สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 791 ร่วมขบวนมาเยือน
จ้าวฯ ในตำนาน อย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียน จ้าวฯ พรหมเทียน ในฐานะหนึ่งใน
จ้าวฯ ที่แข็งแกร่งที่สุดในกาลอวกาศปัจจุบัน
บัดนี้ปะปนอยู่ในหมู่ร่างเงาอันน่าสะพรึงกลัวกว่าห้าร้อยตนที่มาจากกาล
อวกาศอดีตและอนาคต
ดูไม่สะดุดตาอย่างยิ่ง
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างเงาใดๆ ก็ตาม ล้วนน่าสะพรึงกลัวกว่าพวก
พระองค์มาก
สิ่งนี้ทำให้จ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียน รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปสู่
ช่วงเวลาที่อ่อนแอ เมื่อกาลเวลาอันยาวนานก่อนหน้า
“มิน่าเล่า มิน่าเล่า เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด
ถึงกล้าประทานทุกข์ที่หยุดยั้ง จ้าวฯ หยินเหอจากการปีนขั้นบันไดหยกขาวลง
มา”
ในใจของจ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียนทั้งตกตะลึงทั้งกระจ่างแจ้ง
ที่แท้ ‘กำลังหลัก’ ในการหยุดยั้งจ้าวฯ หยินเหอ ไม่ใช่พวกพระองค์เลย
แม้แต่น้อย
แต่เป็นการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวที่มาจากกาลอวกาศทีแตกต่างกัน ซึ่ง
ต่างก็เคยครอบงำมิติอนันต์ไร้สิ้นสุดในช่วงเวลาของตนเอง
เมื่อตระหนักถึงจุดนี้
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจของจ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียนอีกครั้ง
การหยุดยั้งจ้าวฯ หยินเหอจากการปีนขั้นบันไดหยกขาวจำเป็นต้องลงทุน
ลงแรงถึงเพียงนี้เชียวรึ?
ยิ่
แต่เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดย่อมไม่มีทางผิด
พลาด
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ พลังที่แท้จริงของจ้าวฯ หยินเหอ ยังเหนือกว่าที่พวก
พระองค์คาดการณ์ไว้อีกรึ?
จ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียน จ้าวฯ พรหมเทียน กำลังสังเกตการณ์
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวที่มาจากกาลอวกาศทีแตกต่างกัน
และการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้ ก็กำลังสังเกตการณ์รอบข้าง
อย่างลับๆ เช่นกัน
“นี่คือกาลอวกาศที่เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด
นำทางมารึ?”
สัตว์อสูรยักษ์ ที่มาจากยุคแรกเริ่มของการเปิดฉากมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด พินิจ
พิจารณา รอบๆ ตกใจอย่างยิ่ง เพียงแค่สัมผัสเล็กน้อยมันก็พบว่าในบรรดาร่าง
เงากว่าห้าร้อยตนรอบข้าง มีอย่างน้อยเกือบยี่สิบตนที่กลิ่นอายแผ่ออกมาไม่
ด้อยไปกว่ามัน
ต้องรู้ว่า สัตว์อสูรยักษ์ในช่วงเวลาของตนเองนั้น เป็นการดำรงอยู่ที่ไร้
เทียมทานโดยสมบูรณ์ ครอบงำมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด
แต่ตอนนี้?
“ทุกข์ครั้งนี้ เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดถึงกับ
ดึงผู้แข็งแกร่งมามากมายถึงเพียงนี้ ‘หยินเหอ’ ผู้นั้นทำสิ่งใดลงไปกันแน่? หรือ
ว่าเส้นทางหลุดพ้นที่เขากำลังปีนอยู่มีปัญหา?”
ร่างเงาที่แผ่กระจายแสงสว่างอันไร้ขีดจำกัด กวาดสายตามองผู้แข็งแกร่ง
จำนวนมากรอบข้าง
“เดิมทีคิดว่ามีเพียงข้าคนเดียว ไม่คิดว่าจะมีมากถึงเพียงนี้? พลังยัง
แข็งแกร่งถึงเพียงนี้อีกด้วย?”
