ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 18 ถ้ำาที่ไร้ก้น
เนี่ยตงไห่ทำาได้้อย่างที่กล่าวเอาไว้
ช่วงเวลาต่อมา ทุกระยะห่างสองสามวัน เขาจะนำาหินเมฆ อัคคีส่วนหนึ่งมามอบให้กับเนี่ยเทียน ให้เนี่ยเทียนใช้กระดู้กสัตว์ ด้ึงดู้ด้เอาพลังเปลวเพลิงออกไป
เนี่ยเฉี่ยนเองกมทำาเช่นเด้ียวกัน
ทว่ากระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นราวกับถ้าที่ไร้ก้นอย่างไรอย่างนั้น หลังจากดู้ด้ซับเอาพลังเปลวเพลิงจากหินเมฆอัคคีไปจำานวนมาก เลือด้หยด้นั้นกมยังคงไม่สามารถก่อตัวขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างได้้สำาเรมจ
ภายหลังเนี่ยเทียนเริ่มค้นพบว่า หินเมฆอัคคีที่ท่านตาและ ปอาใหญ่ของเขาเอามาให้ เริ่มลด้น้อยลงไปเรื่อยๆ
บางครั้งที่เนี่ยเฉี่ยนมาหาจะทำาเพียงโยนหินเมฆอัคคีสอง สามก้อนไว้ให้อย่างเร่งร้อน แล้วกมรีบจากไปด้้วยท่าทางไม่เป็นสุข คล้ายกลัวว่าเนี่ยเทียนจะค้นพบอะไร
เนี่ยเทียนไม่ใช่คนโง่ อันที่จริงเขาสังเกตเหมนนานแล้วว่า เครื่องประด้ับที่เนี่ยเฉี่ยนสวมใส่อยู่บนร่าง หายไปทีละชิ้น
ภายหลังเนี่ยตงไห่กมไม่ปรากฏตัวอีก มีเพียงเนี่ยเฉี่ยนที่มา หาเป็นครั้งคราว เอาหินเมฆอัคคีไว้ให้สองสามก้อน ใช้สายตาคาด้ หวังมองกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นแล้วจึงจากไปเงียบๆ
“ได้้ยินมาว่าเมื่อวานท่านปอาใหญ่ทะเลาะกับท่านอาเนี่ยผิง ที่เป็นผู้ดู้แลห้องเกมบสมบัติเสียยกใหญ่ ท่านปอาใหญ่บอกว่าท่า นอาเนี่ยผิงจงใจกด้ราคานาง ทั้งๆ ที่เครื่องประด้ับพวกนั้นของนาง สามารถแลกเอาหินเมฆอัคคีมาได้้ถึงสามก้อน ทว่าท่านอาเนี่ยผิง กลับแลกให้นางแค่ก้อนเด้ียว”
“ตอนนี้ประมุขตระกูลคือท่านปู่รอง ท่านอาเนี่ยผิงเพิ่งจะ ได้้มาเป็นผู้ดู้แลห้องสมบัติหลังจากที่ท่านปู่รองขึ้นรับตำาแหน่ง ท่า นอาเนี่ยผิงฟังแค่คำาของท่านปู่รองเท่านั้น ถึงได้้ไม่สนใจท่านปอาใหญ่ อย่างไรล่ะ”
“กมไม่รู้ว่าเกิด้เรื่องอะไรขึ้น ท่านปู่ใหญ่และท่านปอาใหญ่ถึง ได้้เอาของมีค่าติด้ตัวไปแลกหินเมฆอัคคีที่ห้องเกมบสมบัติมาจนหมด้”
“นั่นสิ แม้แต่ยาที่ใช้รักษาอาการบาด้เจมบก่อนหน้านี้ ท่าน ปู่ใหญ่กมยังเอามาแลกเป็นหินเมฆอัคคีด้้วย ไม่รู้ว่าเกิด้เป็นบ้าอะไรขึ้น มา”
“ท่านปอาใหญ่กมเป็นเหมือนกัน จนตอนนี้บนร่างนางไม่ เหลือเครื่องประด้ับแม้แต่ชิ้นเด้ียวแล้ว”
“…”
ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ขณะที่หญิงสาวตระกูลเนี่ยสอง คนเด้ินผ่านห้องของเนี่ยเทียนถึงได้้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด้คุย
เนี่ยเทียนที่อยู่ในห้องได้้ยินคำาพูด้ของพวกนางอย่างชัด้เจน เขาที่เด้ิมทีตั้งใจฝึกบำาเพมญตบะ ยามนี้จิตใจกระวนกระวายไปหมด้ บนใบหน้าเลมกๆ เตมไปด้้วยระทมทุกข์อย่างที่เด้มกในวัยนี้ไม่ควรจะมี
“เพื่อเอาหินเมฆอัคคีมาให้ข้า ท่านตาและท่านปอาใหญ่ถึง กับสิ้นเนื้อประด้าตัวเชียวหรือ?”
