สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 609 เผชิญเสียกงจู่
“ท่านทั้งหลาย เราจะยังเชิดหน้าชูตาอยู่ได้อย่างไร! เซี่ยวม่อเกอแม้
พลังฝีมือกล้าแข็ง แต่หากเรายอมพ่ายแพ้โดยง่ายดาย หลังจากนี้กงจู่ทั้ง
สามมีแต่จะจบสิ้นลงในเงื้อมมือมารของมัน พวกนางเกรงว่าต้องร่าไห้โศก
สลดไปชั่วชีวิต เราจะยินยอมให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นได้รึ! พวกเรา
ล้วนชื่นชมเหล่ากงจู่ จะมัวนั่งนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไรกัน!”
บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งกำลังหันหน้าเข้าปลุกเร้าบุรุษหนุ่มคนอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่มันกำลังเร่าร้อนได้ที่ คนอื่น ๆ กลับนิ่งเงียบ
งัน การต่อสู้ระหว่างเซี่ยวม่อเกอกับเสิ่นอวี้ขู่ขวัญพวกมันแทบตาย ปลูกฝัง
เมล็ดพันธุ์แห่งความกลัวไว้ในจิตใจของพวกมัน
คนผู้นี้ก็ไม่ท้อแท้หดหู่ ยังคงกล่าวสืบต่ออย่างดุเดือด
“ข้าย่อมล่วงรู้ว่าพวกเจ้าทุกคนห่วงกังวลเรื่องอันใด เจ้าผู้นี้ดุร้าย
กระหายเลือด ยามฆ่าคนไม่กะพริบตา หากพวกเราเผชิญหน้ากับมัน
โดยตรง เป็นที่แน่นอนว่าต้องไม่มีจุดจบที่ดี ดังนั้นพวกเราได้แต่ใช้ไหวพริบ
ปฏิภาณ ไม่อาจเข้าปะทะด้วยกำลัง”
มันกล่าวแทงใจดำทุกผู้คน เหล่าคุณชายตระกูลใหญ่พอฟังต้องเงย
หน้าขึ้นทันที
เสียงหนึ่งสอบถามมาจากในกลุ่มคน “เช่นนั้นพี่หวังมีวิธีดีงามอัน
ใด?”
Page 1 of 11
ผู้ที่กำลังปลุกเร้าฝูงชนเรียกว่าหวังคุน มันเป็นสาวกผู้ซื่อสัตย์ของซิ่น
กงจู่ มันเมื่อล่วงรู้ว่าซิ่นกงจู่เชื้อเชิญเซี่ยวม่อเกอ ต้องพิโรธโกรธขึ้งอย่าง
รุนแรง และเพียงชั่วพริบตาต่อมา หว่านกงจู่ก็ส่งเทียบเชิญให้แก่เซี่ยวม่อ
เกอด้วย เหล่านายน้อยกลุ่มนี้แตกฮือในทันที
เสิ่นอวี้แม้เป็นที่ขัดตา แต่มันมีจิตเจตนาอยู่แต่เสียกงจู่เท่านั้น เหล่า
สาวกของกงจู่อีกสองนางจึงยินดีชมดูความสนุกสนาน แต่เสิ่นอวี้กลับถูก
คนฆ่าตาย จากนั้นปรากฏคู่แข่งขันที่ร้ายกาจยิ่งกว่าขึ้นมา เซี่ยวม่อเกอ
จุดสำคัญคือคนผู้นี้ได้รับการเหลือบแลจากสามกงจู่พร้อมกัน!
เรื่องเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน! ไม่เคยมี!