นึ่
ที่
สิ้
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวอีกตนหนึ่งที่ใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทาง
หลุดพ้นคิดในใจ
ผู้ที่มาถึงโดยพื้นฐานแล้วล้วนใกล้จะเดินถึงจุดสิ้นสุดบนเส้นทางหลุดพ้น
‘อนันตทุกข์’ นี้แล้ว ชัดเจนอย่างยิ่งถึงกฎเกณฑ์ของทุกข์ทีเจตจำนงแห่งมรรคา
วิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดประทานลงมา
ยิ่งให้การสนับสนุนพวกมันมากเท่าใด ก็ยิ่งพิสูจน์ว่าจ้าวฯ หยินเหอผู้นั้น
รับมือได้ไม่ง่าย
“ทุกท่าน เมื่อต่างก็มาชุมนุมกันในกาลอวกาศนี้แล้ว คงจะเห็นพ้องกับ
ทุกข์ที่เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดประทานลงมาเพื่อ
หยุดยั้งหยินเหอสินะ”
สัตว์อสูรยักษ์เอ่ยปากกล่าว: “ร่างต้นร่างหนึ่งของหยินเหอผู้นั้นกำลังปีน
เส้นทางหลุดพ้นสายนั้นอยู่ พวกเราหมดหนทาง แต่ภายใต้การนำทางของ
มรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด ร่างต้น ร่างแยก ร่างอวตาร อื่นๆ ของ
หยินเหอล้วนถูกพวกเราล็อกเป้าไว้แล้วตอนนี้มาว่ากันว่าจะทำอย่างไรดีหรือ
ไม่?”
ผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกัน หากฝ่ายหนึ่งต้องการซ่อนตัว เป็นเรื่องยากมาก
ที่จะถูกค้นพบ
แต่เมื่อเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดประทานทุกข์
ที่ขัดขวางหยินเหอลงมา ย่อมต้องช่วยผู้ผ่านทุกข์ล็อกเป้าหมายร่างต้น ร่างแยก
ร่างอวตารต่างๆ ของหลินหยวนอย่างแน่นอน
เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดเทียบเท่ากับกึ่งหลุด
พ้น หากเจตจำนงนั้นลงมือล็อกตำแหน่งพิกัดของหลินหยวน จึงไม่มีความยาก
ลำบากใดๆ
สัตว์อสูรยักษ์เอ่ยปาก การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวอื่นๆ ที่มาจากกาล
อวกาศที่แตกต่างกันก็ทยอยเริ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน
“หยินเหอผู้นั้นย่อมไม่ใช่ผู้ที่รับมือได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน”
รื่
ที่
“ย่อมเป็นเรื่องที่แน่นอน หากรับมือได้อย่างง่ายดาย เจตจำนงแห่งมรรคา
วิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดจะใช้ความพยายามมากถึงเพียงนี้ ชุมนุมพวก
เราไว้ที่นี่ได้อย่างไร? อีกทั้งยังให้ผลประโยชน์มากมายถึงเพียงนั้นอีก? ต่อให้ล้ม
เหลว ก็ไม่จำเป็นต้องถูกลบล้าง”
“เป็นเช่นนั้น เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดยิ่งทำ
เช่นนี้ ข้ายิ่งไม่มั่นใจ หากรู้แต่แรกว่าจะมีผู้แข็งแกร่งจากกาลอวกาศที่แตกต่าง
กันมามากมายถึงเพียงนี้ ข้าคงไม่มาแน่ๆ”
“ตอนนี้เสียใจภายหลังก็สายไปแล้ว ในเมื่อมาแล้ว ย่อมต้องมาดูจ้าวฯ
หยินเหอผู้นั้นเสียหน่อย”
“ความคิดของข้าคือ พยายามเจรจากับจ้าวฯ หยินเหอผู้นั้นให้มากที่สุด
พวกเราเกรงกลัวเขา เขาย่อมต้องเกรงกลัวพวกเราเช่นกันตราบใดที่อีกฝ่ายไม่
ปีนเส้นทางหลุดพ้นต่อไป ราคาใดๆ พวกเราก็สามารถจ่ายได้”
“เป็นเช่นนั้น ย่อมต้องเจรจาก่อน”
“หากเจรจาไม่สำเร็จเล่า? หยินเหอผู้นั้นยืนกรานจะปีนเส้นทางหลุดพ้นต่อ
ไป?”
