สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 497 ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินที่รู้สึก
ประหลาดใจ
“จะจัดการอย่างไร?”
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวทั้งหมดต่างก็ตกอยู่ในความ
เงียบ
หากเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเป็นเพียงแค่ผู้แข็งแกร่งระดับ 11
ธรรมดาๆ ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ก็คงจะมีวิธีการที่จะใช้มากมาย
แต่ในสมรภูมิรบขนาดใหญ่พิเศษนั้น พลังของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทาง
ช้างเผือกก็อยู่เหนือผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ทั่วไปอย่างสมบูรณ์ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผู้
แข็งแกร่งระดับ 11 ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่จักรวาลถือกำเนิดขึ้นมา
เมื่อเป็นเช่นนี้ การจัดการเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกจึงเป็นเรื่องที่
ยากลำบาก
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าด้วยนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เจ้าแห่ง
เขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก แต่ยังมีอารยธรรมมนุษย์และผู้แข็งแกร่งสูงสุดใน
ระดับเดียวกันถึงเก้าคน
“แบบจำลองกฎที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ระดับ 11 นั้น
หากเป็นเรื่องจริง นั่นแสดงให้เห็นว่าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกนั้นมี
ความเข้าใจในกฎที่ไปถึงระดับที่น่าเหลือเชื่อแล้ว”
“เมื่อชีวิตเช่นนี้ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ได้อย่างราบรื่นแล้ว สามารถเติบโต
อย่างรวดเร็วจนไปถึงขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด”
“เมื่อถึงตอนนั้น มันจะไม่ใช่ว่าพวกเราจะจัดการเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทาง
ช้างเผือกอย่างไรแล้ว แต่จะเป็นว่าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกจะจัดการ
กับพวกเราอย่างไรมากกว่า”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำกล่าวออกมาอย่างช้าๆ
เมื่อพูดตามตรงแล้ว หากในกลุ่มเผ่าพันธุ์ของพวกเขาให้กำเนิดผู้ที่อยู่ใน
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดขึ้นมาได้ สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการกวาดล้างทุกเผ่า
พันธุ์ในจักรวาล
เพียงแต่ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดนั้นยากลำบากเกินไป ในหลายสิบหรือ
หลายร้อยยุคจักรวาล มักจะกำเนิดผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดได้เพียง
แค่คนเดียว
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติก็เป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขต
บุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดเช่นกัน แต่พวกเขากลับถูกเจตจำนงของจักรวาลขับไล่ และ
ไม่กล้าแม้แต่จะลงมือด้วยกำลังทั้งหมด จึงไม่ได้นับว่าเป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขต
บุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดตามปกติ
“ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด? อารยธรรมมนุษย์?”
สีหน้าของจักรพรรดินีแมลงยิ่งดูไม่ดีมากขึ้น
ในเวลานั้น เผ่าพันธุ์แมลงต้องได้รับการกดดันจากอารยธรรมมนุษย์อย่าง
แน่นอน การที่คิดถึงผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดที่อยู่ในสภาพที่
สมบูรณ์ที่สุด และถืออาวุธประจำเผ่าพันธุ์แล้วทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเป็นผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์
แบบแล้ว ร่างจริงของเขาจะต้องได้รับการปกป้องจากอารยธรรมมนุษย์อย่าง
แน่นอน พวกเราควรจะจัดการอย่างไร?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์หยู่กล่าว
ในตอนนี้ต่อให้พวกเขาต้องการจัดการเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
มากแค่ไหน ก็ต้องดูด้วยว่าพวกเขามีความสามารถที่จะทำเช่นนั้นหรือไม่
การสาปแช่ง?
ที่
นั้
การที่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ลงมือด้วยตนเองนั้น สามารถสาปแช่งร่างแยก
และร่างจริงของผู้ที่อยู่ในระดับ 9 หรือ 10 ได้ แต่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้าง
เผือกที่อยู่ในระดับ 11 แล้วนั้น ต่อให้ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 จะจ่ายด้วยราคามาก
แค่ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถสาปแช่งให้ตายได้
“จริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธี”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำกล่าวออกมาอย่างกะทันหัน และ
มองไปยังจักรพรรดินีแมลง
“ในตอนนั้นจากนอกจักรวาล ได้มีสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดตกลงมา ข้า
จำได้ว่าว่านฮว่าได้นำเลือดหยดหนึ่งของสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดนั้นไปไม่ใช่
หรือ?”
