ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 537 คนที่สุดยอดที่สุดในเหตุการณ์
ทั้งใช้เคล็ดวิชาทั้งกินยาแบบนี้ มีผลข้างเคียงค่อนข้างรุนแรงกับร่างกาย
แต่อันหลินไม่มีทางเลือกแล้ว ภายใต้การครอบงำจากความน่ากลัวของขันทีหมื่นปี เขาจำต้องสู้ยิบตา!
ชุดมารดาราส่องแสงระยิบระยับ คุณสมบัติอำพรางกลิ่นอายถูกกระตุ้มเต็มกำลัง
พลังของเขาเริ่มเพิ่มพูนต่อเนื่อง หวนสู่ความว่างเปล่าขั้นต้น สุดยอดขั้นต้น ขั้นกลาง สุดยอดขั้นกลาง ขั้นปลาย…
พลังที่น่ากลัวเริ่มแผ่ซ่านไปรอบทิศ ทำให้มิติในรัศมีสามลี้หยุดชะงักโดยพลัน
แม้แต่อสูรหยกร่างคนทั้งห้าก็นิ่งไปเช่นกัน ก่อนจะเบนสายตามองไปทางอื่น
กู่หลัวกับอ้าวหมิงอวี้เย็นวาบไปทั้งตัว จากนั้นก็มองอันหลินด้วยความตกตะลึง
“กลิ่นอายแบบนี้…เป็นไปได้อย่างไร!” กู่หลัวทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่มีทาง เขาต้องใช้ศาสตราวุธพิเศษอะไรสักอย่างอำพรางสายตาของเราแน่!” อ้าวหมิงอวี้ระเบิดอัสนีสีขาวสว่างไสว อานุภาพที่ยิ่งใหญ่อย่างยิ่งกระจายไปทั่วราวกับต้องการขับไล่แรงกดดันที่เกิดจากอันหลิน
อันหลินมองทุกคนที่อยู่ห่างไกลด้วยสีหน้าเย็นชาแล้วก้าวไปหาผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองทีละก้าว “ตอนแรกข้าไม่อยากใช้พลังลูกนี้ แต่พวกเจ้าบีบคั้นข้า! อาจหาญแย่งผลึกต้นกำเนิดดินแดนกับข้า จุดจบมีแต่ตายเท่านั้น!”
พุดจบนัยน์ตาของเขาก็มีสีทองสว่างวาบ คลื่นสีทองกระจายไปทั่วพร้อมกับอานุภาพที่สูงส่งยิ่งยวด ราวกับเทพเจ้าบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้ากำลังมองเย้ยมนุษย์กระจ้อยร่อย
ทุกคนล้วนตะลึงงันกับความอหังการเช่นนี้ เสวี่ยจ่านเทียนถึงขั้นโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น
ดวงตางามของโคโค่สตีฟเบิกกว้าง พูดอึ้งๆ ว่า “นี่เป็นนายท่านของพวกเราหรือ”
ไมรอนก็มองภาพที่ปรากฏตรงหน้าด้วยความอึ้งเช่นกัน “หรือนายท่านของข้าจะเป็นยอดฝีมือสะท้านโลกาที่ปลีกวิเวกไม่เผยตัว ก็จริง หากไม่ใช่ยอดฝีมือสะท้านโลกา เลือดจะอร่อยขนาดนั้นได้อย่างไร!”
“โอ้! เป็นไปไม่ได้ เป็นแค่นักพรตแปลงจิตเท่านั้น มีสิทธิ์อะไรมาแย่งผลึกต้นกำเนิดกับข้า เจ้าคนต้มตุ๋นหลอกลวง!” ร่างมังกรของอ้าวหมิงอวี้เคลื่อนไหว กระแสไฟโชติช่วง อานุภาพอันยิ่งใหญ่เริ่มแผ่ซ่าน มองอันหลินที่เดินหน้าไม่หยุดด้วยความเกรี้ยวกราด เผยเจตนาร้ายอย่างไม่ปิดบัง
“พูดมากจริงๆ!” อันหลินยื่นมือไปคว้าอ้าวหมิงอวี้ด้วยมือข้างเดียวจากระยะไกล
จู่ๆ อัสนีขาวที่ปกคลุมอ้าวหมิงอวี้ก็รวมตัวกันกลายเป็นกระบี่ขาวอัสนีเล่มหนึ่ง มีสายฟ้าสีทองอันน่ากลัวสาดส่องท่ามกลางสายฟ้าสีขาวที่แปลบปลาบ แฝงด้วยพลังทำลายล้าง
พลังที่แฝงอยู่ในกระบี่ขาวแสงอัสนีเห็นได้ชัดว่าเหนือกว่าสายฟ้าที่ปล่อยออกมาจากร่างของมังกรขาวเสียอีก มันพาอานุภาพที่น่ากลัวทะลวงร่างของมังกรขาวในพริบตา
กรรซ์ อ้าวหมิงอวี้ครวญคราง ชั่วขณะที่แสงอัสนีระเบิด เลือดก็สาดกระจายทั่วผืนฟ้า
การโจมตีนี้ประหลาดและกะทันหัน อ้าวหมิงอวี้ถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว
เฮือก…
ทุกคนต่างก็หายใจเข้าดังเฮือก
สามารถบังคับได้แม้กระทั่งพลังของอ้าวหมิงอวี้เอง แถมยังเหนือกว่าหนึ่งขั้น…
ความสามารถน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ตอนแรกกู่หลัวมีความคลางแคลงใจอย่างใหญ่หลวง ตอนนี้เมื่อเห็นการโจมตีที่อันหลินสำแดง ความเคลือบแคลงก็หายไปกว่าครึ่ง ควรจะบอกว่า สมกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นปลายหรือ…
อันหลินเดินไปหาผลึกต้นกำเนิดสีทองไม่หยุดหย่อน ไม่มีผู้กล้าลงมือขัดขวาง!