“เช่นนั้นก็คงทำได้เพียงสังหาร กดข่มร่างต้น และร่างอวตารทั้งหมดของ
จ้าวฯ หยินเหอผู้นั้นที่อยู่ภายนอก พยายามส่งผลกระทบต่อสภาวะจิตใจของ
เขา ขณะปีนเส้นทางหลุดพ้นให้มากที่สุด”
“แล้วจ้าวฯ หยินเหอผู้นี้มีคนในตระกูล ญาติสนิท ทายาท หรือสหายหรือ
ไม่ ก็สามารถจับตัวมาข่มขู่ได้เช่นกัน”
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวทีละตนทยอยเอ่ยปาก
ใช้คนในตระกูล ญาติสนิท ทายาท หรือสหายมาข่มขู่รึ? หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่
จะดูไร้ยางอาย แต่ตอนนี้ตราบใดที่สามารถส่งผลกระทบต่อหยินเหอผู้นั้นได้ ก็
สามารถเพิ่มความเป็นไปได้ในการผ่านทุกข์นี้
นี้
และการผ่านทุกข์นี้ อย่างน้อยก็มีการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวกว่าสิบตน
ที่เท่ากับการเดินจบเส้นทางหลุดพ้น ‘อนันตทุกข์’ โดยตรง
เมื่อเกี่ยวข้องกับความหวังในการหลุดพ้นที่แท้จริง การดำรงอยู่อันน่าสะ
พรึงกลัวเหล่านี้ก็ไม่ใส่ใจสิ่งที่เรียกว่าหน้าตาอีกต่อไปแล้วตราบใดที่สามารถ
หลุดพ้นได้ ต่อให้ไร้ยางอายกว่านี้แล้วจะเป็นอย่างไร?
เป็นเพราะเหตุนี้เอง ในบรรดาการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวกว่าห้าร้อย
ตน แม้จะมีบางตนที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ‘ข่มขู่’ นี้ แต่ก็ไม่ได้เสนอความเห็น
คัดค้านออกมา
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทุกคนก็ออกเดินทางพร้อมกันเถอะ”
“ร่างต้นร่างหนึ่งของจ้าวฯ หยินเหอผู้นั้น อยู่ที่ตำแหน่งนี้ ไปที่นีก่อน ไป
พบปะเขาเสียหน่อย”
“เช่นนั้น ทุกคนไปด้วยกัน”
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวจำนวนมากที่มาจากกาลอวกาศทีแตกต่าง
กัน เคลื่อนขบวนอย่างเกรียงไกร มุ่งหน้าไปยังทิศทางของความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหล
ด้วยมีเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดล็อกตำแหน่ง
พิกัดที่แน่นอนของหลินหยวนให้พวกมัน การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้
จึงสามารถระบุตำแหน่งของหลินหยวนได้อย่างง่ายดาย
“พวกเรา… จะทำอย่างไรดี?”
จ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียน จ้าวฯ พรหมเทียนมองหน้ากัน ใน
ฐานะจ้าวฯ ในตำนานของกาลอวกาศปัจจุบัน พวกพระองค์ย่อมใกล้ชิดกัน
“จะตามไปดีหรือไม่?”
