สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 510 จักรวาลภายในร่างกาย
ห้วงอวกาศของจักรวาลถูกฉีกออกเป็นวงกว้าง เผยให้เห็นถึงภาพของ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ภายใต้สายตาของผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 คนของอารยธรรมมนุษย์ ในเวลา
เพียงชั่วพริบตานั้น รอยแยกที่มีความยาวถึง 10,000 ปีแสงถูกฉีกกระชากออก
และนี่ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น
เมื่อเวลาผ่านไปในทุกๆ ชั่วพริบตา รอยแยกนี้เริ่มขยายตัวออกไปอย่างบ้า
คลั่ง
10,000 ปีแสง
50,000 ปีแสง
100,000 ปีแสง
200,000 ปีแสง
พลังอันกว้างใหญ่ไพศาลไหลบ่าลงมาในจักรวาล นี่คือพลังจากพลังต้น
กำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก”
ถึงแม้ว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 คนของอารยธรรมมนุษย์จะได้คาดการณ์ไว้
แล้ว และคิดว่าการเคลื่อนไหวของการที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก้าว
เข้าสู่ระดับสูงสุดย่อมต้องไม่เล็กอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อครั้งที่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 11 นั้น รอยแยกที่เชื่อม
ต่อกับความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลกลับมีความยาวกว่า 100 ปีแสง ไม่ด้อย
ไปกว่าผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบทีก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดเลย
ที่
ริ่
นั้
แต่ในทันทีที่เริ่มก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดนั้น รอยแยกในจักรวาลก็เกิน
200,000 ปีแสงไปแล้ว และยังคงเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตกใจทำให้ความคิด
ในใจของผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 คนไม่สามารถที่จะสงบลงได้
หลังจากผ่านไปเพียงหนึ่งลมหายใจ
ความเร็วในการขยายตัวของรอยแยกในจักรวาลก็ค่อยๆ หยุดลงและใน
ท้ายที่สุดก็คงที่อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านปีแสง
“1 ล้านปีแสง?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนสูดหายใจเข้าลึกๆ
ในตอนที่พวกเขาก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดนั้น รอยแยกในจักรวาลทีถูกฉีกออก
นั้นมีความยาวเพียงแค่ 100 ปีแสง
แต่รอยแยกที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกฉีกออกนั้นกลับไปถึง 1
ล้านปีแสง?
100 ปีแสงกับ 1 ล้านปีแสง
เมื่อดูจากภายนอกแล้ว ราวกับมีความแตกต่างกันแค่ 10,000 เท่า
แต่ในความเป็นจริงแล้ว พลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลที่กำลังจะลงมานั้น จะทำให้พลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหลที่ถูกรองรับนั้นแตกต่างกันหลายล้านหลายสิบล้านเท่า
“น่ากลัวเกินไปแล้ว”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดซวีเสินรู้สึกไม่อยากที่จะเชื่อว่า พลังต้นกำเนิดของความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหลที่สามารถเทลงมาจากรอยแยกที่มีความยาวถึง 1
ล้านปีแสงนั้นจะมีจำนวนเท่าไหร่?
พลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลที่มหาศาลเช่นนั้น
เพียงพอที่จะทำให้จักรวาลภายในร่างกายของผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่เพิ่งจะ
เลื่อนขั้นแตกออกเป็นเสี่ยงๆได้
พื้
“ต้องมีพื้นฐานแบบไหน ถึงสามารถฉีกรอยแยกในจักรวาลได้ใหญ่ขนาด
นี้?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่พึมพำกับตนเอง ในการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดนั้น การที่
จะทำให้เกิดรอยแยกในจักรวาลได้นั้น
ก็ขึ้นอยู่กับตนเองอย่างสิ้นเชิง
มาโดยตลอด
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของอารยธรรมมนุษย์ก็ไม่เคยรับรู้ถึงพื้นฐานของหลิน
หยวนอย่างชัดเจน รู้เพียงแค่ว่าหลินหยวนนั้นแข็งแกร่งพลังชีวิตก็แข็งแกร่ง
อย่างน่าเหลือเชื่อ และเพียงพอที่จะดึงผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ลงไปในแม่น้ำแห่ง
กาลเวลาได้
แต่กับพื้นฐานล่ะ?
