สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 794 อยู่บนเส้นทาง
การสังหารหมู่ไม่ได้หยุดลงเพราะการ ‘หลงเข้ามาโดยบังเอิญ’ ของจ้าวฯ
ว่านเว่ย
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวจากกาลอวกาศที่แตกต่างกันไม่ว่าพยายาม
ดิ้นรนอย่างไร ก็ล้วนดับสูญ อย่างรวดเร็วภายใต้การโหมกระหน่ำของพลังงาน
ไร้ลักษณ์
ร่องรอยการดำรงอยู่ในกาลอวกาศชั้นแล้วชั้นเล่าทั้งอดีตปัจจุบัน และ
อนาคต ล้วนถูกลบล้างไปสิ้น
“นี่… นี่เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่? ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อนเลย? จ้าวฯ
มากมายถึงเพียงนี้ตายตก พร้อมกัน อีกทั้งยังเป็นการตายตกอย่างสมบูรณ์ ถูก
เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดปิดบังไว้รึ?”
จ้าวฯ ว่านเว่ยเงียบกริบด้วยความหวาดกลัว
พระองค์สังเกตการณ์เส้นเวลามานับไม่ถ้วน ท่องเที่ยวไปในกาลอวกาศ
อนาคตมากมาย
ไม่เคยได้ยินเรื่องที่จ้าวฯ ในตำนาน ระดับ 100,000,000 ทุกข์ถูกสังหาร
หมู่ราวกับต่ำต้อยดุจธุลีดินเช่นนี้มาก่อน
ซ่า ซ่า ซ่า
ไกลออกไป
พลังงานไร้ลักษณ์ทีละสายซัดสาด
ร่างเงาสายหนึ่งถูกบีบให้ปรากฏร่างออกมา
เป็นจ้าวฯ กุยซวีนั่นเอง
มื่
เมื่อเผชิญหน้ากับพลังงานไร้ลักษณ์ ต่อให้แข็งแกร่งระดับการดำรงอยู่อัน
น่าสะพรึงกลัวที่ใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางหลุดพ้นก็ยังทำได้เพียงยื้อชีวิต
อย่างน่าสมเพช
ยิ่งมิต้องกล่าวถึงจ้าวฯ กุยซวีที่เพิ่งผ่า 300,001,000 ทุกข์เท่านั้น?
ร่างกาย วิญญาณ จิตใจและเจตจำนง ดับสูญอย่างต่อเนื่อง
วิธีการรักษาชีวิต ที่ทิ้งไว้ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตล้วนถูกกระทบ
ทั้งหมด
ความรู้สึกที่ใกล้จะตายตกอย่างสมบูรณ์นี้ ทำให้จ้าวฯ กุยซวีหวาดกลัว
อย่างยิ่ง
“เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดเจตจำนงแห่ง
มรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด ท่านออกมาสิ? นี่คือเป้าหมายที่ท่านให้
พวกเรามาขัดขวางไม่ใช่รึ? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่ง
กฎเกณฑ์สูงสุดบัดซบ!”
ในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนตาย จ้าวฯ กุยซวีก็ปลดปล่อยอย่างสมบูรณ์ เต็มไป
ด้วยความเคียดแค้น และความไม่ยินยอมอันไร้สิ้นสุด
เริ่มสาปแช่งเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด
ถูกต้อง
การทดสอบทุกข์ครั้งนี้ ต่อให้ล้มเหลวก็ไม่ต้องถูกเจตจำนงแห่งมรรคาวิถี
อันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดลบล้าง
ฟังดูคุ้มค่าอย่างยิ่ง
แต่ด้วยวิธีการที่หลินหยวนแสดงออกมาในตอนนี้
จำเป็นต้องให้เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด
ลบล้าง?
