สู่วิถีอมตะ - บทที่ 848 ความพินาศของภพแร้นแค้น
บทที่ 848 ความพินาศของภพแร้นแค้น
ทั่วทั้งภพแร้นแค้นกลายเป็นนรกบนดิน สิ่งมีชีวิตมากมายถูกพลังโกลาหลกลืนกิน ต่อหน้าการเข่นฆ่าจากน้ำมือเซียน สามัญชนล้วนแล้วไร้พลังขัดขืน ได้แต่ต้องทนมองญาติมิตรตกตายตามกัน
เมื่อพลังของภพแร้นแค้นอ่อนลง เจียงผิงอันก็อ่อนแอลงตาม
เขาประชันเซียนสวรรค์จากเขตหวงห้ามโกลาหลในห้วงจักรวาล แต่มิได้เรียนวิชาชั้นสูง ไม่อาจทำร้ายเซียนสวรรค์ได้แต่อย่างใด
นอกจากนั้น ตัวตนซึ่งมาถึงขอบเขตเซียนสวรรค์ได้ การตายตกยากเย็นเหลือแสน ต่อให้เจียงผิงอันบรรลุพลังเทียบเท่าเซียนสวรรค์จริง ๆ ก็ยังไม่มีทางฆ่าอีกฝ่ายได้เลย
อีกฝ่ายลิดรอนพลังของเขาเช่นนี้ รอให้พลังในตัวเขาเสื่อมสลาย
หากหนีไปจากภพแร้นแค้น พลังในกายก็จะหายไป ความตายจะมาเยือนเร็วขึ้น
เจียงผิงอันอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง
แรงปะทะเจิดประกายเรืองรอง มองเห็นได้กระทั่งห่างออกไปแสนไกล
เซียนจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยซึ่งกำลังจรจากสังเกตเห็นคลื่นพลังนี้ ต่างฝ่ายล้วนหันมองกลับไป
“คลื่นพลังรุนแรงเช่นนี้ มียอดฝีมือระดับเซียนสวรรค์สู้กันอยู่!”
“พลังนี้มาจากภพภูมิเมื่อครู่ ภพขยะนี่ถึงกับมีเซียนสวรรค์อยู่สาม!”
เซียนจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยเห็นยอดฝีมือระดับเซียนสวรรค์ประชันหัน สันหลังก็หนาววาบอย่างขวัญผวา
หากเมื่อครู่พวกเขาโจมตีภพภูมินี้ ผลที่ตามมาต้องร้ายแรงแน่
ขณะที่พวกเขาแตกตื่นในใจ ก็เจือด้วยความสงสัยยิ่ง
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ไฉนมีเซียนสวรรค์โผล่มาอีกสอง? ไฉนเซียนสวรรค์สองคนนั้นจึงทำลายภพภูมินี้?
แม้พวกเขาจะไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็มิกล้าวกกลับไปผสมโรง หากพวกตนโดนลากไปพัวพัน ผลที่ตามมาจะเกินคาดหยั่ง
เพียงไม่นาน ภพแร้นแค้นก็หายไปเกินครึ่ง ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันร่วงลงจากระดับเซียนสวรรค์สู่เซียนปฐพี
“จบแล้ว”
เซียนสวรรค์ซึ่งโจมตีเจียงผิงอันเห็นเจียงผิงอันอ่อนพลัง มุมปากก็ยกยิ้ม เขารอเวลานี้อยู่นี่แหละ
เขาใช้พลังโกลาหลสุดกำลัง คลุมกายเจียงผิงอันไว้ เตรียมตัวแยกส่วนกลืนกินเจียงผิงอันให้เป็นพลังของตัวเอง
เจียงผิงอันแย้มยิ้มขื่น “ซวยชะมัดเลย เป็นเซียนปั๊บตายปุ๊บ”
เขาผ่านอุปสรรคยากเข็ญมากมายกว่าจะบรรลุเซียนและไล่เหล่าเซียนจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยไป แต่กลับต้องมาถูกเซียนจากภพภูมิตัวเองกลืนกิน
