกก็ดี ข้ารู้ความในใจของเขาแล้ว ข้าย่อมเว้นระยะห่างจากเขา เพียงแต่ตอนนี้เรื่องราวบานปลาย ต่อไปข้าคงไม่ติดต่อคบหาเขาอีก”
“เช่นนั้นก็ดี” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้าเล็กน้อย