ก็ถูกจ้าวฯ หยินเหอลบล้างโดยตรงแล้ว
ไม่เพียงแต่จ้าวฯ กุยซวีที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นต่อเจตจำนงแห่ง
มรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด จ้าวฯ ในตำนานและการดำรงอยู่อันน่า
สะพรึงกลัวอื่นๆ ทีละตนก็เป็นเช่นกัน
การที่หลินหยวนลงมือสังหารพวกมันอย่างหนักหน่วงเช่นนี้ เป็นเรื่องที่
เข้าใจได้อย่างสมบูรณ์
ท้ายที่สุดแล้ว เป็นพวกมันที่ทำเรื่องเกินเลยก่อน โดยใช้คนในครอบครัว
ญาติสนิท และสหายของจ้าวฯ หยินเหอมาข่มขู่
การกระทำของจ้าวฯ หยินเหอเช่นนี้ปกติเกินไปแล้ว
แต่เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดเล่า?
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวจากกาลอวกาศที่แตกต่างกันได้ผ่านทุกข์มา
แล้วหลายพันล้านครั้ง รู้ดีว่าทุกข์ที่เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎ
เกณฑ์สูงสุดประทานลงมาในอดีต ต่อให้ยากลำบาก เพียงใด ก็ยังมีความหวังที่
จะสำเร็จ
แม้ความหวังจะริบหรี่ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีทางผ่านไปได้เลย
เพียงแต่ตอนนี้เล่า?
เมื่อเผชิญหน้ากับจ้าวฯ หยินเหอที่นั่งขัดสมาธิอยู่ ณ จุดสูงสุดของกาล
อวกาศ พวกมัน การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวเหล่านีประหนึ่งปลาบนเขียง
อย่าว่าแต่ขัดขวางการปีนเส้นทางหลุดพ้นของอีกฝ่ายเลย แม้แต่หนีก็ยังหนีไม่
รอด
จะผ่านไปได้อย่างไร?
จะเอาสิ่งใดผ่านไป?
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์
สูงสุดจึงกลายเป็นเป้าหมายระบายอารมณ์ก่อนตายของจ้าวฯ ในตำนาน และ
ทั้
ู
ุ
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวทั้งหมดไปโดยปริยาย
“ข้าไม่เข้าใจ เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดเหตุใด
จึงประทานทุกข์ที่ปราศจากความหวังในการสำเร็จเช่นนีลงมา? เพื่อให้พวกเรา
ตายรึ?”
“หรือว่า จุดสิ้นสุดของเส้นทางหลุดพ้น ‘อนันตทุกข์’ นี้เป็นทางตัน จ้าวฯ
ใดๆ ที่ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุด ล้วนมายังกาลอวกาศแห่งนีเพื่อให้จ้าวฯ หยินเหอลบ
ล้างรึ?”
การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวทีละตนดับสูญไปอย่างสมบูรณ์พร้อมกับ
ความไม่ยินยอมและความเคียดแค้นอันไร้สิ้นสุด
จ้าวฯ กุยซวีย่อมไม่มีข้อยกเว้น ทว่าก่อนที่จะดับสูญไปอย่างสมบูรณ์ จ้าวฯ
กุยซวีได้จุดระเบิดแผนสำรองรักษาชีวิตที่ตนเองทิ้งไว้ในกาลอวกาศต่างๆ โดย
สมัครใจ ทำให้มันโปรยปรายไปยังกาลอวกาศมากมายในรูปแบบของความ
เคียดแค้นและปณิธานแน่วแน่ทีบริสุทธิ์
ความเคียดแค้นและปณิธานแน่วแน่ที่บริสุทธิ์เหล่านี้ ไม่อาจกลายเป็นแผน
สำรองสำหรับการฟื้นคืนชีพ ของจ้าวฯ กุยซวีได้ ทำได้เพียงบรรจุข้อมูลช่วง
หนึ่งหรือคำพูดไม่กี่ประโยค ถือเป็นคำเตือนที่จ้าวฯ กุยซวีทิ้งไว้ให้แก่จ้าวฯ รุ่น
หลัง——
“…อย่าไป! อย่าไปเด็ดขาด!!!”
การสังหารหมู่ยังคงดำเนินต่อไป จ้าวฯ ว่านเว่ยที่ยืนนิ่งอย่างเหม่อลอยอยู่
ในมุมหนึ่งของสนามรบ ย่อมได้ยินเสียงระบายความไม่
ยินยอมและความเคียดแค้นก่อนตายของการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวที
ละตนอย่างเลือนรางเช่นกัน
“กฎสูงสุดประทานทุกข์ลงมา?”
