สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 93 ไฟหินงอก
ไฟหินงอกสีขาวน้ำนม ถือกำเนิดจากกลุ่มหินงอกหินย้อยในถ้ำหยินเย็นชื้น จัดเป็น
ไฟประเภทไฟเย็น
ดูดเข้าไปในร่างกาย จั่วม่อรู้สึกพลังเย็นแผ่กระจายผ่านเส้นชีพจรปราณในร่างอย่าง
รวดเร็ว แม้ว่ามันจะเตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน ยังอดสั่นสะท้านไปทั้งร่างไม่ได้ แทบไม่
อาจควบคุมพลังปราณ ได้แต่เก็บความประหลาดใจไว้ทีหลัง มันพยายามโคจรพลัง
ปราณเข้าล้อมกรอบไฟหินงอกนี้จากทุกทิศทุกทาง ลูกไฟหินงอกพอถูกกระตุ้น พลังเย็น
ก็ทวีขึ้นในทันที เปลวไฟสีขาวน้ำนมปลดปล่อยความเย็นอันรุนแรงออกมา ในความเย็น
เยียบยังรวมไว้ด้วยไอน้ำซึ่งชุ่มชื้นถึงที่สุด ที่ยิ่งน่าแปลกใจก็คือ ภายใต้ความเย็นจนเยือก
แข็งนี้ ไอน้ำกลับไม่ได้ถูกแช่แข็งกลายเป็นอนุภาคน้ำแข็ง แต่ยังคงอยู่ในรูปของไอน้ำ
จั่วม่อได้รับรู้ฤทธิ์เดชของไอน้ำเย็นเฉียบนี้อย่างรวดเร็ว! ไอน้ำเย็นเยียบสุดเปรียบ
ปานเหล่านี้ ติดตามไปพร้อมกับเปลวไฟที่กระจายไปทั่ว ยิ่งกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่น
พลังเย็นที่พวกมันมีอยู่ก็ยิ่งเข้มข้นรุนแรงขึ้นตามลำดับ เมื่อใดที่แตะลงบนเส้นชีพจร
ปราณ เส้นชีพจรปราณก็บาดเจ็บเสียหายในทันที พวกมันไม่ผิดอันใดกับหมอกหายนะที่
สามารถกัดกร่อนทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกที่ที่มันผ่านไป จะทิ้งแผ่นน้ำแข็งขาวเป็นทางไว้
เบื้องหลัง
อาการแข็งชาที่เส้นชีพจรปราณชวนอึดอัดขัดข้องเป็นอย่างยิ่ง จั่วม่อกัดฟัน ฝืน
ควบคุมพลังปราณต่อไป พยายามสะกดไฟหินงอกนี้เอาไว้
ไฟหินงอกราวกับสัตว์ร้ายที่ติดกับดัก ต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง เปลวไฟลุกโหมอย่างรุนแรง
ไอน้ำเยือกแข็งคล้ายลมหายใจแห่งความตายที่สัตว์ร้ายสีขาวตัวนี้พ่นออกมา
พยายามที่จะทำร้ายเส้นชีพจรปราณของจั่วม่อให้เสียหายมากที่สุด
จั่วม่อในใจลอบคร่ำครวญอย่างหวนโหย มันได้แต่ปฏิบัติตามตำรามุกหยินประลัย
กัลป เร่งเร้าพลังปราณตามแนวทางเคล็ดวิชาอย่างดุเดือด พลังปราณในร่างพลัน
แปรเปลี่ยนไป ตรงเข้าห่อหุ้มไฟหินงอกไว้อย่างแน่นหนา
ไฟหินงอกพอถูกพลังปราณห่อหุ้มไว้ ก็คล้ายจะตรวจพบว่าเป็นอันตรายต่อมัน มัน
คล้ายกระสับกระส่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิต
จั่วม่อพลังปราณในร่างถูกผลาญไปอย่างรวดเร็ว
ไฟหินงอกยิ่งต่อต้านดิ้นรนรุนแรงมากเท่าใด พลังปราณในร่างจั่วม่อก็ยิ่งถูกเผา
ผลาญเร็วมากเท่านั้น
จั่วม่อแตกตื่นลานลานอยู่บ้าง หากพลังปราณยังถูกผลาญไปด้วยระดับความเร็ว
เช่นนี้ ปราณในร่างมันจะเกลี้ยงฉาดในเวลาอีกไม่นานนัก บัดซบ! ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาว่า
มันจะสยบไฟหินงอกได้หรือไม่แล้ว แต่เป็นปัญหาว่ามันจะรักษาชีวิตไว้ได้หรือไม่
ต่างหาก เมื่อใดที่ไฟหินงอกหลุดออกมาจากการปราบปรามของพลังปราณ จะเริ่ม
แผลงฤทธิ์ในร่างกายของจั่วม่อ จนกว่าจะแผดเผาร่างมันเหลือแต่กองเศษน้ำแข็ง
ผู้ใดจะคาดคิด ว่าการดูดซึมเมล็ดพันธุ์ไฟระดับสองจะยากเย็นถึงเพียงนี้?
