novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี thunder87

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 50 สุดท้ายก็ถูกข้ากิน

  1. Home
  2. ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
  3. ตอนพิเศษ ตอนที่ 50 สุดท้ายก็ถูกข้ากิน
Prev
Next

ตอนพิเศษ ตอนที่ 50 สุดท้ายก็ถูกข้ากิน

……………

น้ำเสียงของเขาราบเรียบ สีหน้าสงบนิ่ง เหมือนเขากำลังพูดถึงเรื่องธรรมดาทั่วไป

เพียงแต่สายตาของเขานั้นเฉียบคมมาก ภายใต้ความสงบนิ่งเหล่านั้นเหมือนมีระลอกคลื่นที่สามารถมองทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างทะลุทะลวง

อี้หมิงที่เห็นดังนั้นก็สะดุ้งทันทีที่สบสายตากับดวงตาคู่นั้น

ในตอนนั้นเขารู้สึกเหมือนว่าอีกฝ่ายสามารถมองความคิดของเขาได้อย่างชัดเจนทะลุปรุโปร่ง

ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เขาจึงรู้สึกตื่นตระหนกและทำอันใดไม่ถูกขึ้นมาทันที

“จื่อ จื่อเฉิน ข้าไม่ได้มีความหมายอื่นแอบแฝงเลยนะ มันเป็นทางผ่านข้าจึงมาส่งถวนจื่อกลับบ้านเท่านั้น ข้า…”

“ถ้าเช่นนั้นก็ดี”

จื่อเฉินพูดแทรกคำพูดของเขา จากนั้นเขาก็หันไปมองถวนจื่อที่เข้าไปในเรือนโดยไม่สนใจเรื่องอื่นอีกต่อไปแล้ว

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของจื่อเฉิน ถวนจื่อก็หันกลับมามอง

นางทำปากจู๋

“จื่อเฉิน เมื่อกี้พวกเจ้าพูดคุยอันใดกันหรือ?”

ดวงตาของนางกลมโต บริสุทธิ์เหมือนดั่งแก้วใส

“ไม่มีอันใด”

แม้ว่าแม่นางน้อยผู้นี้จะเติบโตขึ้นแล้ว แต่ความคิดของนางก็ยังคล้ายกับเด็กคนหนึ่ง เหมือนกับกระดาษขาวที่ไม่มีอันใด

ไม่ปลอดภัยเลยจริงๆ

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็ยกเปลือกตาขึ้นแล้วหันไปมองทางอี้หมิงด้วยสายตาไร้อารมณ์

ถวนจื่อมองตามสายตาของเขา จากนั้นก็นึกอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ นางโบกมือขึ้นเล็กน้อย

“อี้หมิง เดี๋ยวพวกเราค่อยเจอกันพรุ่งนี้นะ!”

จื่อเฉินอยู่ที่หน้าประตูครู่หนึ่ง จากนั้นก็หมุนตัวกลับเข้าเรือน

เขาปิดประตูด้วยความนุ่มนวล เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

ถวนจื่อนั่งลงบนเก้าอี้ ท่าทางหดหู่หงอยเหงา

“วันนี้เที่ยวเล่นมาเป็นอย่างใดบ้าง?”

จื่อเฉินถามขึ้นเสียงเรียบ

ถวนจื่อมองท่าทางของเขา เขาดูเหมือนว่ายังคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องที่นางกลับบ้านช้าอยู่

เป็นเรื่องร้ายแรงมาก

ถวนจื่อครุ่นคิดด้วยสีหน้าจริงจัง

จื่อเฉินมักจะเก็บอาหารอร่อยๆ ไว้ให้นางอยู่เสมอ แต่วันนี้กลับไม่ได้เก็บผลไม้วิญญาณเอาไว้ให้ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังโกรธจริงๆ แล้ว!

“ก็ ก็พอได้…”

ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตรอดต่อไปทำให้นางต้องตอบคำถามที่ขัดความเป็นจริง

จื่อเฉินขยับเข้ามาใกล้แล้วหลุบสายตามองหน้านาง

ถวนจื่อเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองเขา

“เจ้าจำสิ่งที่ข้าพูดไปเมื่อครู่นี้ได้หรือไม่?”

