หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 446 หลอมโอสถ
บทที่ 446 หลอมโอสถ
ช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า
ทุกอย่างเงียบสงบในตอนกลางคืน
ภายในสนามหน้าบ้านที่มีแสงไฟสลัว ร่างสองร่างยืนนิ่งเงียบราวกับรูปปั้น
หานโหรวยืนกอดอกพิงประตูบ้าน ดวงตาสีฟ้าของเธอจับจ้องไปที่เฉินซานและอิงหงซึ่งกำลังยืนอยู่ในสนาม อารมณ์ของเธอในยามนี้ซับซ้อนอย่างยิ่ง
ในสายตาของเธอนั้น ชายหญิงสองคนนี้เรียกได้ว่าเป็นผู้แข็งแกร่ง
แม้ว่าความแข็งแกร่งของเธอจะพัฒนาขึ้นมากหลังจากไปเก็บตัวฝึกฝนที่ภาคเหนือกับถังเสี่ยวรุ่ย แต่เธอก็ยังเทียบกับสองคนนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
แกร็ก…
ประตูรั้วบ้านถูกผลักเปิดจากด้านนอก และร่างหนึ่งก็ก้าวเข้ามาในสนาม
เฉินซานและอิงหงก้าวเข้าไปหาผู้มาใหม่และประสานมือทักทาย “อาจารย์ลุงน้อย!”
“อืม!”
โจวอี้ยกกระถางต้นไม้ขนาดเล็กเข้ามา ก่อนจะชำเลืองมองคนทั้งสองและหานโหรว ท้ายที่สุดสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ใครบางคนซึ่งกำลังมองลงมาจากหน้าต่างชั้นสอง
“ความรู้สึกนี้…”
“ความรู้สึกของการกลับบ้าน?”
“เวลาที่คุณกลับมาจากการเดินทางไกลแล้วพบว่ามีคนกำลังรอคุณอยู่ ถือว่าเป็นเรื่องดี”
โจวอี้ยิ้มอย่างสดใส และเมื่อเดินไปถึงประตูบ้าน เขาก็หยุดเพื่อทักทายหานโหรว
“คุณทำงานหนักมากเลยนะ” โจวอี้ยิ้ม
“ใช่” หานโหรวพยักหน้า
“เรื่องฝึกเสี่ยวรุ่ยเป็นยังไงบ้างล่ะ?” โจวอี้ถาม
“เธอก้าวหน้าได้รวดเร็วมาก ตอนนี้สามารถควบคุมการไหลของน้ำได้อย่างชำนาญแล้ว และยังสามารถเปลี่ยนน้ำเป็นการพลังโจมตีบางรูปแบบได้” หานโหรวตอบ
“อืม!” โจวอี้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็หันกลับมามองที่เฉินซานแล้วถามว่า “สมุนไพรทั้งหมดมาพร้อมแล้วหรือยัง?”
“พร้อมแล้ว ทั้งหมดอยู่ในห้องเก็บของ” เฉินซานกล่าว
“เอาพวกสมุนไพรไปที่โรงยิม! ผมจะใช้พวกมัน” โจวอี้พูดพร้อมกับยกต้นไม้เข้าไปในบ้านและเดินขึ้นไปชั้นสอง
เวลานี้ถังหว่านสวมชุดอยู่บ้านและกำลังส่งยิ้มทรงเสน่ห์มาให้เขา
“เด็ก ๆ หลับกันหรือยัง?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“อืม หลับกันหมดแล้วล่ะ” ถังหว่านพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็จ้องไปที่ต้นไม้เล็ก ๆ ในกระถางแล้วถามว่า “นี่คืออะไรเหรอ?”
