สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 859 หลานปิง
เผ่าปิศาจมีฝีมือมากที่สุดในการนำพลังของผู้อื่นมาใช้เป็นพลังของ
ตน พลังเทพของนักรบห้าร้อยคน เมื่อผนึกรวมตัวอยู่ในร่างของทวอปาอวี้
ทวอปาอวี้ในยามนั้นก็เทียบได้กับยอดยุทธ์ชั้นแนวหน้าที่แท้จริงผู้หนึ่ง
แต่ทวอปาอวี้ยังคงพ่ายแพ้ มิหนำซ้าพ่ายแพ้อย่างเอนจอนาถ
ผู้ที่สามารถจัดการกับยอดยุทธ์ชั้นแนวหน้าในหนึ่งกระบวนท่า
สมควรเป็นยอดยุทธ์ระดับใด?
เด็กหนุ่มที่จู่ ๆ ก็ผุดขึ้นอย่างกะทันหันผู้นี้แม้อายุยังเยาว์ แต่กลับมี
พลังฝีมือถึงขั้นน่าแตกตื่นสะท้านโลก ผู้คนไฉนเลยจะไม่อัศจรรย์ใจได้?
บุรุษหนุ่มผมขาวที่ลากโลงศพห้าใบ กับรถศึกทองคำอันโอ่อ่าหรูหรา
เด็กหนุ่มยอดฝีมือไร้ผู้ต้าน กับเถาวัลย์สีเขียวอันพิสดารพันลึก… ..
คนทั้งสองนี้ไม่ว่าท่านมองจากด้านใด ล้วนดูเหมือนจะมองเห็นรัศมี
ของความลี้ลับแผ่ซ่านออกมาตลอดเวลา
ทว่าผลจากการที่ชิงเสี่ยวปราบพิชิตทวอปาอวี้ กลับเหนือความ
คาดหมายของจั่วม่ออยู่บ้าง
สำหรับตระกูลหวูไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึง ผู้เฒ่าหวูทราบกระจ่างกว่า
ผู้ใด หากมิใช่ต้าเหรินอยู่ที่นี่ ตระกูลหวูของมันคงถูกฆ่าล้างตระกูลไปแล้ว
มันในยามนี้ยิ่งจงรักภักดีกว่าเดิม การต่อสู้ครั้งนี้ยังข่มขวัญขุมอำนาจอื่นๆ
ในเมืองหวูเกอจนระย่นระย่อ พลังสู้รบอันแกร่งกล้าเกรียงไกรของชิงเสี่ยว
ทำให้พวกมันต้องระมัดระวังตัวกว่าเดิม
พวกมันพอฟังว่าจั่วม่อต้องการวัตถุดิบชั้นสูง ตระกูลต่างๆ พากันส่ง
วัตถุดิบล้าค่าจำนวนหนึ่งมาโดยพลัน
ในไม่ช้า วัตถุดิบที่ถูกส่งมาเป็นของกำนัล ก็กองพะเนินเทินทึกราวกับ
ภูเขาย่อม ๆ
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาวัตถุดิบเหล่านี้ มีเพียงชิ้นเดียวที่ใช้การได้
สำหรับจั่วม่อ ทั้งคุณภาพยังไม่ถือว่าดีเท่าใด ทว่าแม้กระทั่งยุงตัวเล็กที่สุด
ยังคงมีเนื้อหนังอยู่บ้าง จั่วม่อใช้งานมันด้วยความยินดี
ผลลัพธ์ที่ได้เท่ากับห้าวันของการฟื้นฟูตามปกติ
จั่วม่อถนัดจัดเจนวิธีทำการค้า วัตถุดิบเหล่านี้มันไม่ได้รับมาเปล่า ๆ
แต่ตอบแทนตระกูลเหล่านั้นด้วยการมอบยุทโธปกรณ์เทพให้แก่พวกมัน
สำหรับมันแล้ว การหลอมสร้างยุทโธปกรณ์เทพไม่กี่ชิ้นลำบากเพียงยกมือ
เท่านั้น ยุทโธปกรณ์เทพทุกชิ้นที่หลอมสร้างขึ้นใหม่ ยังเหมาะกับการโคจร
พลังเทพแห่งความมืด ทั้งยังไม่ใช่สินค้าระดับต่าแต่อย่างใด
ไม่ว่าที่ใดในโลก คนฉลาดมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง
คราครั้งนี้เก่อเผิงเรียกได้ว่าคล้อยตามลมแรง จัดส่งวัตถุดิบจำนวน
หนึ่งไปพร้อมกับตระกูลอื่นๆ เช่นกัน ตระกูลเก่อของมันเป็นเพียงขุมกำลัง
เล็ก ๆ ในเมืองหวูเกอ พอมีสมบัติพัสถานอยู่บ้างเล็กน้อย ซึ่งความจริงเก่อ