ไม่ได้การแล้ว!
จั่วม่อในเวลานี้ไม่สามารถทำอะไรได้ มันเหมือนคนจนตรอกบนหน้าผา เป็นนัก
พนันที่เล่นเสียจนตาแดงก่ำ! เพียงถอยหลังอีกก้าวเดียวก็จะตกจากหน้าผาสูงหมื่นจั้ง ไม่
มีหนทางให้ล่าถอยอีก! และในเมื่อไม่สามารถล่าถอย เช่นนั้นมันจะทุ่มเดิมพันด้วยทุก
อย่างที่มี!
เจ้าเป็นแค่ไฟระดับสอง แค่ไฟหินงอกตัวน้อยๆ กล้าอาจหาญต่อต้านเกอ!
เจ้าไม่ทราบว่ากำลังตอแยผู้ใด!
น่าประหลาด พอถูกไล่ต้อนไปถึงขอบเหวแห่งความตาย โทสะในใจจั่วม่อก็พลุ่ง
ทะยานขึ้นอย่างฉับพลัน ในเวลานี้มันไม่แยแสเคล็ดวิชาในตำรามุกหยินประลัยกัลปอีก
ในสายตามัน ไฟหินงอกนี้เป็นเพียงแมลงศัตรูพืชตัวใหญ่ที่ขุดเข้าไปในร่างกายมันเท่านั้น
พลังแห่งจิตสำนึกทั้งหมดผนึกรวมตัว จั่วม่อผนึกท่ามุทรา ปลดปล่อยเคล็ดทองคำ
คร่ำคร่าอย่างไม่ลังเล!
จั่วม่อไม่เหลือความคิดสยบไฟหินงอกแม้แต่น้อย มีเพียงความคิดเดียว ฆ่ามัน!
หมอกสีทองขนาดเท่ากำมือพลันแปรสภาพเป็นกระบี่ทองเล่มน้อย
ราวกับเป็นสัญชาตญาณของผู้ที่ฝึกปรือกระบี่มายาวนาน โดยไม่จำเป็นต้องคิด
เจตจำนงประบี่ก็ปะทุขึ้นพร้อมกัน
ทันใดนั้นเจตจำนงกระบี่อันเข้มแข็งพลันสำแดงตัวออกมา ผ่านปราณกระบี่ทองเล่ม
น้อย
กระบี่ทองคำเล่มน้อยเปล่งประกายวาบ จากนั้นหลอมละลายอย่างรวดเร็ว
ของเหลวสีทองหมุนวนและบิดเป็นเกลียว ชั่วลัดนิ้วมือเดียว กระบี่หยดน้ำสีทองเล่มน้อย
พลันปรากฏขึ้นในร่างจั่วม่อ!
ทันทีที่กระบี่ทองเล่มน้อยก่อรูป เจตจำนงกระบี่อันแกร่งกร้าวก็สาดรังสีสังหารเย็น
เยียบออกมา หากความเย็นเยือกของไฟหินงอก เปรียบประหนึ่งความเย็นเสียดแทง
หัวใจในส่วนลึกของบ่อน้ำพุเย็น เช่นนั้นเจตจำนงกระบี่น้ำแข็งที่สถิตอยู่ในกระบี่หยดน้ำ
น้อย ก็เย็นเยียบดุจเดียวกับลมน้ำแข็งไร้ที่สิ้นสุดแห่งทุ่งน้ำแข็งทุรกันดารแถบขั้วโลก
หอบเกล็ดน้ำแข็งเหลือคณานับ คมกริบดุจคมมีดนับร้อยนับพัน!