“ที่รัก มันคือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์” โจวอี้ยิ้ม
“…”
ถังหว่านไม่เห็นอะไรแปลกใหม่เกี่ยวกับต้นหม่อนชิงต้นนี้
โจวอี้เข้าไปในห้องหนังสือพร้อมต้นไม้ในมือ เขาค่อย ๆ วางกระถางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะนำยาต้มที่เขาเตรียมไว้ตั้งแต่ที่บ้านของเชาหมิงคุนออกมารดมันอีกครั้ง จากนั้นจึงหากรรไกรมาบรรจงตัดใบของต้นหม่อนชิงออกมาสามใบ
ขณะนี้ต้นหม่อนชิงมีทั้งหมดเก้าใบ โดยที่ใบหนึ่งนั้นเพิ่งงอกออกมาได้ไม่นาน
สำหรับโจวอี้ ทุกใบของต้นหม่อนชิงนั้นมีค่ามาก มันเทียบได้กับพวกสมุนไพรป่าล้ำค่าที่มีอายุหลักร้อยปีเลยทีเดียว
“คุณกำลังจะทำอะไร?” ถังหว่านถาม
“หลอมโอสถ” โจวอี้ตอบด้วยรอยยิ้ม
โรงยิมชั้น 1
ด้านในสุดของโรงยิมนี้มีพื้นที่กว้างขวางและมีโต๊ะยาวชิดผนัง ในเวลานี้บนโต๊ะเต็มไปด้วยสมุนไพรที่จัดเรียงไว้เรียบร้อยแล้ว
และบนผ้ากันความร้อน มีเตาหลอมสามขาที่ใช้สำหรับหลอมโอสถ
ตั้งแต่ได้เตานี้มา โจวอี้ใช้มันไปไม่เกินสามครั้ง แต่ทุกครั้งที่เขาใช้มันหลอมโอสถ ผลลัพธ์มักจะออกมาดีเสมอ
“อาจารย์ลุงน้อย คุณจะหลอมโอสถตอนนี้เลยเหรอ?” อิงหงถามอย่างสงสัย
“ถูกต้อง”
โจวอี้พูดจบก็จุดถ่านหินไป๋ตู้ จากนั้นก็เทยาต้มที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้ลงในเตาหลอม เมื่อยาต้มเริ่มเดือด เขาก็ใส่สมุนไพรหลายชนิดลงไปในเตาหลอมทีละชุดตามกระบวนการหลอมปรุง ‘โอสถชำระไขกระดูก’
เวลาล่วงเลยไป
เมื่อได้กลิ่นหอมจาง ๆ โชยมาจากเตาหลอมโอสถ โจวอี้ก็ใส่ใบหม่อนชิงหนึ่งใบลงไปในเตาหลอมโอสถ จากนั้นก็วางมือทาบกับเตา เมื่อโคจรพลังปราณเข้าไปในเตาหลอม โจวอี้ก็สามารถสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงในเตานี้ได้อย่างชัดเจน
ยาเหลวที่ถูกต้มอยู่ในเตาหลอมนี้กลายเป็นสีเขียวและข้นขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากผสานเข้ากับพลังปราณแล้ว ตัวยาก็ค่อย ๆ แยกออกจากกัน ราวกับว่ามันถูกตัดแบ่งออกเป็นสิบส่วน มันค่อย ๆ เข้มข้นและแข็งตัวภายใต้การคายน้ำในเตาหลอมที่อุณหภูมิกำลังพุ่งสูงขึ้น
สองนาทีต่อมา
โจวอี้ส่งพลังปราณเข้าไปในเตาหลอมให้เร็วขึ้นอีก และในขณะเดียวกัน เขาก็แบ่งพลังของตัวเองไปที่ถ่านหินไป๋ตู้ที่อยู่ด้านล่างเตาเพื่อเร่งไฟให้ร้อนยิ่งขึ้น
การคายน้ำ
การเผาไหม้
กำจัดสิ่งสกปรกที่เจือปน หลงเหลือเพียงส่วนสำคัญที่มีประโยชน์
กระบวนการนี้ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องโคจรพลังเข้าไปในเตาหลอมเป็นร้อยรอบ
เปลวไฟลุกไหม้รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และกลิ่นหอมของยาก็น้อยลงเรื่อย ๆ
โจวอี้ใช้สมาธิเพื่อเพ่งประสาทสัมผัสรับรู้สถานการณ์ในเตาอย่างละเอียด และยังคำนวณเวลาในใจอย่างเงียบงัน
ท้ายที่สุด เมื่อเขายกฝาเตาขึ้น โอสถเม็ดสีเขียวคล้ำทั้งสิบเม็ดซึ่งถูกล้อมด้วยมวลพลังหนาแน่นก็กระเด็นออกมาจากเตา โจวอี้รีบพุ่งไปเปิดขวดหยกและนำโอสถชำระไขกระดูกทั้งสิบเม็ดนี้ใส่ลงไปในขวด
เฉินซานและอิงหงยืนยิ้มด้วยท่าทีสบาย ๆ ราวกับไม่แปลกใจใด ๆ ในขณะที่หานโหรวจ้องมองขวดหยกที่บรรจุโอสถทั้งสิบเม็ดด้วยสายตาตกตะลึง
ถังหว่านง่วงเล็กน้อย แต่เธอก็ยังรอ และเมื่อโอสถชำระไขกระดูกทั้งสิบเม็ดเด้งออกมาจากเตาหลอม เธอก็แทบสำลักลมหายใจตัวเองเพราะความเหลือเชื่อ
นี่คือการหลอมโอสถเหรอ?
ยาต้ม สมุนไพรหลายสิบชนิด และใบไม้หนึ่งใบ หลังจากการต้มและเผาในเตาหลอม ทุกอย่างกลายมาเป็นยาเม็ดก้อนกลม ๆ แบบนี้ได้อย่างไร?
นี่มันน่าทึ่งเกินไปไหม?
ดวงตาคู่สวยของถังหว่านจ้องไปยังขวดหยกนั้นด้วยความสนใจ
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเดินมาหาโจวอี้และถามขึ้นมาว่า “คุณเพิ่งหลอมโอสถใช่ไหม? ยานี้มีผลอะไรเหรอ?”
