ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 19 เหมืองหมายเลขเจมด้สิบสาม
เขาหลิงอวิ๋นอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเฮยอวิ๋น เขาหลิงอวิ๋นที่ถูกเรียกว่าเป็นภูเขาลูกหนึ่ง แท้จริงแล้วเกิด้จากภูเขา ขนาด้สูงต่ำาไม่เท่ากันหลายลูกประกอบเข้าด้้วยกัน
เขาหลักหลิงอวิ๋นมีความสูงหลายพันเมตร สูงตระหง่าน ทะลุเข้าไปในชั้นเมฆ ปราณวิญญาณโอบล้อมลอยวนเป็นเกลียว
ภูเขาลูกเลมกๆ รอบด้้านเมื่อนำามาเปรียบเทียบกับเขาหลิงอ วิ๋นแล้ว มองดู้เตี้ยต่ำากว่ากันมากนัก
เนื่องจากปราณวิญญาณรอบด้้านเขาหลิงอวิ๋น เข้มข้น ทำาให้เทือกเขาเหล่านั้นล้วนมีลักษณะแตกต่างกันออกไป
บางยอด้เขากมถูกคนของสำานักหลิงอวิ๋นนำาพืชวิเศษ มากมายมาปลูกเอาไว้ โด้ยมีลูกศิษย์สำานักหลิงอวิ๋นคอยเฝอาดู้แล
และบางยอด้เขากมีวัตถุวิเศษระด้ับสูงอยู่เยอะมาก ยอด้ เขาประเภทนี้ต่างกมีลูกศิษย์สำานักหลิงอวิ๋นมาทำาหน้าที่เกมบเอาไป เช่นกัน
ยอด้เขาที่ตระกูลเนี่ยใช้ขุด้หินเมฆอัคคี อันที่จริงแล้วอยู่บน ภูเขาที่ไม่สะดุ้ด้ตามากที่สุด้ในบรรด้าภูเขาเลมกภูเขาน้อยรอบเขาหลิ งอวิ๋น
เนี่ยเทียนและเนี่ยเฉี่ยนมาถึงยอด้เขาที่คนตระกูลเนี่ยใช้ขุด้ หินเมฆอัคคีกมเป็นเวลาบ่ายแล้ว
“คุณหนูใหญ่ ตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงที่ตรวจนับหินเมฆอัคคีอีก ครั้ง ทำาไมอยู่ๆ ท่านถึงได้้มาเยือนกะทันหันล่ะขอรับ?” เนี่ยเสียง ผู้ ดู้แลเหมืองแร่ของตระกูลเนี่ย มองเนี่ยเฉี่ยนที่พาเด้มกคนหนึ่งมาด้้วย อย่างสงสัยใคร่รู้ ในใจเกิด้ความสงสัยมากมาย
“รอบนี้ข้าไม่ได้้มาเพื่อตรวจนับหินเมฆอัคคี แต่พาหลาน ชายของข้ามาหาประสบการณ์จากเหมืองแร่แห่งนี้” เนี่ยเฉี่ยนกล่าว ด้้วยรอยยิ้มน้อยๆ
“มาหาประสบการณ์ในเหมืองแร่?” เนี่ยเสียงตะลึงงัน ยิ่ง แปลกใจเข้าไปใหญ่
เพราะในเหมืองแห่งนี้ไม่ปลอด้ภัย ด้ังนั้นแต่ไหนแต่ไรมาจึง มีเพียงเด้มกตระกูลเนี่ยที่ทำาความผิด้ใหญ่หลวงเท่านั้นถึงจะถูกส่งตัว มาที่นี่
เนี่ยเฉี่ยนกลับพาเนี่ยเทียนมาด้้วยแล้วบอกว่าต้องการให้ เขาหาประสบการณ์ นี่จึงทำาให้เนี่ยเสียงไม่เข้าใจอย่างยิ่ง
เนี่ยเฉี่ยนไม่ได้้อธิบายอะไรมากนัก หลังจากทักทายกับเนี่ย เสียงแล้วจึงด้ึงตัวเนี่ยเทียนเด้ินตรงเข้าไปในเหมือง
“คุณหนูใหญ่ เด้มกคนนี้…ยังเลมกนัก หากเกิด้อุบัติเหตุอะไร ขึ้นในเหมือง ข้ารับผิด้ชอบไม่ไหวหรอกนะ” เนี่ยเสียงรีบพูด้
“อืม หากเกิด้เรื่องอะไรขึ้นจริง ข้าจะเป็นคนรับผิด้ชอบ เอง” เนี่ยเฉี่ยนกล่าว
ได้้ยินนางพูด้เช่นนี้ เนี่ยเสียงจึงไม่พูด้ให้มากความอีก ปล่อยให้เนี่ยเฉี่ยนพาเนี่ยเทียนเด้ินลึกเข้าไปในเหมือง เมื่อ มาอยู่ในเหมือง เนี่ยเทียนกมเหลียวซ้ายแลขวาด้้วยความสงสัยใคร่รู้ “หินเมฆอัคคีอยู่ที่นี่หรือขอรับ?”
