ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 335 ไนต์คลับ
บทที่ 335 ไนต์คลับ
“ปกติตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษนั้นจะต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่พวกเราก็ได้ข้ามขั้นตอนพวกนั้นให้ฉิงเทียนแล้ว และตอนนี้เรายังจะให้เขามาเข้าร่วมประชุมกับที่ปรึกษาพิเศษคนอื่นๆอีก จะไม่เกิดปัญหาขึ้นมาภายหลังเหรอครับ?” เฟิงอี้พูดอย่างกังวล ซึ่งจริงๆแล้วในการประชุมนี้ของทางสมช.นั้นก็มีกฎที่เข้มงวดอยู่ ที่ปรึกษาพิเศษที่มาเข้าร่วมในการประชุมนี้ของทางสมช.ได้นั้น จะต้องมีผลงานให้กับทางสมช.หรือประเทศในระดับหนึ่งเสียก่อน
เพราะการจะเข้าร่วมการประชุมนี้ได้นั้น เรียกได้ว่าจะต้องได้รับการยอมรับจากทางสมช.แล้ว แล้วข้อมูลภายในต่างๆของทางสมช.ถึงจะเปิดให้เข้าถึงได้ เพื่อที่ทำการกำจัดสิทธิคนที่ไม่ค่อยทำอะไร จึงได้มีกฎข้อนี้เพิ่มขึ้นมา
แต่ทว่าฉิงเทียนนั้นกลับข้ามขั้นตอนเหล่านั้นมาเลย จนกระทั่งถึงในตอนนี้ในความคิดของเฟิงอี้นั้น ฉิงเทียนยังไม่ได้สร้างผลงานอะไรให้กับทางสมช.หรือประเทศเป็นชิ้นเป็นอันเลย
แต่ผู้อำนวยการหานก็ได้มองไปที่เฟิงอี้แล้วยิ้ม “ใครบอกล่ะว่าฉิงเทียนยังไม่ได้สร้างผลงานให้กับประเทศเรา? ก็ไม่ใช่เพราะฉิงเทียนหรอกเหรอที่ทำให้เกิดการจับกุมสำนักอัคคีในครั้งนี้?”
เฟิงอี้มองไปที่สีหน้าของผู้อำนวยการหาน แล้วก็เหมือนนึกขึ้นมาได้ “จริงด้วยสิ ผมลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร”
“ด้วยเรื่องนี้ ก็จะเป็นการยากที่จะมีใครมาพูดอะไรได้ ผู้อำนวยการครับผมขอตัวไปจัดเตรียมการประชุมพรุ่งนี้เช้าก่อนนะครับ!” เฟิงอี้กล่าว
“เชิญ” ผู้อำนวยการหานผงกหัว
ส่วนฉิงเทียนที่กำลังนอนอยู่ที่โรงแรมนั้น จู่ๆก็รู้สึกได้ถึงพลังวัตรที่แก่กล้ากำลังมุ่งหน้ามายังที่ที่เขาอยู่อย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ว่าเขาจะเหาะมาอย่างรวดเร็วมาก แต่เขายังรู้ได้ด้วยจิตศักดิ์สิทธิ์ระดับตู้จี๋ของเขา แล้วเขาก็เห็นหน้าของคนคนนั้น
“ซวีอู๋จื่อที่เป็นที่ปรึกษาพิเศษของทางสมช.นี่นา” ฉิงเทียนพูดอย่างตกใจ
แล้วในขณะที่ฉิงเทียนกำลังตกใจอยู่นั้นเอง ซวีอู๋จื่อก็ได้เข้ามาทางหน้าต่างของโรงแรม แล้วมานั่งอยู่ที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกับฉิงเทียน
“ในที่สุดข้าก็พบเจ้า เจ้าหนู!” ซวีอู๋จื่อถือกาน้ำชาเล็กๆไว้ในมือก่อนจะก็จะจิบชาดื่มจากในกานั้น “อื้ม….ชาดี ชาดี”
จากนั้นเขาก็พูดกับฉิงเทียน “เจ้าหนู อยากจะดูข้าดื่ม หรือดื่มร่วมกับข้าล่ะ?” ก่อนที่จะพูดจบ กาน้ำชาในมือของเขาก็ได้พุ่งมาหาฉิงเทียนราวกับปืนใหญ่
ฉิงเทียนก็ได้ลุกจากเตียงแล้วยกมือขึ้นมา แล้วกาน้ำชาที่พุ่งมาอย่างเร็วนั้นก็ได้มาหยุดอยู่ที่มือของฉิงเทียน
ทันทีที่กาน้ำชาสัมผัสกับมือของฉิงเทียน เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณที่รุนแรงจากกาน้ำชานั้นเสียดแทงทะลุหนังของฉิงเทียน
พลังวิญญาณที่รุนแรงนั้นได้ไหลผ่านเข้าไปในร่างกายของฉิงเทียน และทำให้ฉิงเทียนรู้สึกตกใจ และรวบรวมพลังวิญญาณในร่างกายของเขาและทำการเดินลมปราณใหม่เพื่อสะกดพลังวิญญาณนั้น
ภายใต้การเดินพลังวิญญาณของฉิงเทียนใหม่ พลังวิญญาณนั้นก็ได้ถูกทำลายไป หลังจากที่จัดการเสร็จเรียบร้อย ฉิงเทียนก็ได้จ้องมาที่ซวีอู๋จื่อด้วยสายตาที่ไม่ดี “ท่านอาวุโส นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”
ซวีอู๋จื่อก็ได้มองไปที่ฉิงเทียนแล้วก็ยิ้ม แล้วทำหน้าไร้เดียงสาราวกับเมื่อสักครู่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย “ข้าทำอย่างนั้นเหรอ? ข้าก็แค่ชวนเจ้าดื่มชาไง?”