“ล้างไขกระดูก ขยายเส้นลมปราณ เสริมเส้นเอ็น และหล่อกระดูก” โจวอี้หัวเราะเบา ๆ
“จริงเหรอ? ยาวิเศษแบบในหนังกำลังภายในมีอยู่จริงในโลกด้วย?” ถังหว่านถามด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
“มีจริงสิ!” โจวอี้ยิ้มและพูดกับหญิงสาวว่า “อ้าปากหน่อย”
ถังหว่านจึงทำตาม จากนั้นโอสถสีเขียวเข้มก็ถูกโยนเข้าไปในปากของเธอ เมื่อเธอต้องการจะคายมันออกมาโดยไม่รู้ตัว โอสถชำระไขกระดูกก็ละลายเข้าปาก กลายเป็นของเหลวเย็น ๆ และค่อย ๆ ไหลไปตามลำคอลงสู่ท้อง
โจวอี้จับข้อมือของถังหว่านไว้เพื่อตรวจสอบการทำงานของฤทธิ์โอสถที่แพร่กระจายไปในร่างกายของถังหว่าน
ในช่วงเวลาที่ฤทธิ์ของโอสถชำระไขกระดูกปะทุขึ้น โจวอี้ใช้พลังปราณของเขาเข้าไปปกป้องอวัยวะภายในของถังหว่าน นำทางพลังอันมหาศาลของโอสถให้กระจายอยู่ในร่างกายของถังหว่านอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
“ฉัน…”
ถังหว่านอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าทันใดนั้นเธอก็ถึงกับพูดไม่ออก
เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเหมือนมีกระแสน้ำอุ่น ๆ ไหลอยู่ในร่างกายของเธอ ความรู้สึกชาหนึบสลับซาบซ่านปะทุขึ้นทุกส่วนในร่างกายเธอ
สามนาทีต่อมา เธอก็ได้กลิ่นคาวเหม็นของบางอย่าง
โจวอี้คลายข้อมือของถังหว่านและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไปหาห้องข้าง ๆ แล้วอยู่ที่นั่น! และหลังจากสองชั่วโมงแล้วคุณค่อยไปอาบน้ำ จากนั้นให้เข้านอนทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จ และอาบอีกครั้งตอนที่คุณตื่นขึ้น”
“คุณหมายความว่ายังไง?” ถังหว่านสงสัย
“ลองยกแขนขึ้นดูสิ”
ถังหว่านยกแขนขึ้นมา จากนั้นก็ตกตะลึง
“โอ้!”
เธอเห็นว่ามีชั้นของเหลวสีเทาดำปรากฏอยู่บนข้อมือและผิวหนังบริเวณแขนของเธอ มันดูเหนียวเล็กน้อยและมีกลิ่นแรง
เธอรีบม้วนแขนเสื้อขึ้นอีก และแน่นอนว่ามีของเหลวสีเทาดำเกาะอยู่ที่ผิวหนังของเธอเต็มไปหมด
“อย่าตกใจ พวกนี้เป็นสิ่งสกปรกในร่างกายของคุณ ครั้งแรกที่คุณกินโอสถ ผลที่ได้จะดีมาก เพราะงั้นทำตามที่ผมบอก! ไปอยู่ในห้องแล้วอาบน้ำตามเวลาที่ผมบอกนะ” โจวอี้หัวเราะ
ถังหว่านไม่พูดอะไรแต่รีบวิ่งหนีไปทันที
แม้แต่เธอเองยังทนกลิ่นของมันไม่ได้เลย ดังนั้นเธอจึงไม่อยากตัวเหม็นต่อหน้าทุกคน
โจวอี้มองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังวิ่งหนีไป เขายิ้มออกมาพลางส่ายหัว จากนั้นจึงเริ่มหลอมปรุงโอสถชำระไขกระดูกชุดใหม่
ตลอดคืนนั้น
โจวอี้หลอมโอสถชำระไขกระดูกได้ทั้งหมด 30 เม็ด
เขาโยนโอสถชำระไขกระดูกไปให้เฉินซาน อิงหง และหานโหรวคนละเม็ดโดยไม่คิดมาก และเก็บโอสถชำระไขกระดูกที่เหลืออีก 26 เม็ดไว้กับตัวเอง
เฉินซานกลืนยาลงไป จากนั้นก็ยิ้มออกมาและพูดว่า “คุณภาพยังไม่ถึงระดับปฐพี แต่ก็เฉียด ๆ แล้วล่ะ เพราะท้ายที่สุดแล้วโอสถชำระไขกระดูกชุดนี้หลอมปรุงด้วยวัตถุดิบที่ไม่ได้ดีมากนัก ดังนั้นการจะหลอมให้มันออกมามีคุณภาพดีย่อมเป็นไปไม่…”
แต่แล้วคำพูดของเขาก็ชะงักไป พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่กำลังแข็งค้าง
แม้แต่ดวงตาของเขาซึ่งไม่เคยผันผวน เวลานี้ก็ถึงกับเบิกกว้างด้วยอารมณ์ที่ปะทุขึ้น