แต่ทุกผู้คนล้วนได้ชมดูการประลองระหว่างเสิ่นอวี้กับเซี่ยวม่อเกอ
ด้วยสายตาตัวเอง กระทั่งผู้ที่ขวัญกล้าบังอาจที่สุดในหมู่พวกมัน ยังไม่มี
กำลังขวัญพอที่จะต่อสู้กับเซี่ยวม่อเกออย่างซึ่งหน้า ในหมู่พวกมัน
นับเสิ่นอวี้พลังฝีมือกล้าแข็งที่สุด แต่เซี่ยวม่อเกอเมื่อเผาผลาญเสิ่นอวี้จน
เป็นเถ้าธุลี พวกมันที่เหลือย่อมไม่ใช่คู่มือของคนผู้นี้
ดังนั้นพวกมันได้แต่สลดหดหู่ ไร้ซึ่งขวัญกำลังใจ จนกระทั่งหวังคุนบ
อกความคิดของมันออกมา คนอื่น ๆ จึงค่อยเงยหน้าขึ้นมอง
หวังคุนยิ่งกล่าวยิ่งเร่าร้อน “เซี่ยวม่อเกอพลังฝีมือร้ายกาจ แน่นอนว่า
ในเชิงยุทธ์พวกเราย่อมไม่ใช่คู่มือของมัน อย่างไรก็ตาม เราก็มีข้อได้เปรียบ
ของเรา เซี่ยวม่อเกอเป็นยอดยุทธ์ที่ดุดันอำมหิต แต่หมัดของมันสามารถ
ทำลายท้องฟ้าได้หรือไม่? พวกเราเป็นใคร! พวกเราคือตระกูลสูงศักดิ์! ชน
ชั้นที่มีชาติกำเนิดสูงส่ง ได้รับการอบรมบ่มเพาะมาเป็นอย่างดี สิ่งที่เรามี
Page 2 of 11
คือม๋อเป้ย! แล้วมันมีอะไรบ้าง? หมัดของมันรึ? แล้วพวกเราเคยต้องต่อสู้
กับผู้อื่นด้วยหมัดของเราตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
เหล่านายน้อยล้วนเป็นบุคคลอันชาญฉลาด พอฟังดวงตาก็เป็น
ประกายขึ้นมาทันที
ถูกแล้ว!
พวกมันไหนเลยจะเคยถูกบีบบังคับให้ต้องต่อสู้กับผู้อื่นด้วยตัวเอง?
สิ่งที่พวกมันจะต่อสู้ ก็คือด้วยศักดิ์ฐานะของบิดา ด้วยความมั่งคั่ง
ร่ารวย ข้าทาสบริวารและอำนาจบารมีของตระกูล! พวกมันเคยต้อง
ประชันขันแข่งด้วยพลังฝีมือของตัวเองตั้งแต่เมื่อใด?
หวังคุนกล่าวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “เสิ่นอวี้ประเมินตัวเองสูงส่ง
เกินไป ทายาทแห่งตระกูลเสิ่น ช่างโง่เขลาที่มันไปต่อสู้กับเซี่ยวม่อเกอด้วย
ตัวเอง! ร่างกายของพวกเรามีค่าพันตำลึงทอง ไม่สมควรพาตัวเข้าเสี่ยง
อันตราย! เราทุกคนล้วนมีคุณค่าดั่งทองคำ ล้าค่าสุดเปรียบปาน พาตัวเอง
เข้าแลกกับไหดินชั้นต่า ไม่เรียกว่าโง่เขลาจะเรียกว่าอะไร?”
“พี่หวังกล่าวได้ดี!” ผู้คนพากันร้องชมเชย วาจาเหล่านี้ตรงใจพวกมัน
เป็นที่สุด
“ผู้น้องเพิ่งจะได้คิด จึงรีบนำมาปรึกษาหารือกับทุกท่าน” หวังคุนก
ล่าวถ่อมตัว จากนั้นสุ้มเสียงเปลี่ยนเป็นเร่งเร้า “เมื่อเราตระหนักถึงข้อ
ได้เปรียบของเรา จากนั้นก็ง่ายดายแล้ว สามกงจู่ต้องการทาบทามเซี่ยวม่อ
เกอเข้าร่วม แต่มันมีเพียงคนเดียว แตกต่างจากเรา หากพวกเรารวมกำลัง
กัน พลังอำนาจที่สำแดงออกมาย่อมไม่ใช่สิ่งที่เซี่ยวม่อเกอผู้เดียวจะ
Page 3 of 11
สามารถเปรียบเทียบได้ ข้าเชื่อว่าด้วยสติปัญญาของกงจู่ทั้งสาม แทบไม่
ต้องขบคิดอันใดก็ต้องมองเรื่องนี้ออกอย่างชัดเจน!”
“ถูกแล้ว ถูกแล้ว!”
“มิผิด! เซี่ยวม่อเกอเป็นตัวอันใด ไหนเลยจะเปรียบเทียบกับพวกเรา
ได้?”