เผิงไม่ต้องการสิ้นเปลืองเงินทองเพื่อจัดส่งวัตถุดิบอันใด แต่เมื่อเห็นว่าคน
ทั้งหมดล้วนทำเช่นนั้น มันเห็นควรว่าต้องจัดส่งบางสิ่งไปด้วยเช่นกัน
ไม่เช่นนั้นอาจชักนำเรื่องยุ่งยากมาสู่ตระกูลของมัน การต่อสู้ครั้งนั้นมันชม
ดูด้วยสายตาตนเองตั้งแต่ต้นจนจบ พลังฝีมืออันกล้าแกร่งเกรียงไกรของ
ชิงเสี่ยวขู่ขวัญมันแทบตาย
นึกไม่ถึงว่ามันจะได้รับของตอบแทนกลับมา นี่ทำให้มันประหลาดใจ
ไม่น้อย ดูท่าว่าผู้อาวุโสจะเป็นคนมีน้าใจไมตรีผู้หนึ่ง
เก่อเผิงไม่มีความสนใจต่อของตอบแทนนั้น โดยทั่วไปแล้วของตอบ
แทนที่ส่งกลับมา ก็เพื่อแสดงถึงไมตรีของอีกฝ่าย มีคุณค่าความหมายไม่
มากนัก ดังนั้นสิ่งของตอบแทนเองก็มักไม่ใช่ของมีค่าอันใด แต่จะอย่างไร
เก่อเผิงวันนี้จัดส่งของกำนัลออกไป นับว่าเบาใจลงไม่น้อย อย่างน้อยที่สุด
พวกเจ้าเมืองและตระกูลอื่น ๆ คงไม่อาจหาเหตุมารังควานหาเรื่องพวกมัน
ได้
รอจนกลับถึงบ้าน รับประทานมื้อค่าแล้วเสร็จ มันรู้สึกเบื่อหน่าย
ขึ้นมา จนถึงตอนนี้มันค่อยนึกถึงของตอบแทนที่ได้รับมาเมื่อตอนกลางวัน
มันควานหากล่องของตอบแทน จากนั้นเปิดออกดูอย่างไม่ค่อยใส่ใจ
นัก สุดท้ายถึงกับตะลึงงันไปครึ่งค่อนวัน
เห็นยุทโธปกรณ์เทพที่โอ่อ่าสง่างามชุดหนึ่ง นอนนิ่งอยู่ภายในกล่อง
เก่อเผิงเหม่อมองอย่างงุนงง หยิบยุทโธปกรณ์เทพชุดนั้นขึ้นด้วยมือ
อันสั่นเทา
เมื่อมือกระทบถูก ความเย็นสายหนึ่งพลันแล่นผ่านมาจาก
ยุทโธปกรณ์เทพ เก่อเผิงเป็นคนทำการค้า มีดวงตาแหลมคมจัดเจน เห็น
ศิลารัตติกาลฟ้ายะเยือกสลักเสลาไว้ด้วยลวดลายบุปผาอันวิจิตรงดงาม
มันทราบว่าอักขระรัตติกาลสีฟ้าเหล่านี้ จะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อศิลา
รัตติกาลฟ้ายะเยือกถูกหลอมสร้างอย่างสมบูรณ์แบบ สำแดงศักยภาพออก
มาถึงขีดสุด บนชุดเกราะถักทอด้วยเยื่อทองคำที่เบาบางเท่าเส้นผม ความ
ยากลำบากในหลอมสร้างเยื่อทองคำเป็นที่ล่วงรู้กันไปทั่ว คิดหลอมสร้าง
ทองคำจนเบาบางถึงเพียงนี้ ต้องเป็นฝีมืออันเลิศล้าถึงเพียงไหน!
บนชุดเกราะยุทโธปกรณ์เทพมีอักขระแห่งความมืดถึงสามตัว
ของวิเศษ!
ฝีมือเช่นนี้ยังเหนือล้ากว่ายุทโธปกรณ์เทพกระแสหลักในปัจจุบันเสีย
อีก นับเป็นผลงานชิ้นเอกที่หาได้ยากยิ่ง
แทบจะในแวบแรกที่มองเห็น เก่อเผิงสามารถบอกได้ทันที คุณค่า
ของยุทโธปกรณ์เทพชุดนี้ยังเหนือล้ากว่าวัตถุดิบที่มันส่งมอบออกไปใน
วันนี้อยู่มากโข หากมิใช่ว่าเห็นอยู่คาตาถืออยู่กับมือ เก่อเผิงจะไม่มีวันเชื่อ
เรื่องเช่นนี้เป็นอันขาด
กิจการร้านค้าของมันไม่ใหญ่โตเท่าใด ของวิเศษชั้นเลิศเช่นนี้น้อย
ครั้งที่จะได้พบเห็นกับตา อย่าว่าแต่ถืออยู่ในมือของตน
คนทั่วไปจะนำยุทโธปกรณ์เทพอันล้าค่าเช่นนี้มาเป็นสินน้าใจตอบ
แทนด้วยหรือ?