เมื่อเห็นซวีอู๋จื่อไม่ยอมรับ ฉิงเทียนก็ได้พูดด้วยความโกรธ “ถ้าท่านอาวุโสมาที่นี่เพื่อมาหาเรื่อง ผมก็ไม่ขอต้อนรับคุณที่นี่!” พูดจบฉิงเทียนก็ได้โยนกาน้ำชาคืนกลับไป
“อย่างโกรธไปหน่อยเลยน่าเจ้าหนุ่ม? เจ้าควรเคารพผู้อาวุโสและรักผู้เยาว์นะรู้ไหม” ซวีอู๋จื่อกล่าวและรับกาน้ำชาอย่างง่ายดาย
แต่ในขณะที่ซวีอู๋จื่อรับกาน้ำชานั้น จู่ๆกาน้ำนั้นก็ได้แตกออก กาน้ำชาแตกออกจากกันและชาที่อยู่ในกาก็ได้กระเซ็นออกมาแล้วซัดเข้าหน้าของซวีอู๋จื่อเต็มๆ
ซึ่งจริงๆแล้วฉิงเทียนเองก็ได้แอบใส่ลูกเล่นลงไปในตอนที่ขว้างกาน้ำชากลับไป
เมื่อเห็นน้ำชาที่รดหน้าของซวีอู๋จื่อแล้ว ฉิงเทียนก็ได้ยิ้ม “โดนกันไปคนละรอบ ท่านอาวุโสตอนนี้พวกเราก็เจ๊ากันแล้วนะ!”
ซวีอู๋จื่อก็ได้สะบัดมือของเขา แล้วชาที่หกรดหน้าของเขานั้นก็ได้เหือดแห้งและหายไป เขานั้นรู้สึกพ่ายแพ้ขึ้นมา เมื่อต้องถูกเด็กที่มีพลังวัตรน้อยกว่าเขาเล่นงานเช่นนี้ ซึ่งเขาไม่ได้เจอเช่นนี้มานานหลายปี
“น่าสนใจ ช่างเป็นเด็กที่น่าสนใจนัก! ตาแก่คนนี้ชอบเจ้าจริงๆ” ซวีอู๋จื่อพูดพร้อมกับหัวเราะแทนที่จะโกรธ
แล้วฉิงเทียนก็ขนลุกซู่ขึ้นมา ใครก็ตามที่ได้ยินที่ซวีอู๋จื่อพูดนั้นต่างก็ขนลุกทั้งนั้น ซวีอู๋จื่อนั้นตั้งใจที่จะทำอะไรกันแน่? เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีทีท่าจะพูดออกมา ฉิงเทียนจึงได้ถามเขา “ไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุโสนั้นมาหาผมทำไมเหรอครับ?”