ในช่วงเริ่มต้นที่จักรวาลถือกำเนิดขึ้น ได้มีสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดตกลง
มาในจักรวาล และเกือบที่จะทำให้ชีวิตในจักรวาลต้องดับสูญไป จนในที่สุดผู้
แข็งแกร่งระดับ 12 ได้ร่วมมือกัน จึงสามารถขับไล่สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาด
นั้นออกไปได้
สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดนั้น ไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตตามปกติ มีเพียงแค่
สัญชาตญาณแต่ไม่มีจิตสำนึก และชีวิตที่อยู่ในระดับ 12 ทียังมีชีวิตอยู่นั้น ไม่
สามารถเข้ามาในจักรวาลได้
สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดนั้นมีร่างกายที่แข็งแกร่ง และการโจมตีในระดับ
12 ก็ยากที่จะทำอะไรมันได้
แต่จักรพรรดินีว่านฮว่าไม่รู้ว่าใช้วิธีใด จึงสามารถฉีกผิวหนังของอีกฝ่ายได้
และได้เลือดมาหนึ่งหยด
“สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดนั้น มีความสามารถในการปนเปื้อนที่น่ากลัว
เลือดของมันแม้แต่พวกเรายังไม่กล้าที่จะสัมผัส หากสามารถล็อคเป้าหมายไป
ยังร่างแยกของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ร่าง
แยก เมื่อใช้เลือดที่แปลก
ปื้
ประหลาดปนเปื้อนเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่
ตาย ย่อมต้องได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อศักยภาพใน
การก้าวเข้าสู่ระดับ 12!”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำมองไปยังจักรพรรดินีแมลง
เมื่อผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนอื่นๆ ได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็ก
น้อย
พวกมันไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน แต่เมื่อผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูก
จองจำมั่นใจเช่นนี้แล้ว ก็น่าจะเป็นเรื่องจริง
“เลือดที่แปลกประหลาด?”
จักรพรรดินีแมลงขมวดคิ้ว
“เรื่องนี้ข้าต้องคุยกับว่านฮว่าก่อน”
ในบรรดาจักรพรรดินีหลายองค์ของเผ่าพันธุ์แมลงนั้นจักรพรรดินีว่านฮว่า
มีความแข็งแกร่งมากที่สุด และยังเป็นผู้ที่เก่าแก่ที่สุด รวมถึงมีสถานะที่สูงที่สุด
อีกด้วย
“ข้าหวังว่าว่านฮว่า จะให้ความสำคัญกับส่วนรวม”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำพยักหน้า และกล่าวออกมา
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง
จักรพรรดินีแมลงมองไปยังผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนอื่นๆ โดยรอบ
“ว่านฮว่ายินดีที่จะนำเลือดหยดนั้นออกมา”
“ดี”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำถอนหายใจด้วยความโล่งอก
มื่
รั้
ที่สิ่
ที่
นั้
นั้
เมื่อครั้งที่สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดนั้นตกลงมาในจักรวาลนั้นอารยธรรม
มนุษย์ยังไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมา ดังนั้นผู้แข็งแกร่งสูงสุดของอารยธรรมมนุษย์จึง
ไม่รู้เรื่องนี้
ที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำรู้เรื่องนี้ นั่นเป็นเพราะความ
สามารถของตนเอง ที่สามารถสอดส่องการกระทำของจักรพรรดินีว่านฮว่า และ
จึงได้พูดออกมาในวันนี้
“แต่เลือดที่แปลกประหลาดนั้น เป็นแหล่งที่มาของความโกลาหลและการ
ปนเปื้อนที่ไม่สิ้นสุด ว่านฮว่าถือว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่า การทีเธอยินดีนำมันออก
มา ก็ไม่ใช่ว่าจะนำออกมาโดยไม่มีเหตุผล”
จักรพรรดินีแมลงกล่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ว่านฮว่าต้องการอะไร สามารถพูดออกมาได้”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำพยักหน้า
“วางใจ ตราบใดที่ว่านฮว่าต้องการ เผ่าพันธุ์ข้าสามารถมอบให้ได้”
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 แต่ละตนต่างก็ให้คำมั่น
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ก็ได้ตกลงเงื่อนไขกันได้
“ต่อไปพวกเราแค่ต้องล็อคเป้าหมายไปยังร่างแยกของเจ้าแห่งเขต
ดาวฤกษ์ทางช้างเผือก แล้วใช้พลังทั้งหมดในการปราบปรามจากนั้นก็ใช้เลือดที่
แปลกประหลาดหยดนั้น”
จักรพรรดินีแมลงกล่าวออกมา
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนอื่นๆ พยักหน้า
ในขณะนั้นเอง
ที่
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติที่เงียบมาโดยตลอดพูดบางอย่าง
ออกมา
“เผ่าพันธุ์ภัยพิบัติของข้า ไม่ได้มีความสนใจในเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทาง
ช้างเผือกของอารยธรรมมนุษย์ และขอถอนตัวจากการกระทำในครั้งนี้”
“เผ่าพันธุ์ภัยพิบัติถอนตัว?”
