สู่วิถีอมตะ - บทที่ 96 ประชันเยี่ยอู๋ฉิง
“ว่าไปแล้ว เจ้านับเจียงผิงอันเป็ นน้องชายจริง ๆ หรือ?”
ฮัวชิงอวี่นั่งลงข้าง ๆ เซี่ยชิง คู่เนตรสีน้าเงินทอประกายทรงเสน่ห์ ริมฝีปากแดงยกยิ้ม
เซี่ยชิงได้ยินน้าเสียงคลุมเครือของอีกฝ่ายก็ตอบอย่างขุ่นเคือง
“อย่าไปฟังเสียงลือข้างนอกนั่น ข้าบอกให้นะ ข้าคิดเป็ น จักรพรรดินี ชาตินี้ไร ้ชายใดเคียงข้าง”
“ไม่เห็นยากตรงไหนเลย แค่ไม่เป็ นทางการก็จบแล้วนี่” ฮัวชิงอวี่ ยิ้มบาง
“ไสหัวไป!” เซี่ยชิงระเบิดคาหยาบ
เด็กหนุ่มสาวในห้องส่วนตัวได้ยินบทสนทนาระหว่างหญิงสาวทั้ง สองก็หน้าแดงก่า แสร ้งทาเป็ นไม่ได้ยิน เสตาไปสนใจลานประลอง
การต่อสู้ของเจียงผิงอันยากเย็น
เยี่ยอู๋ฉิงกับเจียงผิงอันนั้นเหมือนหนึ่งหอกหนึ่งโล่ แต่หอกนั้นคม กว่า
ยากยิ่งหากโล่จะขวางได้
เมิ่งจิงกลั้นใจอย่างเป็ นกังวล หมัดน้อยกาแน่น ร ้อนใจอย่างยิ่ง
นางเคยประมือเยี่ยอู๋ฉิงมาก่อน และทราบความน่าสะพรึงของอีก ฝ่ายดี
เหมือนสัตว์ร ้ายไร ้อารมณ์ที่คิดเพียงแต่ชัยชนะ
เจียงผิงอันยืนบนลานประลองด้วยสีหน้าเรียบเฉย หาสะทก สะท้านกับค าก่นด่าของเหล่าผู้ชมไม่
ใบหน้างดงามของเยี่ยอู๋ฉิงเฉยชา สายตาหามีประกายอารมณ์ ใดไม่ ประหนึ่งมองมายังคนตายผู้หนึ่ง
เจ้าแคว้นหมิงเฉินยืนบนอากาศ เขามากากับศึกคู่สุดท้ายนี้ด้วย ตนเอง
เขาประเมินเยี่ยอู๋ฉิงไว้สูงยิ่ง เมื่อมีคนผู้นี้ ศึกที่เกาะเทวะก็มี โอกาสชนะสูงนัก
ส่วนเจียงผิงอันนั้น พลังป้ องกันไร ้เทียมทาน นับว่ายอดเยี่ยม เช่นกัน แต่พลังโจมตีนั้นไม่เพียงพอ
เทียบกับเยี่ยอู๋ฉิงแล้วยังต่างชั้นนัก
“การประลองอัจฉริยะคู่สุดท้าย เริ่มได้!”
สิ้นเสียงหมิงเฉิน เสียงตะโกนก็ดังก้องในหมู่ผู้ชมอีกครั้ง
“เยี่ยอู๋ฉิง! สู้เขา!”
“ข้าทุ่มหมดหน้าตักเดิมพันข้างเจ้า! เจ้าต้องชนะให้ได้นะ!”
“เยี่ยอู๋ฉิงดูดีกว่าเจียงผิงอัน เขาต้องชนะได้แน่!”
การต่อสู้เปิดฉากขึ้น
เยี่ยอู๋ฉิงหามากความไม่ ไร ้การทักทายใด ๆ หนึ่งกระบี่ก็เรือง ประกายเย็นวาบ จู่โจมใส่เจียงผิงอันอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตา มันก็ประชิดใกล้ตัวแล้ว
เจียงผิงอันยกมือขึ้น ขณะที่ทุกคนคิดว่าเขาจะใช ้หมัดอู๋จี๋นั้นเอง เขาก็คว้าใบกระบี่เอาไว้
ทุกคนล้วนผงะเล็กน้อย
เจ้านี่ไม่อยากมีมือแล้วหรือ?
