หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 617 ตัวตนปัญหา
บทที่ 617 ตัวตนปัญหา
ตงหวู่ตี้มีอายุเกือบร้อยปีแล้ว เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย นอกจากนี้เขายังมีประสบการณ์มากมายในการต่อสู้จริง
อย่างไรก็ตาม!
ตอนนี้เขาเต็มไปด้วยความสับสน
เขารู้สึกว่าเด็กแซ่โจวคนนี้ร้ายกาจเกินไปจริง ๆ
เห็นได้ชัดว่าระดับยุทธ์ของโจวี้ด้อยกว่า แต่กลิ่นอายที่อีกฝ่ายปล่อยออกมานั้นส่งผลให้เขามีความรู้สึกกดดันอย่างมาก แม้ว่าเขาจะสำเร็จระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นกลาง แต่ก็ยังมีความรู้สึกอยากถอยหนี
“แกเป็นใครกันแน่?!”
ความอยากจะฆ่าของตงหวู่ตี้ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นในใจ เขาเอื้อมมือจับที่เอวก่อนจะดึงดาบบางที่เคยเป็นเหมือนเข็มขัดออกจากเอวมาถือไว้ในมือ จากนั้นฟาดฟันมันปลดปล่อยปราณดาบปกคลุมโจวอี้ไว้
“คนที่กำลังจะตายไม่มีสิทธิ์รู้ว่าฉันเป็นใคร!” โจวอี้สร้างมังกรมายาอีกครั้ง และร่างของเขาก็ลอยขึ้นไปในอากาศยืนอยู่บนหัวมังกร
“จองหอง!”
ตงหวู่ตี้พุ่งทะยานเข้าหาด้วยความโกรธ และในขณะที่พุ่งทะยาน เขายังโคจรพลังของตนเองลงในดาบอย่างบ้าคลั่ง
เพียงเสี้ยววิ จากดาบที่บางเฉียบกลับกลายเป็นดาบที่มีขนาดใหญ่ซึ่งยาวหลายสิบเมตร และพุ่งเข้าใส่ด้านหน้าของโจวอี้และมังกรมายา
“โฮก!”
มังกรคำรามเสียงดังกึกก้อง คลื่นอากาศก็พลันระเบิดออก
กรงเล็บอันแหลมคมของมังกรถูกทำลายด้วยดาบยาว และหัวของมังกรก็แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในทันที
ในขณะที่โจวอี้ทุบไม้เท้าหัวมังกรใส่ตงหวู่ตี้ เขาก็รู้สึกถึงพลังที่ท่วมท้นจากอีกฝ่าย ดาบยักษ์นั้นมีพลังมหาศาลเกินไปจนทำให้โจวอี้ต้องรีบถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ต้นไม้ใหญ่ถูกลมและคลื่นปะทะถอนรากถอนโคน
เศษหินและดินจำนวนมากถูกพัดปลิวอย่างรุนแรง
ลูกน้องสองคนของเซี่ยหลู่ที่ยืนดูอยู่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบอย่างมาก ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา นับประสาอะไรกับการต่อสู้ แค่ยืนดูอยู่ใกล้ ๆ ก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงต้องถอยไปทางด้านหลัง
ในเวลาเดียวกัน เซี่ยหลู่เองก็เริ่มลงมือ
ไม้บรรทัดประกาศิตในมือของเธอพุ่งสูงขึ้นไปบนฟ้าส่องประกายแสงเรืองรอง
แสงอันเจิดจ้าของไม้บรรทัดประกาศิตสกัดกั้นพลังการโจมตีของตงหวู่ตี้ซึ่งกำลังไล่ตามโจวอี้ แสงนั้นปะทะกับปราณของดาบยักษ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ดาบยักษ์ที่มุ่งเป้าไปที่โจวอี้แตกเป็นเสี่ยง ๆ และกลับไปอยู่ในสภาพดาบอ่อนไร้แสง”
“ไม้บรรทัดประกาศิต?”
“บัดซบ! ทำไมนังหนูคนนี้ถึงมีไม้บรรทัดประกาศิตได้!”
“เมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว หลังจากที่นิกายทัณฑ์สวรรค์ถูกทำลาย ไม้บรรทัดประกาศิตซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่สุดของนิกายก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย!”