จ้าวฯ หมื่นลักษณ์ เอ่ยถามหยั่งเชิง
ที่
ริ่
การตามไปที่ว่า หมายถึงการเริ่มผ่านทุกข์โดยสมัครใจ ยอมรับบททดสอบ
ทุกข์แห่งการหยุดยั้งหยินเหอจากการปีนเส้นทางหลุดพ้นนี้
มิฉะนั้นพวกพระองค์จะไม่ได้รับการนำทางจากเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอัน
ยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด ไม่สามารถล็อกตำแหน่งทีแน่นอนของหลินหยวน
ในปัจจุบันได้
“ตามไปเถอะ”
“การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวมากมายถึงเพียงนี้ ต่อให้พลังของหยินเหอ
ผู้นั้นแข็งแกร่งเพียงใด ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะต่อต้านได้ง่ายดายนัก”
“ถูกต้อง ถูกต้อง มีการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้ดึงดูดความสนใจ
ของหยินเหอ พวกเราคาดว่าคงไม่ถูกสังเกตเห็น”
“พวกเราถึงตอนนั้นก็เพียงแค่ปะปนอยู่ในนั้น ต่อให้สุดท้ายล้มเหลว หยิน
เหอก็ไล่ล่าสังหารพวกนั้น พวกเรามีความหวังสูงที่จะถอนตัวได้อย่างปลอดภัย
แต่ถ้าหากสำเร็จ เท่ากับการผ่านทุกข์ 1,000 ครั้ง ผลตอบแทนขมากมายถึง
เพียงนั้น…”
จ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียน จ้าวฯ พรหมเทียน, จ้าวฯจิ่วหลง,
จ้าวฯ หมื่นลักษณ์ ต่างมองหน้ากัน ในที่สุดก็ตัดสินใจได้
ฟ้าถล่มลงมาก็มีคนตัวสูงค้ำไว้
และสถานการณ์ในตอนนี้ การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวที่มาจากกาล
อวกาศอดีตและอนาคตที่แตกต่างกัน ก็คือ ‘คนตัวสูง’
มีพวกพระองค์อยู่ด้านหน้าต่อต้านหยินเหอ จ้าวฯ เฮ่าเทียน จ้าวฯ พรหม
เทียนคิดว่าปลอดภัยแน่นอน ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลวตนเองจะไม่ได้รับ
ความเสียหายใหญ่หลวงนัก
“ความรู้สึกนี้?” จ้าวฯ ฉู่เวยกำลังปิดด่าน ย่อยสลายผลตอบแทนที่ได้จาก
ขั้นบันไดหยกขาว พลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวอย่างเกรียงไกร
กำลังเข้าใกล้
บื้
ลิ่
นี้
เบื้องหน้ากลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวอย่างเกรียงไกรนี้ จ้าวฯ ฉู่เวยเพียง
รู้สึกว่าตนเองเป็นเรือลำน้อยที่ล่องอยู่ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ พร้อมที่จะ
อับปางได้ทุกเมื่อ
“นั่นคือ?”
จ้าวฯ ฉู่เวยในฐานะจ้าวแห่งกาลเวลาขอบเขต 3 พอจะสามารถลอบมอง
ตามต้นกำเนิดของกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวได้ เห็นร่างเงาตระหง่านกว่าห้า
ร้อยตนกำลังเข้าใกล้มาทางนี้
ร่างเงากว่าห้าร้อยตนนี้ สร้างความรู้สึกกดดันให้กับจ้าวฯ ฉู่เวยอย่างใหญ่
หลวง ร่างเงาใดๆ ก็ตามล้วนเหนือกว่าหมื่นมิติกาลอวกาศกล่าวได้ว่าเป็นถึงการ
ดำรงอยู่ระดับสูงสุดของมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด
“นั่นคือจ้าวฯ เฮ่าเทียน… จ้าวฯ พรหมเทียน?” จ้าวฯ ฉู่เวยเห็นร่างเงาที่ไม่
สะดุดตาเจ็ดแปดตนตามหลังร่างเงาอันน่าสะพรึงกลัวกว่า
ห้าร้อยตนนั้น เป็นจ้าวฯ ในตำนานอย่างจ้าวฯ เฮ่าเทียนที่ตนเองทำได้
เพียงแหงนมอง
“การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวมากมายถึงเพียงนี้ มาจากกาลอวกาศที่
แตกต่างกันรึ?”