จั่วม่อเองก็นึกไม่ถึง ว่าในเวลานี้เอง เคล็ดทองคำคร่ำคร่าพลันทะลวงผ่านไปยังขั้นที่
สี่!
ไฟหินงอกซึ่งกำลังอาละวาดอยู่ในวงล้อมของพลังปราณ ทันใดนั้นก็หยุดกึก แน่นิ่ง
ไม่ไหวติงอีกเลย!
เจตนาสังหารอันรุนแรงของจั่วม่อติดตามไปพร้อมกับเจตจำนงกระบี่ ส่งผ่านไปยัง
ไฟหินงอกโดยไม่มีข้อจำกัดใด
หากเจ้าขยับ ข้าจะฆ่าเจ้า!
หากไฟหินงอกยังคงไม่เชื่อฟัง เช่นนั้นกระบี่หยดน้ำน้อยจะสับมันเป็นชิ้นๆ จั่วม่อ
เตรียมใจสละไฟหินงอกทิ้งอย่างไม่ไยดี เพื่อไฟหินงอกระดับสองขุมหนึ่ง จะให้จ่ายด้วย
ชีวิตน้อยๆ ของมัน นี่ย่อมไม่คุ้มค่าแล้ว
แต่ฉากที่เกิดขึ้นต่อไป คล้ายฟาดใส่จั่วม่อจนมึนงง
ไฟหินงอกสีขาวน้ำนมหดตัวกลับเป็นลูกไฟเล็กๆ เหมือนเช่นทารกน้อยกอดขา
ตัวเองซุกอยู่ในลูกไฟ สั่นสะท้านไปทั่ว ท่าทางนี้ไม่ผิดอันใดกับมนุษย์ ทำเอาจั่วม่อโทสะ
สลายคลายไปกว่าครึ่ง
น่ากลัวจริงๆ เดี๋ยวนี้กระทั่งไฟยังรู้จักข่มเหงคนอ่อนแอและระย่อต่อผู้เข็มแข็ง! ในใจ
พึมพำสะทกสะท้อน แต่ภายนอกมันไม่ได้ลดการระวังปั้องกันลงแม้แต่น้อย คราวนี้ไฟ
หินงอกยินยอมแต่โดยดี ปล่อยให้จิตสำนึกของจั่วม่อแทรกซึมเข้าไปในร่างมัน
สิ่งที่จั่วม่อไม่ทราบ คือไฟหินงอกนี้ก่อกำเนิดและวิวัฒนาการมาเนิ่นนานจนนับปีไม่
ถ้วน เริ่มมีจิตวิญญาณและสติปัญญาขั้นต้นแล้ว
สองชั่วยามให้หลัง จั่วม่อลืมตาพลางทอดถอนหายใจยาว มันยกดรรชนีขึ้น เปลวไฟ
หินงอกสีขาวน้ำนมพวยพุ่งจากปลายนิ้ว ลุกโชนโดยไร้เสียง นึกถึงอันตรายถึงชีวิตที่เพิ่ง
เผชิญมา จั่วม่อยังคงหวาดหวั่นไม่คลาย กับเปลวไฟเหล่านี้ มันแม้โหยหามานาน แต่
เรื่องราวเกี่ยวกับการสยบไฟกลับไม่ล่วงรู้แม้แต่น้อย ด้วยพลังบำเพ็ญเพียรของมัน คิด
สยบไฟหินงอกสักกองหนึ่งยังยากเย็นถึงเพียงนี้ หากเมื่อครู่ไม่สามารถสยบเจ้าไฟหินงอก
ได้จริงๆ มันสมควรลงเอยด้วยการเผาตัวเองจนตาย
โชคดีที่มันยามคับขันพลันเกิดไหวพริบ ใช้เคล็ดทองคำคร่ำคร่าและเจตจำนงกระบี่
ร่วมกันปราบปรามไฟหินงอกได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อไม่ล่วงรู้เลยสักนิด ว่าอันที่จริงการสยบเมล็ดพันธุ์ไฟนั้นสัมพันธ์
กับระดับพลังบำเพ็ญเพียรโดยตรง
ช่างเสี่ยงอันตรายจริงๆ แทบจะท่องเที่ยวผ่านประตูนรกเข้าไปครึ่งตัวแล้ว ดีที่ยัง
ถอยกลับมาได้ทัน จั่วม่อปาดเหงื่อบนหน้าผาก หวนนึกถึงคำอธิบายเรียบง่ายในตำรา
มุกหยินประลัยกัลป และนึกถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวประตูนรกเมื่อสักครู่ จั่วม่อบ่น
งึมงำ ดูเหมือนว่าไม่อาจเชื่อถือตำรามุกหยินประลัยกัลปได้ทั้งหมด หากเมื่อครู่มันยังฝืน
ทำตามคำอธิบาย ชีวิตน้อยๆ ของมันคงหลุดลอยไปแล้ว
สุดท้ายแล้ว ยังคงเป็นสิ่งที่ผูเยาให้มาไม่น่าเชื่อถือ!
