หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 734 ถอนรากถอนโคน
บทที่ 734 ถอนรากถอนโคน
ณ โถงทางเดินชั้นสาม เฉินเหว่ยเย่เดินนำผู้อาวุโสทั้งสองเข้ามาในห้องส่วนตัวโดยเดินผ่านโจวอี้ไป ทว่าทันทีที่นั่งลง ชายสูงวัยก็โผล่มาในห้อง
เป็นเหลียงเหล่ยนั่นเอง!
“เสี่ยวอี้ ออกมาสักแป๊บหน่อยสิ” เหลียงเหล่ยกระซิบบอก
“ครับ”
โจวอี้ตามเหลียงเหล่ยออกจากห้องไปโดยไม่ถามเหตุผล พวกเขาเดินออกมาถึงมุมถนนแห่งหนึ่งหลังร้านอาหาร เวิงหลิวกุ้ยที่มารออยู่ก่อนแล้วนั้น เมื่อเห็นพวกเขามาถึงก็ส่งสัญญาณเรียก บทสนทนาจึงเริ่มต้นขึ้น
“ราคาที่ฝ่ายนั้นเสนอมาแพงเกินไป ถึงเราจะหาแก่นวิญญาณห้าพันแก่นมาได้ แต่ถ้ายกให้ไปหมด ต่อไปพวกเราตระกูลจินจะใช้อะไรล่ะ?”
“บรรพบุรุษของนิกายเร้นลับอย่างเฉินหย่งเทาใจเหี้ยมมาตลอด ก่อนหน้าที่จะมาเจอเราก็อาจจะสืบข้อมูลการเงินของตระกูลจินมาแล้ว แต่เห็นแก่เคล็ดวิชา ‘ทักษะดาราสถิต’ ต่อให้ต้องใช้แก่นวิญญาณห้าพันแก่น เราก็ต้องยอมให้!”
“ทำไมเราไม่ลองติดต่อสำนักหรือตระกูลอื่นดูล่ะ?”
“โลกผู้ฝึกยุทธ์มีอยู่แปดสำนัก สี่ตระกูล สามองค์กร มีแค่นิกายเร้นลับที่ทำงานอย่างไม่มีข้อยกเว้น พวกเขาก็เลยยอมขายเคล็ดวิชานี้ให้เราไง ลองถามจากคนใหญ่คนโตในสำนัก ตระกูล และองค์กรอื่นมาแล้ว ไม่มีใครยอมเลย”
“ดูเหมือนนิกายเร้นลับจะสนใจเราอยู่นะ!”
“แล้วจะเอายังไงกันดีล่ะ?”
โจวอี้ยืนแอบฟังบทสนทนาที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตรที่หัวมุมถนน ใจเขาเต้นแรงยิ่งขึ้น
นิกายเร้นลับอีกแล้ว!
อีกทั้งพวกเขายังจะขาย ‘ทักษะดาราสถิต’ ด้วย โจวอี้เคยไปฮ่องกงและทำลายแผนของนิกายเร้นลับมาแล้ว ใครจะคิดว่าจะได้พบเจออีกในคืนนี้
“ผู้อาวุโสเหลียง ผู้อาวุโสเวิง คุณคงต้องถอนรากถอนโคนแล้วล่ะครับ” โจวอี้เอ่ยให้ได้ยินกันเพียงพวกเขาสามคน
“แต่ว่า…”
“พวกนั้นก็พูดถูกนะ คนนิกายเร้นลับทำอะไรไม่มีขีดจำกัด ถ้าพวกนั้นจะขาย ‘ทักษะดาราสถิต’ ก็อาจทำเงินได้ก้อนโตในระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากนั้นก็จะมีเงินทุนกับทรัพยากรในการฝึกวิชาจำนวนมาก ทำให้ฝึกศิษย์แต่ละคนให้เแข็งแกร่งได้หลายคน บางทีอาจใช้เวลาไม่กี่ปี แปดสำนัก สี่ตระกูล สามองค์กรคงต้องดูท่าทีของนิกายเร้นลับ” โจวอี้เอ่ยทั้งที่ยังกัดฟันกรอด
“ใช่แล้ว การถอนรากถอนโคนแบบนี้ทำแล้วก็ทำอีก ทำซ้ำสองก็ยังต้องทำอีกที ข้าจะไปคุยกับคนสกุลจินสองคนนั้นเอง” เหลียงเหล่ยกระซิบบอก
“ผู้อาวุโสทั้งสองไม่ต้องออกโรงเองหรอก เดี๋ยวผมไปเอง”
“ทำไมล่ะ?”