ผู้คนเริ่มร้องคำรามไม่ขาดสาย
หวังคุนรอจนสุ้มเสียงพลุ่งพล่านเหล่านี้สงบลง ค่อยกล่าวสืบต่อทันที
“ทว่า หากเพียงแค่กล่าววาจา แต่ไม่กระทำ ผู้ใดจะยินยอมเชื่อว่าพวกเรา
ร้ายกาจ? เราต้องแสดงกำลังของเราออกมา! ทุกคนพอกลับไป ให้ส่ง
จดหมายกลับไปยังตระกูลของแต่ละคน! ข้อแก้ตัวสามารถกล่าวได้ง่ายๆ
เพียงแค่บอกว่าพวกเรากำลังไล่ติดตามพัวพันกงจู่ และกงจู่ก็มีทีท่าจะ
เหลือบแลพวกเราอยู่บ้าง แต่กลับปรากฏศัตรูเข้มแข็งขึ้นมาคนหนึ่ง เรา
ต้องการให้ตระกูลส่งกำลังหนุนที่แข็งแกร่งมาช่วยเหลือ เรื่องประดานี้ทุก
คนคงเชี่ยวชาญกันเป็นอย่างดี คงไม่ต้องให้ข้าเปลืองแรงกล่าวชี้
เฉพาะเจาะจงอันใดกระมัง”
เหล่าคุณชายเมื่อได้ฟังความคิดนี้ ดวงตาก็ลุกวาบ
“พี่หวังช่างทรงภูมิปัญญาหาใดเปรียบ! ความคิดนี้ประเสริฐยิ่ง!”
“พี่หวังมีแผนการเป็นมั่นเป็นเหมาะ เลื่อมใส เลื่อมใส! อย่าว่าแต่เมื่อ
หอสมบัติมหาสันติปรากฏตัวออกมา เหล่าผู้เฒ่าในตระกูล ไหนเลยจะ
สามารถนั่งนิ่งเฉยอยู่ได้!”
Page 4 of 11
“ถูกต้อง ที่สำคัญที่สุดก็คือพวกเราไม่ได้โป้ปดมดเท็จแม้แต่น้อย! ฮ่า
ฮ่า!”
หวังคุนดวงตาทอแววภาคภูมิลำพอง “รอจนเหล่ายอดฝีมือจาก
ตระกูลของทุกคนมาสมทบกัน ข้าเชื่อว่าเพียงกระดิกนิ้วคราเดียว ก็
สามารถบดขยี้เซี่ยวม่อเกอจนแหลกเละ!”
ทุกผู้คนแหงนหน้าหัวร่ออย่างสบใจ พวกมันพอนึกวาดภาพตามที่
หวังคุนกล่าว ต้องรู้สึกปลาบปลื้มประโลมใจเป็นที่สุด
ทันใดนั้นคนผู้หนึ่งพลันเสนอมาว่า “ไฉนเราไม่จับมือเป็นพันธมิตร
สาบานว่าจะฆ่าเซี่ยวม่อเกอให้สิ้นซาก!”
ผู้คนพากันปรบมือเห็นชอบ
หวังคุนในใจยินดียิ่ง แต่ปากกล่าวอย่างเคร่งขรึม “พวกเราเป็น
คุณชายจากตระกูลของตน และล้วนมาเพื่อกงจู่ ไฉนเราไม่เรียกตัวเองว่า
พันธมิตรคุณชายพิทักษ์บุปผา? ท่านทั้งหลายเห็นว่าอย่างไร?”
