มู่หนานจือ - บทที่ 514 ด้วยตนเอง
พอได้ยินคำพูดของเจียงลวี่ เจียงเซี่ยนก็ประหลาดใจเล็กน้อย
นางถามว่า “ฝ่าบาทจะไปล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วง? เมื่อไร?”
เจียงลวี่พยักหน้า และเอ่ยว่า “นี่เป็นฤดูใบไม้ร่วงแรกที่เจอหลังจากฝ่าบาทว่าราชการด้วยพระองค์เอง ฝ่าบาทต้องไปล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงอย่างแน่นอน เพื่อแสดงความกล้าหาญของตนเองอย่างชัดเจน ว่ากันว่ากำหนดออกเดินทางวันที่สิบสองเดือนเก้า พวกเราอย่างเร็วที่สุดก็ต้องวันที่สิบห้าถึงจะไปถึงเมืองหลวง คลาดกันพอดี”
ปกติการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงจะหนึ่งเดือน ทว่าบางครั้งก็จะขยายไปถึงสองเดือน ชาติก่อนเพราะพิธีปักปิ่นของนางวันที่ยี่สิบสองเดือนเก้า การล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงจึงเปลี่ยนเป็นวันที่สิบเดือนเก้า ฉลองเทศกาลฉงหยางเป็นเพื่อนไทฮองไทเฮาแล้วถึงจะไป และรีบกลับวังวันที่ยี่สิบเดือนเก้า
ชาตินี้ไม่มีนาง จ้าวอี้น่าจะอยู่ที่ชานเมืองหลวงถึงช่วงกลางเดือนสิบกระมัง?
เวลานั้น…ไทฮองไทเฮาอาจจะสวรรคตแล้ว
นางอยู่เมืองหลวงก็ไม่มีความหมายอะไรแล้วเช่นกัน!
เจียงเซี่ยนคิดแล้วก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย หลายวันต่อมาก็เหม่อลอยตลอด ฉิงเค่อกับไป่เจี๋ยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเป็นห่วงมาก เจียงลวี่นั่งรถม้าเป็นเพื่อนเจียงเซี่ยนนานมากแค่วันแรก หลังจากนั้นก็เปลี่ยนไปขี่ม้า ร่วมทางกับหวังจ้านและไช่ซวง เพราะทั้งสามคนต่างเติบโตที่เมืองหลวง พอพูดคุยกันจึงไม่เพียงแต่ไม่มีความลำบาก ทว่ายังหาร่องรอยที่ทั้งสองฝ่ายเคยใช้ชีวิตเจอด้วย จึงย่อมยิ่งคุยก็ยิ่งถูกคอกัน และเจียงลวี่เห็นว่าทักษะในการขี่ม้าของเว่ยสู่ยอดเยี่ยม ก็สนใจมาก จึงถือโอกาสทดสอบความสามารถในการขี่ม้ากับยิงธนูของเว่ยสู่เสียเลย พวกเขาพูดคุยและหัวเราะอย่างมีความสุขมากตลอดทาง ดังนั้นตอนที่รู้ว่าเจียงเซี่ยนอารมณ์ไม่ดี เขาจึงมาถามเจียงเซี่ยนโดยเฉพาะ “เดินทางเร็วเกินไป เจ้าจึงไม่สบายหรือเปล่า? ไม่อย่างนั้นพวกเราพักสักสองวัน ถึงอย่างไรก็เวลาแค่นี้เช่นกัน!”
ในเมื่อเจียงเซี่ยนเข้าเมืองหลวง บิดากับมารดาของเขาย่อมจะให้เจียงเซี่ยนอยู่ฉลองปีใหม่
เวลานี้เพิ่งจะเดือนเก้า คำนวณดูแล้วเจียงเซี่ยนยังมีเวลาอีกมากมายจริงๆ
แต่เจียงเซียนกลับถอนหายใจในใจ และเอ่ยว่า “ไม่ต้อง ข้าเพียงแค่ทั้งรู้สึกเฝ้ารอและหวาดกลัวที่ได้กลับบ้านเกิดอีกครั้งหลังจากจากบ้านเกิดไปนานเท่านั้น!”
ทว่าเจียงลวี่กลับรู้สึกว่าตนเองไม่เห็น ‘ความรู้สึกหวาดกลัว’ บนหน้าของเจียงเซี่ยนอย่างสิ้นเชิง คิดดูแล้วเด็กสาวคิดมาก คงไม่อยากให้เขารู้กระมัง?
พอคิดแบบนี้ เจียงลวี่ก็ลืมเรื่องนี้ไปจนหมดสิ้นเช่นกัน
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงอำเภอฝางซาน
พ่อบ้านของตระกูลเจียงรอพวกเขาอยู่ที่จุดแวะพักระหว่างทางของอำเภอฝางซานตั้งนานแล้ว
เจียงเซี่ยนลงจากรถม้า ฮูหยินฝางเดินออกมาจากในห้องข้างของจุดแวะพักระหว่างทาง โดยมีแม่นมอวี๋อยู่เป็นเพื่อน
นางตกใจมาก
“ท่านป้า!” แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปหาอย่างรวดเร็ว
“เป่าหนิง!” ฮูหยินฝางกอดเจียงเซี่ยนไว้ในอ้อมแขนด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเด็กคนนี้ กลับมาก็ไม่บอกข้าล่วงหน้า รีบร้อน ทำให้ข้าเป็นห่วง”
“ข้าผิดเอง!” เจียงเซี่ยนขอโทษติดกันหลายครั้ง “ข้าแค่อยากลับมาแล้ว อยาก…” จนไม่อยากรอแม้แต่เค่อเดียว กลัวว่าจะทิ้งความเสียดายเอาไว้เหมือนชาติก่อน!