พื้นฐานนั้นมีความเกี่ยวข้องกับพลังชีวิต แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
และในตอนนี้ รอยแยกในจักรวาลที่มีความยาวถึง 1 ล้านปีแสงนั้น ก็แสดง
ให้เห็นว่าพื้นฐานของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกนั้นไปถึงจุดที่ไม่เคยมี
มาก่อน ถึงแม้ว่าจะนำเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบที่เคยก้าวเข้า
สู่ระดับสูงสุดมาทั้งหมด ก็ไม่สามารถทีจะเทียบเท่ากับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทาง
ช้างเผือกได้แม้แต่น้อย
“ที่จริงแล้วการที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุด
นั้น ไม่จำเป็นต้องให้พวกเรามาปกป้องเลย”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดหวี่เตี๋ยกล่าวออกมา พลังของความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลที่แผ่ซ่านออกมา เมื่อรอยแยกในจักรวาลถูกฉีกออก มันก็ได้ปกป้องเจ้า
แห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเอาไว้แล้ว
ด้วยพลังของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลที่แผ่ซ่านออกมาจากรอบๆ
ตัวของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกในตอนนี้
ที่
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีก็ไม่สามารถเข้ามาใกล้ได้
ไม่ใช่เหรอ?
ส่วนผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติทั้งสองที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิก
วิถีนั้น?
เดิมทีพวกเขาก็ถูกเจตจำนงของจักรวาลรังเกียจอยู่แล้ว หากกล้าที่จะเข้า
มาใกล้ในตอนนี้แล้ว เกรงว่าจะต้องเผชิญหน้ากับการปราบปรามของจักรวาล
อย่างเต็มกำลัง
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีก 8 คนก็พยักหน้า ผู้แข็งแกร่งสูงสุดหวี่เตี๋ยกล่าวออกมา
ไม่ผิด ในตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 จากเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่
เข้ามาใกล้ไม่ได้ แม้แต่พวกเขาก็เช่นกัน
เมื่อเข้ามาใกล้แล้ว ย่อมต้องเผชิญหน้ากับการปราบปรามของพลังต้น
กำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
รอยแยกในจักรวาลที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกฉีกออกนั้น ได้
เชื่อมต่อกับแหล่งกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
แหล่งกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้น คือสถานที่ที่เป็น
แกนกลางของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล และได้รับการปกป้องจาก
เจตจำนงของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลแม้ว่าจะเปิดออกเพียงแค่รอย
แยกเล็กน้อยก็ตาม นอกจากผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดแล้ว เหล่าผู้
แข็งแกร่งคนอื่นๆ ก็ไม่สามารถเข้ามาใกล้ได้ และไม่กล้าที่จะเข้ามาใกล้
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดต่างดาวก็กำลังจับตา
มองการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเช่นกัน
“รอยแยกในจักรวาลที่มีความยาวถึง 1 ล้านปีแสง? ไม่แปลกใจเลยที่เจ้า
แห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกสามารถโจมตีเทียนอวี่เฉินจนต้องล่าถอยได้ พื้น
ฐานที่น่ากลัวเช่นนี้ ข้าไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนเลย”
เสียงของผู้แข็งแกร่งสูงสุดของพันธมิตรจักรวาลนั้นต่ำลง พวกเขาที่เป็นผู้
แข็งแกร่งระดับ 12 นั้น เดิมทีกังวลว่าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกจะแอบ
ก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดหรือไม่
แต่เมื่อดูจากในตอนนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลในเรื่องนี้การ
เคลื่อนไหวในการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
นั้นใหญ่โตเกินไป ไม่ต้องพูดถึงพวกเขา แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับ 11 และระดับ
10 ก็สามารถรับรู้ได้
“ข้าก็ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน”
“ข้าเคยได้รับข้อมูลบางอย่างมาจากนอกจักรวาล แต่ก็ไม่มีการบันทึกถึง
อัจฉริยะที่แปลกประหลาดเช่นนี้เอาไว้”
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 โดยรอบรู้สึกไม่เข้าใจ
แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่หลินหยวนโจมตีเทียนอวี่เฉินจนต้องล่าถอยเกิดขึ้นมา
ก่อนแล้ว ทุกคนก็รับได้มากขึ้น
ถึงแม้จะไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมรับได้อย่างรวดเร็ว
“ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกจะก้าว
เข้าสู่ระดับสูงสุดล้มเหลวจริงๆ หรือ?”
มีผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนหนึ่งตั้งคำถามกับตนเอง ในตอนนี้เมื่อต้องเผชิญ
หน้ากับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกแล้ว สิ่งเดียวทีพวกเขาทำได้ก็คือการ
รอคอย รอให้เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดล้มเหลว
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็จะสามารถที่จะจัดการกับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทาง
ช้างเผือกได้อย่างง่ายดาย และสถานการณ์ของเหล่าเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดต่างๆ
ก็จะกลับมาอยู่ในจุดที่สมดุล
แต่เมื่อได้เห็นรอยแยกในจักรวาลที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้
ฉีกออกในตอนที่เริ่มก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดแล้ว ก็ทำให้เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12
เกิดความสงสัยขึ้นมา
ที่
นี้
ชีวิตที่แข็งแกร่งเช่นนี้ จะต้องตายเพราะการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดจริงๆ
หรือ?
หรือก็คือการเผชิญหน้ากับพลังที่ย้อนกลับมาจากแม่น้ำแห่งกาลเวลาและ
จักรวาลนั้น
สามารถที่จะทำอะไรเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้จริงๆหรือ?
“ในตอนนี้พวกเราก็ไม่มีทางเลือกอื่น”
“ทำได้เพียงแค่หวังว่าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกจะก้าวเข้าสู่ระดับ
สูงสุดล้มเหลว”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำกล่าวพร้อมกับส่ายหน้า ก่อนที่
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกจะก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดพวกเขาก็ไม่สามารถ
จัดการกับอีกฝ่ายได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนีที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้าง
เผือกก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุด และได้รับการปกป้องจากพลังต้นกำเนิดของความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหลแล้ว
การเปลี่ยนแปลงของชีวิตนั้น เมื่อมองในมุมของความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จึงทำให้มีการมอบพลังต้นกำเนิดลงมาให้
แต่เมื่อมองในมุมของเจตจำนงของจักรวาลแล้ว
การที่กระโดดออกมาจากแม่น้ำแห่งกาลเวลา คือการแย่งชิงทรัพยากรของ
จักรวาลบางส่วนไปอย่างถาวร จึงทำให้มีการย้อนกลับจากจักรวาลและแม่น้ำ
แห่งกาลเวลา
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมข้ารู้สึกเหมือนมีภาระหนักในใจ”
“ใช่ เหมือนกับว่าจะมีภัยพิบัติมาเยือน”
“หรือว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้น?”