ร่างมังกรของอ้าวหมิงอวี้เกิดบาดแผล กำลังหายใจหอบหนัก แววตาที่มองอันหลินมีความน่ากลัวเพิ่มมา
กู่หลัวกลับทำหน้าขึงขัง ร่างกายถูกปกคลุมด้วยม่านน้ำราวกับกำลังป้องกันการโจมตีกะทันหันของอันหลิน
หลังอสูรหยกร่างคนทั้งห้าหยุดชะงักไปชั่วครู่แล้วก็ไม่หวั่นเกรงกับพลังอันน่ากลัวของอันหลิน พากันเคลื่อนไหวอีกครั้งโดยมีเป้าหมายก็คือสามคนที่อยู่ใกล้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทอง!
อสูรหยกร่างคนพุ่งไปหาอ้าวหมิงอวี้ตนหนึ่ง อีกตนพุ่งไปหากู่หลัว อีกสามตนพุ่งไปหาอันหลินโดยตรง
คุณพระช่วย!
อันหลินรู้สึกกดดันอย่างใหญ่หลวงขึ้นมาทันที!
แม้ในใจเขาจะวิตกยิ่งยวด แต่ใบหน้ากลับเรียบเฉยสุดแสน เขาหยิบวัตถุที่คล้ายลูกหิมะก้อนหนึ่งอย่างไม่ยี่หระแล้วโยนไปหาอสูรหยกร่างคนทั้งสาม “อสูรหยกกระจอกงอกง่อยกล้าขวางทางข้าหรือ เอาหัตถ์เหมันต์คลุมแดนดินของข้าไปกิน!”
สิ่งที่เขาปาออกไปเป็นลูกหิมะที่เก็บไว้ในแหวนมิติของชิงหลี อาวุธโจมตีที่เมิ่งจือหลอมด้วยตัวเอง อานุภาพเทียบเท่าการโจมตีสุดความสามารถของสาวหิมะระดับหวนสู่ความว่างเปล่า!
ลูกหิมะพุ่งไปตรงหน้าของอสูรหิมะทั้งสามแล้วระเบิดทันใด
ระเบิดสีน้ำเงินม้วนตัวไปทั่วมิติในรัศมีสิบลี้ พื้นก็แตกทลายไปตามๆ กัน
ชั่ววินาทีนั้นแสงสีน้ำเงินกระจายไปทั่วฟ้าดิน จากนั้นกลิ่นอายที่เย็นเยือกก็กลายเป็นวงกลมแผ่คลุมรัศมีสิบลี้แล้วแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง!
นี่เป็นพลังที่ระเบิดก่อนแล้วค่อยแช่แข็ง เป็นการโจมตีของพลังสองขั้น
อสูรหยกสามตนที่นำหน้าถูกระเบิดจนตัวกระเด็น จากนั้นก็ถูกแช่แข็งจนร่างกายหยุดนิ่ง
แม้แต่อ้าวหมิงอวี้กับกู่หลัวที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรก็ถูกพลังโจมตีให้ถอยหลังกรูด แสดงอาการพรั่นพรึง
“หัตถ์เหมันต์คลุมแดนดินของชายคนนั้นช่างน่ากลัวเสียจริง!” กู่หลัวถอยหลังพลางพูดด้วยความตกตะลึง
ตอนนี้อ้าวหมิงอวี้นึกเสียใจยิ่งนัก ไม่คิดเลยว่ามนุษย์หนุ่มที่ไม่เคยแยแสจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าขั้นปลายที่เก็บซ่อนพลัง
หรือ…มนุษย์คนนั้นจะกลัวกฎธรรมชาติแว้งกัด ดังนั้นก่อนหน้านี้จึงจงใจยับยั้งพลังยุทธ์ของตนงั้นหรือ
ใช่แล้ว! ต้องเป็นเช่นนี้แน่!