ฮูหยินฝางตบนางอย่างรักและสงสาร
เด็กสาวแต่งงานไปอยู่ไกลถึงซานซี จะไม่คิดถึงบ้านได้อย่างไร?
ยังดีที่ตระกูลหลี่ไม่ว่าอะไร
ทว่า…ต่อให้ตระกูลหลี่ว่าอะไร เจียงเซี่ยนอยากกลับมาก็ยังจะกลับมาอยู่ดี
ฮูหยินฝางนึกถึงคำพูดของเจียงเจิ้นหยวน แล้วยิ้มพลางจับมือของเจียงเซี่ยนและมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
สูงกว่าตอนที่แต่งงานนิดหน่อย แล้วก็ดูอ้วนขึ้นเล็กน้อย รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้น แสดงว่าอยู่ตระกูลหลี่ใช้ชีวิตสุขสบาย น่าจะไม่ได้ทะเลาะกับหลี่เชียน ต่อให้ทะเลาะ ก็น่าจะมีปากเสียงกัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
ความเครียดของฮูหยินฝางถึงจะผ่อนคลายลง
พอคนข้างกายทั้งสองฝ่ายคารวะกัน ฮูหยินฝางก็โอบไหล่ของเจียงเซี่ยนเข้าโรงเตี๊ยม “วันนี้พักที่นี่คืนหนึ่งไปก่อน พรุ่งนี้พวกเราก็กลับเมืองหลวง ก่อนที่ข้าจะมาได้ยื่นเทียบขอพบกับวังฉือหนิงแล้ว พักที่บ้านหนึ่งวัน อีกสามวันพวกเราก็เข้าวังไปเยี่ยมไทฮองไทเฮากับไทฮองไท่เฟย”
เจียงเซี่ยนไม่มีอารมณ์พักผ่อนแม้แต่นิดเดียว ทว่านางแต่งงานแล้ว วังฉือหนิงไม่เหมือนเมื่อก่อนที่นางอยากเข้าก็เข้า นี่เป็นกฎ นางรอไม่ได้ก็ต้องรอ แต่นางไม่อยากรอเปล่าๆ แบบนี้
“จ่างจูเป็นอย่างไรบ้าง?” นางถามฮูหยินฝาง “เช่นนั้นวันมะรืนข้าไปเยี่ยมจ่างจูดีกว่า! ตอนนี้นางอยู่ที่จวนเฉิงเอินกงหรืออยู่บ้านหลังอื่น?”
ชาติก่อน หลังจากไป๋ซู่แท้งก็บำรุงร่างกายอยู่ในบ้านอีกหลังตรงชานเมืองหลวงของจวนจิ้นอันโหวเกินครึ่งปีถึงจะกลับเมืองหลวง
“แน่นอนว่าอยู่จวนเฉิงเอินกง” ฮูหยินฝางเอ่ยอย่างแปลกใจ “ทำไมเจ้าถึงคิดว่านางไปอยู่บ้านหลังอื่น? นางยังต้องควบคุมอาหารการกินภายในจวนเฉิงเอินกงนะ?”
เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “เฉาเซวียนไม่ดูแลนางหรือ? นางแท้งแล้ว ยังควบคุมอาหารการกินภายในบ้านอะไรอีก?”
“เจ้าเด็กคนนี้!” ฮูหยินฝางเอ่ยอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ใต้เท้าเฉาจะไม่ดูแลจ่างจูได้อย่างไร? นั่นเพราะตระกูลเฉาไม่มีผู้อาวุโสไม่ใช่หรือ? หากจ่างจูหลบไปที่บ้านอีกหลัง จะมอบงานในจวนให้ใคร?” เอ่ยถึงตรงนี้ น้ำเสียงของฮูหยินฝางก็ชะงักไปเล็กน้อย แล้วถึงจะเอ่ยเสียงเบาว่า “ใต้เท้าเฉาดูเหมือนลูกผู้ดีมีเงินที่แต่งตัวสวยหรู รู้จักแต่กินดื่มเที่ยวเล่น และไม่ทำงาน คิดไม่ถึงว่าจะนิสัยดีทีเดียว จ่างจูแท้ง เฉาไทเฮาส่งคนที่ติดตามรับใช้ข้างกายสองคนมาให้จ่างจู และให้ใต้เท้าเฉาส่งคนแล้ว จ่างจูจะหลบไปพักผ่อนที่บ้านอีกหลังได้อย่างไร?”
นี่ไม่ใช่สิ่งที่สมควรอย่างนั้นหรือ?