แม้จะเป็นประโยคคำถาม แต่เห็นได้ชัดว่าน้ำเสียงของเขานั้นเป็นประโยคบอกเล่า

แน่นอนว่าจื่อเฉินไม่ปล่อยให้นางปฏิเสธหรือต่อรองอันใดได้เลย

วิญญาณของถวนจื่อถูกโจมตีจนแทบจะสลายหายไป จากนั้นนางก็เบ้ปาก

“ที่พูดว่าต้องกลับก่อนฟ้ามืดน่ะหรือ?”

จื่อเฉินไม่ได้พูดอันใด แต่เท่ากับว่าเป็นการยอมรับโดยปริยาย

ถวนจื่อฟุบตัวลงกับโต๊ะ นางซบปลายคางไว้บนแขนของตัวเอง

ถวนจื่อแค่นหัวเราะหึ แล้วพูดอย่างไม่ยินยอม “มีอันใดที่ไม่เหมือนกัน? อีกทั้งตอนนี้ข้าก็โตแล้วไง! เหตุใดข้าถึงมีอิสระน้อยกว่าตอนเด็กล่ะ? ก่อนหน้านี้ข้ากับอี้หมิงและคนอื่นๆ ยังเล่นกันสนุกอยู่เลย!”

จื่อเฉินเหลือบสายตามองนาง

เพราะว่าโตแล้วนั่นแหละ ถึงต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

ถวนจื่อไม่เห็น แต่เขาเห็นอย่างชัดเจน ตอนที่เด็กหนุ่มกลุ่มนั้นมองมาทางนาง สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

สาวน้อยที่เพิ่งโตได้ไม่นาน ถ้าถูกพวกสารเลวลักพาตัวไปล่ะ…

สุดท้ายคนที่กังวลใจก็ต้องเป็นเขากับเทพเยว่ไม่ใช่หรือ?

เมื่อคิดถึงตรงนี้ จื่อเฉินรู้สึกว่าเขาควรจะเตือนอย่างอ้อมค้อม

ดังนั้นเขาจึงพูดว่า

“เพราะทุกที่มีคนเจตนาไม่ดีอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนที่เข้ามาทำดีกับเจ้าอย่างกะทันหัน เจ้าจะรู้ได้อย่างใดว่าเขาไม่ได้มีความคิดอื่นแอบแฝง”

ถวนจื่อชะงักไป

จื่อเฉินเชี่ยวชาญเรื่องการโน้มน้าว

“เจ้าลองคิดดูสิ ลองเปรียบเทียบวันนี้กับก่อนหน้านี้ พวกเขาปฏิบัติต่อเจ้า…เหมือนเดิมหรือไม่?”

ถวนจื่อผุดลุกขึ้นยืน นางขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน

“เหมือนว่าจะ…ต่างไปเล็กน้อย…”

นางพูดขึ้นอย่างลังเล

แม้ก่อนหน้านี้อี้หมิงและคนอื่นๆ จะดีต่อนางมาก แต่วันนี้ที่หุบเขาเฟิงโย่ว นางสัมผัสได้เลยว่าเหมือนมีอันใดบางอย่างแตกต่างไป

แม้นางจะเป็นคนที่บริสุทธิ์เรียบง่าย แต่ก็ฉลาดมาก อีกทั้งยังมีความรู้สึกไวต่อการเปลี่ยนแปลง

“แต่พวกเขาน่าจะ…”

พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นคนเผ่าเดียวกัน อีกทั้งนางยังสัมผัสได้ว่าอี้หมิงและคนอื่นไม่มีเจตนาร้าย

ถวนจื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลมาก

ก่อนหน้านี้จื่อเฉินไม่เคยพูดเช่นนี้กับนางมาก่อน ในที่สุดตอนนี้นางก็รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นและสามารถพูดคุยสื่อสารกับเขาได้อย่างเท่าเทียมแล้ว

นางรู้สึกมีความสุขมาก

ความรู้สึกในตอนนี้…ดีกว่าที่นางไปหุบเขาเฟิงโย่วเสียอีก

ในขณะที่นางกำลังครุ่นคิด จื่อเฉินก็เดินจากไปแล้ว

เสียงน้ำดังขึ้น

ถวนจื่อหันกลับไปมองตามเสียงทันที ในตอนนั้นนางก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นด้วยความยินดี นางกระโดดลงจากเขาอีกแล้วพุ่งตัวเข้าหาจื่อเฉิน

“ผลไม้รสเปรี้ยวของข้า!”