“เส้นทางหลุดพ้นอนันตทุกข์เป็นทางตันรึ?”
นี้
“ทุกข์สุดท้ายล้วนจะทำให้ผู้ผ่านทุกข์มาถึงกาลอวกาศนี้รึ?”
จิตใจ ของจ้าวฯ ว่านเว่ยสั่นสะท้าน พระองค์นึกถึงตนเอง หากยังคงเดิน
ต่อไปบนเส้นทางหลุดพ้น ‘อนันตทุกข์’ นี้ ก็คงจะต้องเผชิญหน้ากับร่างเงาที่นั่ง
ขัดสมาธิอยู่ ณ จุดสูงสุดของกาลอวกาศนั้นเช่นกัน
หึ่ง หึ่ง หึ่ง~
พลังงานไร้ลักษณ์ยังคงโหมกระหน่ำต่อไป ในที่สุดก็ห่อหุ้มมาถึงมุม
สนามรบที่จ้าวฯ ว่านเว่ยอยู่จนได้
จ้าวฯ ว่านเว่ยยิ้มอย่างขมขื่น ในใจไม่มีแม้แต่อารมณ์สิ้นหวัง
พระองค์ยังกังวลเกี่ยวกับอนาคตอยู่อีกรึ?
ตามภาพที่ตนเองเห็น การดำรงอยู่ใดๆ ที่ถูกพลังงานไร้ลักษณ์สัมผัสโดน
ล้วนดับสูญไปอย่างสมบูรณ์
จ้าวฯ ว่านเว่ยหลงเข้ามาในกาลอวกาศแห่งนี้ ตกอยู่ ณ ที่แห่งนี้ไม่อาจกลับ
คืนสู่กาลอวกาศเดิมได้ จุดจบโดยพื้นฐานก็ถูกกำหนดไว้แล้ว
เหมือนกับการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวและจ้าวฯ ในตำนานอื่นๆดับสูญ
ไปอย่างสมบูรณ์ ณ กาลอวกาศแห่งนี้
“ก็ดีเหมือนกัน”
“ตายในอนาคตกับตายตอนนี้ก็ไม่มีความแตกต่างใดๆ”
ความคิด ของจ้าวฯ ว่านเว่ยผันผวน หากในอนาคตถูกกำหนดให้ต้อง
เผชิญหน้ากับร่างเงาที่นั่งขัดสมาธิอยู่ ณ จุดสูงสุดของกาลอวกาศนั้น พระองค์
ยอมที่จะดับสูญไปอย่างสมบูรณ์เสียตั้งแต่ตอนนี้
จ้าวฯ ว่านเว่ยไม่ต้องการให้ตนเองในอนาคตต้องมายังกาลอวกาศแห่งนี้
อีกครั้ง
ในขณะนั้นเอง
ที่นั่
หลินหยวนที่นั่งขัดสมาธิอยู่ ณ จุดสูงสุดของกาลอวกาศราวกับพบเจอ
อะไรบางอย่าง ชำเลืองมองลงไปยังมุมหนึ่งของสนามรบจากเบื้องบน
หลินหยวนมองลงมายังจ้าวฯ ว่านเว่ยที่ยืนนิ่งรอความตาย แม้ว่าเขาจะไม่
เคยพบอีกฝ่ายมาก่อน แต่ในหมื่นมิติกาลอวกาศเคยสัมผัสกลิ่นอายของอีกฝ่าย
“หลงเข้ามาในกาลอวกาศแห่งนี้โดยไม่ตั้งใจ?”