เหล่าชีวิตมากมายในห้วงอวกาศนั้น ส่วนใหญ่ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงการ
เปลี่ยนแปลงในการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดของหลินหยวน แต่เมื่อรอยแยกที่มี
สู่
ู
ุ
ความยาว 1 ล้านปีแสงถูกฉีกออก และมีพลังของพลังต้นกำเนิดของความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหลจำนวนมากเทลงมาย่อมส่งผลกระทบต่อเหล่าชีวิตใน
จักรวาล
ในขณะนั้น ตราบใดที่มีชีวิต ย่อมต้องรับรู้ถึงแรงกดดันอย่างมากราวกับว่า
สวรรค์และโลกกำลังจะพังทลายลงมา
ผู้แข็งแกร่งในระดับ 10 และ 11 ส่วนน้อย ที่มีความอ่อนไหวต่อกาล
อวกาศเป็นอย่างมาก สามารถรับรู้ได้อย่างเลือนรางว่ามีคนกำลังก้าวเข้าสู่
ระดับสูงสุด และการที่จะส่งผลกระทบได้มากมายขนาดนี้ ก็คงจะมีเพียงแค่เจ้า
แห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกที่ไม่เคยมีใครเทียบได้ในอดีตและปัจจุบัน
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกกำลังก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุด?”
“ก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดหรือ สุดท้ายแล้วเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก็
ต้องก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดเหมือนกันหรือ?”
“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกจะสามารถก้าวเข้าสู่
ระดับ 12 ได้อย่างราบรื่นหรือไม่”
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดแต่กลับ
สามารถโจมตีผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ได้ แล้วเมื่อก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดสำเร็จแล้ว
ล่ะก็…”
เหล่าผู้แข็งแกร่งในระดับ 10 และ 11 ต่างก็รู้สึกหวาดกลัว แต่ผู้แข็งแกร่ง
ส่วนใหญ่ก็ยังคงรู้สึกคาดหวังอยู่ เหล่าผู้แข็งแกร่งเหล่านีส่วนใหญ่ก็มาจากเผ่า
พันธุ์ที่แข็งแกร่งและเผ่าพันธุ์ธรรมดา
ต่อให้ไม่มีเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก พวกเขาก็ต้องยอมจำนนต่อ
เหล่าเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดอยู่ดี
หากเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกกลายเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดแล้ว
อารยธรรมมนุษย์ก็จะแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และพวกเขา อย่างมาก
ที่สุดคงทำได้เพียงยอมจำนนต่ออารยธรรมมนุษย์เท่านั้น
ที่
มื่
และอาจจะดีกว่าเดิมด้วย ท้ายที่สุดแล้วเมื่อติดตามอารยธรรมมนุษย์แล้ว
ก็อาจจะไม่ต้องต่อสู้กับเหล่าเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดแล้วก็ได้
ดินแดนของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ
สถานที่ลึกลับที่ไม่สามารถรับรู้ได้
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัตินั่งอยู่หน้ากระท่อมไม้ที่ไม่โดดเด่น
และมองไปยังภาพการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้าง
เผือก
“ไม่เสียชื่อที่เป็นการกลับชาติมาเกิดของมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เพียงแค่ก้าว
เข้าสู่ระดับ 12 ก็ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติที่อยู่ภายนอกกระท่อมไม้กล่าวออก
มาอย่างรู้สึกซาบซึ้ง
“เมื่อมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่กลับชาติมาเกิด ความทรงจำมักจะถูกบดบังไป
โดยปกติแล้วเมื่อก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดแล้ว ความทรงจำส่วนใหญ่ก็จะกลับมา”
“มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ฟื้นความทรงจำส่วนใหญ่ได้แล้ว ก็สามารถกลับไป
สู่จุดสูงสุดอย่างรวดเร็ว”
“การกลับชาติมาเกิดของมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ การที่พวกเราได้พบกับ
การกลับชาติมาเกิดของมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลที่มีจักรวาลมากมายนั้น เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติที่อยู่ในกระท่อมไม้ก็รู้สึกไม่อยากที่
จะเชื่อเช่นกัน
“ฮ่าๆๆๆ โชคดีที่เผ่าพันธุ์ภัยพิบัติของข้าไม่ได้จัดการกับเจ้าแห่งเขต
ดาวฤกษ์ทางช้างเผือก มิฉะนั้นแล้วเมื่อมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ฟื้นพลังขึ้นมา ต่อ
ให้เผ่าพันธุ์ภัยพิบัติของข้าหลบอยู่ในจักรวาล ก็คงจะไม่สบายใจ”
นั้
นึ่
ขนาดของจักรวาลนั้นเทียบเท่ากับผู้แข็งแกร่งในขอบเขตโกลาหลคนหนึ่ง
และมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ล่ะ? ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถทำลายจักรวาลได้ แต่ก็
สามารถทำให้จักรวาลต่างๆ ‘รีสตาร์ท’ ได้อย่างง่ายดาย
เมื่อจำนวนครั้งในการรีสตาร์ทมีมากแล้ว เผ่าพันธุ์ภัยพิบัติทีหลบซ่อนอยู่
ข้างในก็จะทนไม่ไหว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงช่วงระหว่างจักรวาลล่มสลายไปจนถึงเกิด
ใหม่ หากมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ต้องการที่จะจ่ายราคาบางส่วนแล้ว ก็สามารถส่ง
ผลกระทบต่อภายในจักรวาลได้
ในห้วงกาลอวกาศที่ลึกซึ้ง ดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’
ร่างหกแขนก็กำลังจับตามองการเปลี่ยนแปลงของจักรวาลเช่นกัน
“นายท่านเริ่มก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดแล้วหรือ?”
ร่างหกแขนที่เป็นเหมือน ‘จิตวิญญาณ’ ของดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’
สามารถรับรู้ถึงข้อมูลมากมายจากภายนอกผ่านทางมิติได้
“ความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 7 และการสร้างกฎแห่งความโกลาหล
พื้นฐานของนายท่านคงไม่ได้มีเพียงเท่านี้”
ร่างหกแขนมองไปยังรอยแยกในจักรวาลที่มีความยาวถึง 1 ล้านปีแสง
และคิดในใจอย่างเงียบๆ
ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 7 หรือกฎแห่งความโกลาหล
ก็เป็นเพียงแค่ความเข้าใจ แต่เมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้ว ก็ยังไม่สามารถฉีกรอย
แยกในจักรวาลที่มีความยาวถึง 1 ล้านปีแสงได้อยู่ดี
“องค์จักรพรรดิ ท่านกลับชาติมาเกิดแล้วหรือ?”
ร่างหกแขนพึมพำกับตนเอง องค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’ในฐานะมหา
ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ และยังเป็นมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ไร้เทียมทาน ก็มีโอกาสที่
จะกลับชาติมาเกิด
ในความเป็นจริงแล้ว ผู้แข็งแกร่งในขอบเขตโกลาหลตามปกติก็มีความ
สามารถในการกลับชาติมาเกิดได้
แต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลตามปกติ เมื่อกลับชาติมาเกิดแล้วความทรง
จำย่อมต้องหายไปก่อนที่จะไปถึงระดับ 12
เมื่อผ่านการกลับชาติมาเกิดแล้ว ร่างกาย สายเลือด พลังพิเศษพรสวรรค์
ทุกอย่างย่อมต้องถูกลบล้างไป และเมื่อไม่มีความทรงจำแล้ว
การที่จะกลับไปสู่ระดับ 12 ได้นั้น เป็นไปได้ยากมาก เหมือนกับการที่คนโง่
พูดจาเพ้อเจ้อ ดังนั้นผลลัพธ์ของการกลับชาติมาเกิดของผู้ที่อยู่ในขอบเขต
โกลาหลทั่วไป จึงไม่แตกต่างอะไรจากการตาย
ส่วนมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่และเหล่ามหาปราชญ์แห่งความโกลาหลที่ไร้
เทียมทาน เมื่อกลับชาติมาเกิดแล้ว ก็สามารถเก็บความทรงจำที่ขาดหายไปได้
เล็กน้อย
ความทรงจำที่ขาดหายไปเล็กน้อยของมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่และเหล่ามหา
ปราชญ์แห่งความโกลาหลที่ไร้เทียมทานนั้นมีค่าขนาดไหน?