ในมือของจื่อเฉินคือจานใส่ผลไม้วิญญาณรสเปรี้ยวพูนจาน

ความเหนื่อยล้าจางหายไปในทันที ในแววตาของถวนจื่อมีเพียงผลไม้รสเปรี้ยวเท่านั้น

นางมายืนอยู่ด้านข้างของจื่อเฉิน จากนั้นก็ยื่นมือออกไปหยิบ

จื่อเฉินเบี่ยงตัวหลบทำให้นางสัมผัสได้เพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น

“ยังล้างไม่สะอาดเลย กลับไปรอก่อน”

ถวนจื่อชะงักการเคลื่อนไหว

“อื้อ”

สายตาของนางจับจ้องอยู่ที่ผลไม้เหล่านั้น จากนั้นก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“จื่อเฉิน เมื่อครู่นี้จะบอกว่า ผลไม้ลูกนั้นเป็นลูกสุดท้ายแล้วไม่ใช่หรือ?”

จื่อเฉินเหลือบสายตามองนาง

“ผลไม้เพียงเท่านั้นมันสามารถยัดฟันของเจ้าพอหรือ?”

สิ่งที่เขาเตรียมไว้ให้นั้นมีมากกว่าที่นางคิดอีก

“จื่อเฉินดีต่อข้าที่สุดเลย!”

จื่อเฉินไม่ได้ตอบอันใด จากนั้นเขาก็ยกผลไม้วิญญาณรสเปรี้ยวที่ล้างเสร็จแล้วส่งให้นาง พร้อมยกคางขึ้น

“ด้านหลังม่านกันลมยังมีของอย่างอื่นที่เจ้าชอบกินอีก…”

ถวนจื่อชะงักไปจากนั้นก็กรีดร้องขึ้นด้วยความดีใจ

“จริงหรือ?”

ในตอนนั้นนางไม่สนใจผลไม้รสเปรี้ยวในมือของจื่อเฉินอีกต่อไปแล้ว จากนั้นก็พุ่งตัวไปยังทิศทางดังกล่าวทันที

หลังจากผ่านมาสักพัก นางก็วิ่งออกมาจากด้านหลังของม่านกันลมอย่างมีความสุข สายตาที่นางมองมาทางจื่อเฉิน เหมือนกับกำลังมองผู้ช่วยชีวิตของตัวเอง

“จื่อเฉินดีต่อข้าจริงๆ เลย! แน่นอนว่าการที่ข้าเลือกเป็นน้องชายของเจ้านั้นเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ฮือ!”

จื่อเฉินชะงักฝีเท้า

“เจ้าพูดว่าอันใดนะ?”

ถวนจื่อรับผลไม้วิญญาณจากมือของเขา จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“การเป็นพี่ใหญ่มันจะมีอันใดดี! ไม่สู้…เอ๋?”

เมื่อเห็นว่าจื่อเฉินดึงของกลับไปอย่างกะทันหัน ใบหน้าของถวนจื่อก็เต็มไปด้วยความมึนงง

เหตุใดจู่ๆ ถึงไม่ให้นางกินแล้วล่ะ?

จื่อเฉินหมุนตัวกลับและกำลังจะเดินจากไป

“ล้างความคิดวุ่นวายภายในสมองของเจ้าเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

วันๆ นางเอาแต่คิดอันใดอยู่เนี่ย?

ถวนจื่อเห็นดังนั้นก็พุ่งตัวไปตรงหน้าของเขา พร้อมโผตัวเข้าหาอีกฝ่ายแล้วกอดแขนของเขาเอาไว้ นางเอนศีรษะไปซบไหล่เขา ก่อนกลับตัวเข้าไปกัดมือของจื่อเฉิน

การเคลื่อนไหวของจื่อเฉินช้าไปครึ่งจังหวะ เขาสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วที่อุ่นชื้น อีกทั้งยังมีความเจ็บแผ่กระจายออกมาด้วย

ร่างกายของเขาแข็งทื่อทันที

เด็กสาวตัวเล็กกัดผลไม้วิญญาณจากปลายนิ้วของเขาโดยตรง

แก้มของนางพองขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าภาคภูมิใจปรากฏขึ้น

“เป็นอย่างใดล่ะ? สุดท้ายก็ถูกข้ากิน?”