จ้าวฯ ฉู่เวยสัมผัสได้เลือนรางว่ากลิ่นอายของร่างเงากว่าห้าร้อยตนแม้จะ
น่าสะพรึงกลัว แต่กลับไม่เข้ากับ กาลอวกาศปัจจุบัน
“เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?”
จ้าวฯ ฉู่เวยหวาดกลัวตัวสั่น แม้พระองค์จะเป็นจ้าวแห่งกาลเวลาแต่ก็ยังไม่
ถึงระดับตำนาน การสำรวจขั้นบันไดหยกขาว ก็จำกัดอยู่เพียงช่วงหน้าสุด
เท่านั้น
ไม่รู้เลยถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนที่สูงของขั้นบันไดหยกขาว
ที่
ยิ่
ส่วนทุกข์ที่เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดประทาน
ลงมาเพื่อขัดขวางหยินเหอจากการปีนป่าย? ผู้ที่รู้เรื่องนี้อย่างน้อยก็ต้องเป็น
จ้าวฯ ในตำนาน จ้าวฯ ฉู่เวยไม่รู้เรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
จ้าวฯ ฉู่เวยยังพอจะสัมผัสได้ถึงต้นกำเนิดของความรู้สึกกดดัน
ส่วนสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 1 ขอบเขต 2 ? ต่างก็หวาดกลัวอย่าง
ยิ่ง ขอบเขตการรับรู้มัวหมองบิดเบี้ยว จ้าวฯ ใน
ตำนานระดับ 300,000,000 ทุกข์ แต่ละตนล้วนมีความสำเร็จสูงส่งอย่าง
ยิ่งบนเส้นทางหลุดพ้น ไม่ใช่สิ่งที่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาธรรมดาจะสามารถ
สังเกตการณ์ได้
เหมือนกับที่มดไม่อาจเห็นภาพรวมของช้างได้ เพราะเกินขอบเขตความ
เข้าใจของตนเอง
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ ขมวดคิ้วเล็กน้อย: “ร่างต้นทั้งหมดของเรา รวมถึง
ร่างต้นภายในโลกต้นกำเนิดตลอดจนร่างแยก ร่างอวตารล้วนถูกเจตจำนงแห่ง
มรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดล็อกเป้าไว้แล้ว?”
ด้วยขอบเขตระดับพลังของหลินหยวนในตอนนี้ ย่อมสัมผัสได้ว่าตำแหน่ง
ของตนเองถูกล็อกเป้าไว้แล้ว
นอกจากร่างต้นร่างหนึ่งที่กำลังปีนขั้นบันไดหยกขาว ซึ่งมีการคุ้มครองจาก
พลังแห่งการหลุดพ้น ไม่สามารถถูกล็อกเป้าได้แล้ว ร่างต้นอื่นๆ ล้วนอยู่ภายใต้
การจับตามองของเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดโดยสิ้น
เชิง
“รู้ตั้งนานแล้วว่าเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดไม่
ได้ง่ายดายเพียงนั้น”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย
ที่
จื่
เดิมทีหลังจากที่เขาทราบจากจ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงว่าตนเองกลายเป็น
ทุกข์ของจ้าวฯ ในตำนานระดับ 100,000,000 ทุกข์จำนวนมากแล้ว ก็เตรียม
พร้อมเพื่อความปลอดภัย พาความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลไปด้วยกัน ซ่อน
ตัวอยู่ในส่วนลึกที่สุดของกาลอวกาศชั้นแล้วชั้นเล่า
กระทั่งหลินหยวนโคจรพลังของ《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 ตัดขาดความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหลทั้งหมดออกจากเส้นเวลาโดยสิ้นเชิง ภายใต้สถานการณ์เช่น
นี้ สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ ต่อให้แข็งแกร่งดุจจ้าวฯ ในตำนาน ก็ไม่สามารถ
สัมผัสถึงตำแหน่งทีแน่นอนของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้
แต่ตอนนี้ ตำแหน่งของตนเองถูกล็อกเป้า ทำให้ความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลถูกล็อกเป้าไปด้วย
ส่วนการที่หลินหยวนจะจากไป? หากไม่มีตนเองคอยดูแลความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหล การซ่อนตัวเช่นนี้ก็จะไม่สมบูรณ์สุดท้ายก็ยังคงถูกค้นพบ
อยู่ดี
“ความผันผวนของกาลอวกาศ? จ้าวฯ ในตำนานที่แข็งแกร่งจากกาล
อวกาศอดีตและอนาคตที่แตกต่างกัน?”