แต่นั่น กลับสามารถเพิ่มโอกาสในการกลับไปสู่ระดับ 12 ได้อย่างมาก
ภายใต้รอยแยกในจักรวาลที่มีความยาวถึง 1 ล้านปีแสง
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ และเงยหน้าขึ้นมอง
“1 ล้านปีแสง”
หลินหยวนตกตะลึงในใจ เพียงแค่ขอบเขตที่ครอบคลุมรอยแยกนี้ ก็ใกล้
เคียงกับจักรวาลภายในของผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดแล้ว
“มาแล้ว”
ยังไม่ทันที่หลินหยวนจะได้คิดอะไร พลังต้นกำเนิดที่น่ากลัวของความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหล ก็เทลงมาอย่างกว้างใหญ่ไพศาลตามรอยแยกใน
จักรวาลที่มีความยาว 1 ล้านปีแสง
“ข้าจะดูด ข้าจะดูด ข้าจะดูดดดดดดดดดดดดดดดดด จ๊วบๆ”
หลินหยวนก็พยายามที่จะให้โลกภายในร่างกายดูดซับพลังต้นกำเนิดของ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลให้มากที่สุด และในขณะเดียวกันร่างกายและ
จิตวิญญาณก็กำลังดูดซับอยู่เช่นกัน ร่างวิญญาณทั้งสองก็เช่นกัน
พลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้น เป็นพลังที่บริสุทธิ์
ที่สุดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล และอยู่เหนือหินแห่งความโกลาหล
สำหรับทุกชีวิตแล้ว พลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นมี
ประโยชน์มอย่างมากมาย
วูบๆ
เมื่อได้ดูดซับพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลอย่างบ้า
คลั่ง
โลกภายในร่างกายของหลินหยวน ก็เริ่มที่จะขยายตัวออกไปอย่างบ้าคลั่ง
อีกครั้ง
20 ปีแสง
50 ปีแสง
100 ปีแสง
1,000 ปีแสง
หลังจากผ่านไปกว่า 200 วินาที
โลกภายในร่างกายของหลินหยวนก็ขยายตัวไปถึง 10,000 ปีแสงแล้ว
“10,000 ปีแสง?”
หลินหยวนไม่อยากที่จะเชื่อ นี่ได้มาถึงเกณฑ์ขั้นต่ำของจักรวาลภายใน
ร่างกายแล้ว
มื่
โดยปกติแล้ว เมื่อผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้วหากทำได้
อย่างราบรื่น สามารถทำให้จักรวาลภายในร่างกายเติบโตไปถึงขอบเขตหลาย
หมื่นปีแสงถึงแสนปีแสงได้ในระยะเวลาอันสั้น
ช่วงเวลาอันสั้นที่ว่านี้ ก็จะอยู่ที่ประมาณหลายพันปี
เมื่อผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่เพิ่งเลื่อนขั้น ได้ทำให้ขอบเขตของตนเองมั่นคง
และดูดซับพลังต้นกำเนิดที่ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้มอบให้แล้ว นั่น
สามารถไปถึงขอบเขตสุดท้าย
แต่ในตอนนี้ล่ะ?
หลินหยวนยังดูดซับพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ยังไม่เสร็จ
แต่กลับมาถึงจุดนี้แล้ว?