“อยู่ลึกเข้าไปอีก” เนี่ยเฉี่ยนสูด้ลมหายใจหนึ่งครั้ง ด้วงตา ฉายแววกังวลใจอย่างเหมนได้้ชัด้ “จำาเอาไว้นะว่าต้องเชื่อฟังคำาพูด้ ของข้า ต้องคอยเด้ินตามข้าตลอด้ เพราะการขุด้แร่ที่มากเกินพอด้ี ทำาให้มีหลายแห่งในเหมืองกลวงโบ๋ บางครั้งหากแผ่นด้ินไหวมันจึง ถล่มลงมาทันที ข้ารู้ว่าที่แบบไหนถึงจะปลอด้ภัย ที่แบบไหนถึงจะมี อันตราย เจ้าห้ามเด้ินแยกไปจากข้าเด้มด้ขาด้”
เนี่ยเทียนเงยหน้ามองหินแท่งแต่ละก้อนที่ห้อยย้อยอยู่บน ผนังถ้ำาห่างจากศีรษะเขาไปห้าหกเมตร รีบพยักหน้ารับ
ก้อนหินเหล่านั้นคงหนักหลายพันจิน[1] หากร่วงลงมา จริงๆ เกรงว่าเขาคงกลายเป็นขนมเปี๊ยะใส้เนื้อได้้ในพริบตา
“ตามข้ามา”
เนี่ยเฉี่ยนจับแขนของเขาไว้แน่น พาเขาเด้ินเข้าไปตามทาง เด้ินหินมืด้มิด้ที่ทอด้ยาวออกไป
เนี่ยเทียนมองซ้ายมองขวาด้้วยความอยากรู้อยากเหมนไป ตลอด้ทาง เด้ินตามไปเงียบๆ ทั้งระวังตัวและรอบคอบอย่างเหมนได้้ ชัด้
“สวัสด้ีขอรับคุณหนูใหญ่ ท่านมาได้้อย่างไรขอรับ?”
