ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 538 แม้แต่อสูรหยกก็ไม่เว้น
หลังชิงผลึกต้นกำเนิดดินแดนเสร็จควรจะเป็นเวลาหลบหนีอยู่แล้ว
อันหลินคิดแบบนี้ โคโค่สตีฟกับไมรอนก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน ดังนั้นพวกเขาจึงรบพลางล่าถอยไปด้วย
ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นกลางกับสุดยอดขั้นต้น เพียงพอจะต่อกรกับการไล่ล่าของอสูรหยกทั้งสามแล้ว จากนั้นก็ค่อยๆ หนีไปจากสมรภูมิรบ
เหตุพลิกผันเกิดขึ้นในเวลานี้นี่เอง เสียงคำรามของอสูรที่ดุจดั่งมาจากบรรพกาลดังขึ้นทันใด
คลื่นเสียงสะท้านฟ้าดินที่เกิดจากเสียงม้วนตัวไปสิบกว่าลี้ สะเทือนแก้วหู
ฉลามสีดำร่วมพันเมตรก่อตัวกลางอากาศอ้าปากกว้างที่แดงฉานกระหายเลือด กระโจนออกไปกัดอสูรหยกตัวหนึ่งแล้วกลืนลงท้องไป จากนั้นก็ระเบิด
พลังงานสีดำอันน่าพรั่นใจระเบิดเป็นรูปวงกลม บดขยี้ทุกสิ่งรอบข้างอย่างบ้าคลั่ง
อสูรหยกร่างคนในช่องท้องของฉลามตัวนั้นถูกพลังงานระเบิดของฉลามโจมตีจนร่างกายฉีกขาด สุดท้ายก็แหลกสลายเพราะต้านทานไม่ไหว
ขณะที่อสูรหยกแตกสลายนั้น วัตถุที่ส่องแสงทองระยิบระยับก็ปรากฏขึ้นในตำแหน่งหัวใจที่แตกสลายของอสูรหยก
แสงสว่างของมันทะลุความมืด โชติช่วงท่ามกลางเวหาชวนให้ดวงตาของทุกคนเป็นประกาย
ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทอง!
ตำแหน่งหัวใจของอสูรหยกร่างคนเป็นผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทอง!
อันหลินสูดหายใจเข้าลึกแล้วหันไปพูดกับโคโค่สตีฟกับไมรอนว่า “เลิกหนีได้แล้ว เป็นถึงผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเลือดถูกอสูรหยกไม่กี่ตนตามล่า ไม่อายหรือไง!”
อันที่จริงก็ไม่ต้องให้อันหลินเตือน นัยน์ตาของไมรอนกับโคโค่สตีฟก็พราวระยับแล้ว
นั่นมันผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองเชียวนะ!
ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองหนึ่งก้อนเทียบเท่าเลือดหนึ่งหยด พวกเขาจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร!
ผืนธงโบกสะบัด วิญญาณนักรบสิบหมื่นก่อตัวเป็นปีศาจโลหิตแล้วกระโจนใส่อสูรหยก
รุ้งโลหิตพุ่งฟ้า กระบี่เลือดตวัดฟันอสูรหยกที่อยู่ข้างหน้าด้วยลำแสงอันน่าสะพรึง
การต่อสู้อันดุเดือดปะทุขึ้นอีกหน ครั้งนี้เพื่อให้ได้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองก่อนใคร โคโค่สตีฟกับไมรอนใช้ไพ่ตายของตนอย่างไม่เสียดาย
ปีศาจโลหิตที่สูงร่วมพันจั้งประหนึ่งขุนเขาก่อตัวเป็นดาบสีเลือดเล่มใหญ่
ชั่วขณะที่พลังงานโหมซัด ดาบเล่มใหญ่เริ่มเต็มไปด้วยกระแสไฟสีดำ พลังทำลายล้างถูกปล่อยออกจากคมดาบ
ปีศาจโลหิตชูดาบสีเลือดที่ห้อมล้อมด้วยกระแสไฟสีดำแล้วตวัดฟันอสูรหยกร่างคนที่กลายเป็นสีทองกระโจนเข้ามา