“โลกภายในร่างกายของเรา ไม่สิ ในตอนนี้ก็ควรที่จะเรียกว่าจักรวาล
ภายในร่างกายแล้ว”
หลินหยวนรับรู้ได้ถึงพลังของจักรวาลภายในร่างกายที่กว้างใหญ่ และคิด
ในใจอย่างรวดเร็ว
การหล่อเลี้ยงด้วยพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลยัง
คงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง
250 วินาที
300 วินาที
330 วินาที
จนกระทั่งในที่สุด 333 วินาที
การหล่อเลี้ยงด้วยพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลก็
หยุดลงอย่างรวดเร็ว
นี้
และในตอนนี้
จักรวาลภายในร่างกายของหลินหยวนก็เกิน 100,000 ปีแสงไปแล้ว และ
ไปถึง 180,000 ปีแสง
ต้องรู้ว่า เมื่อผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 นั้น โลกภายใน
ร่างกายจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเมื่อรองรับพลังต้นกำเนิดของความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหลได้ทั้งหมดแล้ว โลกภายในร่างกายจะอยู่ที่ประมาณ 10
ปีแสง
และจากนั้นก็จะเริ่มต้นเข้าสู่การก้าวกระโดดครั้งสุดท้าย ในระหว่างการ
ก้าวกระโดดครั้งสุดท้ายนั้น โลกภายในร่างกายจะค่อยๆดูดซับและกลืนกินพลัง
ต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลที่เทลงมา และเติบโตขึ้นอย่าง
รวดเร็ว จนกระทั่งไปถึง 10,000 ปีแสง และเปลี่ยนแปลงไปเป็นจักรวาลภายใน
ร่างกาย
และในท้ายที่สุดก็ใช้พลังของจักรวาลภายในร่างกายในการก้าวกระโดด
ครั้งสุดท้ายสู่ระดับสูงสุดได้อย่างสมบูรณ์ และก้าวเข้าสู่ระดับ
เมื่ออธิบายอย่างง่ายๆ แล้ว ผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 นั้น
จะต้องทำอยู่ 2 อย่าง
หนึ่งก็คือการรองรับและต้านทานการย้อนกลับของแม่น้ำแห่งกาลเวลา
และจักรวาล
สองก็คือการนำทางให้โลกภายในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปเป็นจักรวาล
ภายในร่างกาย
ทั้ง 2 อย่างนี้ หากทำอย่างใดอย่างหนึ่งไม่สำเร็จ นั่นจะทำให้การก้าวเข้าสู่
ระดับสูงสุดล้มเหลว
แต่ในตอนนี้ โลกภายในร่างกายของหลินหยวนนั้นไปถึง 180,000 ปีแสง
แล้ว และไปถึงขอบเขตของจักรวาลภายในร่างกายแล้ว
เกณฑ์ของจักรวาลภายในร่างกายก็คือ 10,000 ปีแสง แต่หลินหยวนกลับมี
ถึง 180,000 ปีแสง
ไม่ได้เป็นแค่ขอบเขตของจักรวาลภายในร่างกายอย่างเดียวเหรอ?
การที่โลกภายในร่างกายขยายตัวขึ้นอย่างมาก ทำให้หลินหยวน
เปลี่ยนแปลงไปเป็นจักรวาลภายในร่างกายได้ ก่อนที่จะทำการก้าวกระโดดครั้ง
สุดท้าย
หมายความว่า
จากความยากลำบากทั้ง 2 ในการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดนั้น เมื่อต้องมา
เผชิญหน้ากับหลินหยวนแล้ว ก็เหลือเพียงแค่อย่างเดียว
“ขนาดของจักรวาลภายในร่างกายยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว?”
หลินหยวนมองไปยังจักรวาลภายในร่างกายที่มีเกือบ 200,000 ปีแสง
เมื่อการหล่อเลี้ยงของพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
สิ้นสุดลง ความเร็วในการขยายตัวของจักรวาลภายในร่างกายไม่หยุดลง แต่
กลับเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ในชั่วพริบตา
ก็เกิน 500,000 ปีแสงไปแล้ว
“พลังของเราในตอนนี้”
จิตใจของหลินหยวนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย
ในตอนนี้
ตอนที่การก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดผ่านไปเพียงแค่ครึ่งเดียว แต่เขากลับ
สามารถรับรู้ได้ว่า พลังต่อสู้ของตนเองนั้นมาถึงในระดับ
ที่เหนือกว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถี
ขั้
ขั้นสูงสุดแล้ว…