หลินหยวนรู้ได้ในทันทีว่าเหตุใดจ้าวฯ ว่านเว่ยจึงปรากฏตัวที่นี่
ด้วยพลังของจ้าวฯ ว่านเว่ย ไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับคำชี้แนะจาก
เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดให้มาขัดขวางตนเองที่นี่
“กลับไปเถอะ กลับไปยังกาลอวกาศที่เจ้าอยู่”
หลินหยวนหลับตาทั้งสองข้างลงอีกครั้ง
ในแง่หนึ่ง เขายังเคยได้รับ ‘บุญคุณ’ จากจ้าวฯ ว่านเว่ย หมื่นมิติกาล
อวกาศที่อีกฝ่ายบุกเบิกขึ้น ทำให้หลินหยวนได้รับประโยชน์อย่างมาก
ดังนั้นย่อมไม่ลงมือกับจ้าวฯ ว่านเว่ย กลับกันยังแบ่งพลังส่วนหนึ่งออกมา
โดยเฉพาะ ส่งอีกฝ่ายกลับไปยังกาลอวกาศเดิมที่อยู่
ในขณะเดียวกัน
จ้าวฯ ว่านเว่ยที่เดิมทีรอความตายอยู่แล้ว พบด้วยความตกตะลึงว่า
พลังงานไร้ลักษณ์ที่โหมกระหน่ำมาทางพระองค์ต่างสลายหายไปทีละสาย
ไม่เพียงเท่านั้น กาลอวกาศแห่งนี้ที่กลายเป็นคุก เข้าได้อย่างเดียวออกไม่
ได้ กลับถูกฉีกออกเป็นช่องทางอย่างเงียบเชียบ
พลังอันอ่อนโยน ห่อหุ้ม จ้าวฯ ว่านเว่ย ตกลงไปในช่องทางที่ถูกฉีกออก
ห่างไกลจากกาลอวกาศแห่งนี้ไป
การสังหารหมู่ยังคงดำเนินต่อไป
สิ้
ทั้
มิติอนันต์ไร้สิ้นสุด ทั้งหมดกลายเป็นลานสังหารของหลินหยวน
จ้าวฯ ในตำนานระดับ 100,000,000 ทุกข์ของกาลอวกาศปัจจุบัน ตราบ
ใดที่เข้าร่วม ล้วนถูกหลินหยวนคิดบัญชีลบล้างทั้งสิ้น
พวกพระองค์ไม่เลือกวิธีการข่มขู่ หลินหยวนย่อมไม่จำเป็นต้องออมมือ
ทำให้พวกพระองค์ดับสูญตายตกไปอย่างสมบูรณ์โดยตรง
“เกิดเรื่องใดขึ้น?”
“เหตุใดจ้าวฯ ในตำนานทีละตนถึงกำลังดับสูญไป?”
จ้าวฯ ในตำนานอื่นๆ ปากคอแห้งผาก จ้าวฯ ในตำนานระดับ
100,000,000 ทุกข์กว่าเก้าส่วนในกาลอวกาศแห่งนี้ ล้วนเข้าร่วมในการขัด
ขวางจ้าวฯ หยินเหอจากการปีนขั้นบันไดหยกขาวในทุกข์ครั้งนี้
แต่ยังมีจ้าวฯ ในตำนานระดับ 100,000,000 ทุกข์อีกหนึ่งส่วนทีด้วยความ
ระมัดระวัง ไม่ได้เข้าร่วมด้วย ด้วยเหตุนี้จึงรอดพ้นจากมหันตภัยความเป็น
ความตายครั้งนี้ไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
“หยินเหอ พลังของจ้าวฯ หยินเหอ… หลุดพ้นแล้วรึ?”
“การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวจากกาลอวกาศที่แตกต่างกันอย่างต่ำก็คือ
300,000,000 ทุกข์ กระทั่งจำนวนไม่น้อยใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางหลุดพ้น
พวกมันก็ดับสูญตายตกไปอย่างสิ้นเชิงเช่นนี้รึ?”
“น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว”
“หลุดพ้น นี่ไม่ใช่หลุดพ้นแล้วคือสิ่งใด?”