“ถ้าคุณออกหน้าเองก็หมายความว่าสมาชิกอาวุโสของสำนักโอสถสนับสนุนการขาย ‘ทักษะดาราสถิต’ แต่ถ้าผมไปมันจะต่างออกไป ต่อให้เรื่องนี้ถูกแฉในอนาคต สำนัก ตระกูล และองค์กรอื่นก็จะคิดว่าผมแค่โลภอยากได้เงินและทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่เกิดผลเสียต่อสำนักโอสถของเรา” โจวอี้อธิบาย
มีประโยคหนึ่งที่เขาไม่ได้พูดออกไปนั่นก็คือ ‘ถ้าคุณไปจะตัดราคาแก่นวิญญาณของเคล็ดวิชา ‘ดาราสถิต’ ได้ยังไงล่ะ’
เหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยมองหน้ากันแล้วพยักหน้า พวกเขารู้สึกว่าคำพูดของโจวอี้มีเหตุผลจึงไม่ทักท้วง
“อะแฮ่ม…”
โจวอี้กระแอมก่อนเลี้ยวเข้าตรอกไปหาผู้อาวุโสตระกูลจิน รู้ดีว่าพวกเขาทั้งระแวดระวังและตั้งตารอการมาถึงของเขา
“ขอโทษด้วยนะครับ ผมบังเอิญเดินผ่านมาได้ยินพวกคุณคุยกัน ไม่ต้องตกใจไปนะครับ” โจวอี้บอกพลางก้าวเข้าไปหา
“นายเป็นใคร?!” จินฮ่าวเอินถามเสียงแข็ง
“โจวอี้จากสำนักโอสถครับ พวกคุณคงเป็นผู้อาวุโสของตระกูลจิน”
โจวอี้หยุดอยู่ห่างจากอีกฝ่ายหกเจ็ดเมตร
“คนจากสำนักโอสถเหรอ? ได้ยินอะไรไปบ้างล่ะ?” จินฮ่าวเจิ้นถาม
“น่าเสียดายที่ผมดันมาได้ยินพวกคุณคุยกัน ก็เลยรู้ว่ากำลังวางแผนจะใช้แก่นวิญญาณห้าพันแก่นเพื่อซื้อเคล็ดวิชา ‘ดาราสถิต’ จากนิกายเร้นลับ” โจวอี้ยิ้ม
“ไอ้เด็กนี่ อยากได้หรือไง!” อีกฝ่ายขึ้นเสียง
“พวกคุณไม่จำเป็นต้องโกรธ ผมแค่ได้ยินคุณบอกว่านิกายเร้นลับใจเหี้ยม ผมเองก็เห็นด้วยนะ ถึงยังไงแก่นวิญญาณห้าพันแก่นก็ไม่ใช่น้อย ๆ พอเอาไปซื้อเคล็ดวิชานั่นก็คงหมดตระกูลจิน ในยุคขาดแคลนทรัพยากรในการฝึกแบบนี้ ประหยัดไว้น่าจะดีกว่านะครับ” โจวอี้บอก
“หมายความว่ายังไง?” จินฮ่าวเอินถาม
“ที่เราเจอกันถือว่าเป็นพรหมลิขิต วันนี้ผมคิดจะผูกมิตรกับพวกคุณ ผมต้องการแค่สามพันแก่นวิญญาณ แล้วจะขายเคล็ดวิชาให้ ตกลงไหมครับ?” โจวอี้ยิ้ม
“สามพันเหรอ? ล้อเล่นหรือเปล่า อีกอย่างเราจะแน่ใจได้ยังไงว่านายเป็นศิษย์ของสำนักโอสถจริง ๆ”
“ในเมื่อพวกคุณเป็นผู้อาวุโสในโลกผู้ฝึกยุทธ์ ก็คงจะรู้จัดไม้เท้าหัวมังกรในมือผมมาบ้างใช่ไหมครับ?” โจวอี้ยกมันขึ้นพลางเอ่ยถาม
ไม้เท้าหัวมังกรเหรอ? ของในครอบครองเจ้าสำนักโอสถน่ะเหรอ?