ทุกผู้คนผงกศีรษะ ไม่มีผู้ใดเห็นค้าน นามนี้ตั้งได้เหมาะสมเป็นที่สุด
แล้ว
พันธมิตรคุณชายพิทักษ์บุปผาก็ก่อตั้งขึ้นด้วยเหตุนี้เอง
“ข้าต้องล่วงรู้แผนการของฝ่ายเจ้า” หนานเหมินเสวี่ยกล่าว
“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น” บุรุษลึกลับตอบสนอง “ตามข่าวสารที่เรา
ได้รับ คิดเปิดหอสมบัติมหาสันติต้องประกอบด้วยเงื่อนไขชุดหนึ่ง แต่
จนกระทั่งถึงบัดนี้ พวกเรายังไม่ล่วงรู้ว่ามีเงื่อนไขอันใดบ้าง ทว่าซือเยวี่ยอี้
Page 5 of 11
สมควรต้องรู้แน่ ดังนั้นเราจึงเฝ้าสังเกตการณ์ซือเยวี่ยอี้ แต่ข้างกายของซือ
เยวี่ยอี้มีชางเยวียนฮ่าวกับอวี๋ซวงประกบติดอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเพิ่มความ
ยากลำบากให้กับงานนี้ แต่สุดท้ายเรายังคงสามารถจับเค้าเงื่อนของ
ข่าวสารบางประการได้”
“พวกเจ้าสืบทราบอันใด?” หนานเหมินเสวี่ยถามด้วยสุ้มเสียงต่าลึก
“ซือเยวี่ยอี้คล้ายสนอกสนใจในตัวเซี่ยวม่อเกอเป็นพิเศษ”
“นั่นไม่แปลกอันใด” หนานเหมินเสวี่ยแค่นยิ้มหยามเหยียด “เซี่ยว
ม่อเกอเมื่อสามารถปราบพิชิตขนราชานกยูง ย่อมมีผู้คนมากมายสนใจใน
ตัวมัน”
“มิใช่เช่นนั้น!” บุรุษลึกลับไม่โกรธเคือง เพียงสั่นศีรษะพลางกล่าว
“ทุกผู้คนล้วนทราบว่าเซี่ยวม่อเกอสามารถก่อให้เกิดหมู่ดาวประทานพร
แต่สิ่งที่ผู้คนไม่ทันสังเกต คือสถานที่ที่เกิดปรากฏการณ์นั้นเป็นหลักศิลา
ทักษะปิศาจ”
“นี่ไม่ได้บ่งบอกความหมายอันใด” หนานเหมินเสวี่ยขมวดคิ้ว
“ชีเตียวอวี่สังเกตเห็นเรื่องนี้” คนลึกลับกล่าว “และสตรีข้างกายของ
เซี่ยวม่อเกอก็สังเกตเห็นเช่นกัน ทั้งสองคนเคยพบหน้ากันครั้งหนึ่ง ใน
บริเวณหลักศิลาที่เซี่ยวม่อเกอก่อให้เกิดหมู่ดาวประทานพรนั้นเอง ทั้งยัง
ประมือกันรอบหนึ่ง น่าเสียดายที่เราไม่อาจได้ยินว่าพวกมันสนทนาอันใด”
“ดังนั้นพวกเจ้าเข้าใจว่าเซี่ยวม่อเกอ คือกุญแจสำคัญในการเข้าสู่หอ
สมบัติมหาสันติ?” หนานเหมินเสวี่ยเริ่มจับเงื่อนงำได้รำไร
“มันเป็นเป้าหมายที่ซือเยวี่ยอี้สนใจมากที่สุด” คนลึกลับกล่าว
Page 6 of 11
“เช่นนั้นเจ้าต้องการให้ข้าทำอะไร?” หนานเหมินเสวี่ยถามตรงๆ
“เจ้าต้องท้าประลองเซี่ยวม่อเกอ” บุรุษลึกลับตอบด้วยแววตา
ประหลาด
จั่วม่อขมวดคิ้วมุ่น ในช่วงสามวันที่ผ่านมา มันเอาแต่เฝ้าขบคิด ว่าจะ
ใช้วิธีใดล้วงข่าวสารเกี่ยวกับเสี่ยวกั่วและหลี่อิงฟ่งจากปากของเสียกงจู่ได้
แต่จนกระทั่งถึงตอนนี้ยังไม่มีความคิดดีงามอันใด มันสั่นศีรษะอย่างอับจน
ได้แต่ต้องพลิกแพลงตามสถานการณ์แล้ว
บรรดาบ่าวรับใช้ของเสียกงจู่พอเห็นจั่วม่อมาตามกำหนดนัด พวกมัน
ก็กุลีกุจอเข้าต้อนรับขับสู้อย่างแข็งขัน ค้อมคารวะพลางกล่าวอย่างนอบ
น้อม “กงจู่รอคอยใต้เท้ามาเป็นเวลานานแล้ว”
กล่าวจบคำ บ่าวรับใช้ก็ออกนำทางไปทันที
ติดตามอยู่ด้านหลังบ่าวรับใช้ จั่วม่อลอบหารือกับผูเยาและเว่ยอย่าง
เคร่งเครียด
“พวกเจ้ามีวิธีดีงามอันใดบ้าง?”