เก่อเผิงถึงกับสงสัยว่า ข้ารับใช้ใช่มอบกล่องผิดใบให้แก่มันหรือไม่?
ค่าคืนนั้นมันเอาแต่พลิกกายกระสับกระส่าย เฝ้าแต่ครุ่นคิดว่ามัน
สมควรส่งยุทโธปกรณ์เทพชุดนี้คืนไปหรือไม่ จนมิอาจข่มตาหลับลงตลอด
คืน รอจนรุ่งเช้าของวันถัดมา มันตกลงใจพกพาสองตาที่แดงก่า เดินทาง
ไปยังตำหนักเจ้าเมือง
แต่ในระหว่างทางนั้นเอง มันกลับได้รับข่าวที่ทำให้ต้องยืนตะลึงลาน
อยู่กับที่ … ทุกคนล้วนได้รับยุทโธปกรณ์เทพชุดหนึ่งเป็นสิ่งตอบแทน!
เป็นไปได้อย่างไรกัน?
นี่จะต้องสิ้นเปลืองเงินทองมากมายเท่าใด?
มันหันหลังกลับ จ้าอ้าวไปยังบ้านของตนด้วยสีหน้าตื่นเต้น ที่บ้านของ
มันยังมีวัตถุดิบความมืดชั้นสูง ดังเช่นไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลเก็บ
ซ่อนไว้ด้วย!
เก่อเผิงไม่ใช่คนเดียวที่เฉลียวฉลาด
ศาสตร์แห่งการตกปลาของจั่วม่อนับว่าเลิศล้าในแดนดิน วิธีนี้ได้ผลดี
ยิ่ง
หลังจากโปรยหว่านยุทโธปกรณ์เทพออกไปจำนวนหนึ่ง จำนวน
วัตถุดิบที่กำนัลมาให้แก่มันก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล ทั้งเห็นได้ชัดว่า
ระดับคุณภาพของวัตถุดิบก็เพิ่มสูงขึ้นมากเช่นกัน จั่วม่อก็ไม่ตระหนี่ถี่
เหนียวยุทโธปกรณ์เทพ ยิ่งวัตถุดิบที่ส่งมาระดับสูงมากเท่าใด ยุทโธปกรณ์
เทพที่พวกมันได้รับเป็นสิ่งตอบแทนก็จะยิ่งระดับสูงมากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม มิใช่ว่าวัตถุดิบความมืดทุกชนิดจะสามารถตอบสนอง
ความต้องการของจั่วม่อได้ คนเหล่านั้นก็ไม่ทราบจิตเจตนาที่แท้จริงของ
?
?” จั่วม่อถามโดยไม่เงยหน้า
“ผู้ส่งสารจากไห่ซินปิงต้าเหรินขอเข้าพบ!” ผู้เฒ่าหวูรีบแจ้งข่าว
“อ้อ” จั่วม่อพอดีหลอมสร้างยุทโธปกรณ์เทพในมือแล้วเสร็จ พลัน
เงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “เช่นนั้นเรียกมันเข้ามา”
ตัวแทนของไห่ซินปิงกลับเป็นสตรีนางหนึ่ง สตรีนางนี้รูปโฉมธรรมดา
สามัญ แต่ทรวดทรงองค์เอวอรชรอ้อนแอ้น ให้ความรู้สึกหมดจดสดใสแก่
ผู้คน นางย่อกายคารวะจั่วม่อ “สตรีต่าต้อยหลานปิง น้อมพบต้าเหริน!”
ใบหน้านางประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ให้ความรู้สึกสนิทสนมอย่าง
บอกไม่ถูก “หมิงจู่ ( ท่านจ้าวรัตติกาล ) ของเราฟังว่าตำหนักเราบังเอิญ
ล่วงเกินผู้อาวุโสในเรื่องของเหมืองเหล็กดำรัตติกาล หมิงจู่รู้สึกเสียใจเป็น
อย่างยิ่ง ไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลสามชิ้นนี้เป็นหนึ่งในของสะสมสุด
หวงของหมิงจู่มานานปี พอได้ยินว่าผู้อาวุโสต้องการวัตถุดิบชนิดนี้ จึง
กำชับบ่าวเป็นพิเศษ ให้นำสิ่งเหล่านี้มาส่งให้แก่ผู้อาวุโสโดยเร็วที่สุด เพื่อ
แสดงความจริงใจของเรา”
ของวิเศษ!