เมื่อคิด้เช่นนี้เขากมอด้หยิบเอากระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นออกมาจาก ถุงพกตรงเอวไม่ได้้ ตอนที่มองกระดู้กชิ้นนั้นอีกครั้ง เขาพลันรู้สึก เกลียด้มันอย่างถึงที่สุด้
“เสี่ยวเทียน” และตอนนี้เอง เสียงของเนี่ยเฉี่ยนกมด้ังลอย มาจากด้้านนอก
นางผลักประตูเข้ามา ด้วงตาเตมไปด้้วยแววอ่อนล้า ราวกับหลายวันมานี้จิตใจของนางเหนื่อยมามากแล้ว
“รับไปสิ” เมื่อมาหยุด้อยู่ข้างกายเนี่ยเทียน นางกมแสร้ง โยนหินเมฆอัคคีก้อนหนึ่งไปให้เนี่ยเทียนด้้วยท่าทางสบายๆ ทั้งยังใช้ สายตาคาด้หวังมองไปยังกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้น กล่าว: “รีบให้กระดู้ก สัตว์ดู้ด้เอาพลังเปลวเพลิงของมันไปสิ”
“ไม่ต้องแล้ว” เนี่ยเทียนส่ายหัว “ข้าว่ากระดู้กสัตว์ชิ้นนี้ คือถ้ำาที่ไร้ก้นแห่งหนึ่ง ต่อให้ใช้หินเมฆอัคคีมากแค่ไหนกมไม่มีวันถม มันได้้เตม”
เนี่ยเฉี่ยนสีหน้ามืด้คล้ำา พูด้โกรธๆ : “เจ้าจะยอมแพ้ทั้ง อย่างนี้น่ะหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ เพื่อหาหินเมฆอัคคีมาให้เจ้า ท่านตา ของเจ้าต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง?”
“ข้ารู้” ด้วงตาเนี่ยเทียนเตมไปด้้วยความเจมบปวด้ “ข้ายังรู้ ด้้วยว่า เพื่อนำาหินเมฆอัคคีมาให้ข้า ท่านต้องเอาเครื่องประด้ับมีค่า พวกนั้นไปขายจนหมด้”
เนี่ยเฉี่ยนอึ้งงัน ตระหนักได้้ทันทีว่าหลานชายของนางคนนี้ ไม่ใช่เด้มกน้อยอีกต่อไปแล้ว เกรงว่าเขาคงเข้าใจเรื่องทั้งหมด้มานาน แล้ว
นางเงียบงันไปครู่กมกล่าวปลอบด้้วยน้ำาเสียงอ่อนโยน: “เงิน ทองเป็นของนอกกาย ขอแค่ตอนอายุสิบห้า เจ้าสามารถเหยียบย่าง เข้าสู่หลอมรวมลมปราณขั้นเก้า กลายเป็นลูกศิษย์สำานักหลิงอวิ๋น สิ่ง ที่พวกเราสูญเสียไปย่อมได้้รับการตอบแทนกลับคืนมา”
พูด้มาถึงตรงนี้ สีหน้าของนางพลันมืด้มน พูด้ต่ออีกว่า: “อาการบาด้เจมบของท่านตาเจ้ายากที่จะรักษาให้หายได้้ เส้นทางการ บำาเพมญตบะของชีวิตเขาได้้เด้ินมาสุด้ทางแล้ว”
“ส่วนข้า พรสวรรค์ในการบำาเพมญตบะกมย่ำาแย่มาตั้งแต่เด้มก จนถึงทุกวันนี้ยังอยู่แค่เพียงขอบเขตท้ายสวรรค์ขั้นต้น ห่างชั้นกับแม่ ของเจ้านัก ปีนั้นหากข้าสามารถบำาเพมญตบะหลอมลมปราณขั้นเก้า ได้้ภายในอายุสิบห้า กลายเป็นลูกศิษย์ของสำานักหลิงอวิ๋น ต่อให้ตระ กูลเนี่ยของพวกเราจะอ่อนแอ ตระกูลอวิ๋นกมคงไม่กล้าปฏิบัติกับข้าถึง เพียงนี้!”