กล้าไปคว้ากระบี่เยี่ยอู๋ฉิงเช่นนี้
ไม่สิ!
มือเขาหามีโลหิตหลั่งไม่!
มือขวาของเจียงผิงอันออกแรง
แกรก…
กระบี่ขั้นปลายขอบเขตสร ้างรากฐานแหลกสลายไปทันที เศษ โลหะปลิวกระจายทั่วทิศ
เสียงโห่ร ้องของเหล่าผู้ชมเงียบลงกะทันหัน
ปรากฏว่าเจียงผิงอันป่นกระบี่ได้ด้วยมือเปล่า!
ในขอบเขตการฝึกฝน สิ่งที่ตัดสินระดับศาสตราได้ก็คือจานวน อักขระและส่วนประกอบ
ยิ่งวัตถุดิบชั้นดี มีอักขระมากมาย ยิ่งระดับสูง
จากการจัดระดับเช่นนี้ คุณภาพของอาวุธจึงมีหลายระดับ
กระบี่ที่เยี่ยอู๋ฉิงใช ้ถือเป็ นจุดสูงสุดของขอบเขตสร ้างรากฐาน แล้ว ต่อให้เป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐานคนใดก็มิกล้าเอาร่างมา รับกระบี่
ในหมู่คู่ต่อสู้มากมายของเยี่ยอู๋ฉิง มีเพียงจินหลินที่ใช ้ร่างรับ กระบี่ได้สองสามหน
แต่ขณะนี้ เจียงผิงอันใช ้มือเปล่ารับกระบี่ แล้วขยี้มันแหลก กระจาย!
กาลังและสภาพร่างกายของเจียงผิงอันถึงขั้นเสวี่ยตานแล้ว แน่นอน!
อัฒจันทร ์เงียบกริบ ทุกผู้มองเหตุการณ์ตรงหน้าตาค้าง
พวกเขาเหมือนจะประเมินเจียงผิงอันต่าไป
เจียงผิงอันเงยหน้าขึ้นมองเยี่ยอู๋ฉิง
“เดิมที ข้าอยากปัดป้ องด้วยหมัดอู๋จี๋ต่อไป ตั้งใจลากเจ้าให้ เหนื่อยตาย”
“แต่เจ้าแข็งแกร่งมาก เกรงว่าข้าคงรับไม่ไหว จึงใช้ ‘วิชาเทียม เทพสงคราม’ มารับมือ”
“แต่ข้าหาคาดคิดไม่ว่า ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ มีหนึ่งจุดบอด คือเมื่อใช ้จะมิอาจคุมจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ได้”
สิ้นคา ปราณสีทองอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งก็ระเบิดออกจากร่างของ เจียงผิงอันอย่างเกินควบคุม
อาภรณ์ของเขาส่ายสะบัด เส้นผมพัดกระพือ คลื่นปราณอันทรง พลังกวาดไปทั่วสมรภูมิ เจียงผิงอันยามนี้เกินหยุดยั้งเยี่ยงเทพ สงคราม
เหล่าผู้ชมพลันผุดลุก ท่าทีดูตกตะลึง
“เขาว่าเช่นไรนะ? วิชาเทียมเทพสงคราม? เขาใช ้วิชาเทียมเทพ สงครามได้!”
วิชาโจมตีอันดับหนึ่งในโลกหล้า วิชาเทียมเทพสงคราม
เหตุใดคนอย่างเจียงผิงอันจึงใช ้วิชาอหังการได้เช่นนี้?
เมื่อสัมผัสปราณจากร่างของเจียงผิงอัน ใบหน้าตายด้านของ เยี่ยอู๋ฉิงก็ปรากฏความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
เปรี้ยง!
ทันใดนั้น ร่างของเจียงผิงอันดีดตัวพุ่ง พื้นใต้สองเท้าแหลกร ้าว ไหวกายมาอยู่ตรงหน้าเยี่ยอู๋ฉิงแล้วออกหมัดใส่หนหนึ่งทันที
เปรี้ยง!
