ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 67 หมูรมควันตุ๋นผักกาดขาว
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 67 หมูรมควันตุ๋นผักกาดขาว
“ท่านว่าอะไรนะ” เถียนฮวนยังฟังไม่ชัดนัก
กู้ฉางสุ่ยรีบส่ายหน้า “ข้าไม่ได้พูดอะไรเลย”
“ไม่ได้พูดหรือ ข้าได้ยินหมดแล้ว” ใบหน้าของเถียนฮวนเย็นเยียบ “ข้าก็ว่าอยู่แล้ว ตอนนั้นท่าทีของท่านแปลกยิ่งนัก พอมาคิดดูตอนนี้ ท่านคงกำลังหึงอยู่ใช่หรือไม่”
“พูดเหลวไหล ข้าเป็นบุรุษนะ จะไปหึงได้อย่างไร” กู้ฉางสุ่ยเบือนหน้าหนี เอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้
“จริงหรือ” เถียนฮวนไม่เชื่อ
กู้ฉางสุ่ยรีบพยักหน้า “แน่นอนว่าจริง เจ้าเป็นภรรยาข้าแล้ว ข้าไม่มีเหตุผลที่ต้องหึงเจ้า คนที่หึงเจ้าคือเจ้าแซ่ถังคนนั้นต่างหาก”
บัดนี้เขาไม่อยากเรียกถังหรูฉินว่าญาติผู้พี่เสียด้วยซ้ำ จึงเรียกว่า ‘เจ้าแซ่ถัง’ แทน
เถียนฮวนอดไม่ได้ยกมือขึ้นปิดจมูก “เหตุใดทุกครั้งที่ท่านเอ่ยถึงญาติผู้พี่ ข้าถึงได้กลิ่นเปรี้ยวของน้ำส้มสายชู[1]ขึ้นมาเล่า”
กู้ฉางสุ่ยผุดลุกขึ้นยืนในพริบตา
“ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้หึงก็คือไม่ได้หึง เจ้าอย่าพูดเหลวไหล”
แม้ปากจะกล่าวเช่นนี้ ทว่าทันทีที่เอ่ยจบ เขากลับพุ่งตัวออกไปนอกบ้านทันที
“ท่านจะไปไหน” เถียนฮวนรีบถาม
“ขึ้นเขาเก็บฟืน จับตัวอ้น!” เสียงของกู้ฉางสุ่ยดังมาจากไกลๆ ชั่วพริบตาเดียวเขาก็วิ่งออกไปไกลกว่ายี่สิบก้าวแล้ว
พรืด!
เถียนฮวนกลั้นหัวเราะไม่อยู่
“ปากบอกว่าไม่หึง แต่ตอนนี้ท่านหึงอยู่ชัดๆ!”
หึงนางไม่น้อยเสียด้วย
ทว่ากู้ฉางสุ่ยไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าตนเองหึง ถึงขั้นขึ้นเขาเพื่อหลบเลี่ยงการซักถามของนาง
“จำเป็นต้องทำเช่นนี้ด้วยหรือ ข้ามิได้ทำร้ายท่านสักหน่อย ท่านไม่ยอมรับว่าตัวเองหึงข้าก็แล้วไป” เถียนฮวนเม้มปาก ทว่าก็ก้มหน้ายอมรับชะตา ลุกขึ้นไปทำอาหารเพียงลำพัง
มื้อกลางวันที่บ้านท่านลุงจัดเลี้ยงค่อนข้างเอิกเกริก
ดูเหมือนท่านลุงจะพึงพอใจกับการหมั้นหมายครั้งนี้จริงๆ ดังนั้นเพื่อให้เกียรติแก่ฝ่ายเจ้าบ่าว จึงจัดงานเลี้ยงหมั้นหมายอย่างสมฐานะ
หลายวันมานี้พวกเขากินตัวอ้นทุกวันย่อมเบื่อเป็นธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้น พ่อครัวที่มาปรุงอาหารในงานฝีมือดีไม่น้อย สองสามีภรรยาจึงได้กินอาหารเลิศรสกันอย่างจุใจ
ด้วยเหตุนี้ มื้อเย็นวันนี้จึงไม่จำเป็นต้องกินมาก ทำอาหารเรียบง่ายก็เพียงพอ
เถียนฮวนคิดครู่หนึ่ง นางจึงตั้งเตาต้มโจ๊กหนึ่งหม้อ หยิบห่อถั่วลิสงเล็กๆ ที่ชาวบ้านนำมาฝากเมื่อสองวันก่อนออกมา นางแกะถั่วลิสงได้หนึ่งชาม คัดเศษผงสิ่งเจือปนออกให้สะอาด จากนั้นใช้ไฟอ่อนตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันช่ายจื่อเพียงสามสี่หยด เทถั่วลิสงลงไป ใช้ตะหลิวคนผัดไปมาในกระทะ