จ้าวฯ ในตำนานจำนวนมากมองดูการสังหารหมู่ดำเนินไปจากระยะไกล ใน
ใจทั้งตกตะลึง ทั้งยำเกรง
“หยินเหอ…”
จื่
น้ำ
ที่
มื่
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงกลืนน้ำลาย พระองค์นึกถึงภาพที่ปรากฏในหมื่น
มิติกาลอวกาศ ตอนที่หลินหยวนถูกบีบให้อัญเชิญร่างอนาคตออกมา
ในภาพนั้น เป็นขั้นบันไดหยกขาวอันไร้สิ้นสุด มีเพียงร่างเงาสายเดียวกำลัง
ก้าวขึ้นไปทีละขั้น เป็นหลินหยวนในอนาคตนั่นเอง
“ที่แท้… ข้าเคยเห็นจุดจบของทุกข์ครั้งนี้มานานแล้ว…” จ้าวฯ ในตำนานจื่
อกวงพึมพำกับตนเอง
ร่างอนาคตของหลินหยวนในตอนนั้น ยังคงปีนป่ายขั้นบันไดหยกขาวอยู่
ไม่ได้ถูกขัดขวาง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทุกข์ที่เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์
สูงสุดประทานลงมาครั้งนี้—
ขัดขวางหยินเหอจากการปีนป่าย ถูกกำหนดให้ล้มเหลว
ทว่าจ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึง ว่าจะล้มเหลวด้วยจุดจบ
ที่โหดร้ายเช่นนี้
จ้าวฯ ในตำนานทั้งหมดที่เข้าร่วม ไม่มีผู้ใดรอดพ้น ล้วนตายตกดับสูญไป
อย่างสมบูรณ์ทั้งสิ้น
“หยินเหอ…”
เจ้าของร้านแห่งร้านค้ากาลอวกาศ อสูรประหลาดสิบสองตาก็กำลัง
สังเกตการณ์จากระยะไกลเช่นกัน
มันไม่ใช่แม้แต่จ้าวฯ ในตำนาน มองไม่เห็นภาพในสนามรบด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่
เป็นอุปสรรคในการรับรู้ว่าการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวและจ้าวฯ ในตำนาน
เหล่านั้นที่ร่วมมือกันบุกมาถึงประตู ดูเหมือนจะถูกจ้าวฯ หยินเหอกดข่มโดยสิ้น
เชิง
จ้าวฯ ในตำนานที่ตายตกไปมีมากเกินไปแล้ว การดำรงอยู่อันน่าสะพรึง
กลัวจากกาลอวกาศที่แตกต่างกันยังไม่ต้องพูดถึง แค่จ้าวฯ ในตำนานระดับ
มื่
100,000,000 ทุกข์ของกาลอวกาศปัจจุบัน ก็ตายตกไปอย่างสมบูรณ์กว่าหมื่น
ตนแล้ว
จ้าวฯ ในตำนานระดับ 100,000,000 ทุกข์ กว่าหมื่นตน?
นี่คือจ้าวฯ ในตำนานระดับ 100,000,000 ทุกข์ที่สะสมมาไม่รู้กียุคกี่สมัย
ล้วนตายตกไปในการสังหารหมู่ของหลินหยวนทั้งสิ้น
จ้าวฯ ในตำนานที่มองดูอยู่ไกลๆ แม้จะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ความหวาด
กลัวในใจก็ไม่ได้ลดน้อยลงเท่าใดนัก จ้าวฯ ในตำนานทีอยู่ในกาลอวกาศนี้ ไม่
ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องประสบกับยุคมืดครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
ได้เห็น จ้าวฯ ในตำนานที่แข็งแกร่งทีละตนตายตกไป การสังหารหมู่แผ่
ซ่านไปทั่วฟ้าดิน
จ้าวฯ ในตำนานที่เดิมทีสูงส่งอยู่เหนือทุกสิ่ง ในทุกข์ครั้งนี้กลับต่ำต้อยดุจ
มดปลวก
เวลาไหลผ่าน
เพื่อที่จะสังหารจ้าวฯ ในตำนานทั้งหมดที่เข้าร่วมได้อย่างสมบูรณ์ หลิน
หยวนใช้เวลาสังหารหมู่อยู่นานถึงหลายวัน
สาเหตุหลักคือการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวจากกาลอวกาศทีแตกต่างกัน
มีวิธีการรักษาชีวิตมากเกินไป ต่อให้มหาเต๋าใหม่เอี่ยมทีเกิดจากการหลอมรวม
ของมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลทั้งห้า จะมีพลังอำนาจที่บดขยี้ได้อย่าง
สมบูรณ์
แต่การล็อกเป้า วิธีการรักษาชีวิตของการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้
ทีละอย่าง ก็ยังค่อนข้างเสียเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการรักษาชีวิตของการ
ดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวบางตนเกี่ยวข้องกับจิตใจ ตราบใดที่มีสิ่งมีชีวิต จดจำ
ชื่อของการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวตนนี้ได้ ก็สามารถใช้สิ่งนี้เป็นจุดยึดเหนี่ยว
เพื่อกลับมาได้
พื่
นี่
นี้
เพื่อกำจัดจุดยึดเหนี่ยวทางจิตใจเหล่านี้ หลินหยวนต้องใช้ความพยายาม
พอสมควร
ทว่าก็เป็นเพียงแค่การใช้ความพยายามเท่านั้น หลายวันต่อมาหลินหยวน
ก็ได้ยุติการสังหารหมู่ลงโดยสมบูรณ์แล้ว
“สลายไปเถอะ”
ความคิดในใจของหลินหยวนขยับเล็กน้อย กาลอวกาศปัจจุบันที่เดิมที
กลายเป็นคุก เข้าได้อย่างเดียวออกไม่ได้ ก็เปิดออกอีกครั้ง
การรวมตัวกาลอวกาศช่วงนี้ให้แข็งแกร่งโดยสมบูรณ์ สำหรับหลินหยวนใน
ตอนนี้ ยังค่อนข้างลำบาก ในเมื่อจัดการศัตรูทั้งหมดได้แล้ว ย่อมไม่จำเป็นต้อง
คงสภาพต่อไป
“หืม?”
หลินหยวนมองไปยังมิติอนันต์ไร้สิ้นสุดด้วยท่าทีครุ่นคิด
กล่าวให้ถูกต้อง คือมองไปยังเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎ
เกณฑ์สูงสุดที่แทรกซึมอยู่ทั่วมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด
ครืนนนน~~ เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด
กึกก้อง แต่สุดท้ายก็ล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดคือการดำรงอยู่ที่
คอยรักษาการทำงานของมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด ไม่มีเจตจำนงความคิดที่ชัดเจน ไม่
อาจลงมือกับสิ่งมีชีวิตใดสิ่งมีชีวิตหนึ่งด้วยตนเองได้
ครั้งนี้หลินหยวนปีนขั้นบันไดหยกขาว เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่
แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดต่อให้ไม่เต็มใจเพียงใด ก็ไม่เคยลงมือกับหลินหยวน แต่กลับ
รวบรวม จ้าวฯ ที่แข็งแกร่งที่สุดจากกาลอวกาศต่างๆ มาแทน
“เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด… ไม่ต้องการให้มิติ
อนันต์ไร้สิ้นสุดกำเนิดการดำรงอยู่ที่หลุดพ้น? เส้นทางหลุดพ้นอนันตทุกข์นี้ไม่
ที่
ควรเป็นเส้นทางที่นำไปสู่การหลุดพ้นทีแท้จริง…”
หลินหยวนเกือบจะมั่นใจในใจ
อนันตทุกข์มีต้นกำเนิดมาจากเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎ
เกณฑ์สูงสุด หากฝ่ายหลังไม่ต้องการให้มีผู้หลุดพ้นถือกำเนิด จุดสิ้นสุดของเส้น
ทางหลุดพ้นสายนี้ก็ย่อมไม่ใช่การหลุดพ้น
ฟุ่บ!
หลินหยวนพลิกฝ่ามือขวา
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลก็ปรากฏขึ้นใหม่ ณ ตำแหน่งเดิม
หลินหยวนก้าวเท้าหนึ่งก้าว กลับเข้าไปในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล
“หยินเหอ”
“หยินเหอ”
“หยินเหอ”
หมัวซวีจวิน และสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ มองหลินหยวนทีปรากฏตัว
อยู่ไม่ไกล สีหน้าทั้งตกตะลึงทั้งยำเกรง
แม้หลินหยวนจะเก็บความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลเข้าไปในจักรวาล
ภายในร่างกายโดยตรง จนกระทั่งบัดนี้ถึงได้นำออกมา
แต่หมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ ในโลกภายนอกในช่องว่าง
ระหว่างมิติอันกว้างใหญ่ ก็มีร่างแยก ร่างอวตารทิ้งไว้
การต่อสู้ระหว่างจ้าวฯ หยินเหอกับการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวกว่าห้า
ร้อยตนจากกาลอวกาศที่แตกต่างกัน รวมถึงจ้าวฯ ในตำนานระดับ
100,000,000 ทุกข์ของกาลอวกาศปัจจุบันกว่าหมื่นตน ความเคลื่อนไหวที่เกิด
ขึ้นนั้นใหญ่หลวงเพียงใด?