เยี่ยอู๋ฉิงปฏิกิริยาฉับไว ยกมือขึ้นสกัดขวาง อานาจชวนสะพรึง ฟาดเขากระเด็นไปทันที
เขารีบตั้งหลักกลางอากาศ กระบี่อีกเล่มปรากฏขึ้นในมือ
จิตสังหารบ้าคลั่งระเบิดออก ห้อมล้อมด้วยประกายสีโลหิต แล้ว เจตจานงกระบี่สีเลือดอันน่าสะพรึงกลัวก็ทะลวงฟ้ า ฟาดฟันลงใส่เจียง ผิงอัน
เนื่องด้วยอิทธิพลจากวิชาเทียมเทพสงคราม โลหิตของเจียงผิง อันเร่งความเร็วโคจรอย่างเกินควบคุม กระหายโหยศึกอันดุเดือด
ต่อหน้าการโจมตีของอีกฝ่าย แทนที่เขาจะหลบ กลับง้างหมัดชก สวนเสียแทน
“ไม่ได้นะ!” อวิ๋นหวงเผลอตัวตะโกน
นางถูกกระบี่นี้แหละทะลวงร่าง!
หมัดนั้นปะทะกับเจตจานงกระบี่
เปรี้ยง!
เสียงกระแทกสนั่นลั่นทาให้ค่ายกลรอบ ๆ ลานประลองส่ายไหว เจตจานงกระบี่สีเลือดแหลกมลาย
ดวงตาปวงชนเบิกกว้าง
เจตจานงกระบี่น่าสะพรึงกลัวเพียงนี้ ถูกทาลายลงหรือ!
เจียงผิงอันแปรเป็ นอัสนีเคลื่อนพุ่งมาอยู่ตรงหน้าเยี่ยอู๋ฉิง ออก หมัดโจมตีมาอีกครั้ง
เยี่ยอู๋ฉิงตวัดกระบี่เข้าต้าน
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
กระบี่ปะทะหมัด ส่งเสียงเลื่อนลั่นเช่นโลหะประชัน
ทั้งสองแปรเปลี่ยนเป็ นภาพติดตา ปรากฏตรงโน้นตรงนี้ทีทั่วลาน ประลองด้วยความเร็วเลิศล้า
เพียงไม่กี่อึดใจ ทั้งสองก็ประมือกันไปแล้วเป็ นร ้อย ๆ กระบวนท่า
หนึ่งหมัดหนึ่งกระบี่
จิตวิญญาณการต่อสู้ปะทะจิตสังหาร
สองบุคคลเผชิญหน้าอย่างดุเดือด
ผู้ฝึกตนใต้ขอบเขตสร ้างรากฐานมิอาจเห็นการประชันระหว่าง ทั้งสองได้เลย
สายตาผู้ฝึ กตนขอบเขตจินตานกลอกไปมารวดเร็ว พยายาม มองตามทั้งสองให้ทัน
เจียงผิงอันสุขุมเสมอมา การต่อสู้ก็เล็งเพียงชัยชนะ นี่เป็ นครั้ง แรกที่เขาเลือดร ้อนได้เช่นนี้
หัวใจของเขาเต้นระส่าดุจสายฟ้ ารัวฟาด บางสิ่งคลับคล้ายทะลัก ออกจากร่าง
นี่คือวิชาเทียมเทพสงคราม กระตุ้นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ใน ใจ สร ้างความเชื่อมั่นอันเกินทาลายในอก
ในเมื่อซ่อนอานาจไว้ไม่ได้ ก็สู้กันให้หนาใจไปเลย!