“คุณหนูใหญ่ระวังนะขอรับ ในนี้ไม่ปลอด้ภัย วันก่อนเพิ่ง จะถล่มลงมารอบหนึ่ง”
“คารวะคุณหนูใหญ่”
ระหว่างทาง คนในตระกูลเนี่ยที่เป็นญาติทางอ้อมมากมาย รวมไปถึงเหล่ากรรมกรที่คนตระกูลเนี่ยจ้างมา พอมองเหมนเนี่ยเฉี่ยน ต่างกมพากันทักทายอย่างเคารพนบนอบ
เนี่ยเฉี่ยนพยักหน้าและอมยิ้มส่งไปให้กับทุกคน กำาชับให้ พวกเขาระมัด้ระวังกันให้มาก ห้ามให้เกิด้อุบัติเหตุเด้มด้ขาด้
เนี่ยเทียนมองออกว่าพวกคนที่ขุด้หินเมฆอัคคีในเหมือง เหล่านี้ ต่างกมเคารพยำาเกรงเนี่ยเฉี่ยนจากใจจริง
“คนที่มาขุด้หินเมฆอัคคีในเหมืองต่างกมเป็นคนที่มีชะตา รันทด้ พวกเขาทุกคนที่เข้ามา ต่างกมรู้ว่าตัวเองจะต้องเผชิญหน้ากับ
สิ่งใด้” ขณะที่ไม่มีคนอื่นอยู่ เนี่ยเฉี่ยนกมถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง กล่าว: “เสี่ยวเทียน หากเจ้าไม่ถูกสำานักหลิงอวิ๋นรับไว้เป็นศิษย์ รอ เจ้าอายุเกินสิบห้าเมื่อไหร่กมอาจจะถูกท่านปู่รองของเจ้าส่งตัวมาขุด้ หินเมฆอัคคีที่นี่กมได้้”
“ไม่ใช่ว่ามีเพียงญาติทางอ้อมของตระกูลเนี่ยเท่านั้นหรอก หรือที่จะถูกส่งตัวมาที่นี่?” เนี่ยเทียนพูด้
“เมื่อก่อนเป็นอย่างนี้จริง แต่ภายหลังอะไรกมไม่แน่นอน หรอก” เนี่ยเฉี่ยนส่ายหัว กล่าวด้้วยสีหน้ามืด้มน: “อัตราการตาย ของคนในเหมืองมีสูงมาก ทุกระยะห่างช่วงหนึ่งจะต้องมีคนตายอยู่ที่ นี่ และภารกิจหลักของตระกูลเนี่ย แท้จริงแล้วกมคือช่วยสำานักหลิงอวิ๋ นขุด้หินเมฆอัคคี งานอื่นๆ ของตระกูลล้วนไม่สำาคัญเท่างานนี้”
“หลายปีมานี้ เนื่องจากหินเมฆอัคคีรอบนอกถูกขุด้เอาไป จนเกลี้ยง จึงทำาได้้เพียงขุด้ค้นเข้ามาในจุด้ที่ลึกมากขึ้น ด้ังนั้นความ อันตรายจึงมากตามไปด้้วย”
“ผู้อาวุโสที่เป็นญาติสายอ้อมเหล่านั้นต่างกมครุ่นคิด้หาวิธีที่ จะไม่ให้ลูกหลานต้องมาอยู่ที่เหมือง”
“ทว่าที่นี่ต่างหากถึงจะเป็นรากฐานของตระกูลเนี่ย ทุกคน ล้วนกลัวตาย พวกกรรมกรเหล่านั้นที่ตระกูลเนี่ยจ้างมา หากไม่มีคน ของตระกูลคอยเฝอา พวกเขากมไม่ยินด้ีที่จะเข้ามาขุด้ในจุด้ลึก แต่ทุกปี
พวกเราต้องส่งมอบหินเมฆอัคคีให้สำานักหลิงอวิ๋นในปริมาณที่มาก พอ หากปีไหนน้อยไปจากกำาหนด้ สำานักหลิงอวิ๋นกมอาจจะไม่ให้ความ สำาคัญกับตระกูลเนี่ยอีก”
“ขาด้การปกปองคุ้มครองจากสำานักหลิงอวิ๋น ตระกูลเนี่ย ของเราเมื่ออยู่ในเมืองเฮยอวิ๋นกมยากที่จะตั้งตัวขึ้นมาได้้”
“ด้้วยเหตุนี้ งานเหมืองแร่จึงเป็นสิ่งที่สำาคัญมากสำาหรับ ตระกูล ไม่ว่าเวลาใด้กมตาม ในเหมืองต้องมีคนในตระกูลคอยเฝอาอยู่ เสมอ ตอนนี้ท่านปู่รองของเจ้าเป็นคนดู้แลตระกูล เขาเองกมพูด้ เหมือนกันว่าจะทำาการเปลี่ยนแปลง ต่อไปคนในตระกูลที่เป็นญาติ สายตรงกมต้องถูกส่งตัวมาที่นี่เหมือนกัน”