สีหน้าหลินหยวนขยับเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความผันผวนของกาล
อวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาลที่อยู่ห่างไกล
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
หลินหยวนคาดเดาถึงแผนสำรองที่แท้จริงของเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอัน
ยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดแล้ว ว่าคือจ้าวฯ ในตำนานระดับสูงสุดเหล่านั้นจาก
กาลอวกาศที่แตกต่างกัน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
หมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ ต่างรู้สึกใจสั่น ขณะนีเส้นเวลา
อนาคตที่พวกพระองค์มองเห็น ล้วนเป็นความมืดมิดบิดเบี้ยวเส้นเวลาทีละสาย
พังทลายลงอย่างรวดเร็ว หมายความว่าอีกไม่นานจะเกิดเรื่องน่าสะพรึงกลัว
อย่างใหญ่หลวงขึ้น
รื่
นี้
เรื่องน่าสะพรึงกลัวอย่างใหญ่หลวงนี้ จะนำไปสู่การดับสูญของเส้นเวลา
อนาคตทั้งหมด นับเป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน หมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาอื่นๆ ไม่เคยแม้แต่จะได้ยินเรื่องเช่นนีมาก่อน
“หยินเหอ”
“หยินเหอ”
หลังจากสัมผัสได้ว่าเส้นเวลาอนาคตตกอยู่ในความมืดมิดบิดเบี้ยว หมัวซวี
จวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ ก็ติดต่อหลินหยวนทันที
สถานการณ์เช่นนี้เกินขอบเขตที่พวกพระองค์จะรับมือได้แล้วจำเป็นต้อง
แจ้งให้เสาหลักค้ำฟ้าของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล——จ้าวฯ หยินเหอ
ทราบโดยทันที
“เรื่องนี้ข้ารู้แล้ว”
เบื้องหน้าหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ ร่างเงาของหลิน
หยวนรวมตัวปรากฏขึ้น
“หยินเหอทราบแล้วรึ?”
“ใช่ แม้แต่พวกเรายังสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ หยินเหอย่อมต้องสัมผัสได้
เช่นกัน”
หมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอกเล็ก
น้อย ทันใดนั้นก็ถามด้วยความสงสัย: “หยินเหอ สาเหตุใดกันแน่ที่ทำให้เส้น
เวลาอนาคตทีละสายเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้?”
การที่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาสังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคต แม้บางครั้งจะ
ปรากฏความมัวหมองบิดเบี้ยว แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่ทั้งหมดจะเป็นความมัวหมอง
บิดเบี้ยว
นี่หมายความว่าอนาคตไม่มีหนทางรอดใดๆ ตกอยู่ในความพินาศโดย
สมบูรณ์
“เป็นเพราะข้า”
หลินหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
อนาคตที่มืดมิดมัวหมองอย่างสิ้นเชิงที่หมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาอื่นๆ สังเกตการณ์นั้น มีที่มาจากจ้าวฯ ในตำนาน
เหล่านั้นจากกาลอวกาศที่แตกต่างกัน ซึ่งใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางหลุด
พ้น
จ้าวฯ ในตำนานมากมายขนาดนี้ปรากฏตัวพร้อมกัน แถมยังเกี่ยวข้องกับ
เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดอีก?