เขาสุดแสนไม่เต็มใจ แต่หามีทางเลือกไม่ ต่อหน้ายอดฝีมือระดับเซียนสวรรค์ ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีทางสู้ได้เลย
ขณะที่พลังโกลาหลกำลังจะกลืนกินเจียงผิงอัน ลวดลายตรวนสายหนึ่งพลันปรากฏบนตัวเจียงผิงอัน
แต่ลวดลายตรวนเหล่านั้นปรากฏเพียงวูบเดียวก็หายไป
อึดใจต่อมา มีดใหญ่เล่มหนึ่งก็สับลงจากฟ้า ฤทธาของมันดูประหนึ่งจะผ่าท้องนภาแยกส่วน เรืองประกายสาดส่องทั่วฟ้าดิน มุ่งตรงเข้าใส่เซียนสวรรค์จากเขตหวงห้ามโกลาหล
เมื่อสัมผัสวิกฤตินี้ เซียนสวรรค์จากเขตหวงห้ามโกลาหลก็ถอยไปทันที พลังโกลาหลรอบตัวเจียงผิงอันสลายไป
หนึ่งร่างสูงใหญ่ขวางตรงหน้าเจียงผิงอัน ชายผู้หนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมมีดยาวในมือ ปีกทองเบื้องหลังเขาเรืองรองเปล่งประกาย ห้อมล้อมด้วยกฎเต๋าเซียน
เจียงผิงอันผู้สิ้นหวังเห็นคนตรงหน้า ความหวังก็หวนคืนมา “ใต้เท้าเจ้าสำนัก!”
ผู้มามิใช่ใครอื่นนอกจากเจ้าสำนักเซียนอวี่หวงในภพเซียน เซียวเหลียงเหยียน
ข้างกายเขายังมีเหมียวเสียกับเฉียนฮวั่นโหรวมาด้วย
เหมียวเสียเหินไปหาเจียงผิงอัน เอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษที่มาสาย”
ตั้งแต่สิบปีก่อน เจียงผิงอันขอให้นางพยายามติดต่อสำนักเซียนอวี่หวงจากภพบุกเบิก หวังว่ายอดฝีมือจากสำนักเซียนอวี่หวงจะมาช่วยเหลือได้
แต่ค่ายกลซึ่งเชื่อมต่อระหว่างภพบุกเบิกและภพเซียนเปิดได้เพียงหนในรอบพันปี นอกเหนือจากนั้นมันจะปิดตายไม่เชื่อมต่อ นางจึงต้องพยายามไม่น้อยกว่าจะส่งข่าวถึงภพเซียนได้
แต่ก็ยังสายไปก้าวหนึ่ง ภพแร้นแค้นบรรลัยแล้ว
“มาถึงได้ก็ดีแล้วล่ะ”
เจียงผิงอันมิได้โทษอีกฝ่าย หากอีกฝ่ายมาไม่ทันกาล ป่านนี้เขาก็ถูกกลืนกินไปแล้ว
ต่อให้เจ้าสำนักมาเร็วกว่านี้หน่อย เซียนสวรรค์ทั้งสองในเขตหวงห้ามโกลาหลก็ยังกลืนกินภพแร้นแค้นได้อยู่ดี
เฉียนฮวั่นโหรวบีบแขนเจียงผิงอัน ดวงตาของนางรื้นน้ำ เอ่ยขึ้นเสียงสั่น “ผิงอัน บ้านไม่เหลือแล้ว”
แม้นางจะเตรียมตัวล่วงหน้า ส่งคนบางส่วนจากราชวงศ์ต้าเฉียนสู่ภพบุกเบิก แต่พวกเขาส่วนใหญ่ก็มิอาจจากไปได้เลย
ราชวงศ์ต้าเฉียนที่เหลือล้วนตกตาย ทั่วทั้งภพแร้นแค้นเหลือสิ่งมีชีวิตอยู่ไม่มากนัก
กระทั่งเฉียนฮวั่นโหรวซึ่งมีชีวิตอยู่นับหมื่น ๆ ปี ยามนี้ยังมิอาจควบคุมตนเองได้เท่าไหร่
เจียงผิงอันกุมมืออีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล เอ่ยเสียงแผ่วเบาอู้อี้ “ข้าสาบาน ไม่ช้าก็เร็ว สักวันข้าจะให้พวกเขาต้องชดใช้!”
