หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 444 คำพูดของผมคือกฎ
บทที่ 444 คำพูดของผมคือกฎ
โจวอี้ไม่ได้สนใจประเด็นเงินเดือนที่อีกฝ่ายร้องขอ
แต่โจวอี้คิดว่าอีกฝ่ายยังเด็กและสวยเกินไป แม้จะผ่านการเรียนเป็นแม่บ้านมาอย่างดี แต่ผู้หญิงคนนี้จะสามารถเป็นแม่บ้านที่ดีได้จริงหรือ?
ทว่าทันใดนั้น เขาก็ตระหนักได้ว่าเขาได้เผลอตัดสินผู้คนจากภายนอกไปแล้ว
มันไม่ต่างจากตอนที่เขามาถึงเมืองจินหลิงตอนแรก ๆ
หลายคนตัดสินเขาจากรูปร่างหน้าตาเช่นกัน ไม่มีใครเชื่อว่าเขาเป็นแพทย์แผนจีน ทุกคนต่างไม่เชื่อว่าแพทย์จีนอายุน้อยจะมีอยู่จริงหรือเชื่อถือได้
นี่ฉันกำลังทำผิดพลาด!
หลังจากตระหนักได้แล้ว โจวอี้ก็แสดงสีหน้าจริงจังอีกครั้ง
“พูดตามตรงนะ คำขอเงินเดือนเริ่มต้นของคุณน่ะสูงมาก อย่างน้อยก็สูงกว่าหัวหน้าแม่บ้านของพี่เชาอีก แต่นั่นไม่สำคัญสำหรับผมหรอก” โจวอี้เคาะนิ้วบนโต๊ะ “เซ็นสัญญากับผมก่อนหนึ่งปี! ผมจะจ่ายเงินเดือนให้คุณปีละหนึ่งล้าน แต่ภายในหนึ่งปีแรกนี้ ถ้างานของคุณทำให้ผมไม่พอใจ ผมมีสิทธิ์ไล่คุณออกได้ตลอดเวลา”
“มาตรฐานความพึงพอใจของคุณเป็นแบบไหนคะ?” เถิงเฉียนเหลียนถามกลับ
“ไม่มีมาตรฐานหรอก ผมจะมาดูเป็นครั้งคราว ถ้าบ้านเรียบร้อยดี นั่นก็จะพิสูจน์ได้ว่าคุณทำได้ดี แต่ถ้าบ้านเละเทะเมื่อไหร่คุณจะถูกไล่ออกเดี๋ยวนั้นเลย” โจวอี้กล่าวอย่างใจเย็น
“มาที่นี่เป็นครั้งคราวเหรอ? คุณไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอ?” เถิงเฉียนเหลียนถามด้วยความสงสัย
“ผมจะอยู่ที่เมืองจินหลิงเป็นหลัก”
“…”
เถิงเฉียนเหลียนรู้สึกผ่อนคลายทันทีเมื่อได้ยินคำนี้
นี่มันง่ายมากที่จะจัดการกับพวกคนรับใช้ในคฤหาสน์ที่ไม่มีเจ้านายอยู่ เธอคิดว่าเธอสามารถจัดการบ้านให้เป็นระเบียบได้โดยไม่ต้องลืมตาเลยด้วยซ้ำ
“คุณเสร็จรึยัง ถ้าเสร็จแล้วออกไปเดินเล่นกับฉันหน่อย ฉันอิ่มแล้ว อยากเดินเล่นต่อ” จู่ ๆ เซี่ยหลู่ก็ปรากฏตัวออกมา
“ใกล้แล้ว” โจวอี้ตอบกลับ
“ประธานเซี่ย?” เนี่ยหยวนยืนขึ้นและจ้องมองที่เซี่ยหลู่อย่างโง่งม
เถิงเฉียนเหลียนเองก็ตกใจเช่นกัน
ไอดอล… เซี่ยหลู่?
ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?
เซี่ยหลู่มองไปที่เถิงเฉียนเหลียนและขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปที่เนี่ยหยวนและถามว่า “คุณเป็นใคร?”
“ผม…ผมชื่อเนี่ยหยวน ทำงานเป็นผู้จัดการในบริษัทจัดหาบุคลากรทำงานระดับสูง” เนี่ยหยวนไม่กล้าที่จะเอ่ยชื่อบริษัทของเขา เพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนระดับอย่างเซี่ยหลู่จะเคยได้ยินชื่อบริษัทเล็ก ๆ ของเขา ต่อให้กล่าวถึงไปก็ไม่มีความหมาย
“อืม!”
เซี่ยหลู่พยักหน้าอย่างเมินเฉย จากนั้นก็ชี้ไปที่เถิงเฉียนเหลียนแล้วถามว่า “เธอคนนี้เป็นแม่บ้านที่มาสมัครหรือเปล่า?”