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 จำนวนมากรู้สึกแปลกใจ
หากอารยธรรมมนุษย์มีผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีถือกำเนิดขึ้น เผ่าพันธุ์
ภัยพิบัติย่อมต้องได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน
อารยธรรมมนุษย์คงไม่ปล่อยให้เผ่าพันธุ์ภัยพิบัติไว้เป็นพิเศษท้ายที่สุด
แล้วผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดนั้น หมายถึงความไร้เทียมทานใน
จักรวาล เมื่อเจอผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนอื่นๆ แล้วพวกเขาคงทำได้เพียงแค่
หลบหลีก
“ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติก็หายตัวไปโดยตรง
“เจ้าเฒ่าสองคนนั้น มีพลังถึงขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดแล้วแต่กลับขี้
ขลาดตาขาวเช่นนี้”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำขมวดคิ้ว
“แต่การจัดการกับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเพียงคนเดียว พวก
เราร่วมมือกันก็เพียงพอแล้ว”
จักรพรรดินีแมลงส่ายหน้า และกล่าว
ดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’
หลินหยวนกำลังสังเกตต้นไม้ล้ำค่าขอบเขตปกครองทั้ง 18 ต้นว่าพวกมัน
ดูดซับพลังแห่งความโกลาหลอย่างไร และเปลี่ยนพลังแห่งความโกลาหลที่ไม่
ปั่
นั้
ที่
เสถียรและปั่นป่วนนั้น ให้กลายเป็นพลังงานที่พวกมันต้องการได้อย่างไร
“วิเศษ วิเศษ วิเศษ!”
ในสมองของหลินหยวนมีแรงบันดาลใจมากมาย เขาเข้าใจกฎแห่งความ
โกลาหล และมีความเข้าใจในพลังแห่งความโกลาหลที่สูงมากอยู่แล้ว และใน
ตอนนี้เมื่อได้ดูแก่นแท้ของต้นไม้ล้ำค่าทั้ง 18 ต้นเขาสามารถจับวิชาลับในการ
ดูดซับและกลืนกินพลังแห่งความโกลาหลได้อย่างสมบูรณ์
“ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นมีพลังแห่งความโกลาหลมากที่สุด
หากได้เข้าใจวิธีการดูดซับและกลืนกินพลังแห่งความโกลาหลโดยตรงแล้ว การ
พึ่งพาทรัพยากรในการฝึกฝนย่อมลดลงไปอย่างมาก”
แม้แต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหล ก็ไม่สามารถดูดซับพลังแห่งความ
โกลาหลโดยตรงได้ จะต้องทำการกลั่นพลังแห่งความโกลาหลดิบเหล่านั้นให้
บริสุทธิ์ และให้กลายเป็นระดับเดียวกับพลังแห่งความโกลาหลที่อยู่ในหินแห่ง
ความโกลาหลเสียก่อน ถึงจะสามารถดูดซับได้อย่างราบรื่น
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครอง หรือแม้แต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถี ที่
ต้องการจะทำความเข้าใจพลังแห่งความโกลาหล และเข้าใจกฎแห่งความ
โกลาหลนั้น ทำได้เพียงแค่ผ่านหินแห่งความโกลาหลเท่านั้น เพราะพลังแห่ง
ความโกลาหลที่อยู่ในหินแห่งความโกลาหลนั้นมีเสถียรภาพ และเป็นสิ่งที่เข้าใจ
ได้ง่ายที่สุด
การที่จะเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลได้จากพลังแห่งความโกลาหลดิบ
โดยตรงนั้น ยากเกินไป และภายในก็เต็มไปด้วยพลังงานที่ปั่นป่วนและไร้
ระเบียบ
ร่างแยกที่หลินหยวนได้แบ่งออกมา และใช้พลังแห่งความโกลาหลในการ
รวมตัวนั้น เป็นเพียงแค่การใช้พลังแห่งความโกลาหลรูปแบบหนึ่งเท่านั้น
แต่การที่จะดูดซับพลังแห่งความโกลาหลดิบนั้น เป็นคนละแนวคิดกับการ
ใช้พลังแห่งความโกลาหลในการรวมตัวเป็นร่างแยก
นั้
ลี่
แก่นแท้ของการดูดซับพลังแห่งความโกลาหลดิบนั้น ก็คือการเปลี่ยนพลัง
แห่งความโกลาหลดิบให้กลายเป็นพลังงานของตนเองส่วนการที่ใช้พลังแห่ง
ความโกลาหลในการรวมตัวเป็นร่างแยกนั้น ก็เป็นเพียงแค่ร่างแยก