“ข้าไม่ต้องการให้เจ้ากลายมาเป็นเหมือนข้า! ตอนนี้เจ้า อายุสิบเอมด้แล้ว เหลือเวลาอีกเพียงสี่ปี เจ้าจำาเป็นต้องเหยียบย่างเข้า สู่รวมลมปราณเก้าภายในสี่ปีนี้ให้ได้้!”
“ตอนนี้ขอบเขตของเจ้ายังห่างอีกไกลนัก บางทีกระดู้ก สัตว์ลึกลับชิ้นนั้นอาจเป็นกุญแจสำาคัญเพียงอย่างเด้ียวที่มีอยู่!”
“ด้ังนั้น ไม่ว่าอย่างไรกมตาม เจ้าต้องยืนหยัด้ต่อไป ดู้สิว่า กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นจะนำาความมหัศจรรย์มาให้แก่เจ้าได้้หรือไม่! เจ้า คือความหวังสุด้ท้ายของข้าและท่านตาเจ้า เจ้าอย่าเอานิสัยเด้มกๆ มา ใช้ อย่าทำาให้ความพยายามของข้าและท่านตาเจ้าต้องเสียเปล่า!”
เนี่ยเฉี่ยนกล่าวสั่งสอนด้้วยน้ำาเสียงเข้มงวด้
เนี่ยเทียนไม่พูด้อะไรสักคำา ฟังด้้วยความตั้งใจ รอจนเนี่ย เฉี่ยนพูด้จบถึงได้้พยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไม่มีทางทำาให้พวก ท่านผิด้หวัง”
เมื่อพูด้จบเขากมวางหินเมฆอัคคีก้อนนั้นลงไปบนกระดู้ก สัตว์อีกครั้ง
เวลาแค่ไม่กี่ชั่วลมหายใจ หินเมฆอัคคีก้อนนั้นกมถูกดู้ด้พลัง เปลวเพลิงไปจนหมด้ กลายมาเป็นเศษหิน
บางทีอาจเป็นเพราะพลังเปลวเพลิงจากหินเมฆอัคคีก้อน หนึ่งมีบางเบาเกินไป จุด้แสงไฟในกระดู้กสัตว์ก้อนนั้นจึงไม่มีแต่เค้า ลางว่าจะรวมตัวกัน
เนี่ยเทียนและเนี่ยเฉี่ยนที่จ้องมองกระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นอยู่ ตลอด้เวลา เหมนว่ามันมืด้ด้ับแสงลงไปอย่างรวด้เรมว ใบหน้าจึงเผย ความผิด้หวัง
“อย่าเพิ่งหด้หู่ ข้าจะลองคิด้หาวิธีอื่นดู้” เนี่ยเฉี่ยนข่มกลั้น ความสิ้นหวังไร้ที่สุด้สิ้นในใจลงไป พูด้ “พรุ่งนี้ข้าจะไปเหมืองแร่ ที่ นั่นมีหินเมฆอัคคีมากมายที่ยังไม่ได้้ขุด้ อาจใช้เวลามากหน่อย แต่ ต้องนำาหินเมฆอัคคีกลับมาให้เจ้ามากกว่าเด้ิมให้ได้้!”
“ข้าจะไปกับท่านด้้วย!” เนี่ยเทียนลุกพรวด้ขึ้นยืน
“ไม่ได้้!” เนี่ยเฉี่ยนร้อนรน “ที่เหมืองแร่นั่น เนื่องจากคนใน ตระกูลขุด้หาหินเมฆอัคคีกันอย่างเตมที่ บางครั้งจึงเกิด้ถล่มลงมา อันตรายเกินไป เจ้าห้ามไปเด้มด้ขาด้!”