ครืน
ฟ้าดินดังสนั่น อสูรหยกร่างคนกระแทกคมดาบโดยตรง แสงทองกับอัสนีสีดำโรมรันพันตู ระเบิดเป็นรูปวงกลม
สุดท้ายอัสนีสีดำก็เริ่มฉีกแสงทอง ดาบของปีศาจโลหิตทลายการป้องกันของอสูรหยกร่างคน
ลำแสงสาดกระทบร่างสีขาวของอสูรหยกแล้วระเบิดร่างกายของมันให้แหลกสลาย
อีกด้านหนึ่ง ร่างของโคโค่สตีฟกลายเป็นเงาดำเลื่อนลอย หลบหลีกการโจมตีด้วยระเบิดของอสูรหยกร่างคนต่อเนื่อง กระบี่เลือดดวาดวงโคจรอันร้ายแรงเส้นแล้วเส้นเล่า พุ่งทะลุมิติไม่ หยุดหย่อนหมายจะฟันอสูรหยก
แม้ศัตรูของนางจะเป็นอสูรหยกร่างคนสองตน แต่นางในตอนนี้กลับเลือกจะสู้ยิบตากับอสูรหยกร่างคนตนเดียว ผู้บำเพ็ญเพียรกระบี่ระดับหวนสู่ความว่างเปล่าที่เป็นฝ่ายคุมสมรภูมิ บวกกับ บการใช้พลังที่ได้รับความแข็งแกร่งเพิ่มจากเคล็ดวิชา ความเร็วของกระบี่สีเลือดจึงสูงชนิดที่จับต้องไม่ได้ เห็นเพียงภาพลวงตาสีเลือดที่แหวกมิติภาพแล้วภาพเล่า
โคโค่สตีฟฟันอสูรหยกตนหนึ่งให้แหลกเป็นเศษหยกนับร้อยชิ้นท่ามกลางระเบิดสีทองที่มากเหลือคณานับ
อสูรหยกอีกตนเห็นดังนั้นก็ไม่เพียงแต่ไม่หลบหนี กลับพุ่งไปหาโคโค่สตีฟด้วยความโกรธแค้นยิ่งกว่าเดิม
ผลลัพธ์เห็นได้ชัดเจนว่า อสูรหยกร่างคนตนนี้ก็ถูกนางฟันให้ตายทั้งเป็นเช่นกัน
โคโค่สตีฟกับไมรอนต่างก็สังหารศัตรูด้วยเคล็ดวิชา ด้วยเหตุนี้หลังคร่าชีวิตศัตรูเสร็จ พลังต่างก็ลดลงไปบ้าง ใบหน้าที่ซีดขาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วบัดนี้ยิ่งไปซีดไปกันใหญ่
“นายท่าน...ข้าต้องการเลือด…” โคโค่สตีฟเลิกคิ้วให้อันหลินแล้วเอ่ยอย่างออดอ้อนโรยแรง
อันหลินกลอกตาแล้วกรีดนิ้วมือ สะบัดเลือดสี่มิลลิลิตรให้โคโค่สตีฟ
โคโค่สตีฟรับเลือดมาแล้วพูดอย่างดีใจระคนตะลึงว่า “นายท่าน...เพิ่มขึ้นเท่าตัว…เป็นเพราะข้าน้อยประพฤติดีเป็นพิเศษ จึงมอบรางวัลพิเศษให้ข้าน้อยงั้นหรือ”
เอาเถอะ ดีใจจนถึงขั้นเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองไปแล้ว
“เปล่า ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองยี่สิบเอ็ดก้อนแม้พวกเจ้าจะไม่ได้ชิงมาโดยตรง แต่ถึงอย่างไรก็เคยออกแรงช่วย ดังนั้นสองมิลลิลิตรที่เพิ่มมานี้เป็นรางวัลที่ทำเต็มที่ก่อนหน้านี้!” อ อันหลินอธิบาย
ด้วยเหตุนี้ไมรอนก็ได้รับเลือดสามมิลลิลิตรด้วยเช่นกัน
ผีดูดเลือดทั้งสองดื่มเลือดอันหลินเสร็จ ใบหน้าก็มีเลือดฝาด รู้สึกสบายไปทั่วสรรพางค์กาย กำลังวังชาเต็มเปี่ยมในพริบตา
อันหลินเก็บผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองสามก้อน บวกกับผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองยี่สิบเอ็ดก้อนและอีกเจ็ดก้อนที่อยู่ในแหวนมิติอยู่แล้ว ตอนนี้มีทั้งสิ้นสามสิบเอ็ดก้อนแล้ว
ภารกิจสำเร็จไปหนึ่งในสามโดยไม่รู้ตัว!