หนึ่งมือใช ้หมัดอู๋จี๋ตั้งรับ อีกมือจู่โจมพัวพัน
ความสนใจของเยี่ยอู๋ฉิงเพ่งนิ่งกว่ายามใด
นี่คือศัตรูผู้ร ้ายกาจที่สุดในขอบเขตเดียวกันเท่าที่เขาเคยเผชิญ
แข็งแกร่งเกินกว่าผู้ใด
เหนือท้องนภา หมิงเฉินมองการต่อสู้ของทั้งสองอย่างจริงจัง
เขาพบว่าตนมองผิดไปเสียแล้ว เจียงผิงอันมิได้มีดีเพียงป้ องกัน
เด็กหนุ่มผู้นี้ระแวดระวังการเผยคมของตนเกินไปนัก
เพราะไม่เข้าใจ ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ ถ่องแท้ จิตวิญญาณ แห่งการต่อสู้จึงถูกกระตุ้น หลุดเผยอ านาจแท้จริงออกมา
หมิงเฉินพลันแย้มยิ้ม ด้วยอัจฉริยะทั้งสองนี้ ในศึกเกาะเทวะ แคว้นหมิงหวังของเขาชนะได้แน่!
ในห้องส่วนตัว เซี่ยชิงผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองฮัวชิงอวี่
“ข้าตกลงเดิมพันเมื่อครู่! หากเจียงผิงอันพ่าย ข้ายอมควักเงิน ชดใช้! แต่หากเจียงผิงอันชนะ แบ่งก าไรกับข้าครึ่งหนึ่ง!”
“ไม่ล่ะ หมดเวลาแล้ว”
ฮัวชิงอวี่ปฏิเสธอย่างเฉียบขาด
ล้อเล่นหรือไร ก่อนหน้านี้ที่นางเปรยเรื่องเดิมพันก็เพราะคิดว่า เจียงผิงอันพ่ายแน่ต่างหาก
ยามนี้เมื่อเจียงผิงอันมีโอกาสชนะ นางต้องไม่ยอมเดิมพัน เด็ดขาด
หาไม่ หากเจียงผิงอันชนะขึ้นมา กาไรจะเสียหายเป็ นพันหมื่น ล้านเชียวนะ
มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ตกลง
เซี่ยชิงเสียใจนัก น้องชายสมควรตายผู้นี้ของนางแข็งแกร่งยิ่งแท้ ๆ แต่ซ่อนคมเสียมิดจนท านางพลาดโอกาสรับทรัพย์ไป
ฮัวชิงอวี่ข้างกายนางยกมือกอดอก คู่เนตรสีน้าเงินหรี่ลงเล็กน้อย
“ใช ้เวลาไม่ถึงเดือนก็บรรลุขั้นแรกของ ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ ได้ ความสามารถของเด็กหนุ่มผู้นี้น่าสะพรึงนัก”
นางเป็ นผู้มอบ ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ ให้เขาเอง ย่อมรู้ว่าเจียง ผิงอันเริ่มฝึกฝนยามใด
วิชานี้เป็ นที่ลือลั่นในโลกหล้าในฐานะวิชาโจมตีอันดับหนึ่ง ใน เมื่อแข็งแกร่งเช่นนี้ ก็ย่อมเรียนรู ้ไม่ง่าย
แม้ขั้นแรกของวิชาเทียมเทพสงครามจะไม่เกี่ยวข้องกับ กฎเกณฑ์ใด การเรียนมันก็มิใช่ง่ายดายอยู่ดี
ผู้ฝึกตนทั่วไปใช ้เวลาสองสามปีอาจยังไม่บรรลุ แต่เจียงผิงอัน บรรลุมันในชั่วกาลไม่ถึงเดือน
หรือเด็กนี่จะซ่อนร่างเทวะแข็งแกร่งอะไรไว้? ท าให้เขาฝึกฝนเร็ว นัก?
หวังหลาน จินหลิน และอัจฉริยะคนอื่น ๆ เห็นพลังต่อสู้ของเจียง ผิงอันแล้ว สีหน้าก็เหมือนเหม่อลอยไป
ก่อนหน้านี้ ทุกคนล้วนคิดว่าเจียงผิงอันบรรลุถึงจุดนี้ได้เพราะ หมัดอู๋จี๋ล้วน ๆ
จึงไม่เคยเห็นเจียงผิงอันเป็ นภัยคุกคาม
จนยามนี้ พวกเขาจึงได้เห็นว่าเจียงผิงอันผู้เก็บตัวเงียบแข็งแกร่ง เพียงไร
หากมิใช่เพราะอุบัติเหตุนี้ พวกเขาอาจมิได้เห็นอานาจแท้จริง ของเจียงผิงอันด้วยซ้า