นางคั่วถั่วลิสงราวหนึ่งถ้วยชาจนได้ยินเสียงดังขึ้นจากในกระทะ ผิวด้านนอกของถั่วลิสงกรอบเหนียวได้ที่ จึงใช้ตะหลิวตักถั่วลิสงใส่ถ้วย วางทิ้งไว้ให้คลายความร้อน จากนั้นก็ไปเอาขาหมูรมควันที่แขวนตากไว้ เฉือนเอาเนื้อออกมาชิ้นหนึ่ง หั่นเป็นแผ่นเสมอกัน
หญิงสาวไปยังแปลงผัก เด็ดผักกาดขาวมาหนึ่งกำแล้วนำไปล้างให้สะอาด วางผักกาดขาวปูเรียงให้ทั่วก้นชาม ด้านบนเรียงแผ่นเนื้อหมูอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นโรยเกลือลงไปเล็กน้อย รอน้ำเดือดค่อยนำชามไปตั้งนึ่งบนเตาด้วยไอน้ำ
เมื่อเห็นว่าน้ำในหม้อเดือดพล่าน เริ่มมีไอพุ่งออกมา เถียนฮวนก็ยกถ้วยลงหม้อ
ขณะนี้ถั่วลิสงก็คลายร้อนแล้ว หญิงสาวตักเกลือหนึ่งช้อนเล็กโรยลงบนถั่วลิสง ใช้สองมือประคองถ้วยแล้วเขย่าเบาๆ ไม่กี่ครั้ง เมล็ดถั่วแต่ละเมล็ดก็เคลือบเกลืออย่างทั่วถึงในทันที
พอหยิบขึ้นมาดู เมล็ดถั่วลิสงอ้วนกลมดูราวกับตุ๊กตาตัวอ้วนที่ถูกห่อด้วยผ้าแดงผืนใหญ่ เกลือกกลิ้งบนพื้นหิมะจนทั่วตัวติดเกล็ดหิมะบางๆ แต่กลับยิ่งดูขาวผ่องน่ารักราวหยกขาว
นางโยนถั่วลิสงเมล็ดหนึ่งเข้าปาก พอกัดเบาๆ ในหูก็ได้ยินเสียงกร๊อบดังชัดเจน ถั่วลิสงที่เย็นลงจนกรอบเป็นพิเศษก็แตกออกเป็นสองซีก เกล็ดเกลือที่เกาะอยู่บนผิวก็ละลายในปากช่วยกลบรสฝาดจางๆ ของถั่วลิสง เหลือไว้เพียงความกรอบและกลิ่นหอมเต็มโพรงปาก
“ถั่วลิสงสดใหม่ปีนี้อร่อยจริงๆ!” เถียนฮวนอดชมไม่ได้ กล่าวจบก็หยิบกินอีกสองสามเมล็ด (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ขณะที่นางกำลังกินอย่างเพลิดเพลิน เสียงกร๊อบดังเต็มปากนั้น กู้ฉางสุ่ยก็กลับมาแล้ว
เขาแบกฟืนหนึ่งมัดไว้บนบ่า มือยังหิ้วตัวอ้นที่ยังดิ้นอยู่หลายตัว ก้าวยาวๆ กลับมาถึงหน้าบ้าน
เถียนฮวนนิ่งงันในทันที รีบกลืนถั่วลิสงในปากทั้งหมดลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ถั่วลิสงแห้งเกินไป กลืนลงไปรวดเดียวเช่นนั้น นางก็สำลักเข้าให้
“แค็ก แค็ก แค็ก!…”
เห็นนางไอจนหน้าแดงก่ำเช่นนั้น กู้ฉางสุ่ยก็ส่ายหน้าอย่างจนคำพูด เขารีบเอาตัวอ้นไปใส่กรง แล้วส่งกระบอกไม้ไผ่มาให้นาง
“ดื่มเสีย!”
เถียนฮวนรีบรับกระบอกไม้ไผ่มา ก่อนจะยกขึ้นดื่มทันที
“หืม?”
ทันใดนั้น นางก็ลิ้มรสได้ถึงความหอมหวานแปลกประหลาดในน้ำที่อยู่ในกระบอกไม้ไผ่
ไม่เพียงนางจะไม่ไออีกต่อไป แม้แต่รสชาติอันหวานละมุนนี้ก็ทำให้นางติดใจขึ้นมา
เถียนฮวนอดไม่ได้ที่จะดื่มน้ำในกระบอกไม้ไผ่ไปกว่าครึ่ง ก่อนจะวางลงอย่างอาลัยอาวรณ์ “น้ำอะไรน่ะ อร่อยมากเลย!”