ตงหวู่ตี้เคยอ่าน ‘เทียบอันดับสมบัติ’ ของโลกผู้ฝึกยุทธ์ มันจัดอันดับให้ไม้บรรทัดประกาศิตอยู่ในอันดับที่หก และเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนในโลกผู้ฝึกยุทธ์ต่างหมายปอง
ขณะนี้ดวงตาของตงหวู่ตี้เปลี่ยนเป็นสีแดง
เขามองไปที่ไม้บรรทัดประกาศิตอย่างละโมบ และไม่ต้องการลักพาตัวเซี่ยหลู่อีกต่อไป เขาวางแผนที่จะฆ่าเซี่ยหลู่โดยตรงและยึดไม้บรรทัดประกาศิต
ทันใดนั้น!
เขาก็หันไปมองที่โจวอี้ พูดให้ถูกก็คือเขากำลังดูไม้เท้าหัวมังกรในมือของโจวอี้
เขาเพิ่งปะทะกับไม้เท้าหัวมังกร และด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัวของเขา ไม้เท้าหัวมังกรนี้กลับสามารถต้านทานการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวของเขาได้
แต่ไม้เท้าหัวมังกรของโจวอี้ยังคงไม่บุบสลาย
สิ่งนี้หมายความว่ายังไง?
หมายความว่าไม้เท้าหัวมังกรในมือของโจวอี้ก็ไม่ใช่ของธรรมดาเช่นกัน
ตงหวู่ตี้มองไปที่มันอีกครั้ง และทันทีที่เขาพินิจมันอย่างชัดเจน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
“ไม้เท้าหัวมังกร?”
“นี่คือสมบัติล้ำค่าของสำนักโอสถ ไม้เท้าหัวมังกร?”
“ไอ้หนู แกมีไม้เท้าหัวมังกรได้ยังไง? เป็นไปได้ไหมว่าแกเป็นผู้สืบทอดของเจ้าสำนักโอสถ…”
โจวอี้แสดงสีหน้าเย้ยหยัน ระงับเลือดที่เดือดพล่านในร่างกายของเขา และพูดอย่างเย็นชาว่า “ไม่คาดคิดเลยว่าตาแก่อย่างแกจะพอมีความรู้อยู่บ้าง ถูกต้อง! เซี่ยหลู่ใช้ไม้บรรทัดประกาศิต และฉันก็มีไม้เท้าหัวมังกรในมือ”
เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ?
ตงหวู่ตี้ตระหนักได้ทันทีว่าเขากำลังเจอปัญหาใหญ่
ตามการจัดอันดับอาวุธ ไม้บรรทัดประกาศิตอยู่ในอันดับที่หก และไม้เท้าหัวมังกรอยู่ในอันดับที่เก้า ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นสมบัติที่ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนใฝ่ฝันที่จะครอบครอง
แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าไม้เท้าหัวมังกรเป็นเครื่องหมายของสำนักโอสถ
คนเดียวที่สามารถครอบครองมันได้นอกจากเจ้าสำนักโอสถฉู่เทียนฮุ่ยก็คือศิษย์สายตรงของฉู่เทียนฮุ่ย!
มันแสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มแซ่โจวคนนี้ไม่เพียงแต่เป็นสมาชิกของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงเท่านั้น แต่เขายังเป็นศิษย์สายตรงของเจ้าสำนักโอสถอีกด้วย!
เวรแล้ว!
เขาไม่กลัวที่จะยั่วยุคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง แต่เขากลัวสำนักโอสถอย่างยิ่ง
ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพียงเพราะตำแหน่งของสำนักโอสถในโลกผู้ฝึกยุทธ์นั้นพิเศษเกินไป
ในโลกผู้ฝึกยุทธ์ นิกาย ตระกูล และผู้ฝึกยุทธ์นับไม่ถ้วนเป็นหนี้บุญคุณต่อสำนักโอสถ หากสำนักโอสถประกาศล่าหัวเขาผ่านความสัมพันธ์เหล่านั้น เขาคงถูกไล่ล่าและคงตายเหมือนหมาข้างถนนแน่นอน
ฆ่า!
ต้องฆ่าคนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมด!
ต้องฆ่าคนทั้งสี่เท่านั้น เขาถึงจะได้ครอบครองไม้บรรทัดประกาศิตและไม้เท้าหัวมังกร จากนั้นยังสามารถทำลายหลักฐานและไม่ทิ้งปัญหาไว้ข้างหลัง
ตงหวู่ตี้ลอยขึ้นไปในอากาศ ทำท่ามุทราก่อนจะชี้ไปที่หน้าอกของตัวเองอย่างดุดัน
ทันใดนั้น!