ไห่ซินปิง… สมแล้วที่เป็นหนึ่งในสี่จ้าวรัตติกาล ไม่ลงมือก็แล้วกันไป
พอลงมือก็มือเติบถึงเพียงนี้ สำหรับผู้อื่น ไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาล
เพียงชิ้นเดียวก็ยากที่จะครอบครองอยู่แล้ว แต่นางกลับโยนของชั้นเลิศ
สามชิ้นออกมาในคราวเดียว! ควรทราบว่ามิใช่ไม้แกร่งวิญญาณหยิน
รัตติกาลทุกชิ้นจะสามารถก่อเกิดเศษเสี้ยวพลังชีวิต พลังชีวิตเหล่านี้ก่อ
เกิดจากพลังความมืด เดิมทีก็หาได้ยากยิ่งอยู่แล้ว
แต่ไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลซึ่งเป็นของกำนัลจากไห่ซินปิงทั้ง
สามชิ้น ล้วนมีพลังชีวิตก่อเกิดอยู่ภายใน เป็นประโยชน์ต่อจั่วม่ออย่างมาก
หลานปิงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในสีหน้าของจั่วม่อ
ต้องยิ้มน้อย ๆ ออกมา
เป็นไปตามคาด… …
จั่วม่อผงกศีรษะ “โปรดขอบคุณไห่ซินปิงหมิงจู่ให้แก่ข้าด้วย” มันโบก
มือวูบ ไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลพลันลอยเข้าเข้ามาในอ้อมแขนของ
มัน
“หากหมิงจู่ทราบว่าผู้อาวุโสพึงพอใจกับสิ่งเหล่านี้ นางจะต้องปิติ
ยินดียิ่ง” หลานปิงกล่าวอย่างยิ้มแย้ม จากนั้นพลันหันเหหัวเรื่อง “ฟังว่าผู้
อาวุโสมีฝีมือหลอมสร้างยุทโธปกรณ์เทพ มิทราบให้ผู้น้อยได้เปิดหูเปิดตา
สักครั้งได้หรือไม่?”
จั่วม่อลอบยิ้มเยาะในใจ ทราบว่าจานหลักที่แท้จริงกำลังมาแล้ว
“มีอันใดไม่ได้” จั่วม่อกล่าวอย่างผ่าเผย สีหน้าสัตย์ซื่อจริงใจ
หลังจากได้เห็นไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลสามชิ้นนี้ จั่วม่อเต็มไป
ด้วยความกระหายอยากต่อคลังสมบัติของวังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือ
ในทันที มันถึงกับครุ่นคิดว่าหากการเจรจาต่อรองล้มเหลว ใช่สมควรปล้น
ชิงพวกมันโดยตรงดีหรือไม่
แต่หากความต้องการของพวกมันคือการหลอมสร้างยุทโธปกรณ์เทพ
เช่นนั้นเรื่องก็ง่ายขึ้นแล้ว แม้ว่าพลังเทพของมันแทบไม่มีอยู่เลย แต่ระดับ
พลังด่านเทพยุทธ์ของมันยังคงจริงแท้แน่นอน ความสามารถในการ
ควบคุมไฟของมันนับว่าไร้คู่มือเปรียบติด มันยังครอบครองเพลิงเทพ
สุริยัน มีเปลวไฟเฟิ่งหวงของนกโง่ และเปลวไฟต้นกำเนิดฟ้าเวิ้งว้างของ
เจ้าเพลิงน้อย หมายความว่าในมือของมันถือครองเพลิงเทพถึงสามชนิด
ด้วยพื้นฐานอันยิ่งใหญ่ รวมถึงเปลวไฟเทพหลากชนิด หากล่วงรู้ถึงหูคน
ภายนอก เกรงว่าพวกมันจะต้องขวัญหนีดีฝ่อตาย
ดังนั้นจั่วม่อสงบเยือกเย็นยิ่ง ด้วยสภาพร่างกายของมันในปัจจุบัน
หากลงมือปล้นชิงพวกมันจริง ๆ เกรงว่ายากจะประสบความสำเร็จ แต่หาก
เป็นด้านของศาสตร์วิชาหลอมสร้าง ไม่มีผู้ใดสามารถเทียบเคียงกับมันได้
?”