“ใช่ครับ” เนี่ยหยวนกล่าวด้วยความเคารพ
“สวยเกินไป” เซี่ยหลู่พูดอย่างสบาย ๆ เธอหันไปมองโจวอี้ และรอยยิ้มสดใสก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่งดงามของเธอ
เธอถามขึ้นมาว่า “รับแม่บ้านที่สวยขนาดนี้ถ้าภรรยาดาราดังของคุณรู้ เธอจะไม่หึงเหรอ? เธอจะไม่ตำหนิคุณหรือไง?”
“เซี่ยหลู่ อย่าพูดไร้สาระ ถัง… เธอเป็นคนใจกว้าง ไม่มีทางใส่ใจเรื่องเล็กน้อยนี้แน่ นอกจากนี้ ผมเองก็เป็นสุภาพบุรุษ ข้อนี้คุณเองก็น่าจะรู้ดี!” โจวอี้ตอบด้วยความหงุดหงิด
“ก็จริง ฉันรู้ว่าคุณเป็นสุภาพบุรุษ” เซี่ยหลู่ยิ้มก่อนจะเดินออกไปข้างนอก “เร็วเข้าเถอะ! หลังจากเดินเล่นกับฉัน ฉันจะพาคุณไปส่งที่สนามบิน”
“อืม!”
โจวอี้ถอนสายตาจากเซี่ยหลู่ จากนั้นโบกมือให้เนี่ยหยวนและเถิงเฉียนเหลียนที่กำลังตกตะลึงแล้วพูดว่า “อย่าไปฟังเรื่องไร้สาระของเซี่ยหลู่ ผู้หญิงคนนั้นชอบพูดไร้สาระไปเรื่อยเปื่อย เรามาคุยเรื่องธุรกิจกันต่อเถอะ”
เนี่ยหยวนและเถิงเฉียนเหลียนมองหน้ากัน พวกเขาพยายามระงับอารมณ์ตกใจพลางพยักหน้า
พวกเขาทั้งคู่เป็นคนฉลาด ด้วยคำพูดและการกระทำของโจวอี้และเซี่ยหลู่ พวกเขาสามารถเข้าใจได้ว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน
เซี่ยหลู่คือใคร?
หญิงแกร่งที่มีชื่อเสียงที่สุดในเซินเจิ้น เธอคือผู้มีอิทธิพลยิ่งใหญ่ในแวดวงธุรกิจ
ว่ากันว่าเธอไม่เคยให้ผู้ชายคนไหนอยู่เหนือเธอเลย
แต่เมื่อครู่นี้เธอไม่โต้เถียงโจวอี้เลยด้วยซ้ำ
นี่หมายความว่าอย่างไร?
มันแสดงให้เห็นว่าตัวตนและภูมิหลังของคุณโจวนั้นไม่ธรรมดาแน่นอน และอาจทรงพลังกว่าที่พวกเขาคิดด้วยซ้ำ
“คุณเถิง คุณเริ่มงานได้เมื่อไหร่?” โจวอี้ถาม
“ตอนไหนก็ได้ค่ะ”
“ผมจะออกจากเซินเจิ้นคืนนี้ ดังนั้นเรามาแลกเปลี่ยนข้อมูลการติดต่อกันไว้ก่อน เผื่อมีปัญหาอะไรคุณจะได้สามารถโทรหาผมได้ตลอดเวลา” โจวอี้กล่าว
“ไม่มีปัญหา! เราจะเซ็นสัญญาว่าจ้างกันตอนนี้เลยไหมคะ?” เถิงเฉียนเหลียนถาม
“สัญญาว่าจ้าง? ไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่มันวุ่นวายแบบนั้นเลย คุณสามารถส่งหมายเลขบัญชีธนาคารของคุณมาให้ผม แล้วผมจะโอนเงินเดือนให้คุณล่วงหน้าหนึ่งปี ทำแบบนี้ก็ดูมีหลักประกันมากพอเหมือนกัน จริงไหม?” โจวอี้โบกมือและเอ่ยตอบ
“แต่มันผิดกฎ”
“คำพูดของผมคือกฎ” โจวอี้พูดอย่างหนักแน่น
“…”
เถิงเฉียนเหลียนถึงกับพูดไม่ออก
ถ้าเธอไม่เห็นเซี่ยหลู่เมื่อครู่นี้ เธออาจจะโต้แย้งไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าคำพูดของโจวอี้ถือว่าเป็นกฎได้จริง ๆ
“คุณโจว คุณต้องโอนเงินให้ฉันมากกว่าหนึ่งล้าน” เถิงเฉียนเหลียนพูดขึ้นทันที
“ทำไมผมต้องให้เงินคุณมากขึ้นอีก?” โจวอี้ถามด้วยความสงสัย
“ก็เพราะว่าฉันต้องดูแลค่าใช้จ่ายในคฤหาสน์หลังนี้ด้วยค่ะ!”