“ข้าว่าต่อให้เอาหินเมฆอัคคีมาอีกกี่สิบก้อนกมคงไม่พอที่จะ เติมกระดู้กสัตว์ก้อนนี้ให้เตมได้้ มีเพียงข้าไปที่นั่น เอากระดู้กสัตว์นี้ ไปดู้ด้ซับแร่ด้ิบของหินเมฆอัคคีที่ยังไม่ถูกขุด้ออกมาโด้ยตรง ถึงอาจ จะทำาให้มันพอใจจนสามารถก่อตัวกลายมาเป็นเลือด้หนึ่งหยด้ได้้ จริง” เนี่ยเทียนกล่าวด้้วยความมั่นใจ
“ใช้กระดู้กสัตว์ดู้ด้ซับพลังเปลวเพลิงจากแร่ด้ิบโด้ยตรง?” เนี่ยเฉี่ยนพลันฉุกคิด้ขึ้นมาได้้
นางเองกมรู้สึกว่าข้อเสนอนี้ของเนี่ยเทียนมีเหตุผลมาก คิด้ จะขุด้เอาแร่ด้ิบของหินเมฆอัคคีมากมายในเหมืองออกมา ไม่ใช่เรื่อง ง่ายนัก
ต่อให้นางไปด้้วยตัวเองกมยังไม่สามารถขุด้เอาหินเมฆอัคคี ปริมาณมากมาในเวลาอันสั้นได้้ อีกทั้งหินเมฆอัคคีที่ถูกขุด้ออกมา ตอนที่กลับออกจากเหมืองจะต้องมีการจด้บันทึกเข้าบัญชีเอาไว้ ส่วน หนึ่งส่งให้กับสำานักหลิงอวิ๋น อีกส่วนหนึ่งเกมบไว้ในห้องสมบัติตระกูล เนี่ย ที่จะได้้มาอยู่ในมือนางแท้จริงเกรงว่าคงเหลือแค่สองส่วนเท่านั้น
นางคำานวณอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าการที่ตัวเองจะเอาหินเมฆ อัคคีหลายสิบก้อนมาครอบครองได้้ อาจจำาเป็นต้องใช้เวลาอยู่ใน เหมืองเป็นครึ่งๆ ปี
อีกทั้งเนี่ยเทียนกมอายุสิบเอมด้ปีแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เขาขาด้มาก ที่สุด้กมคือเวลา
“ให้ข้าไปเถอะ ข้าไม่สามารถนั่งงอมืองอเท้ารออยู่บ้าน เฉยๆ ได้้” เนี่ยเทียนวอนขออย่างน่าสงสาร “ข้าเองกมต้องพยายาม ด้้วยตัวเองเหมือนกัน ไปที่เหมืองแร่กมถือเป็นการหาประสบการณ์ครั้ง หนึ่งของข้า”
เนี่ยเฉี่ยนใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุด้กมพยักหน้าเบาๆ “จำาเอาไว้ ออกไปจากเมืองเฮยอวิ๋นเมื่อใด้ ต้องเชื่อฟังข้าทุกอย่าง ห้ามก่อเรื่องเด้มด้ขาด้!”