หลานปิงดวงตาเป็นประกาย เอ่ยถามกึ่งหยั่งเชิงกึ่งตรงไปตรงมา
เป็นไปตามที่จั่วม่อคาดไว้ วังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือที่มอบของกำนัล
ให้อย่างใจกว้าง ก็เนื่องเพราะพวกมันหมายตายุทธภัณฑ์เทพนั่นเอง
“นั่นขึ้นอยู่กับว่าเจ้ามีวัตถุดิบอันใด” จั่วม่อเหลือบตามองหลานปิงอ
ย่างเฉื่อยชา กระทั่งจะขยับลุกจากท่านั่งยังคร้านจะขยับ “หากไม่มีวัตถุดิบ
ที่ดี ยังเอ่ยถึงการหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพอันใด”
หลานปิงหัวร่อเบา ๆ “ผู้อาวุโสไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องวัตถุดิบ วังที่
ราบน้าแข็งแดนเหนือแม้ไม่อาจบอกได้ว่ามั่งคั่งร่ารวยที่สุดในดินแดนแห่ง
ความมืด แต่เอ่ยถึงวัตถุดิบสำหรับหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพ นับว่ายังพอมี
อยู่ไม่น้อย”
“อ้อ” จั่วม่อกล่าวทันที “หากข้าจำไม่ผิด ดินแดนแห่งความมืดยังไม่มี
ยุทธภัณฑ์เทพแม้แต่ชิ้นเดียวกระมัง”
“ผู้อาวุโสมิใช่คนของดินแดนแห่งความมืดจริง ๆ” หลานปิงจี้ตรง
ประเด็น
จั่วม่อไม่หลบเลี่ยงสายตาของนาง เพียงกล่าวปนหัวร่อ “ย่อมไม่ใช่
แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องอันใด?”
หลานปิงค่อยตระหนักว่านางหุนหันพลันแล่นเกินไป รีบย่อกาย
คารวะเป็นเชิงขออภัย “สตรีต่าต้อยเสียมารยาทแล้ว!”
อีกฝ่ายกล่าวไม่ผิด มันเมื่อสามารถหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพ ก็ไม่
สำคัญว่ามันเป็นคนของดินแดนแห่งความมืดหรือไม่ ไม่มีผู้ใดกล้าสร้าง
ปัญหาแก่มัน ต่อให้มันไม่มีขีดความสามารถในการหลอมสร้างยุทธภัณฑ์
? ชาวอสูรปิศาจยังเสาะหานัก
หลอมสร้างฝีมือดีจำนวนมาก มาสอนศาสตร์วิชาหลอมสร้างให้แก่พวกมัน
แต่สุดท้ายยุทโธปกรณ์เทพที่พวกมันหลอมสร้างขึ้น เมื่อเทียบกับซิวเจ่อ
แล้ว ยังคงอ่อนด้อยกว่ามาก
ซึ่งความจริงจั่วม่อไม่ได้คิดอะไรมากในตอนที่หลอมสร้างยุทโธปกรณ์
เทพและมอบเป็นของกำนัลตอบแทนให้แก่คนทั้งหลาย มันเพียงแค่หลอม
สร้างไปตามใจนึก ซึ่งเป็นนิสัยอันเคยชินของมันเท่านั้น
แต่พลังของยุทโธปกรณ์เหล่านี้ กลับเหนือล้ากว่ายุทโธปกรณ์เทพ
ของดินแดนแห่งความมืดในท้องตลาดมาก
จั่วม่อไม่ทราบว่ายุทโธปกรณ์เทพที่มันแจกจ่ายออกไปนั้น นับวันมี
แต่จะราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ
วังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือเรียกได้ว่าชิงเคลื่อนไหวก่อนผู้อื่นทั้งหมด!
จั่วม่อโบกมือตัดบท กล่าวอย่างไม่ถือสา “อย่าใส่ใจเลย เพียงแค่ไม้
แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลสามชิ้นนี้ หากเจ้าต้องการ ข้าก็จะตอบแทน
ด้วยยุทโธปกรณ์เทพจำนวนหนึ่งอยู่แล้ว สักหลายสิบชิ้นก็ยังได้ แต่หากเจ้า
ต้องการยุทธภัณฑ์เทพ เจ้าต้องจัดเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมสรรพ ทั้งยังต้อง
จ่ายค่าตอบแทนล่วงหน้า”
หลานปิงชมชอบความตรงไปตรงมาเช่นนี้ รีบถามว่า “ผู้อาวุโส
ต้องการราคาสักเท่าใด?”
“ไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลห้าสิบชิ้น คุณภาพต้องไม่ด้อยกว่า
สามชิ้นนี้” จั่วม่อกล่าวด้วยสีหน้าสัตย์ซื่อ
หลานปิงตื่นตะลึงเล็กน้อย นางรับทราบมาก่อนว่าผู้อาวุโสผมขาว
ท่านนี้กำลังเสาะหาไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาล ดังนั้นนางเลือกสามชิ้น
ที่มีคุณภาพดีเลิศมาโดยเฉพาะ แต่จะอย่างไรยังนึกไม่ถึงว่าผู้อาวุโสจะ
ต้องการไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลจำนวนมากมายถึงเพียงนี้
ไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลเป็นสมบัติหายาก กระทั่งวังที่ราบ
น้าแข็งแดนเหนือยังมีไม่ถึงห้าสิบชิ้น อย่าว่าแต่ยังต้องคุณภาพดีเลิศ
ทั้งหมด
แต่กล่าวตามความสัตย์ หากสามารถใช้ไม้แกร่งวิญญาณหยิน
รัตติกาลห้าสิบชิ้นแลกกับการขอให้อีกฝ่ายหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพชิ้น
หนึ่ง เรียกได้ว่าไม่แพงเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เป็นเรื่องยุ่งยากอยู่บ้าง
เท่านั้น
“สามารถใช้วัตถุดิบชนิดอื่นทดแทนหรือไม่?”
ยุทธภัณฑ์เทพเป็นสมบัติล้าค่า ซึ่งทอดตาทั่วทั้งสามภพยังมีอยู่เพียงไม่กี่
ชิ้น แน่นอนว่าไม่ใช่งานที่จะสำเร็จลุล่วงได้ภายในวันสองวัน
เมื่อมีความเชื่อฝังใจเช่นนี้ตั้งแต่แรก หลานปิงยามนี้ผงกศีรษะรับรู้
พลางกล่าว “เรื่องนี้ไม่มีปัญหา”
จั่วม่อปิติยินดียิ่ง หากวัตถุดิบเหล่านั้นมาถึงมือมันเมื่อใด ความหวังใน
การฟื้นตัวของมันก็จะรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก
หลานปิงพลันกล่าวว่า “กล่าวไปก็น่าขายหน้านัก วังน้าแข็งเรามิใช่ไม่
มีแผนกหลอมสร้าง อันที่จริงพวกเรามีนักหลอมสร้างมากกว่าสามหมื่นคน
แต่ฝีมือของพวกมันไม่มีอันใดให้เอ่ยถึง นี่สืบเนื่องจากการที่พวกมันไม่เคย
มีอาจารย์เลิศล้าคอยสั่งสอน หากผู้อาวุโสยินดีรับตำแหน่งประมุขของ
ตำหนักหลอมสร้าง เรื่องราคาสามารถสนทนากันได้”
หลานปิงทำท่าราวกับว่าเรื่องนี้นางสามารถสู้ราคาได้ไม่อั้น
จั่วม่อประหลาดใจเล็กน้อย นักหลอมสร้างสามหมื่นคน นี่ไม่ใช่
จำนวนเล็กน้อยเลย เมื่อสิบปีที่แล้ว ก่อนที่มันจะจากไป ครั้งนั้นจำนวนนัก
หลอมสร้างของม่ออวิ๋นไห่ทั้งหมด เกรงว่าไม่ได้มากไปกว่านี้สักเท่าใด
จั่วม่อทราบดีว่าการฝึกอบรมนักหลอมสร้างมีค่าใช้จ่ายสูงยิ่ง ครั้งนั้น
หากมิใช่ว่าม่ออวิ๋นไห่แย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดมาได้ ทำให้
ยุทโธปกรณ์เทพม่ออวิ๋นไม่เคยขาดคนต้องการ คิดฝึกอบรมนักหลอมสร้าง
มากมายถึงเพียงนั้นยังไม่ใช่เรื่องง่าย
วังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือยินดีแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนนี้เพื่อ
ฝึกอบรมนักหลอมสร้าง ทั้งจัดตั้งแผนกหลอมสร้างเป็นพิเศษ ไห่ซินปิงนาง
นี้นับเป็นบุคคลที่คิดอ่านมองการณ์ไกลผู้หนึ่ง
จั่วม่อทันใดนั้นพลันตระหนัก วังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือ บางทีสักวัน
หนึ่งอาจกลายเป็นศัตรูคู่แข่งของม่ออวิ๋นไห่
มันฉุกใจคิด สีหน้าทอแววสนอกสนใจขึ้นมา “อ้อ แผนกหลอมสร้างรึ
เช่นนั้นลองไปชมดูสักคราก็ไม่เลว”
สังเกตเห็นสีหน้าสนใจของจั่วม่อ หลานปิงนึกยินดีในใจ เทียบกันแล้ว
การหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพชิ้นหนึ่ง ยังไม่ได้กำไรมากเท่ากับการรับตัว
ปรมาจารย์หลอมสร้างผู้หนึ่ง
หลานปิงตัดสินใจแน่วแน่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางจะต้องรั้งตัว
ปรมาจารย์หลอมสร้างผู้นี้ให้อยู่กับวังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือให้จงได้
“ประเสริฐยิ่ง! หากท่านเจ้าวังทราบว่าผู้อาวุโสให้เกียรติมาเยือนวัง
น้าแข็งเรา นางจะต้องยินดีมากเป็นแน่” หลานปิงกล่าวอย่างปลาบปลื้มปิ
ติ
จั่วม่อเหลือบมองผู้เฒ่าวูที่ด้านข้าง พลันถามว่า “เหล่าหวู ตระกูลหวู
ของเจ้ามีผู้คนอยู่มากน้อยเท่าใด?”