ผูเยาเอ่ยปากก่อนด้วยสุ้มเสียงเย็นชา “จะดีที่สุดหากเจ้าไม่ทดลอง
จับนางเป็นตัวประกัน ไม่ว่ายุคสมัยใด ตระกูลอานเหวยย่อมต้องจัดสุด
ยอดฝีมือที่ร้ายกาจยิ่งคอยเฝ้าอารักขากงจู่คนสำคัญของพวกมัน”
“เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไรเล่า?” จั่วม่อถามอย่างจนปัญญา
“เจ้าต้องหาทางทำให้นางประทับใจ” เว่ยโพล่งออกมาอย่าง
กะทันหัน
Page 7 of 11
“ทำให้นางประทับใจ?” ความคิดอันแหวกแนวนี้ดูจะทำให้จั่วม่อ
ตะลึงงันไปเลย
เว่ยยังไม่ทันจะตอบ จั่วม่อก็พบเห็นเสียกงจู่แล้ว
เห็นเสียกงจู่เอนกายอยู่บนตั่งเตียงอ่อนนุ่มด้วยท่วงท่าเกียจคร้าน บน
ร่างนางมีเพียงอาภรณ์ไหมโปร่งบางชั้นเดียว สิ่งที่อยู่ข้างใต้แทบจะ
เปิดเผยลับล่อรำไร นางใช้มือซ้ายเท้าคาง องค์เอวแผ่นหลังวาดเป็นเส้น
โค้งอันสมบูรณ์พร้อม บันดาลให้ผู้คนลอบกลืนน้าลายโดยไม่รู้ตัว
เสี่ยวม่อเกอผู้ไร้เดียงสาไหนเลยจะเคยพบเห็นภาพอันเย้ายวนใจ
เช่นนี้ ใบหน้าแดงฉานขึ้นมาทันควัน ฝีเท้าหยุดกึกลงอย่างกะทันหัน
อย่างไรก็ตาม มันรีบปลุกปลอบกำลังขวัญ พร่าบอกตัวเองในใจ
นี่คือสงคราม!
มันเงยหน้าขึ้น ดวงตาลอบกวาดมองไปทั่วห้องโดยไม่มีผู้ใดสังเกต
เป็นไปตามที่คาด เห็นภายในเงามืดใกล้ ๆ ตั่งเตียง มีหญิงรับใข้นางหนึ่งยืน
อยู่อย่างเงียบงัน
จั่วม่อสะท้านใจวูบหนึ่ง หญิงรับใช้วัยกลางคนนางนั้นคล้ายจะเป็นสุด
ยอดฝีมือที่ผูเยากล่าวถึง เมื่อมันเพ่งความสนใจไปที่นาง จั่วม่อพบว่าหญิง
รับใช้วัยกลางคนคล้ายไม่ได้คงอยู่ที่นั่น หากมิใช่ว่าสายตาของมันมองเห็น
นางอยู่ชัด ๆ มันจะไม่มีทางตรวจพบนางได้เลย
ผู้เยี่ยมยุทธ์!
จั่วม่อไม่กล้าเคลื่อนไหววู่วามอีก
“นั่งลงเถอะ”
Page 8 of 11
ริมฝีปากแดงสดเอื้อนเอ่ยถ้อยคำนุ่มนวล แทบสามารถละลายกระดูก
ของผู้คน
นี่คือสงคราม! จั่วม่อเฝ้าย้ากับตัวเองเช่นนี้ ขณะทรุดนั่งลง
“เจ้าดูตึงเครียดยิ่ง” เสียกงจู่มองดูจั่วม่ออย่างขบขัน สองมือขาวนวล
เรียวงามประคองวงหน้างามปานหยาดฟ้ามาดิน ในดวงตาสวยซึ้งคล้าย
แฝงไว้ด้วยอารมณ์ความรู้สึกนับร้อยพันประการ
“ฮ่าฮ่าฮ่า กงจู่ล้อเล่นแล้ว ตึงเครียดอันใด ย่อมมิใช่ มิใช่” จั่วม่อหัวร่อ
กลบเกลื่อน ในใจเร่งขบคิดเร็วรี่ ทำให้นางประทับใจ มันจะทำให้นาง
ประทับใจได้อย่างไร?