พูด้มาถึงตรงนี้ เนี่ยเฉี่ยนกมหยุด้ไปครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวต่อ ด้้วยความหมายลึกล้ำา: “เพราะท่านตาของเจ้าสูญเสียอำานาจใน ตระกูลไป ตอนที่เขายังไม่ได้้ลงจากตำาแหน่ง ข้ากมเริ่มมาที่เหมืองแร่ แห่งนี้บ่อยๆ แล้ว ตอนนี้อำานาจของพวกเรายิ่งอ่อนแอลง หากเจ้าไม่ ได้้กลายเป็นลูกศิษย์ของสำานักหลิงอวิ๋น วันหน้าย่อมหนีไม่พ้นต้องถูก ส่งตัวมาอยู่ที่นี่แน่นอน”
เนี่ยเทียนก้มหน้าตั้งใจครุ่นคิด้ จากนั้นกมพยักหน้าเบาๆ “ข้าเข้าใจแล้ว”
“ไปกันเถอะ” เนี่ยเฉี่ยนพาเด้ินเข้าไปลึกต่อ
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง เนี่ยเทียนพบว่าทางหินที่ทอด้ยาวไป กลางภูเขายิ่งแคบลงเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างศีรษะกับผนังหินด้้าน บนกมเขยิบสั้นลง
เขาสังเกตเหมนด้้วยว่ากรรมกรที่พบเจอระหว่างทางมี จำานวนน้อยลง แต่ละคนรูปร่างผอมแห้งราวกับไม้ฟืน สีหน้าไร้ซึ่ง ชีวิตชีวา
“คุณหนูใหญ่ ด้้านหน้าอันตราย ทางที่ด้ีท่านอย่าเด้ินหน้า ต่อด้ีกว่า” ชายวัยกลางคนร่างผอมด้ำาคนหนึ่งพลันโผล่ออกมาจาก หัวเลี้ยวของทางอีกฝั่ง กล่าวเตือนด้้วยความหวังด้ี: “เหมือง หมายเลขเจมด้สิบสาม เมื่อแปด้วันก่อนเพิ่งถล่มลงมาหนึ่งครั้ง คนตาย ไปสองคน พวกเราเพิ่งจะเกมบกวาด้เสรมจ”
เนี่ยเฉี่ยนชะงักฝีเท้า สีหน้าของนางเคร่งเครียด้ ลังเลอยู่ครู่ หนึ่งจากนั้นกมกล่าวว่า: “ขอบคุณเจ้าที่เตือน ข้าจะเข้าไปดู้เสียหน่อย แปบเด้ียวกมกลับออกมาแล้ว”
“ถ้าเช่นนั้นท่านต้องระวังให้มาก ข้า…ไม่ไปเป็นเพื่อน แล้ว” ชายผู้นั้นกล่าวด้้วยความหวาด้กลัว
“อ้อ เจ้าไปทำางานของเจ้าเถอะ” เนี่ยเฉี่ยนพยักหน้า ชาย ผอมด้ำาผู้นั้นพริบตาเด้ียวกมหายวับไปไม่เหมนแม้แต่เงา
“ยิ่งเข้าไปด้้านใน อัตราการตายกมยิ่งสูง ด้ังนั้นคนงานที่อยู่ ในนี้แต่ละคนจึงมีสีหน้าหมด้อาลัยตายอยาก เพราะพวกเขาไม่รู้ว่า ภัยพิบัติจะมาเยือนตนเองวันใด้” เนี่ยเฉี่ยนเงียบไปครู่หนึ่งกมพูด้อีก ว่า: “พวกเขาล้วนเป็นคนที่มีชะตายากลำาบากของเมืองเฮยอวิ๋น เพื่อ ลูกเพื่อเมียที่รออยู่ในเมืองแล้ว ถึงได้้ยอมเสี่ยงภัยมาที่นี่”
“ผู้ฝึกลมปราณของสำานักหลิงอวิ๋นที่ความสามารถสูงมาก หากพวกเขาคิด้จะมาที่นี่ ต่อให้เหมืองพังถล่มลง กมคงไม่เป็นไร กระมัง?” เนี่ยเทียนถาม
“ฝึกถึงขอบเขตกลางสวรรค์กมสามารถลอด้ทะลุร่างอยู่ใน เหมืองได้้แล้ว ไม่มีทางกลัวการถล่มของเหมืองแน่นอน” เนี่ยเฉี่ยนพ ยักหน้าเบาๆ แต่กมพูด้ขึ้นมาอีกทันควันว่า: “แต่ผู้ฝึกลมปราณที่บรรลุ ถึงขอบเขตกลางสวรรค์ได้้ มีหรือจะยอมเสียเวลามาที่นี่เพื่อหินเมฆ อัคคีซึ่งเป็นของระด้ับสี่ขั้นต่ำาเช่นนี้?”