“ลองกับต้นไม้โลกดู”
เมื่อหลินหยวนคิดในใจเล็กน้อย เขาก็มองไปยังต้นไม้โลกที่อยู่ในโลก
ภายในร่างกายของตน
หลังจากที่ได้เข้าใจกฎแห่งความโกลาหลแล้ว หลินหยวนก็สามารถเชื่อม
ต่อพลังแห่งความโกลาหลบางส่วนจากภายนอกจักรวาลมาใช้ในการบ่มเพาะ
ต้นไม้โลกได้แล้ว
แต่เป็นเพียงแค่การบ่มเพาะเท่านั้น เมื่อต้นไม้โลกที่เป็นเพียงแค่สมบัติ
ล้ำค่าระดับ 11 ไม่สามารถดูดซับพลังแห่งความโกลาหล
โดยตรงได้ และการใช้พลังแห่งความโกลาหลจากหินแห่งความโกลาหลมา
หล่อเลี้ยงนั้น เป็นการสิ้นเปลืองเกินไป หลินหยวนจึงไม่อยากทำแบบนั้น
ถ้าหากทำให้ต้นไม้โลกมีความสามารถในการดูดซับพลังแห่งความโกลาหล
โดยตรงแล้ว การที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นต้นไม้แห่งความโกลาหลได้นั้น ก็น่าจะ
มีประโยชน์อย่างมาก
“หืม?”
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินกำลังตามหาเรา?”
สีหน้าของหลินหยวนเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ร่างวิญญาณสุริยันที่อยู่
ภายนอกดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’ ก็รีบแบ่งจิตใจส่วนหนึ่งไปเชื่อมต่อกับโลก
เสมือนจริง
โลกเสมือนจริง
โลกส่วนตัวของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉิน
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุด”
พื่
ผู้
ู
ุ
หลินหยวนก้มตัวลงเล็กน้อย เพื่อแสดงความเคารพ
“หลินหยวน”
บนใบหน้าของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินปรากฏรอยยิ้มออกมาและจากนั้น
สีหน้าก็จริงจังขึ้นเล็กน้อย
“เรื่องที่เจ้าเป็นผู้ก่อตั้งเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์นั้น ไม่สามารถปกปิดได้
แล้ว”
จริงๆ แล้วที่หลินหยวนเป็นผู้ก่อตั้งเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์นั้นก็มีข่าว
ลือมาตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อนแล้ว เพียงแต่ว่าในตอนนั้นเสียงนั้นยังเบา และ
ไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม
แต่ในระยะหลังมานี้ การที่บทที่ 11 ของเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ปรากฏ
ตัวขึ้น ก็ทำให้ข่าวลือนี้ไปถึงจุดสูงสุด
“ผมรู้ครับ”
หลินหยวนพยักหน้า
ในตอนที่อยู่ในระดับ 6 7 8 และ 9 นั้น หลินหยวนกังวลว่าอัตลักษณ์ของผู้
ก่อตั้งวรยุทธ์จะรั่วไหลออกไป และดึงดูดสายตาและการลงมือของผู้แข็งแกร่ง
ระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาว
แต่ในตอนนี้?
หลินหยวนไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 แต่กลับมีพลังที่เหนือกว่าผู้แข็งแกร่ง
ระดับ 12 ดังนั้นจึงไม่กลัวสิ่งเหล่านี้
“ก็จริง”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินยิ้มออกมา
“ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า พวกคนเหล่านั้นต่อให้ต้องการสาปแช่งเพื่อที่
จะส่งผลกระทบ ก็ไม่ได้มีความหมายอะไร”
ที่
ซี่
นึ่
หลังจากที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินพูดจบ ก็เงียบไปครู่หนึ่ง และกล่าวต่อ
“แต่ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน ด้วยศักยภาพของเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์แล้ว
ข้าไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพวกนั้นกำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหน และกำลังคิดที่จะจัดการกับ
เจ้า”
“ท่านผู้แข็งแกร่งสูงสุดต้องการที่จะสื่ออะไร?”