“ต้าเหริน สองร้อยเจ็ดสิบคนขอรับ” ผู้เฒ่าหวูรีบตอบ
“เช่นนั้นให้พวกมันเตรียมเก็บข้าวของ ติดตามข้าไป” จั่วม่อกล่าว
“ขอรับ!” ผู้เฒ่าหวูกำลังใจมาทันที มันกำลังหวาดวิตกว่าหากตระกูล
ของมันยังอยู่ที่เมืองหวูเกอ ผู้พิทักษ์สุสานหยินจะต้องมาเสาะหาพวกมัน
เพื่อล้างแค้นเป็นแน่
จากนั้นจั่วม่อกล่าวกับหลานปิง “ข้าไม่ต้องการวุ่นวายใจกับเรื่องของ
เหมืองแร่เหล็กดำรัตติกาล ดังนั้นคิดขายให้แก่วังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือ”
“ไม่มีปัญหา” หลานปิงตอบรับโดยไม่ลังเล “เรายินดีรับซื้อในราคาที่
สูงกว่าท้องตลาดสามสิบในร้อยส่วน ผู้อาวุโส ท่านเห็นเป็นอย่างไร?”
?” หลานปิงถามอย่าง
รอบคอบ
“วัตถุดิบ” จั่วม่อกล่าว
หลานปิงหาได้แปลกใจกับคำตอบนี้ไม่ ความลุ่มหลงงมงายที่เหล่านัก
หลอมสร้างมีต่อวัตถุดิบสุดที่คนภายนอกจะเข้าใจได้
“ต้าเหริน พวกทวอปาอวี้จะทำอย่างไร?” ผู้เฒ่าหวูถามอย่างนอบ
น้อม
จั่วม่อนิ่งครุ่นคิด คนเหล่านั้นน่ารำคาญใจอยู่บ้าง
หลานปิงเมื่อเห็นเช่นนี้จึงกล่าวว่า “หากผู้อาวุโสรู้สึกว่ายุ่งยาก มิสู้
มอบพวกมันให้เราจัดการดีหรือไม่?”
จั่วม่อเห็นว่าข้อเสนอนี้ไม่เลวนัก จึงตอบตกลงทันที
หลังจากได้รับข่าวว่าจั่อม่อยินดีเดินทางไปยังวังที่ราบน้าแข็งแดน
เหนือ วังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือก็ส่งยอดฝีมือจำนวนหนึ่งออกเดินทางทั้ง
วันทั้งคืนในทันที เพื่ออารักขาขบวนของจั่วม่อ องครักษ์คุ้มกันเพิ่มจำนวน
ขึ้นอย่างมาก เมื่อรวมกับกลุ่มคนตระกูลหวูและผู้พิทักษ์สุสานหยินที่ถูกจับ
เป็นเชลย ขบวนเดินทางกลายเป็นใหญ่โตไม่น้อย
เมื่อมีเหล่าชราเยาว์วัยของตระกูลหวูร่วมทาง ขบวนคาราวานของ
พวกมันไม่อาจไปเร็วนัก แต่จั่วม่อก็ไม่รีบไม่ร้อน ทุกวันมันหมกตัวอยู่แต่ใน
รถศึก คอยดูดซับพลังงานทุกชนิดตลอดรายทางเพื่อฟื้นฟูร่างกายของตน
พลังงานทุกประเภทในละแวกเมืองหวูเกอแทบจะถูกจั่วม่อดูดซับมา
หมดสิ้น หากมันยังคงดูดซับต่อไป ค่ายกลอักขระเทพบนรถศึกจะเริ่ม
ดูดกลืนพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในบริเวณเมืองหวูเกอ เมื่อถึงยามนั้น
เมืองหวูเกอไม่กลายเป็นเมืองแห่งความตายก็แปลกไปแล้ว
ระหว่างการเดินทาง มันยังคงมุ่งมั่นดูดซับพลังงานจาก
สภาพแวดล้อม รวมถึงไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลสามชิ้นนั้นด้วย
ร่างกายของจั่วม่อเริ่มฟื้นฟูอย่างเห็นได้ชัด
มันดูดซับไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาลไปสองในสามชิ้น นั่น
เทียบเท่ากับการฟื้นฟูตามปกติสองเดือน
สามสิบหกเดือน อาจแบ่งง่าย ๆ ออกเป็นสามสิบหกระดับ