“พวกผู้ฝึกลมปราณที่แขมงแกร่งช่างใจด้ำาเสียจริง!”
“ในสายตาของพวกเขา คนตระกูลเนี่ยไม่มีค่าอันใด้ มีคน ตายไปแค่นิด้หน่อย พวกเขาไม่คิด้จะเกมบไปใส่ใจหรอกนะ แล้วนับ ประสาอะไรกับคนธรรมด้าที่ถูกตระกูลเนี่ยจ้างมาเหล่านี้เล่า?”
“ผู้ฝึกลมปราณที่แท้จริงเด้ิมกมเป็นผู้สูงส่งอยู่เหนือผู้ใด้อยู่ แล้ว ตระกูลธรรมด้าอย่างตระกูลเนี่ยของพวกเราทำาได้้เพียงรับใช้ พวกเขาเท่านั้น”
“เช่นเด้ียวกัน คนธรรมด้าเหล่านั้นของเมืองเฮยอวิ๋นกมรับ ใช้ตระกูลเนี่ยของพวกเราอีกที”
“บนโลกใบนี้เด้ิมทีกมเหี้ยมโหด้อยู่แล้ว เจ้าและข้าล้วนไม่ สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้้ คิด้จะอยู่สูงส่งเหนือล้ำาผู้อื่น ไม่ต้องคอย เป็นทาสรับใช้พวกเขา ไม่ให้พวกเขายึด้กุมความเป็นความตายของ เรา มีเพียงวิธีเด้ียวเท่านั้น”
“นั่นกมคือกลายเป็นหนึ่งในพวกเขา!”
เนี่ยเฉี่ยนกล่าวสั่งสอน
เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งขรึม พยักหน้าแรงๆ: “ข้าจะต้อง กลายเป็นผู้ฝึกลมปราณที่แขมงแกร่งอย่างแน่นอน!”
“ไป ไปเหมืองหมายเลขเจมด้สิบสามกันเถอะ!” เนี่ยเฉี่ยน เองกมตัด้สินใจเด้มด้เด้ี่ยวเช่นกัน
ไม่นานนัก ภายใต้การนำาของเนี่ยเฉี่ยน ในที่สุด้พวกเขากม มาปรากฏตัวอยู่ในเหมืองขนาด้ยักษ์แห่งหนึ่ง
เพิ่งเข้ามาถึง เขากมสังเกตเหมนว่าบนผนังหินรอบด้้าน มี ประกายแสงระยิบระยับสีแด้งเตมไปหมด้
“หินเมฆอัคคี!” เนี่ยเทียนฮึกเหิม
“ที่แห่งนี้อันตราย อย่ามัวเสียเวลา รีบลองใช้กระดู้กสัตว์ ชิ้นนั้นมาดู้ด้เอาพลังเปลวเพลิงจากหินเมฆอัคคีที่ยังไม่ถูกขุด้ออกมา พวกนี้เถอะ! ทางที่ด้ีที่สุด้พวกเราไม่ควรอยู่นานนัก หากเลือด้สด้หยด้ นั้นในกระดู้กสัตว์รวมตัวกันสำาเรมจกมออกไปทันที หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด้ ปัญหาตามมา!” เนี่ยเฉี่ยนเอ่ยเร่งเสียงด้ัง
“ตกลง!” เนี่ยเทียนลงมือทันควัน