พวกเขาก้าวไปหาโจวอี้ จ้องมองไม้เท้าหัวมังกรท่ามกลางแสงสลัว
“เป็นไม้เท้าหัวมังกรจริง ๆ ด้วย มาอยู่กับนายได้ยังไง?” จินฮ่าวเอินนิ่วหน้าถามขึ้น
“จากอาจารย์ฉู่เทียนฮุ่ยไง” โจวอี้ยิ้ม
จินฮ่าวเอินและจินฮ่าวเจิ้นสบตากัน ก่อนจะหันมองโจวอี้ ท่าทีหวาดระแวงค่อย ๆ หายไป
พวกเขารู้จักโจวอี้ ตอนที่โจวอี้ออกผจญภัยทางเหนือเพียงลำพัง เรื่องราวดังกระฉ่อนไปไกลทั่วโลกผู้ฝึกยุทธ์ พวกเขาเองก็เคยส่งคนไปตามสืบข้อมูลและรูปภาพของโจวอี้มาแล้ว
“นาย…นายจะขายเคล็ดวิชา ‘ดาราสถิต’ ให้เราจริง ๆ เหรอ? รู้ไหมว่าเราติดต่อผู้อาวุโสสำนักโอสถมาก่อน พวกเขาปฏิเสธคำขอของเรา” จินฮ่าวเอินกล่าว
“ผู้อาวุโสของผมหัวเก่าดื้อด้าน แต่ผมไม่เป็นอย่างนั้น ขายเคล็ดวิชา ‘ดาราสถิต’ แลกกับแก่นวิญญาณไม่ใช่เรื่องใหญ่ เหตุผลที่ผมยอมขายให้เพราะอยากจะผูกมิตรกับตระกูลจิน” โจวอี้ยิ้ม
ผูกมิตรอย่างนั้นหรือ? ศิษย์ของฉู่เทียนฮุ่ยเจ้าสำนักโอสถอยากผูกมิตรกับตระกูลจินอย่างนั้นหรือ?
นี่มัน…น่ายินดีไม่น้อย!
เดิมทีจินฮ่าวเอินก็อยากจะเจรจาต่อรอง แต่เมื่อได้ยินคำของโจวอี้ก็ล้มเลิกความคิดนั้น รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าของชายแก่ที่พยักหน้ารัวพร้อมเอ่ยว่า “ในเมื่อนายพูดมาแบบนี้แล้ว พวกเราตระกูลจินเองก็ยินดีจะผูกมิตรกับนาย เอาเป็นว่าเราพร้อมซื้อ ‘ทักษะดาราสถิต’”
“ตกลงตามนี้ เรามาแลกเปลี่ยนกันที่โรงน้ำชาจินเหมินคืนพรุ่งนี้ตอนเที่ยงคืนดีไหมครับ?” โจวอี้บอก
“ไม่มีปัญหา เราจะไปตามเวลาพร้อมแก่นวิญญาณ” จินฮ่าวเอินยกยิ้ม
“ผู้อาวุโสทั้งสอง ถ้าคุณจะปฏิเสธนิกายเร้นลับ ระวังอย่าตกเป็นเป้าของพวกเขาพรุ่งนี้ล่ะ ผมจะถ่ายทอดให้โดยปิดบังจากผู้อาวุโสของสำนัก และผมก็ไม่อยากเปิดเผยเรื่องนี้ด้วย” โจวอี้เตือน
“ไม่ต้องห่วง! ถึงเฉินหย่งเทาจะแข็งแกร่ง แต่เราก็มั่นใจว่าจะพ้นหูพ้นตาเขาได้” จินฮ่าวเอินยืนกรานหนักแน่น
“ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็สบายใจ! เอาไว้เจอกันเที่ยงคืนพรุ่งนี้นะครับ”
“ได้!”
ภายในตรอกนั้น ไม่นานพี่น้องตระกูลจินก็จากไป
“พี่ใหญ่ ตัดสินใจจะซื้อขายกับโจวอี้จริงเหรอ?” จินฮ่าวเจิ้นกระซิบถาม
“ถ้าเป็นศิษย์คนอื่นของนิกายเร้นลับ ฉันก็อาจไม่เชื่อว่ามีเคล็ดวิชา ‘ดาราสถิต’ จริง ๆ แต่โจวอี้เป็นศิษย์ของฉู่เทียนฮุ่ย เขาต้องได้เคล็ดวิชานี้มาแล้วแน่นอน ฉันเชื่อว่าเขาคงไม่หลอกเราแค่เพราะแก่นวิญญาณสามพันแก่นหรอก”
“นั่นก็มีเหตุผล” จินฮ่าวเจิ้นพยักหน้าเงียบ ๆ
“ไปกันเถอะ! ไปหาเฉินหย่งเทาแล้วบอกว่ายกเลิกข้อตกลงกับนิกายเร้นลับกัน”
“ได้!”