สิ่
ต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 1 ก็สามารถรับรู้บางอย่างได้จาก
คลื่นพลังที่หลงเหลือจากสนามรบ
“ทุกอย่างผ่านไปแล้ว”
หลินหยวนพยักหน้าให้หมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ
“ผ่านไปแล้ว?”
หมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ มองหน้ากัน หนังหัวชาวาบ
เล็กน้อย
ก่อนที่ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลจะถูกหลินหยวนเก็บเข้าไป พวก
พระองค์ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นที่มา
ถึง การดำรงอยู่อันน่าสะพรึงกลัวมากมายขนาดนั้น ถูกหลินหยวนจัดการ จน
หมดแล้วรึ?
“หยินเหอ ศัตรูเหล่านั้น…”
หลัวโหวกัดฟันถาม
พระองค์คาดเดาได้บางอย่าง และเพราะความสัมพันธ์กับหลินหยวน จึงได้
ผูกมิตรกับจ้าวแห่งกาลเวลาบางตน จ้าวฯ เหล่านี้บอกข้อมูลที่ฟังดูเหลือเชื่อ
อย่างยิ่งแก่พระองค์มากมาย
“ตายหมดแล้ว”
หลินหยวนเหลือบมองหลัวโหว กล่าวอย่างผ่อนคลาย: “ตายไปอย่าง
สมบูรณ์แล้ว”
คำพูดนี้ออกมา
ในใจของหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ กลับรู้สึกว่างเปล่า
เล็กน้อย
ที่
พื่
เดิมทีพวกพระองค์เตรียมพร้อมที่จะทำลายตนเองแล้ว เพื่อไม่ให้ศัตรูมี
โอกาสข่มขู่หลินหยวน
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ศัตรูกลับตายตกไปอย่างสมบูรณ์ทั้งหมด
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่
หมัวซวีจวินตั้งสติ อดไม่ได้ที่จะถาม: “หยินเหอ ท่านหลุดพ้นแล้วรึ?”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้ยินดัง
นั้นก็รีบเงี่ยหูฟังทันที
พวกพระองค์ก็อยากรู้คำตอบของคำถามนี้เช่นกัน
อันที่จริง ไม่ใช่แค่พวกพระองค์ จ้าวฯ ในตำนานที่เหลืออยู่ในมิติอนันต์ไร้
สิ้นสุด ล้วนอยากรู้ว่าจ้าวฯ หยินเหอหลุดพ้นแล้วหรือไม่
แม้ว่าการคาดเดาจำนวนมากจะเป็นว่าจ้าวฯ หยินเหอหลุดพ้นแล้ว แต่
ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น
“หลุดพ้นรึ?”
หลินหยวนสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ตอบโดยตรง
แต่กลับมองออกไปนอกความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ไปยังจุดสูงสุด
ของมิติอนันต์ไร้สิ้นสุด
ราวกับกำลังมองตนเองที่กำลังปีนขั้นบันไดหยกขาวอยู่ เมื่อหยั่งรู้มหาเต๋า
ต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลชนิดสุดท้ายแล้ว หลินหยวนได้รับการเปลี่ยนแปลง
แปรผันเชิงคุณภาพในทุกด้าน ต่อให้ใช้เวลา
หลายวันในการสังหารหมู่จ้าวฯ จำนวนมาก ก็ไม่ได้ใช้พลังใจไปมากนัก
ร่างต้นบนขั้นบันไดหยกขาวก็เริ่มปีนป่ายต่อไปนานแล้ว
ชำเลืองมองหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ อีกครั้ง
ยิ้
หลินหยวนยิ้มเล็กน้อย
ให้คำตอบออกมา
“อยู่บนเส้นทาง”