จั่วม่อฟื้นฟูไปแล้วสี่ระดับ ทั้งยังมีไม้แกร่งวิญญาณหยินรัตติกาล
เหลืออยู่อีกหนึ่งชิ้น ผนวกกับที่ว่ามันดูดซับพลังงานไปตลอดการเดินทาง
รอจนเมื่อบรรลุถึงวังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือ มันสมควรฟื้นฟูถึงระดับที่หก
จั่วม่อพึงพอใจกับความคืบหน้าในระดับนี้
เวลาที่เหลือในระหว่างการเดินทาง มันจะสั่งสอนวิชาฝีมือและขบวน
ทัพค่ายกลให้แก่คนรุ่นเยาว์ของตระกูลหวู ตระกูลหวูไม่มียอดฝีมืออันใด
ในยุคสมัยเช่นนี้หากพวกมันต้องการมีกำลังป้องกันตนเอง พวกมันได้แต่
พึ่งพาขบวนทัพค่ายกลเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ขบวนทัพค่ายกลที่จั่วม่อสอนให้แก่พวกมัน ไม่ใช่ขบวน
ทัพค่ายกลที่ใช้กันในกองทหาร แต่เป็นขบวนทัพที่เหล่าองครักษ์คุ้มกันมัก
นิยมใช้
นอกจากนี้จั่วม่อยังหลอมสร้างยุทโธปกรณ์เทพให้แก่พวกมันด้วย คน
หนุ่มสาวของตระกูลหวูล้วนสวมใส่ยุทโธปกรณ์เทพ นับว่าติดอาวุธ
ยุทโธปกรณ์พร้อมสรรพ เหล่าองครักษ์วังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือซึ่งร่วม
ทางมาด้วย มิทราบว่าอิจฉาเลื่อมใสถึงเพียงไหน
“ลองชมดู” หลานปิงกล่าวเสียงเบาแทบเป็นกระซิบกับสตรีในชุด
เกราะซึ่งอยู่ข้างกาย พร้อมกับยื่นส่งยุทโธปกรณ์เทพชิ้นหนึ่งไปให้
สตรีในชุดเกราะสีฟ้าน้าแข็งนางนี้รูปโฉมงดงามสะคราญ แต่สีหน้า
ยะเยียบเย็นชา คล้ายกีดกันผู้คนจนห่างไกล นางนั่งบนหลังม้าหิมะขาวที่
ราบแดนเหนือ ร่างตั้งตรง สงบนิ่งมั่นคงดุจขุนเขา ในมือของนางเป็นดาบ
ใหญ่ที่สูงเป็นสองเท่าของตัวคนเล่มหนึ่ง ใบดาบโค้งดุจจันทร์เสี้ยว ดาบ
ด้ามที่ยาวกว่าปกติปกคลุมไปด้วยลวดลายเกลียวสีน้าเงิน
นางเป็นหนึ่งในหกขุนพลของวังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือ จู้หนานเยวี่ย
นางเพิ่งกลับมาจากการสู้รบแนวหน้า และถูกไห่ซินปิงส่งตัวมา
ปกป้องคุ้มครองขบวนของจั่วม่อทันที องครักษ์ข้างกายนางล้วนเป็นสตรี
ทั้งหมด แต่ละคนสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา ขณะที่เดินทางพวกนางไม่เคยปริ
ปากแม้สักครึ่งคำ
จู้หนานเยวี่ยกับหลานปิงมีความสัมพันธ์สนิทสนมกลมเกลียว ยามนี้
นางจ้องมองยุทโธปกรณ์เทพในมืออย่างละเอียดถี่ถ้วน สีหน้ากลับ
กลายเป็นเคร่งเครียดลง จากนั้นเพ่งพิจารณาใกล้ ๆ พลิกดูซ้าแล้วซ้าอีก
นางชมดูอยู่เป็นเวลานาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“เป็นอย่างไร?”
“เช่นนั้นลองดูนี่” หลานปิงส่งยุทโธปกรณ์เทพอีกชุดหนึ่งให้แก่นาง นี่
คือยุทโธปกรณ์เทพของตระกูลหวูซึ่งจั่วม่อเพิ่งหลอมสร้างขึ้นในระหว่าง
ทาง
นางต้องใช้ความพยายามไปไม่น้อย กว่าจะหยิบยืมยุทโธปกรณ์เทพ
ชิ้นนี้มาได้