“นี่เป็นเคล็ดลับที่คนในหมู่บ้านรู้กันดี” กู้ฉางสุ่ยพูดยิ้มๆ “คือน้ำที่อยู่ในปล้องของไผ่แก่บางต้น ถ้าตัดไม้ไผ่พวกนั้นออกมาจะพบน้ำประมาณหนึ่งถ้วยอยู่ในปล้อง รสชาติหอมหวานเสียยิ่งกว่าน้ำแร่บนภูเขาเป็นสิบเท่า ทว่าไม้ไผ่สิบต้นถึงจะมีแค่ต้นเดียวที่เจอน้ำนี้ แล้วการตัดไม้ไผ่ก็เหนื่อยมาก พวกเราเลยไม่ค่อยทำกัน แต่ข้าค้นพบเคล็ดลับอย่างหนึ่ง ถ้าเราเจาะรูที่ปล้องไม้ไผ่ด้านล่าง ถ้ามีน้ำอยู่ มันจะไหลออกมาเอง ไม่ต้องเหนื่อยตัดให้เปลืองแรง แต่ก่อนข้ามัวแต่ยุ่งกับการจับตัวอ้นเลยไม่มีเวลาทำ วันนี้ขึ้นเขาพอดีจึงนึกขึ้นได้ เลยตั้งใจไปหามาให้เจ้าดื่ม อร่อยหรือไม่”
“อร่อยยิ่งนัก” เถียนฮวนพยักหน้า “แต่ท่านหามาให้ข้าตั้งมากขนาดนี้ คงเหนื่อยน่าดูเลยใช่ไหม”
น้ำเต็มกระบอกไม้ไผ่แบบนี้ อย่างน้อยต้องมีสามถึงสี่ถ้วย หมายความว่าเขาต้องเจาะไม้ไผ่แก่อย่างน้อยสี่สิบต้น!
การเจาะใช้แรงน้อยกว่าการตัด แต่ก็ต้องก้มๆ เงยๆ อยู่นานพอสมควร
ทำติดต่อกันหลายสิบต้นแบบนี้ ไม่ได้เบากว่าตอนจับตัวอ้นเลย
“ไม่เป็นไร ขอแค่เจ้าดื่มแล้วมีความสุข อารมณ์ดี ไม่โกรธข้าก็พอแล้ว” กู้ฉางสุ่ยพูดพลางเกาศีรษะ แถมยังแอบมองนางอย่างประจบประแจงเล็กน้อย
เห็นแววตาน่าสงสารราวลูกหมานั่นแล้ว หัวใจของเถียนฮวนก็อ่อนยวบไปหมด
“ข้าไม่โกรธท่านแล้ว” นางกล่าว “ที่จริงระหว่างทางกลับบ้าน ข้าก็คิดไว้แล้วว่าท่านกับท่านแม่รวมถึงท่านตาล้วนทำไปเพราะหวังดีต่อข้า ที่พวกท่านไม่พูดความจริงออกมา ก็เพื่อไม่ให้ข้ารู้สึกอึดอัดเวลาพบหน้าญาติผู้พี่ แต่ว่าท่านลุงกับท่านป้าสะใภ้ไม่คิดเช่นนั้น นั่นก็ช่วยไม่ได้”
“จริงหรือ ถ้าอย่างนั้นดูท่าข้าคงไม่ต้องเอาของขวัญอีกชิ้นออกมาแล้ว” กู้ฉางสุ่ยแกล้งถอนหายใจยาวๆ อย่างเสียดาย
ยังมีอีกหรือ!
เถียนฮวนรีบพูดว่า “รีบเอามาให้ข้าดูสิ!”
กู้ฉางสุ่ยจึงไปค้นจากกองฟืนหยิบของบางอย่างออกมายื่นให้นาง
เถียนฮวนเห็นแล้วก็ร้องออกมา “รังผึ้งหรือ”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “ใช่ รังที่ใหญ่ที่สุดที่ข้าหาเจอหลังจากเดินหาทั่วเขาเลยนะ”
“เยี่ยมไปเลย!” เถียนฮวนรีบรับรังผึ้งมาทันที นางดีใจจนกระโดดโลดเต้น “เมื่อเอาน้ำผึ้งข้างในออกมา ข้าก็จะได้เอาไปปรุงยากับแปรรูปสมุนไพรแล้ว!”
เฮ้อ!
กู้ฉางสุ่ยมีสีหน้าจนปัญญา “ข้าไปเก็บรังผึ้งมา ที่จริงก็เพื่อให้เจ้าได้กินของหวาน จะได้อารมณ์ดีขึ้นบ้าง”
เขาไม่ได้ให้นางเอาไปใช้ทำยาสมุนไพรเสียหน่อย
[1] น้ำส้มสายชู มากจากสำนวนจีน กินน้ำส้มสายชู หมายถึง อาการหึงหวง