เขาเงยหน้าจ้องมองเซียนสวรรค์จากเขตหวงห้ามโกลาหลด้วยสายตาเคียดแค้น สลักความแค้นนี้ให้ตราตรึงในใจ
ยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามโกลาหลมองเซียนสวรรค์ผู้จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
มิคาดว่าเจียผิงอันจะเรียกกำลังเสริมมาได้
มีคนผู้นี้คุ้มกัน การกลืนกินเจียงผิงอันก็เป็นไปไม่ได้แล้ว
เจียงผิงอันสะกดโทสะในใจ กล่าวกับเจ้าสำนักเซียวเหลียงเหยียน “ใต้เท้าเจ้าสำนัก ไปกันเถอะขอรับ”
สู้กันไปก็เปล่าประโยชน์ ถึงจะให้ตัวตนระดับเซียนสวรรค์สู้กันเป็นหมื่น ๆ ปี ก็ยังอาจตัดสินแพ้ชนะกันมิได้
นอกจากนั้น อีกฝ่ายยังมีจำนวนคนมากกว่า มิได้มีเพียงเซียนสวรรค์สองตัวตนนี้ แถมยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามกาลเวลาก็ยังไม่ปรากฏตัว
เจียงผิงอันกังวลว่าจะเกิดเรื่องใดขึ้นกับเจ้าสำนัก หากเป็นเช่นนั้น วิกฤติก็จะเกิดกับสำนักเซียนอวี่หวงด้วย
เฉียนฮวั่นโหรวนำอ่างสัมฤทธิผลออกมา พาคนทั้งหลายหายไปจากโลกนี้
เมื่อเห็นเจียงผิงอันหายตัวไปต่อหน้า ยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามโกลาหลก็แสนขัดเคืองใจ เพื่อให้ได้พลังของเจียงผิงอัน พวกเขาจึงยอมทิ้ง ‘แก่นรากฐานปฐมกาล’ ทว่าสุดท้ายอีกฝ่ายก็หนีไปได้
แต่ก็มิอาจแก้ไขอะไรอยู่ดี มีเซียนสวรรค์ขวางอยู่ โอกาสกลืนกินเจียงผิงอันก็หามีไม่
ยามนี้มีแต่ต้องกลับสู่ภพแร้นแค้น กลืนกินตัวตนและพลังที่หลงเหลือเพื่อสั่งสมพลังให้ตนเอง
สองเซียนสวรรค์ร่วมกันกลืนกินภพแร้นแค้น ไม่นานภพแร้นแค้นก็สูญสิ้น สิ่งมีชีวิตเกินคณานับดับสลายสมบูรณ์ กลายเป็นซากปรักหักพังอันไม่เหลือชีวิตใด ๆ
อึดใจต่อมา หนึ่งร่างสีเขียวก็ปรากฏขึ้น ร่างของมันเต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งกาลเวลา ลึกลับน่าสะพรึงกลัว นี่คือยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามกาลเวลา
ยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามโกลาหลกล่าวกับยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามกาลเวลา “เราเป็นฝ่ายยอมทิ้งแก่นรากฐานปฐมกาล เจ้าติดหนี้เราหนหนึ่ง”
“ได้”
ยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามกาลเวลารับหนี้นี้ไว้ ไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่า ‘แก่นรากฐานปฐมกาล’ แล้ว
ยามภพแร้นแค้นถูกทำลาย แก่นรากฐานปฐมกาลจะปรากฏ สามารถดูดซับได้
สามารถเข้าใจได้ว่าแก่นรากฐานปฐมกาลคืออำนาจแรกเริ่มของสรรพสิ่ง จุดเริ่มต้นของทุกกฎเกณฑ์
แม้การดูดซับพลังนี้จะมิได้ทำให้แข็งแกร่งขึ้นทันที แต่ก็สามารถได้มาซึ่งความเข้าใจมหาศาล เทียบได้กับปริศนาเฉลยตัวเองทันที ความเร็วในการทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ระดับสูงจะเพิ่มพูน
การได้แก่นรากฐานปฐมกาลมาจะเท่ากับเส้นทางเซียนอันลดเลี้ยวจะกลายเป็นทางตรง
“เกิดอะไรขึ้น! เหตุใดจึงไม่มีแก่นรากฐานปฐมกาล!”
ยามยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามกาลเวลาพยายามหา ‘แก่นรากฐานปฐมกาล’ ก็พบว่ามิอาจตรวจจับการมีอยู่ของพลังนี้ได้เลย
“ล้อเล่นอะไรอยู่ พยายามเบี้ยวหนี้รึ?”
ยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามโกลาหลจ้องอีกฝ่ายอย่างไร้อารมณ์ เคลือบแคลงว่าอีกฝ่ายไม่ยอมรับหนี้บุญคุณนี้ จึงทำทีเป็นหาแก่นรากฐานปฐมกาลไม่เจอ
“ไม่มีจริง ๆ นะ! พวกเจ้าหากันเองเลย! ต่อให้ดูดซับไม่ได้ พวกเจ้าก็ยังสัมผัสมันได้อยู่นี่!” ยอดฝีมือเขตหวงห้ามกาลเวลาใส่อารมณ์
เมื่อเห็นอีกฝ่ายจริงจังเช่นนี้ สองยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามโกลาหลก็ส่งจิตสัมผัสออกค้นหา
แต่ก็ตรวจจับแก่นรากฐานปฐมกาลกันไม่ได้จริง ๆ
ภพแร้นแค้นเป็นใบเลี้ยงแรกของต้นโลกา ไม่มีทางไร้ ‘แก่นรากฐานปฐมกาล’
ในเมื่อพลังนี้หายไป ก็หมายความว่ามันถูกดูดซับไปแล้ว!
ทั้งสามมองหน้ากัน พอเดาได้แล้วว่าผู้ใดได้ดูดซับแก่นรากฐานปฐมกาล สีหน้าของพวกเขาย่ำแย่สุดขั้ว
“เจียงผิงอันสมควรตายนี่โชคดีนักนะ ไม่ช้าก็เร็วข้าจะเขมือบเด็กนี่ซะ!”
เสียงของยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามโกลาหลเปี่ยมจิตสังหาร
พวกเขาสงสัยว่าเจียงผิงอันจะได้แก่นรากฐานปฐมกาลไปแล้ว
แก่นรากฐานปฐมกาลหลุดมือ พลังของเจียงผิงอันก็พลาดไป อุตส่าห์รอคอยอยู่ในภพแร้นแค้นมาตั้งนาน แต่สุดท้ายกลับคว้าน้ำเหลวมิได้อะไรเลย
หากได้กืนกินเจียงผิงอันเสีย มิเพียงจะได้อำนาจควบคุมพลังแห่งภพภูมิมาเท่านั้น ยังอาจได้แก่นรากฐานปฐมกาลคืนมาด้วย
แต่ยามนี้เจียงผิงอันอยู่ในอารักขาของเซียน ไร้โอกาสเปิดฉากลงมือ มีแต่ต้องรอโอกาสภายหน้าเท่านั้น
เจียงผิงอันเป็นเพียงเซียนมนุษย์แสนธรรมดา กว่าจะเติบโตเป็นเซียนสวรรค์ได้ต้องใช้เวลาเนิ่นนาน พวกเขาจึงไร้จำเป็นให้รีบร้อน
ขณะเดียวกัน เจียงผิงอันถูกเคลื่อนย้ายกลับมาในภพบุกเบิก ยืนนิ่งกับที่อยู่เนิ่นนาน
การได้เห็นภพภูมิของตนเองปลาสนาการ มวลชีวิตเกินคณานับตกตายสะเทือนใจเจียงผิงอันอย่างยิ่ง
ความรู้สึกสิ้นกำลังและโทสะอันปนเป ชวนอึดอัดใจพอ ๆ กับยามเห็นบุพการีถูกบีบคั้นให้ต้องตาย
เซียวเหลียงเหยียนมองท่าทีจนใจของเจียงผิงอันแล้วถอนหายใจ
“แค้นบางอย่างล้างแค้นยามนี้มิได้ เก็บมันไว้ในใจก่อน ด้วยความสามารถระดับเจ้า ภายหน้าต้องมีโอกาสล้างแค้นแน่”