อ้าวหมิงอวี้คิดว่าตนพบความจริง จึงเกิดความคิดอยากหลบหนีแล้ว
อันหลินอาศัยช่องโหว่ที่อสูรหยกร่างคนทั้งสองถูกโจมตีจนล่าถอยและบาดเจ็บสาหัส ปีกวายุกางแผ่พร้อมกับใช้กระบี่แห่งสายลม ร่างกายทะลุกำแพงแสงในพริบตา ความเร็วบรรลุแปดเท่าของความเร็วเสียง!
ร่างกายกลายเป็นเส้นสีขาวทะลุอากาศ พุ่งไปอยู่ตรงหน้าผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองในสามอึดใจให้หลัง
เก็บๆ ๆ!
สองมือของอันหลินกลายเป็นภาพติดตาม เก็บผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองยี่สิบเอ็ดก้อนใส่แหวนมิติในพริบตา!
หลังเก็บผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองหมด เขาก็ใช้พลังทั้งหมดหลบหนีไปไกล
ใบหน้าของอ้าวหมิงอวี้กับกู่หลัวต่างก็ฉายความเจ็บปวดและสิ้นหวัง ทว่าเนื่องจากความสามารถและอานุภาพที่อันหลินสำแดงก่อนหน้านี้ ทำให้ไม่กล้าลงมือรบกับเขาซึ่งๆ หน้า
ผิวขาวผุดผ่องของอสูรหยกร่างคนทั้งสามที่ถูกลูกหิมะระเบิดจนกระเด็นเกิดรอยร้าวหลายทาง ทว่าพลังกลับไม่ลดน้อยลงเลย เมื่อเห็นอันหลินชิงผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองไปก็ตามล่าอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
“พวกเจ้ายังยืนบื้ออยู่ทำไม รีบเข้ามาช่วยสิ!” อันหลินส่งกระแสจิตคำรามอย่างโกรธกริ้ว
โคโค่สตีฟกับไมรอนตื่นจากภวังค์ความตะลึงแล้วมองอันหลินด้วยความงุนงง
“นายท่าน ท่านแข็งแกร่งปานนี้ยังต้องการให้ช่วยอีกหรือ” โคโค่สตีฟพูดอย่างไม่เข้าใจ
ภาพที่อันหลินใช้หัตถ์เหมันต์คลุมแดนดินโจมตีอสูรหยกร่างคนสามตนจนกระเด็นก่อนหน้านี้ยังอยู่ในสมองของพวกเขาไม่เลือนหาย
ช่างเป็นหัตถ์ที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน…
นายท่านต่อกรกับอสูรหยกเป็นเรื่องที่ง่ายดาย ทำไมต้องให้พวกเขาลงมืออีกเล่า
“ความยิ่งใหญ่ของข้ามีเวลาจำกัดนะ! พลังนั่นไม่เป็นที่ยอมรับของฟ้าดิน ใช้เป็นเวลานานไม่ได้ พวกเจ้ารีบมาช่วยข้าเร็ว!” อันหลินรีบชี้แจงอย่างร้อนรน
ไม่เป็นที่ยอมรับของฟ้าดินงั้นหรือ ล้ำเลิศนัก! อหังการนัก!
โคโค่สตีฟกับไมรอนต่างก็ตาลุกวาว นายท่านของพวกเขาสุดยอดถึงขั้นนั้นแล้วหรือ ถึงว่าต้องจงใจยับยั้งพลัง!
ผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเลือดทั้งสองไม่คิดอะไรอีก เหาะไปหาอันหลินแล้วขัดขวางอสูรหยกคลุ้มคลั่งทั้งสามด้านหลังเขาทันที
ส่วนอันหลินเหาะไปหาเสวี่ยจ่านเทียน ให้มันพาตัวเองหลบหนีไปไกล
พลังปราณอนธการสิ้นสุดลง อันหลินเริ่มอ่อนเปลี้ยเพลียแรง
“นายท่าน! การกระทำเมื่อครู่นี้ของท่านสุดยอดเหลือเกิน! ความทรงพลัง เป็นหนึ่งเดียวในหล้าแบบนั้นแสดงออกได้สมบูรณ์ยิ่งนัก! ทำให้ข้าได้ประโยชน์ไม่น้อยเลย!” เสวี่ยจ่านเทียนพูดอย่างตื่นเต้น
“เหอะๆ…มันแน่นอนอยู่แล้ว ไม่ดูหน่อยล่ะว่าเจ้านายเจ้าเป็นใคร! ข้าเป็นถึงเซียนกระบี่อันหลินที่มีชื่อก้องแดนจิ่วโจวเชียวนะ!” อันหลินยิ้มบางๆ ใบหน้าเปี่ยมด้วยความมั่นใจและภาคภูมิใจ
ทำเท่ต่อหน้าผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าทั้งกลุ่ม…มันตื่นเต้นมากเลยละ!
แถมยังได้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองยี่สิบเอ็ดก้อนด้วย ครั้งนี้ได้กำไรล้นหลามจริงๆ!