อย่าว่าแต่หมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ เลย ต่อให้เป็นตัว
หลินหยวนเอง ก็ยากที่จะสังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคตทีชัดเจนได้
“เพราะหยินเหอ เป็นเพราะท่านรึ?”
หมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่กอยากจะ
ถามอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่กล้าถาม
“ถึงแล้ว”
“ห้วงมิติแห่งนี้ควรจะเป็นห้วงมิติที่จ้าวฯ หยินเหอซ่อนตัวอยู่”
นอกความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวกว่า
ห้าร้อยตนหยุดอยู่ตรงนั้น จับจ้องไปยังห้วงมิติแห่งนี้
“วิธีการซ่อนตัวที่พิเศษยิ่งนัก แม้แต่เส้นเวลาก็ยังถูกตัดขาด”
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวตนหนึ่งกล่าวด้วยสายตาทึ่งขณะนี้ในสายตา
ของพวกมันเบื้องหน้าว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่เลยแม้แต่น้อย
“ใช่ หากไม่มีการนำทางของเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎ
เกณฑ์สูงสุด พวกเราก็ไม่สามารถค้นพบได้ว่าที่นี่ยังมีห้วงมิติอยู่? ไม่ต้องพูดถึง
ตำแหน่งของจ้าวฯ หยินเหอเลย”
ลี่
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวทีละตนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ขณะ
เดียวกันก็ยิ่งระมัดระวังมากขึ้น
วิธีการซ่อนตัวของจ้าวฯ หยินเหอช่างยอดเยี่ยมเช่นนี้ พวกมันต่อให้ร่วม
มือกันก็ต้องระวังตัวเล็กน้อย
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้ล้วนมาจากกาลอวกาศทีแตกต่างกัน
ต่อให้ผ่านทุกข์ล้มเหลว อย่างมากก็แค่สูญเสียร่างเนื้อหลักที่ใช้ในการต่อสู้ที่มา
ชุมนุมกันที่นี่ ในกาลอวกาศเดิมของพวกมันก็ยังคงเหลือวิธีการรักษาชีวิตไว้
ทุกข์ที่เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดประทานลง
มาในครั้งนี้ สามารถดึงดูดการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวมากมายขนาดนี้มาได้
เหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือ ต่อให้ผ่านทุกข์ล้มเหลว ก็จะไม่ถูกลบล้าง
หากไม่มีเงื่อนไขนี้ เกรงว่าการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัว ณ ที่นีคงจะน้อย
ลงไปกว่าครึ่ง
จ้าวฯ ในตำนานที่สามารถเข้าใกล้จุดสิ้นสุดของเส้นทางหลุดพ้นได้ ไม่มีผู้
ใดที่โง่เขลา เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่ง
กฎเกณฑ์สูงสุดให้ผลประโยชน์มากมายขนาดนั้น ย่อมหมายความว่าทุกข์
นี้ไม่ง่ายอย่างแน่นอน
หึ่ง หึ่ง หึ่ง~ ไม่นานหลังจากที่การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวกว่าห้าร้อย
ตนมาถึงความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลอันกว้างใหญ่ก็ค่อยๆ ปรากฏร่างชาย
หนุ่มผู้หนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นนอกความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล เผชิญหน้ากับ
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวกว่าห้าร้อยตนเพียงลำพัง
“จ้าวฯ หยินเหอ”
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวที่เป็นผู้นำ แผ่กระจายแสงสว่างอันไร้ขีด
จำกัด มันยิ้มพลางมองหลินหยวน:
รั้
นี้
พื่
“ครั้งนี้มาก็เพื่ออยากจะพูดคุยกับจ้าวฯ หยินเหอ ท่านสักหน่อย”
“การมาเยือนของข้าในครั้งนี้มีเพียงประการเดียว…คือเพื่อได้สนทนากับ
จ้าวฯ หยินเหอสักครา”