หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 423 นี่ไม่ใช่การถ่ายทำภาพยนตร์
บทที่ 423 นี่ไม่ใช่การถ่ายทำภาพยนตร์
เกาเทียนเซียงไม่เคยคิดฝันว่าจะมีสมาชิกที่แข็งแกร่งขององค์กรอีกาดำปรากฏตัวมาเพิ่ม อีกทั้งแผนการถ่วงเวลาของเฮยซินก็แยบยลซะเหลือเกิน
ตอนนี้ฉันควรทำอย่างไรดี?
แม้ว่าพวกเขาจะสามารถฆ่าเฮยซินและปู้เซินได้ แต่เกรงว่าจะมีสมาชิกเพียงไม่กี่คนในทีมตรวจสอบที่มีชีวิตรอดหลังจากเสร็จเรื่องนี้
ราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินไป
แต่ถ้าปล่อยเฮยซินจากไป มันก็เท่ากับละทิ้งหน้าที่ของตน
แม้ว่าข้อมูลข่าวที่ได้รับมาจากเฮยซินทั้งสองอย่างเมื่อครู่นี้จะชดเชยความผิดพลาดได้ แต่ชื่อเสียงของเขาก็ยังเสียหาย
เวลานี้เกาเทียนเซียงรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงมีสมาชิกมากมาย แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งหมดจะเป็นแค่ขยะ!” หมาป่าทมิฬก้าวไปยืนอยู่ข้าง ๆ เฮยซินพลางมองไปรอบๆ อย่างเหยียดหยาม
“ใช่ มีแต่พวกขยะ พวกมันมักจะรุมรังแกคนเสมอ” เฮยซินเริ่มวางท่าหยิ่งยโส เขามองเกาเทียนเซียงด้วยแววตาดูถูก ทันใดนั้นก็ถามด้วยรอยยิ้ม “เป็นไงล่ะ เสียใจมากไหม? เสียใจไหมที่ปล่อยให้ฉันมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้?”
“ใช่! ดังนั้นตอนนี้ได้เวลาที่จะต้องฆ่าแกแล้ว” เกาเทียนเซียงหายใจเข้าลึกและตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
สมาชิกทั้งหมดขององค์กรฝ่ายอธรรมสมควรตาย!
แม้ว่าคนเหล่านี้จะแข็งแกร่งมาก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถประนีประนอมได้ ต่อให้ต้องมีคนตายก็คงต้องยอม เพราะนี่เป็นการเสียสละเพื่อส่วนรวม!
“พี่น้องทั้งหลาย ผู้ฝึกยุทธ์ที่ชั่วร้ายเหล่านี้ไม่หลงเหลือคุณธรรมในใจของพวกมันอีกแล้ว พวกมันทั้งหมดสมควรตาย วันนี้เราจะฆ่าพวกมันโดยไม่คำนึงถึงชีวิตหรือความตายของเรา หลังจากศึกนี้ ฉันจะทำให้มั่นใจว่าประธานของเราจะตอบแทนและเลี้ยงดูครอบครัวของใครก็ตามที่ได้เสียสละในครั้งนี้เป็นอย่างดี!” เกาเทียนเซียงตะโกน
หลังจากพูดจบ ดาบบางเฉียบซึ่งบิดได้อย่างยืดหยุ่นราวกับริบบิ้นก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา และเมื่อโคจรพลังเข้าใส่ ดาบที่อ่อนก็ถึงกับแข็งตรงขึ้นมา ใบดาบเปล่งประกายปล่อยอำนาจฉายความแหลมคมออกมา
จากนั้นร่างของเกาเทียนเซียงได้พุ่งเข้าหาหมาป่าทมิฬอย่างว่องไวและดุดันราวกับกระสุนปืนใหญ่ ในขณะเดียวกัน บรรดาสมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบเถิงหลงหลายสิบคนก็พุ่งลงมาจากกำแพงและหลังคา มุ่งปะทะเข้าหาสมาชิกขององค์กรอีกาดำที่อยู่ในลานบ้าน
หน้าที่ของพวกเขาคือลงโทษความชั่วร้าย ส่งเสริมความดี และปกป้องความมั่นคงภายในประเทศ
เมื่อเผชิญกับกลุ่มคนชั่วร้ายเหล่านี้ ในใจของพวกเขามีเพียงความคิดเดียวคือจงฆ่าและฆ่า การฆ่าพวกมันทั้งหมดเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตผู้คนส่วนรวมอยู่รอดปลอดภัยได้
ดาบต่อดาบ เลือดแลกเลือด
อาคารพังทลาย กำแพงถล่มพินาศ ต้นไม้ถูกสับขาด ในระยะหลายร้อยเมตรนี้ พลังแห่งฟ้าดินผันผวนวุ่นวาย
แม้จะอยู่ในช่วงกลางวัน แต่ท่ามกลางการฆ่าฟันนี้ก็ดูราวกับว่าแสงอาทิตย์พลันมืดลงอย่างน่าประหลาด
ห่างออกไปราว ๆ ห้ากิโลเมตร
รถ SUV สีดำพุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยความเร็วมากกว่า 160 ในขณะที่โจวอี้และจางหม่านเยว่ซึ่งนั่งอยู่ในรถรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความปั่นป่วนของพลังแห่งฟ้าดินซึ่งเป็นผลมาจากการต่อสู้ของเหล่าปรมาจารย์
ฟุบ! ฟุบ!