“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ตาแก่คนนี้ไม่ได้มาที่เมืองโม๋ตูหลายปีแล้ว ข้าก็เลยอยากจะหาคนนำทางเสียหน่อย และข้าก็นึกใครไม่ออกนอกจากเจ้า ว่าอย่างไร?เจ้าสนจะมาเป็นคนนำเที่ยวให้ข้าหน่อยได้ไหม?” แล้วเขาก็หยิบกาน้ำชาที่เหมือนกับเมื่อสักครู่ซดเข้าปาก
ใครจะไปเชื่อคำพูดไร้สาระเช่นนี้กัน จากพลังวัตรของเขาที่อยู่ในระดับเหอถี่แล้ว เขาสามารถใช้จิตศักดิ์สิทธิ์ครอบคลุมทั่วทั้งเมืองโม๋ตูได้อย่างสบายๆ และเขาจะหาสถานที่ที่อยากจะไปไม่เจอได้อย่างไร
แต่ฉิงเทียนก็ได้ตอบกลับไปโดยไม่มีท่าทีชะงัก “ท่านอาวุโสครับ ทำไมท่านไม่ไปที่สมช.ล่ะครับ ที่นั่นน่าจะมีคนที่สามารถเป็นคนนำเที่ยวให้ผู้อาวุโสได้ดีกว่าผมแน่ๆ”
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนตอบ ซวีอู๋จื่อก็ได้โบกมือปัดแล้วทำสีหน้ารังเกียจแล้วกล่าว “พวกคนในสมช.น่ะที่ตาเฒ่าหานเป็นคนดูแลน่ะเหรอ ไม่ไหวหรอกมีแต่สมองตายด้านทั้งนั้น ข้ามองดูรอบๆแล้วมีแต่พวกน่าเบื่อทั้งนั้น ข้าว่าเจ้าเนี่ยน่าสนใจกว่า”
“น่าสนใจเนี่ยนะ น่าสนใจอะไร?” ฉิงเทียนพูดในใจ แต่ดูแล้วดูท่าเขาคงจะต้องเป็นคนนำเที่ยวให้เสียแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าตาแก่นั่นจะเล่นลูกไม้อะไรใส่เขาอีก
และฉิงเทียนเองก็คิดว่า เขาน่าจะสามารถถามเขาถึงเรื่องของโลกผู้บำเพ็ญเพียรและสมช.ได้ด้วย
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว ฉิงเทียนก็ได้ตอบตกลงไป “การเคารพเทียบไม่ได้กับทำตามคำสั่งล่ะนะ”
ณ ไนต์คลับแห่งหนึ่งในเมืองโม๋ตู ฉิงเทียนก็ได้มองไปที่ซวีอู๋จื่อที่กำลังปล่อยตัวอยู่ที่ฟลอร์เต้นอย่างตกใจ ดูเขาที่กำลังเต้นไปตามจังหวะและแสงไฟ ซึ่งสาวนักเต้นสุดเซ็กซี่ที่อยู่ข้างๆซวีอู๋จื่อเองก็มีอาการตกใจเหมือนกัน
คนคนนี้เป็นผู้บำเพียรระดับเหอถี่จริงๆเหรอเนี่ย? ฉิงเทียนรู้สึกประหลาดใจ
ในตอนแรกฉิงเทียนคิดว่าชายชราอย่างซวีอู๋จื่อนั้นคงอยากที่จะไปร้านชา ซึ่งเป็นที่ที่เหมาะกับเหล่าผู้บำเพ็ญเพียร
แต่กลับกลายเป็นว่า ซวีอู๋จื่อนั้นบอกให้เขาพามายังไนต์คลับแทน
ในตอนนั้นฉิงเทียนเองก็ตกใจแล้วถามเขาว่าเขาพูดผิดหรือเปล่า? แต่กลับกลายเป็นว่าเขากลับถลึงตาใส่แล้วบอกกับเขาว่า เป็นคนหนุ่มแท้ๆแต่กลับหัวโบราณกว่าข้าอีก ผู้คนควรที่จะใฝ่หาความสุขตอนอยู่บนโลกเมื่อมีเวลาสิ!
แล้วฉิงเทียนก็ได้หยิบแก้วบรั่นดีขึ้นมาดื่มและเส้นประสาทของเขาถูกกระตุ้นด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อย้ำบอกเขาว่านี่เป็นเรื่องจริง!
“ทำไมเจ้าหนุ่มถึงไม่ออกมาเต้นบ้างล่ะ?” ไม่รู้ว่าซวีอู๋จื่อนั้นโผล่มาอยู่ข้างๆเขาตั้งแต่เมื่อไร ก่อนจะดีดนิ้วเรียกบริกรให้มาหาเขาแล้วบอก “ขอบรั่นดีแก้วนึง”
“ฮ่า, บรรยากาศของไนต์คลับบนโลกเนี่ยช่างรู้สึกผ่อนคลายและเต็มไปด้วยบรรยากาศของหนุ่มสาวจริงๆ” ซวีอู๋จื่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เมื่อได้ยินที่ซวีอู๋จือพูด ฉิงเทียนก็ได้นึกดูถูกเขาในใจ นอกจากกลิ่นฮอร์โมนที่คละคลุ้งไปทั่วทั้งไนต์คลับแล้ว ไม่น่าจะมีกลิ่นของหนุ่มสาวอย่างที่เขาบอกหรอก
แล้วก็พูดออกมาด้วยเสียงเบาๆ “ถ้าคุณอยากที่จะสัมผัสรสชาติของความเยาว์แล้วล่ะก็ คุณน่าจะไปที่โรงเรียนมัธยมจะดีกว่า ถ้าเป็นเด็กนักเรียนมัธยมที่จะเป็นอนาคตของชาติแล้วล่ะก็ พวกเขาน่าจะเต็มไปด้วยพลังของคนหนุ่มสาวมากกว่าที่นี่เสียอีก”
แล้วเหล้าบรั่นดีที่ซวีอู๋จื่อดื่มเข้าไปนั้นก็ได้สำลักและพ่นออกมาทันที ทำไมเจ้าหนุ่มนี่ถึงได้เป็นคนวาจาจัดจ้านเช่นนี้