“แน่นอน! แน่นอน!” เนี่ยเทียนรีบพูด้ตอบรับ
ช่วงนี้เขาถูกกักตัวอยู่ในจวนตระกูลเนี่ย ไม่ได้้เด้ินออกจาก ประตูใหญ่แม้แต่ก้าวเด้ียว รู้สึกอุด้อู้จนจะทนไม่ไหวอยู่นานแล้ว อีก ทั้งพวกคนแปลกหน้าที่มาด้้อมๆ มองๆ ใกล้กับจวนตระกูลเนี่ยกม หายตัวไปนานแล้ว เขาจึงคิด้ฉวยโอกาสนี้ออกไปทำากิจกรรมด้้าน นอกเสียเลย
“พรุ่งนี้เช้าตรู่ข้าจะพาเจ้าออกจากเมืองไปด้้วยกัน!” เนี่ย เฉี่ยนกล่าว
“ขอบคุณท่านปอาใหญ่!” เนี่ยเทียนพูด้ด้้วยความลิงโลด้
วันต่อมา ฟอายังไม่สว่าง เนี่ยเทียนกมารออยู่หน้าประตูแล้ว ส่วนเนี่ยเฉี่ยนเองกมาตามนัด้
ขณะที่ฟอาเริ่มสว่างขึ้น คนทั้งสองกมออกจากเมืองเฮยอวิ๋น เด้ินทางไปยังเขาหลิงอวิ๋นอย่างเงียบเชียบ
ตระกูลอวิ๋น
หยวนชิวอิ๋งรับอาหารเช้าพร้อมกับอวิ๋นซงเสรมจ ขณะที่ กำาลังบ้วนปาก คนผู้หนึ่งกมาหยุด้ยืนข้างกายนางอย่างเงียบเชียบ กล่าวเสียงเบา: “นายหญิงขอรับ เนี่ยเฉี่ยนและเจ้าเด้มกที่ชื่อเนี่ยเทียน คนนั้น วันนี้ได้้ออกจากเมืองเฮยอวิ๋นตั้งแต่เช้าตรู่ เด้ินทางไปที่เขาหลิ งอวิ๋น”
“ในที่สุด้เต่ากมยอมโผล่หัวออกจากกระด้องเสียที!” หยวนชิ วอิ๋งสีหน้าฮึกเหิม กัด้ฟันกรอด้ กล่าวด้้วยท่าทางเหี้ยมโหด้: “นาง สารเลวคนนั้น แล้วกมเจ้าเด้มกไม่มีพ่อไม่มีแม่นั่น ข้าจะดู้สิว่าคราวนี้ พวกมันจะหนีพ้นฝ่ามือของข้าไปได้้อย่างไร!”
นางไม่เคยล้มเลิกความคิด้ที่จะแก้แค้นเนี่ยเฉี่ยนและเนี่ย เทียน
หลายวันมานี้ แม้ว่านางจะให้พวกขุนนางต่างรัฐเหล่านั้น ถอนกำาลังออกจากบ้านตระกูลเนี่ย ทว่ากมยังคงแอบให้คนจับตามอง ประตูเมืองเฮยอวิ๋นอยู่ตลอด้เวลา
นางรู้ว่าสักวันเนี่ยเฉี่ยนและเนี่ยเทียนต้องออกมาข้างนอก เพราะทนไม่ไหว
“หึ ยังกล้าออกไปจากเมืองเฮยอวิ๋นเสียด้้วย? สวรรค์ช่าง ช่วยข้าเสียจริง ลงมือในเมืองข้ายังกังวลอยู่บ้าง ออกจากเมืองไป อย่างนี้ พวกมันกมอย่าหวังเลยว่าจะมีชีวิตรอด้กลับมา!” หยวนชิวอิ๋ งกล่าวเสียงเหี้ยม
“นางสารเลวนั่นต้องไปที่เหมืองแร่ตระกูลเนี่ยบนเขาหลิงอ วิ๋นแน่นอน! พวกเจ้าอย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น อย่าเพิ่งลงมือระหว่าง ทางที่พวกมันไปเหมือง ตอนไปนางหญิงชั่วช้าเนี่ยเฉี่ยนนั่นต้อง ระมัด้ระวังตัวมากแน่นอน พวกเจ้าไปรออยู่รอบๆ เหมืองบนเขาหลิ งอวิ๋น รอพวกมันสองคนออกมาเมื่อไหร่ค่อยลงมือตอนที่พวกมันกลับ เข้าเมือง!”
“ทราบแล้วขอรับนายหญิง ข้ารับประกันว่าพวกมันไม่มี ทางมีชีวิตรอด้กลับมาถึงเมืองเฮยอวิ๋นแน่นอน!”
“อืม เกมบกวาด้ให้สะอาด้ด้้วย เสรมจเรื่องกมให้คนพวกนั้น ไสหัวออกไปจากเมืองเฮยอวิ๋น ห้ามกลับเข้ามาอีก สำานักหลิงอวิ๋นจะ ได้้ไม่หาจุด้อ่อนมาเอาเรื่องพวกเรา”
“รับทราบขอรับ”