ขณะที่รถกำลังแล่นด้วยความเร็ว คนทั้งสองลดกระจกประตูลงแล้วพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่าง กลายเป็นสองเงาที่วิ่งไปยังทิศทางที่พลังแห่งฟ้าดินกำลังปั่นป่วน
“คุณโจว สมาชิกองค์กรอีกาดำจะมีรอยสักอีกาบนหน้าผากด้านซ้าย ซึ่งสามารถระบุตัวตนได้ง่ายหลังจากที่เห็น” จางหม่านเยว่เตือนโจวอี้ขณะที่กำลังวิ่งไปด้วยความเร็วจัด
“เข้าใจแล้ว” โจวอี้ตอบรับ
เมื่อระยะห่างจากบริเวณที่กำลังปะทะกันลดน้อยลงเรื่อย ๆ พวกเขาทั้งคู่ก็ยิ่งสัมผัสได้ว่าสถานการณ์การต่อสู้เริ่มดุเดือดมากขึ้น
ปรมาจารย์อย่างน้อยสิบคนกำลังต่อสู้ และหลายคนเป็นกึ่งปรมาจารย์ และยังมีอีกสองคนที่ปลดปล่อยพลังน่ากลัวที่สุด โจวอี้อนุมานได้ว่าคงเป็นปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อม
“มีบางอย่างผิดปกติ ชายชราที่เรากำลังตามล่าดูเหมือนจะเป็นเพียงปรมาจารย์ขั้นปลาย แต่ตอนนี้ความผันผวนของพลังกลับชี้ให้เห็นว่ามีปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อมสองคนกำลังสู้กันอยู่ซึ่งหมายความว่านอกจากชายชราที่ชื่อเฮยซินแล้ว ยังมีคนที่แข็งแกร่งอีกคนในองค์กรอีกาดำตามมาสมทบ” โจวอี้พูดเสียงเข้ม
“น่าจะเป็นแบบนั้นค่ะ เราเร่งความเร็วกันเถอะ” จางหม่านเยว่กล่าวอย่างเร่งรีบ
ห่างออกไปสองกิโลเมตร ที่หน้าต่างของอาคารสำนักงานซึ่งสูงมากกว่าสิบชั้น หลินเสี่ยวเซียวกำลังถือกาแฟและฟังเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง เวลานี้เธอรู้สึกผ่อนคลายมาก
เธอเพิ่งเจรจาโปรเจกต์ใหญ่สำเร็จ และตอนนี้ทุกอย่างก็กำลังลงตัว มันจึงทำให้เธออารมณ์ดี
“นั่นคืออะไรน่ะ?” ดวงตาของหลินเสี่ยวเซียวหรี่ลงขณะจ้องออกไปผ่านหน้าต่างกระจกที่ใสวับ
เธอมองลงไปยังลานบ้านที่อยู่ห่างไปราวสองกิโลเมตรด้านหน้า
แววตาของเธอดูสับสนงุนงง
“กำลังถ่ายภาพยนตร์?”
เธอหันหลังกลับและวางถ้วยลงบนโต๊ะ จากนั้นก็เปิดลิ้นชัก หยิบกล้องส่องทางไกลออกมา เดินกลับไปที่หน้าต่างแล้วส่องดูที่ลานบ้านหลังเดิมอีกรอบ
“พระเจ้า! นั่นมันอะไรกัน ฉันกำลังฝันอยู่เหรอ?”
“คงไม่ใช่กำลังถ่ายภาพยนตร์กันอยู่หรอกเพราะไม่มีกล้องและไม่มีสลิง แต่ทำไมคนเหล่านั้นถึง…”
“ผู้ฝึกยุทธ์? พวกเขามีจริงเหรอ?”
ปากของหลินเสี่ยวเซียวอ้ากว้างด้วยความตกตะลึง ลมหายใจของเธอถี่กระชั้น ทันใดนั้นเธอก็หันกลับมาและตะโกนออกไปนอกห้องสำนักงาน “หนานหนานเข้ามาเร็ว!”