เขาก็กระอักเลือดออกมาเต็มปาก
ในขณะที่สีหน้าของเขาซีดลงเรื่อย ๆ ทว่ากลิ่นอายของเขากลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น และในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ ความแข็งแกร่งของเขาก็สามารถเทียบได้กับระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นปลาย
เลือดที่เขาพ่นออกมานั้นร้อนจนเป็นประกายเพลิงอย่างแปลกประหลาด
ตงหวู่ตี้เปลี่ยนนิ้วของเขาเป็นดาบ และเลือดที่ลุกไหม้ได้ควบแน่นเป็นดาบเพลิงขนาดยาวหนึ่งเมตร
“โจวอี้ เขาใช้ทักษะต้องห้าม! เราไม่สามารถต่อกรกับเขาในตอนนี้ได้แน่!” สีหน้าของเซี่ยหลู่เปลี่ยนไป เธอถอยกลับไปทันที
แต่โจวอี้กลับไม่ถอย
เขาเข้าใจว่าตงหวู่ตี้ซึ่งใช้ทักษะต้องห้ามนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม เขายังมีไม้เด็ดที่เขายังไม่เคยได้ใช้
ครั้งนี้เป็นโอกาสที่เขาสามารถใช้เพื่อทดสอบพลังของมันได้
ห่างออกไปราวหนึ่งกิโลเมตร
มีสองร่างยืนอยู่อย่างเงียบ ๆ บนกิ่งต้นไม้ใหญ่ มองดูฉากการต่อสู้ในระยะไกล
“ตงหวู่ตี้ใช้ทักษะต้องห้ามเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองอย่างฉับพลันโดยการแลกอายุขัย ข้าเกรงว่าเขาจะไม่สามารถรับมือกับภัยคุกคามนี้ได้อีก” หญิงงามผมยาวดำขลับวัยกลางคนในชุดสีดำกล่าว
“ความแข็งแกร่งของนายน้อยเกินกว่าจินตนาการของเรามากจริง ๆ อายุเพียงเท่านี้แต่กลับสามารถบังคับให้บรรพจารย์ยุทธ์ขั้นกลางต้องใช้ทักษะต้องห้ามได้ ข้าเกรงว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถทำได้ในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมด ลงมือกันเถอะ! วันนี้เราร่วมมือกันฆ่าตงหวู่ตี้ก่อน แล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากัน!” ชายวัยกลางคนในชุดสีดำค่อย ๆ ดึงดาบยาวออกมา
“อืม ฆ่าเขาเพื่อพิสูจน์คุณค่าของเราต่อหน้านายน้อย” หญิงวัยกลางคนยิ้ม
“เดี๋ยวนะ…”
จู่ ๆ สีหน้าของชายวัยกลางคนก็เปลี่ยนไป และดาบยาวในมือก็กลับเข้าฝักทันที
ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมมาก แม้ว่าจะห่างกันเป็นกิโลเมตร เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของตงหวู่ตี้และการเปลี่ยนแปลงของพลังที่ผันผวนรอบตัวโจวอี้
“เกิดอะไรขึ้น?” หญิงวัยกลางคนถามด้วยความสงสัย
“นายน้อย….มีบางอย่างผิดปกติ”
“มันหมายความว่ายังไง?”
ร่างของโจวอี้ลอยขึ้นจากภายในป่าไม่ไกลจากทะเลสาบ
เมื่อเขาอ้าแขนออก เขาก็ใช้พลังวิเศษของอักขระ ‘เพิ่ม’ ทันที
หกอักขระ หกพลัง
พลังของพวกมันทั้งหมดสามารถพัฒนาและเกื้อกูลหนุนกัน กลายเป็นอำนาจที่สุดพิสดารซับซ้อนอย่างนับไม่ถ้วน
อักขระ ‘เพิ่ม’
สร้างบางสิ่งจากความว่างเปล่า
ในชั่วพริบตา โจวอี้ก็รู้สึกคันไปทั้งตัว และมันก็เหมือนกับกระดูกของเขากำลังจะระเบิดออก
จากนั้นพลังที่มองไม่เห็นไร้รูปแบบได้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาโดยตรง ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทันที
ใช่แล้ว!
สองเท่า!
มันคือการเพิ่มขึ้นจากความว่างเปล่า
มันแปลกทว่าทรงพลังจริงแท้แน่นอน
วินาทีต่อมา!
ขณะที่ตงหวู่ตี้กำลังตกตะลึง โจวอี้ก็ค่อย ๆ ชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า
อักขระ ‘รวบรวม’ พลังวิเศษ ‘เขมือบ’
ทันใดนั้น ฟ้าดินก็เปลี่ยนสีไปอย่างน่าพิศวง!