เจียงเซี่ยนเบ้ปากอย่างไม่เห็นด้วย
ฮูหยินฝางหัวเราะพลางส่ายหน้า
แม้แต่ก่อนมา ฮูหยินฝางก็ยังถอนหายใจกับเจียงเจิ้นหยวน หากรู้ตั้งแต่แรกว่าเฉาเซวียนเป็นคนควบคุมตนเองได้ ตอนนั้นให้เจียงเซี่ยนแต่งงานกับเฉาเซวียนก็ไม่เลวเหมือนกัน
ทว่าจ้าวอี้ก็ไม่สามารถว่าราชการด้วยตนเองได้แล้วเช่นกัน…
เจียงเซี่ยนกับฮูหยินฝางคุยกันอย่างสนิทสนมมากจนดึกดื่น ถึงจะต่างคนต่างไปพักผ่อน วันรุ่นขึ้นฟ้ายังไม่สว่างก็ตื่นมารีบออกเดินทางแล้ว ในที่สุดก็เข้าเมืองทันตอนที่ประตูเมืองลั่นดาล
จวนองค์หญิงขององค์หญิงหย่งอันไม่เคยถูกกรมวังริบกลับไป ตอนที่เจียงเซี่ยนแต่งงานยังเปลี่ยนเป็นจวนท่านหญิงเพราะความพยายามของไทฮองไทเฮา แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ได้อยู่หลายปีแล้ว เจียงเซี่ยนกลับมาครั้งนี้ ฮูหยินฝางจัดเรือนหลังเล็กในสวนดอกไม้ด้านหลังของจวนเจิ้นกั๋วกงให้เป็นที่พักชั่วคราวแก่เจียงเซี่ยนตามคำสั่งของเจียงเจิ้นหยวน
ชีกูเดินไปมาหลายเที่ยว เห็นเรือนหลังเล็กนี้มีลักษณะของตนเอง แถมยังตกแต่งอย่างประณีตและงดงาม ประตูข้างสามารถทะลุไปที่ตรอกเล็กๆ ของจวนเจิ้นกั๋วกงได้โดยตรง สุดตรอกก็เป็นประตูเอวของจวนเจิ้นกั๋วกง ออกจากประตูเอวก็เป็นถนน และตรงประตูเอวยังมีโรงเกี้ยวที่ว่างเปล่า แถมฮูหยินฝางยังย้ายเกี้ยวสองหลังกับพวกผู้หญิงที่แข็งแรงมาให้เจียงเซี่ยนเรียกใช้ชั่วคราวด้วย เพื่อให้เจียงเซี่ยนเข้าออกสะดวก
ทว่าถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่ที่ของตนเอง
ชีกูให้เซียงเอ๋อร์กับจุ้ยเอ๋อร์พาพวกผู้หญิงที่แข็งแรงที่มาจากในบ้านไปรับผิดชอบงานลาดตระเวนเรือนหลังเล็ก ส่วนตนเองก็นำของขวัญไปเยี่ยมเยียนแม่นมอวี๋ เพื่อให้เจียงเซี่ยนได้ทำตามใจชอบและใช้ชีวิตอย่างสบายหลังจากนี้
เจียงเซี่ยนมีฐานะอย่างไรที่ตระกูลเจียง ต่อให้ชีกูไม่ให้ของขวัญ นางก็ไม่กล้าละเลยแม้แต่นิดเดียวอยู่ดี ชีกูมอบของขวัญให้นาง นั่นก็เป็นการทำให้สิ่งที่ดูดีอยู่แล้วดูดียิ่งขึ้น ทำให้นางถอนหายใจ หลังจากเจียงเซี่ยนแต่งงานก็อยู่เป็นมากขึ้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะลูกเขยสอนมาดีหรือเปล่า…ส่วนเจียงเซี่ยนนั้นไม่สนใจเรื่องพวกนี้อย่างสิ้นเชิง นางอาบน้ำ และนอนหลับอย่างสบายมาก ตอนที่ตื่นมาเพราะรู้สึกเย็นสบายและสดชื่นแล้ว จึงรู้สึกสบายใจเป็นพิเศษเช่นกัน
นางถามฉิงเค่อ “ส่งเทียบขอพบของข้าไปที่จวนเฉิงเอินกงหรือยัง?”
“ส่งไปแล้วเจ้าค่ะ” ฉิงเค่อยิ้มพลางตอบนาง และชงชาถ้วยหนึ่งมาวางใกล้มือนาง “ท่านหญิงชิงฮุ่ยรู้ว่าท่านกลับเมืองหลวงแล้วก็ดีใจจนน้ำตาแทบจะร่วงลงมา ลุกขึ้นเหยียบส้นรองเท้าจะมา แต่แม่นมของท่านหญิงชิงฮุ่ยกับหลิ่วเหมยสาวใช้ท่านหญิงชิงฮุ่ยห้ามท่านหญิงชิงฮุ่ยไว้ บอกว่าท่านหญิงชิงฮุ่ยยังอยู่เดือนไม่ครบหนึ่งเดือน จึงออกไปข้างนอกไม่ได้…”
————————————