เซียวเหลียงเหยียนมิคาดว่าเจียงผิงอันจะรอดพ้นทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาบรรลุเซียนได้ พรสวรรค์ล้ำเลิศเช่นนี้หมายความว่า ความสำเร็จในภายหน้าของเจียงผิงอันจะไร้จำกัด และจะพ้นขอบเขตเซียนสวรรค์ถึงขอบเขตเซียนแท้ได้แน่นอน
เจียงผิงอันสูดหายใจลึก สะกดอารมณ์ด้านลบไว้ในใจ ก่อนจะกุมกำปั้นคารวะเจ้าสำนักเซียวเหลียงเหยียน “เจ้าสำนัก รบกวนท่านแล้วที่ต้องให้มาเอง”
หากมิใช่เพราะเจ้าสำนักมาเองในครั้งนี้ เขาก็อาจตายไปแล้ว
“ไม่ต้องถือมารยาทนักหรอก สำนักเซียนอวี่หวงจะเป็นบ้านของเจ้าเสมอ การช่วยเจ้าเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว” เซียวเหลียงเหยียนยังคงไม่ถือตัว และจะปฏิบัติต่อผู้น้อยมากฝีมือผู้นี้ดีกว่าใครเสมอ
เหมียวเสียกอดแขนเจียงผิงอัน “ภายหน้า ศิษย์พี่หญิงจะช่วยเจ้าฆ่าพวกเขา!”
ขณะประจักษ์ความใส่ใจของทั้งสอง หัวใจของเจียงผิงอันก็เหมือนถูกชโลมด้วยกระแสน้ำอุ่น สำนักเซียนอวี่หวงดีต่อเขามากนัก ประหนึ่งเป็นบ้านอาศัย ไม่ให้ความรู้สึกร่อนเร่ไร้ถิ่นฐาน
เซียวเหลียงเหยียนมองอย่างเคร่งขรึม “ข้าลบพิกัดมิติที่เราเคลื่อนย้ายมาแล้ว ไม่ต้องกังวลว่าเซียนสวรรค์ทั้งสองจะไล่ตามมา ทางสำนักยังมีเรื่องด่วน ข้าต้องขอตัวก่อน”
เมื่อเห็นเจ้าสำนักรีบเร่งเช่นนี้ เจียงผิงอันก็ถามขึ้น “สำนักยังสู้กับสำนักเซียนเทียนหลานอยู่หรือขอรับ เช่นนั้นข้าจะกลับไปกับเจ้าสำนักด้วย”
เขาในยามนี้บรรลุเซียนแล้ว พลังต่อสู้เพิ่มพูนมหาศาล สามารถช่วยเหลือสำนักได้
เซียวเหลียงเหยียนส่ายหัว “มิใช่เรื่องของสำนักเซียนเทียนหลานหรอก แต่เป็นราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยข้าง ๆ แดนจันทร์มายาที่จู่ ๆ ก็โจมตีแดนจันทร์มายาของเรา สถานการณ์ร้ายแรง จึงต้องเตรียมพร้อมไว้ให้ดี”
“ยามนี้สำนักยังไม่ต้องต่อสู้ เจ้าเพิ่งบรรลุขอบเขต ทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ เสถียรการฝึกฝนของเจ้าไปก่อนเถอะ อย่าเผยความแข็งแกร่งในชั่วกาลนี้ เจ้าเป็นหนึ่งในไพ่ตายของสำนัก ไว้ลงมือยามคับขัน”
พูดจบ เขาก็รีบร้อนจรจาก เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ร้ายแรงมากจริง ๆ
ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย หนึ่งขุมกำลังอันน่าสะพรึงกลัวอันปกครองหนึ่งแดนดิน มีกระทั่งยอดฝีมือระดับเซียนแท้
การบุกรุกของขุมกำลังระดับนี้จึงเป็นปัญหาใหญ่ยิ่งสำหรับแดนจันทร์มายา
หากเตรียมตัวไว้ไม่ดีพอ แดนจันทร์มายาจะล่มสลาย