“เจ้านายมีอะไรเหรอ?” ซิงหนานหนานเข้ามาและถามขึ้นทันที
“มาดูนี่สิ” หลินเสี่ยวเซียวรีบเรียกให้เข้ามาใกล้
ซิงหนานหนานเดินมาที่หน้าต่างด้วยความงงงวย เอื้อมมือไปรับกล้องส่องทางไกลจากหลินเสี่ยวเซียว และส่องมองไปในระยะไกล
“โอ้พระเจ้า! สองคนนั้น? บินได้ยังไง? ทำไมถึงเร็วขนาดนั้น?”
“เดี๋ยวนะ นี่พวกเขากำลังต่อสู้กันจริง ๆ?”
“ไม่ ไม่ ไม่ใช่สิ พวกเขากำลังถ่ายภาพยนตร์อยู่หรือเปล่า”
“จะมีกลุ่มคนที่เหมือนยอดมนุษย์แบบนี้ได้ยังไง เจ้านาย คุณกำลังให้ฉันดูอะไรอยู่กันแน่?!”
ซิงหนานหนานตกตะลึง จากนั้นทั้งสองคนก็ตกอยู่ในสภาวะมึนงง
หลินเสี่ยวเซียวคว้ากล้องส่องทางไกลและส่องมองไปที่นั่นอีกครั้ง ก่อนจะเห็นว่ามีสองร่างใหม่กำลังพุ่งเข้าไปในกลุ่มคนที่กำลังต่อสู้กัน
การใช้กล่องส่องทางไกลมองฉากที่เกิดขึ้นห่างไปในระยะสองกิโลเมตรมันทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนพอสมควร
เธอเห็นเหตุการณ์เต็มสองตาว่ามีชายวัยกลางคนใช้ดาบฟันร่างคนคนหนึ่ง และเธอก็ได้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีศีรษะลอยละลิ่วพร้อมเลือดที่สาดกระเซ็นพุ่งออกมาเหมือนน้ำพุ
ภาพนองเลือดนี้มีผลต่อจิตใจของเธออย่างรุนแรง
“อ๊อก…”
ท้องของหลินเสี่ยวเซียวถึงกับปั่นป่วน เมื่อเธอวางกล้องส่องทางไกลลง เธอก็อาเจียนออกมา
ย่านที่อยู่อาศัย
เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลากลางวันจึงไม่ค่อยมีคนอยู่บ้าน แต่ก็ยังมีอีกหลายสิบคนในระยะหนึ่งกิโลเมตรที่เวลานี้กำลังอยู่ในบ้านของตัวเอง
พวกเขาได้ยินเสียงดังโครมคราม จึงต่างพากันมองไปยังสถานที่ที่มีการต่อสู้กัน ซึ่งภาพที่เห็นก็ทำให้พวกเขาตกตะลึงและรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน
อย่างไรก็ตาม ผู้อยู่อาศัยหลายคนที่อยู่ใกล้เคียงต่างได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ในครั้งนี้ บางคนถูกลูกหลงตายอย่างอนาถ บางคนได้รับบาดเจ็บและสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว และบางคนก็ร้องไห้หนีไป
หลังจากที่โจวอี้และจางหม่านเยว่ไปถึงบริเวณที่เกิดการปะทะ พวกเขาไม่ลังเลเลยที่จะเข้าร่วมการต่อสู้อันดุเดือดในครั้งนี้
โจวอี้เห็นว่าปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อมอย่างเกาเทียนเซียงเพิ่งถูกชายชราร่างสูงโต้กลับ แต่เกาเทียนเซียงก็สามารถตั้งหลักได้หลังจากถอยไปสองสามก้าว ก่อนจะพุ่งเข้าไปต่อสู้กับอีกฝ่ายอีกรอบ
โจวอี้สามารถฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นปลายได้ แต่เขาไม่เคยต่อสู้กับปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อม!
ดังนั้น!
เพื่อช่วยเกาเทียนเซียงและทดสอบพลังการต่อสู้ที่แท้จริงของตัวเอง เขาจึงซัดเข็มเงินหลายเล่มออกไป แล้วพุ่งร่างเข้าใส่ด้านหลังชายชราร่างสูงอย่างดุดัน
“ไอ้มดแมลง! กล้าเข้ามาแส่กับเรื่องของผู้ใหญ่งั้นเหรอ! รนหาที่ตาย!” หมาป่าทมิฬปู้เซินซึ่งกำลังต่อสู้กับเกาเทียนเซียงหันกลับมาฟันโจวอี้ด้วยดาบในมือทันที
เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของโจวอี้ จึงมองออกว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงปรมาจารย์ขั้นต้น และไม่ได้เป็นภัยคุกคามมากนัก ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าดาบนี้จะสามารถทำร้ายหรือสังหารโจวอี้ได้อย่างแน่นอน
ทว่าเขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่ามีเข็มเงินหลายเล่มกำลังพุ่งเข้าใส่เขาในขณะเดียวกันนี้!