เสียกงจู่แย้มยิ้มพริ้มพราย เพ่งตามองจั่วม่ออย่างสนอกสนใจ
จั่วม่อกลับไม่ทราบจะกล่าวกระไรดี ยังคงเงียบกริบ ไม่เอ่ยปากแม้สัก
ครึ่งคำ
ทั้งห้องพลันเงียบสงัดลง บรรยากาศกลายเป็นอึดอัดขึ้นมา
ในทะเลแห่งจิตสำนึก ผูเยากับเว่ยกำลังกลุ้มรุมโจมตีมันอย่างไร้
ปราณี
“เจ้าต้องกล่าววาจา ชวนนางสนทนา เพาะสร้างความสนิทสนม
เข้าใจหรือไม่?”
“อาจั่ว เจ้าไม่สามารถทำให้สตรีประทับใจได้ด้วยการนั่งทื่อเป็นตอไม้
เช่นนี้! เจ้าต้องสนทนาให้มากเข้าไว้”
Page 9 of 11
“น่าอับอายขายหน้า! อา น่าอับอายขายหน้าเหลือเกิน! ข้าไฉนมีลูก
ศิษย์ไม่ได้ความอย่างเจ้า? เจ้ากระทั่งสนทนากับสตรียังทำไม่ได้!” ผูเยา
พิโรธโกรธกริ้วจนแทบเต้น
“อาจั่ว นี่เป็นโอกาสทองหนึ่งในพันแล้ว!” เว่ยซ้าเติม
“แล้วจะให้สนทนาเรื่องอันใดเล่า?” จั่วม่อทำหน้าเหมือนจะร่าไห้
ผูเยากับเว่ยชะงักกึก
ชั่วอึดใจให้หลัง ผูเยาค่อยเงยหน้าขึ้น ขมวดคิ้วมุ่นพลางกล่าวว่า “ดิน
ฟ้าอากาศ? สิ่งที่ชอบทำ? หรือจะถกปรัชญาชีวิตดี? สตรีชมชอบเรื่องอัน
ใดกัน? จริงสิ ท่านแม่ทัพใหญ่ของเราก็เป็นสตรี เจ้าจำได้หรือไม่ว่านาง
ชมชอบอันใด?” กล่าวพลางหันไปถามเว่ย
เว่ยทำสีหน้าครุ่นคิดเช่นกัน “สิ่งที่จู่เหยินชมชอบมากที่สุด … …ให้ข้า
ลองนึกดู… …รอก่อน! ข้านึกออกแล้ว!”
“รีบบอกมา!” จั่วม่อกับผูเยาแทบจะร้องพร้อมกัน
“การต่อสู้!” เว่ยสีหน้าตื่นเต้นมาก “สิ่งที่จู่เหยินชมชอบมากที่สุดก็คือ
การต่อสู้! ต่อสู้! ต่อสู้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น! นางเคยบอกว่ามีเพียงการต่อสู้
เท่านั้นที่สามารถทำให้นางตื่นเต้นเร้าใจ นางยังบอกว่ามีเพียงการต่อสู้
เท่านั้นที่จะทำให้นางรู้สึกว่านางแตกต่างจากพวกแป้งฝุ่นผงชาดอันพื้นเพ
ธรรมดาเหล่านั้นได้! อ้อ แต่ว่าพวกแป้งฝุ่นผงชาดคืออะไร?”
“นั่นหมายถึงสตรีที่ยากจะรับได้” ผูเยาอธิบายด้วยสีหน้าทรงภูมิ
“แล้วเสียกงจู่นางนี้เป็นพวกแป้งฝุ่นผงชาดหรือไม่?” จั่วม่อถามอย่าง
สงสัยใคร่รู้
Page 10 of 11
“แน่นอนว่าไม่ใช่!” ผูเยากับเว่ยตอบอย่างพร้อมเพรียง
จั่วม่อคล้ายพบทางสว่างในบัดดล ผงกศีรษะแรง ๆ ใบหน้าทอ
ประกายฆ่าฟัน กล่าวเสียงหนัก ๆ ว่า “ข้าเข้าใจแล้ว!”
Page 11 of 11