อันหลินพบว่าโคโค่สตีฟกับไมรอนดื่มเลือดเสร็จแล้วไม่รีบร้อนจากไปไม่พอ กลับจ้องข้างหลังด้วยกระหายเสียด้วยซ้ำ
ตรงนั้นมีอ้าวหมิงอวี้กับสู้รบดุเดือดกับอสูรหยกร่างคนตนหนึ่งอยู่ ยากจะรู้ผลแพ้ชนะในทันที
“ข้าคิดว่าอ้าวหมิงอวี้อาจจะต้องการความช่วยเหลือ” ไมรอนเอ่ย
“ข้าคิดว่าสามารถจัดการอ้าวหมิงอวี้ไปพร้อมกันได้เลย…” โคโค่สตีฟพูดตรงยิ่งกว่า
อันหลิน “…”
อ้าวหมิงอวี้กลายร่างเป็นมังกร หางมังกรสะบัดฟาดอสูรหยกร่างคนที่อยู่เบื้องหน้าด้วยพลังท่วมท้นนภา
กำปั้นของอสูรหยกร่างคนห่อหุ้มด้วยแสงทอง แม้เผชิญกับหางมังกรขนาดใหญ่ก็ไม่กลัวเกรงเลยสักนิด ใช้ไม้แข็งปะทะไม้แข็ง ปล่อยหมัดกระแทกหางมังกรโดยตรง
ทั้งสองประสานงากัน ทำให้เกิดคลื่นพลังอันน่ากลัวกลางอากาศ
อ้าวหมิงอวี้ถูกพลังมหาศาลของกำปั้นสะเทือนจนถอยหลัง อสูรหยกร่างคนก็ถูกหางมังกรฟาดจนกระเด็นเช่นกัน
ความสามารถของอสูรหยกร่างคนเทียบเทียมระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นต้น ดังนั้นในการปะทะกันครั้งนี้ อ้าวหมิงอวี้จึงไม่ได้เปรียบ
อันที่จริงอ้าวหมิงอวี้ก็สามารถใช้เคล็ดวิชาปลิดชีพอสูรหยกร่างคนตรงหน้าได้เช่นกัน มันเป็นวิชาสายฟ้าที่มีอานุภาพน่าสะพรึงอย่างยิ่ง แต่เมื่อเขาหวนคิดถึงฝีมือควบคุมสายฟ้าที่ ประหลาดก่อนหน้านี้ของอันหลินก็ห่อเหี่ยวทันที
เขาไปยุ่งกับผู้ยิ่งใหญ่เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ล้ำเลิศเข้า เขากลัวว่าอัสนีที่ตนร้องเรียกจะเล็งคมหอกมาที่ตนอีกครั้ง…
อีกอย่างกระบวนท่านั้นเปลืองพลังงานยิ่งนัก ที่นี่เขาไม่มีพันธมิตร เมื่อใช้แล้วจะถูกหมายหัวได้ง่ายดายนัก
อ้าวหมิงอวี้ยังโรมรันกับอสูรหยกร่างคนอยู่ ตอนนี้กู่หลัวเหาะมาทางเขาด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์แล้ว
ไกลออกไป โคโค่สตีฟกับไมรอนก็เหาะมาแล้วเช่นกัน เจตนาไม่บริสุทธิ์ยิ่งกว่า เริ่มเตรียมอาคมโจมตีแล้ว…
เปลืองแรงเปล่าเสียแล้ว…ใบหน้าของอ้าวหมิงอวี้มีความเจ็บใจและโกรธแค้นฉายวาบ
เขาคำรามด้วยโทสะ ร่างมังกรสีขาวพลันมีเมฆขาวก่อตัว
เคล็ดวิชาเผ่ามังกร ควบเมฆขี่หมอก!
เสียงฟิ้วดังขึ้น
ความเร็วของอ้าวหมิงอวี้เหนือกำแพงเสียง หนีไปไกลทันใด!
อสูรหยกร่างคนคิดจะไล่ตาม แต่ความเร็วของอ้าวหมิงอวี้รวดเร็วจริงๆ มันตามไม่ทันเลยสักนิด
ตอนแรกกู่หลัวคิดจะจับอสูรหยกร่างคนที่แตกกลุ่มตนนี้ แต่เมื่อเห็นโคโค่สตีฟกับไมรอนแล้วก็ลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ทิ้งความคิดนี้ไปแล้วหนีไปอีกทางหนึ่ง
โคโค่สตีฟกับไมรอนเห็นทั้งสองหนีอย่างไม่ลังเลเช่นนี้ จึงไม่ไล่กวด แต่พุ่งไปหาอสูรหยกร่างคนตัวสุดท้ายนั่นแทน…
อสูรหยกร่างคนแข็งแกร่งมาก แต่เผชิญหน้ากับการร่วมมือโจมตีของผีดูดเลือดหวนสู่ความว่างเปล่าสองตนก็ยังด้อยกว่าเยอะโข ไม่นานก็แพ้พ่าย ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองของหัวใจถูกล ล้วงออกมา
โคโค่สตีฟกับไมรอนต่างก็ได้เลือดศักดิ์สิทธิ์ไปคนละศูนย์จุดห้ามิลลิลิตรด้วยประการฉะนี้
อันหลินเองก็ได้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองไปก้อนหนึ่ง สุขสมอารมณ์หมาย
ตอนนี้ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองของเขามีถึงสามสิบสองก้อนแล้ว หากผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่ารู้จำนวนของผลึกหินละก็ อาจจะตกใจจนฉี่ราดก็ได้
มันน่าตื่นตะลึงมากไหมเล่า!
จำนวนทั้งหมดของผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองของกลุ่มอิทธิพลโบราณหนึ่งกลุ่มในเขตดารามายาอาจจะสู้อันหลินเพียงคนเดียวไม่ได้ด้วยซ้ำ! นี่มันเศรษฐีผลึกต้นกำเนิดชัดๆ!
ในการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ครั้งนี้อย่างน้อยๆ ก็มีส่วนของความโชคดีบ้างเหมือนกัน อันหลินไม่กระหยิ่มใจเกินไป
หลังเขากินยาบำรุงเลือดลมหนึ่งเม็ดแล้ว ก็มองหาเขาหยกลูกหนึ่งแล้วเจาะเป็นโพรงถ้ำ จากนั้นพักผ่อน รอผลข้างเคียงของการใช้พลังปราณอนธการหายไปเงียบๆ