หลินหยวนถาม
“ให้ร่างจริงของเจ้ามาอยู่ที่เขตดาวกลางดีกว่า ที่นั่นเป็นสถานทีที่ปลอดภัย
ที่สุดของอารยธรรมมนุษย์ แม้ว่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวจะ
ร่วมมือกันโจมตีเข้ามา ก็สามารถต้านทานได้”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินกล่าวออกมาในทันที
ถึงแม้ว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 คนของอารยธรรมมนุษย์จะจับตาดูดาว
เคราะห์หลักทางช้างเผือกอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อมีสิ่งผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น พวก
เขาสามารถลงมือแทรกแซงได้ในทันที
แต่ดาวเคราะห์หลักทางช้างเผือกนั้น ไม่ใช่จุดศูนย์กลางของดินแดน
อารยธรรมมนุษย์
และดาวเคราะห์หลักทางช้างเผือกก็อยู่ในบริเวณชายขอบ ซึ่งในสายตา
ของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินแล้ว ยังมีอันตรายอยู่บ้าง
“ร่างจริง?”
หลินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ในตอนนี้ร่างจริงของเขาอยู่ในดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่
ปลอดภัยกว่าใจกลางเขตดาวกลางของอารยธรรมมนุษย์แน่นอน
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุด ท่านคิดว่าในตอนนี้ร่างจริงของผมอยู่ที่ไหน?”
หลินหยวนถาม
“ร่างจริงของเจ้า?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินเชื่อมต่อกับความสัมพันธ์ของเหตุและผล และ
สัมผัสอยู่ครู่หนึ่ง
“ไม่ได้อยู่ที่ดาวเคราะห์หลักทางช้างเผือก?”
“บนดาวเคราะห์หลักทางช้างเผือกนั้น มีเพียงแค่ร่างแยกของผม”
หลินหยวนพูดตามความเป็นจริง
หลังจากที่ร่างจริงได้ประจำอยู่ในดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’แล้ว ร่างวิญญาณ
สุริยันและร่างวิญญาณจันทราก็จะสลับกันประจำอยู่ที่ดาวเคราะห์หลักทางช้าง
เผือก
“บนดาวเคราะห์หลักทางช้างเผือกนั้นมีเพียงแค่ร่างแยก?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินมีสีหน้าเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
“ร่างจริงของผม ตอนนี้อยู่ในดินแดนลับ ‘เซียนฮวง'”
หลินหยวนไม่ได้ปิดบังอะไร และพูดออกมาโดยตรง
ถึงตอนนี้แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังอะไรอีก ด้วยความ
แข็งแกร่งในตอนนี้ของเขา การที่จะปกป้องดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’นั้นง่ายเกิน
ไป
“ร่างจริงอยู่ในดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’?”
ในใจของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉิน ความคิดแรกก็คือ ไม่น่าแปลกใจที่เขาไม่
สามารถรับรู้ได้ถึงร่างจริงของหลินหยวน ซึ่งดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’นั้นสามารถ
ปิดกั้นเหตุและผลได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ยอมรับกัน
แต่หลังจากนั้น ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินก็ตอบสนองได้ว่าดินแดนลับ
‘เซียนฮวง’ไม่ได้ปิดไปแล้วหรือ?
แล้วร่างจริงของหลินหยวนเข้าไปได้อย่างไร?
“ผมได้หลอมรวมแกนกลางของดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’ไปนานแล้ว ในตอน
นี้ผมเป็นผู้ครอบครองดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’แล้ว”
หลินหยวนกล่าว
“ผู้ครอบครองดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินรู้สึกงงไปเล็กน้อย และในใจก็เกิดความประหลาด
ใจขึ้นมา ดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’ที่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 นับ
สิบคนในจักรวาลต่างก็ปรารถนานั้น กลับมาอยู่ในมือของหลินหยวนแล้ว?
“เจ้า”
ในสมองของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินปรากฏความคิดขึ้นมามากมาย และ
ในท้ายที่สุดก็มองไปยังหลินหยวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า
“เจ้าทำให้ข้าเกือบตกใจ”