แต่เมื่อครุ่นคิดลึกลงไป จั่วม่อก็เข้าใจ ผูเยาเป็นวัตถุโบราณอายุสามพันปี สิ่งที่มัน
เคยชินย่อมเป็นบรรทัดฐานเก่าๆ ในสามพันปีที่แล้ว สินค้าเก่าแก่จนฟันร่วงหมดปาก
เหล่านี้ จะไม่มีปัญหาได้อย่างไรเล่า?
เจ้าวัตถุโบราณผู้นี้ เมื่อใดจะยอมปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยเสียที!
จั่วม่อแหกปากบริภาษผูเยาอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่านี่คือสิ่งจำเป็นสำหรับเยียวยา
รักษาจิตใจที่บาดเจ็บของมัน แน่นอน แม้ปากจะก่นด่า แต่ในใจยังคงรู้สึกหวาดเสียวอยู่
บ้าง นับว่าโชคดีมากที่มันยังไม่ได้ก่อกำเนิดไฟอีกาทองคำก่อนหน้านี้ เพียงแค่ไฟหินงอก
ระดับสองยังแทบจะพรากเอาชีวิตน้อยๆ ของมันไป หากเป็นไฟอีกาทองคำระดับสี่จริงๆ
เกรงว่ามันจะไม่มีปัญญาต้านทาน และคงไม่แคล้วถูกเผาเป็นเถ้าถ่านอย่างไม่ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวลนี้จั่วม่อยังคงพึงพอใจไม่น้อย ไฟหินงอกเป็นเมล็ดพันธุ์
ไฟระดับสองชนิดหายาก ที่ได้รับการจัดอันดับในตำรามุกหยินประลัยกัลป เรียกได้ว่าไม่
ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง
คิดถึงตรงนี้ คล้ายฉุกคิดอันใดขึ้นมาได้ ทันใดนั้นจั่วม่อสะท้านขึ้นทั้งร่าง ยกกระบี่
หยดน้ำค่อยๆ เฉือนตัดหินงอก หินงอกด้านในกลวงเป็นโพรง จั่วม่อเมื่อพบเห็นชั้น
ของเหลวบางๆ คล้ายน้ำนมที่ส่วนลึกของหินงอก มันอดเบิกบานใจไม่ได้ ของเหลวสีขาว
น้ำนมนี้เรียกว่าน้ำนมศิลา เป็นวัตถุดิบที่หาได้ยากมากสำหรับหลอมกลั่นโอสถ มันรีบนำ
ขวดหยกออกมาจากอกเสื้อ จากนั้นรวบรวมน้ำนมศิลาอย่างระมัดระวัง ไม่หลงเหลือไว้
แม้แต่หยดเดียว
เมื่อหันมาพบเจ้าแมลงทองทมิฬน้อยหมุนไปหมุนมาอย่างกระสับกระส่าย จั่วม่อที
แรกตกตะลึง จากนั้นหัวร่อดังลั่น มันหยดน้ำนมศิลาจากขวดหยกลงบนตัวของแมลง
ทองทมิฬสามหยด
“ฮ่าๆ เกอรับประทานเนื้อ เจ้าดื่มน้ำแกงก็แล้วกัน!”