“จริงด้วย ถ้าคุณไม่เตือนผม ผมคงลืมเรื่องนี้ไปเลย” โจวอี้หัวเราะและโบกมือ “อันที่จริงนี่เป็นครั้งแรกที่ผมจ้างแม่บ้าน ดังนั้นผมก็เลยไม่มีประสบการณ์ ว่าแต่… ผมต้องโอนเงินให้คุณเท่าไหร่เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลคฤหาสน์หลังนี้สักหนึ่งปี?”
นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายคนนี้จ้างแม่บ้าน?
ไม่มีประสบการณ์?
เถิงเฉียนเหลียนรู้สึกประหลาดใจมาก เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ถ้าไม่ต้องการให้ฉันจ่ายเงินเดือนให้คนรับใช้คนอื่น ๆ ที่นี่ด้วย คุณโจวโอนเงินให้ฉันเพิ่มอีกหนึ่งล้านก็น่าจะเพียงพอ แต่ถ้าฉันต้อง…”
“ผมโอนเงินเดือนล่วงหน้าหนึ่งปีให้พวกเขาแล้ว แต่ปีหน้าถ้าคุณยังถูกจ้างอยู่ คุณจะต้องรับหน้าที่จ่ายเงินพวกเขาแทนผมในปีถัด ๆ ไป เดี๋ยวผมจะโอนเงินให้คุณทั้งหมดห้าล้านหยวน จงใช้เงินในสิ่งที่ควรใช้ และคุณต้องส่งบิลค่าใช้จ่ายทุก ๆ 6 เดือนมาให้ผมด้วย” โจวอี้กล่าว
“ตกลงค่ะ!”
เถิงเฉียนเหลียนพยักหน้าด้วยความเคารพ
ในไม่ช้า เนี่ยหยวนก็ต้องกลับไปคนเดียว
เถิงเฉียนเหลียนยังอยู่ที่นี่และเรียกคนรับใช้ทั้งหมดมารวมกันเพื่อแนะนำตัว
โจวอี้ไม่สนใจเรื่องการจัดการนี้ เขาพาเซี่ยหลู่ไปเดินเล่น จากนั้นก็ให้เซี่ยหลู่ไปส่งเขาที่สนามบินเซินเจิ้นเป็นการส่วนตัว
ภายในรถหรู
เซี่ยหลู่คล้องแขนของโจวอี้และถามว่า “คุณคิดว่าฉันดูแย่กว่าอู๋ซินเยว่ไหม?”
“ผมไม่รู้” โจวอี้กล่าว
“ไม่รู้จริงหรือไม่รู้ปลอม? อู๋ซินเยว่นอนกับคุณแล้ว และทรัพย์สมบัติของซินเยว่ก็ไม่น้อยไปกว่าที่ฉันมีเลย แถมตอนนี้เธอยังกลายเป็นบรรพจารย์ยุทธ์ที่อายุน้อยที่สุดแล้วด้วย คุณไม่คิดว่าเธอดีกว่าฉันเหรอ?” เซี่ยหลู่ถาม
“เราอย่าเปิดเผยอะไรที่ไม่ควรเปิดได้ไหม? เรื่องมันนานมาแล้ว และนั่นเป็นเพียงอุบัติเหตุ เรา… ลืมมันไปเถอะ”
“ฉันทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อมแล้ว” จู่ ๆ เซี่ยหลู่ก็กล่าวประโยคนี้ขึ้นมา
“ทะลวงแล้ว?” โจวอี้ตกใจ
เขาคิดว่าพรสวรรค์ด้านการฝึกยุทธ์ของตัวเองดีมาก และเขาสามารถทะลวงระดับปรมาจารย์ตั้งแต่อายุยังน้อย เขาคิดว่ามีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำได้ดีกว่าเขา
แต่เมื่ออยู่ไปนานเข้า ความจริงหลายอย่างก็ทำลายความภาคภูมิใจของเขาลงเรื่อย ๆ
ถงหู่อายุน้อยกว่าเขาหลายปี และทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้เร็วกว่าเขา
หลันเสวียนอายุน้อยกว่าเขาสองปี และก็เป็นอีกคนที่ทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้เร็วกว่าเขาอีกด้วย
และแม้ว่าอู่ซินเยว่จะแก่กว่าเขาหลายปี แต่เธอก็ทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ได้เรียบร้อยแล้ว
ส่วนเซี่ยหลู่… ถึงแม้เธอจะแก่กว่าเขา แต่ตอนนี้เธอก็อยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อมแล้ว!
โจวอี้ได้แต่คิดในใจว่า ‘ความภาคภูมิใจของฉันถูกทำลายยับเยินหมดแล้วโว้ย!’