ทันทีที่น้ำนมศิลาหยดกระทบเปลือกแข็งของแมลงทองทมิฬ ราวกับน้ำหยดลงผืน
ทราย ซึมหายเข้าไปในร่างแมลงทองทมิฬอย่างรวดเร็ว เปลือกแข็งดุจเกราะของเจ้าดำ
น้อยกลับกลายเป็นละเอียดเนียนและเงางามกว่าเดิม แมลงทองทมิฬตัวน้อยคล้ายเต็ม
อิ่มแล้ว จึงหมอบนิ่งอยู่กับที่
จั่วม่อทราบว่าเจ้าตัวน้อยกำลังดูดซึมน้ำนมศิลา มันหยิบกระบอกไม้ไผ่ออกมา นำ
แมลงทองทมิฬใส่กลับเข้าไป
หนนี้เก็บเกี่ยวได้ไฟหินงอกกับน้ำนมศิลา จั่วม่อทนรอที่จะกลับไปยังภูเขาสุญตาไม่
ไหวแล้ว
เมื่อเหล่าศิษย์สำนักสุญตาเห็นสภาพน่าอนาถของจั่วม่อ พวกมันก็ตะลึงลาน จั่วม่อ
กำลังจดจ่ออยู่กับเปั้าหมาย ได้แต่โบกมือทักทายพวกมัน จากนั้นห้อตรงไปยังหุบเขาของ
มันดุจลมกรรโชกผ่าน
กลับถึงลานน้อยลมตะวันตก จั่วม่อเริ่มพินิจพิเคราะห์ไฟหินงอกทันที
ไฟหินงอกเป็นไฟชนิดหายากของเมล็ดพันธุ์ไฟระดับสอง ย่อมมีลักษณะพิเศษ
เฉพาะตัวของมันเอง มันจัดอยู่ในกลุ่มไฟเย็น เพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ก็นับว่าหาได้ยาก
มากในบรรดาเมล็ดพันธุ์ไฟระดับต่ำแล้ว นอกเหนือจากนั้น ด้วยการที่มันถือกำเนิดใน
ความชุ่มชื้น มืด และเย็นของถ้ำหินย้อย มันจึงเต็มไปด้วยทั้งคุณสมบัติของน้ำและความ
เย็น เปลวไฟที่มันสร้างออกมาย่อมแฝงไว้ด้วยความชื้นเย็น หรืออาจกล่าวอีกอย่างหนึ่ง
ว่า มันเป็นไฟที่รวมคุณสมบัติที่ตรงกันข้ามกันของน้ำและไฟไว้ในหนึ่งเดียว คุณลักษณะ
นี้ยิ่งหาได้ยากในหมู่เมล็ดพันธุ์ไฟระดับต่ำทั่วไป
ในเบญจธาตุทั้งห้า น้ำและไฟเป็นสิ่งตรงกันข้ามซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามใน
ธรรมชาติ ยังมีหลายสิ่งที่แปลกประหลาด ซึ่งสามารถผสมผสานสองคุณลักษณะที่
แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนี้ เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ น่าอัศจรรย์ยิ่ง
เคล็ดกระบี่เพลิงธาราที่จั่วม่อฝึกปรือ เป็นการควบคุมบังคับน้ำเสมือนมันเป็นไฟ
มองในแง่หนึ่ง นี่ก็เพียบพร้อมด้วยลักษณะเฉพาะของทั้งน้ำและไฟ เป็นแนวคิดที่ดีที่สุด
และชาญฉลาดที่สุดของเคล็ดวิชานี้ อย่างไรก็ตาม แม้เคล็ดกระบี่เพลิงธาราจะมี
คุณสมบัติของน้ำและไฟ แต่จะอย่างไรยังคงห่างไกลจากความน่าอัศจรรย์ของสิ่งของ
ตามธรรมชาติดังเช่นไฟหินงอก
ควบคุมบังคับใช้น้ำเสมือนเป็นไฟ สุดท้ายแล้วก็ยังคงเป็นน้ำ มันเพียงยืมรูปร่างของ
ไฟ
ไฟหินงอกจึงจะเป็นสิ่งที่มีทั้งน้ำและไฟอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ไฟยังคงเป็น
คุณลักษณะหลักของมัน ดังนั้นถูกจัดอยู่ในกลุ่มเมล็ดพันธุ์ไฟ
ในโลกนี้มีไฟมากมายหลากหลายชนิด แต่สามารถจัดแยกได้ตามคุณลักษณะของไฟ
โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นสี่ประเภทหลัก ได้แก่ไฟร้อน ไฟหยาง ไฟหยิน และไฟเย็น
ไฟร้อน เป็นประเภทที่พบเห็นบ่อยที่สุด คุณสมบัติที่โดดเด่นคืออุณหภูมิสูง ไฟ
ไหลวน จากค่ายกลหัวใจจักรพรรดิเพลิงเป็นตัวอย่างของไฟร้อนทั่วไป
ไฟหยาง สัมพันธ์ถึงพลังชีวิตและหยางแท้จากดวงอาทิตย์ ไฟอีกาทองคำที่จั่วม่อ
ใฝั่ฝัน เป็นตัวอย่างที่ดีเลิศของไฟหยาง
ไฟหยิน ซึ่งปกติเรียกกันว่าไฟภูตผี ก่อกำเนิดจากปราณหยิน เช่นไฟอสุรา
ไฟเย็น เรียกอีกอย่างว่าไฟน้ำแข็งเย็น คุณลักษณะพิเศษเฉพาะของมันคือเย็นเยียบ
และเยือกแข็ง มักก่อกำเนิดในที่มืดและเย็นจัด
ยังคงมีไฟบางชนิดที่แปลกพิสดารไม่เหมือนใคร ยากที่จะจำแนกประเภทได้ชัดเจน
เปลวไฟเหล่านั้นมักเป็นไฟชั้นสุดยอด และเป็นสมบัติล้ำค่าที่ซิวเจ่อทุกคนล้วนถวิลหา
แต่ไม่ว่าจะเป็นไฟประเภทใด พวกมันย่อกอรปด้วยคุณสมบัติพื้นฐานของไฟ นั่นคือ
หลอมละลาย นี่ยังเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้วิธีหลอมกลั่นด้วยไฟเป็นเส้นทางสายหลักที่
นิยมที่สุด สำหรับวิชาหลอมกลั่นโอสถ
ในช่วงหลายวันให้หลัง จั่วม่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับไฟหินงอก ในปัจจุบันนี้ไฟหิน
งอกว่านอนสอนง่ายอย่างที่สุด หากสั่งให้ไปทางตะวันออก มันจะไปไม่มีวันไปทาง
ตะวันตกอย่างเด็ดขาด การควบคุมไฟอาศัยพลังแห่งจิตสำนึก จั่วม่อมีจิตสำนึกอันทรง
ฤทธานุภาพเป็นที่สุด จึงสามารถควบคุมไฟได้อย่างง่ายดาย กระทั่งสามารถใช้การ
ควบคุมบังคับที่ซับซ้อนบางอย่างได้
หลังจากเล่นกับไฟอยู่สองสามวัน จนกระทั่งพื้นฐานกลายเป็นเคยคุ้น จั่วม่อคิด
ทดลองหลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลป
มุกหยินประลัยกัลปเป็นเพียงชื่อเรียกรวมๆ แบบทั่วไป ในความเป็นจริง มุกหยิน
ประลัยกัลปที่หลอมสร้างขึ้นจากไฟที่แตกต่างกัน ทั้งหมดย่อมแตกต่างกันไป แม้แต่
ผู้เขียนบันทึกมุกหยินประลัยกัลป ผู้ซึ่งสามารถบรรยายรายละเอียดเมล็ดพันธุ์ไฟ
มากมาย ก็ยังไม่ได้มีเมล็ดพันธุ์ไฟทั้งหมดที่กล่าวไว้
ในตำรามุกหยินประลัยกัลปบันทึกเมล็ดพันธุ์ไฟไว้หลายร้อยชนิด แต่มีเพียงหกสิบ
แปดชนิดที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับมุกหยินประลัยกัลปที่หลอมสร้างแล้วเสร็จ ส่วนเปลว
ไฟที่เหลือนั้น เมื่อใช้หลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลป ได้ผลลัพธ์เป็นเช่นไร ไม่มีบ่งบอกไว้
ไฟหินงอกเป็นหนึ่งในส่วนที่เหลือนั้นเอง
จั่วม่อเองก็เป็นคนอยากรู้อยากเห็นมากผู้หนึ่ง ไฟหินงอกที่พิเศษเฉพาะนี้ จะหลอม
สร้างมุกหยินประลัยกัลปออกมาเป็นเช่นไร?
มันเริ่มหลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลปลูกแรกของมัน