เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 583 สถานะแรกเกิดสำคัญที่สุด
ช่วงนี้ซ่งเฉินจุ่นนั้นยุ่งอยู่กับเรื่องของซ่งอวิ๋นไท่ ไม่ได้สนใจเรื่องของวงการบันเทิงเลย ได้ยินเพียงคำพูดของฉู่หร่าน ก็ถอนหายใจ “สถานะตอนแรกเกิดสำคัญขนาดนี้เลยเหรอครับ?”
ฉู่หร่านเอ่ย “แน่นอนว่าสำคัญสิคะ ดังนั้นสิ่งเดียวที่พวกเราสามารถพึ่งพาได้ก็คือตัวของพวกเราเอง”
ซ่งเฉินจุ่นพยักหน้า
…
ค่ำคืนอันมืดมิดมาเยือนแล้ว
คนตระกูลซ่งนั้นมารวมตัวกัน เห็นได้ชัดเจนว่าเต็มไปด้วยผู้คน แต่บรรยากาศกลับวังเวงอย่างไม่สามารถอธิบายได้
ยิ่งดึกมากขึ้น เดิมทีภายในห้องนั้นมีเสียงดัง ก็กลับค่อย ๆ เงียบสงัด
ราวกับว่ามีแรงกดดันบางอย่างที่ไร้รูปลักษณ์พุ่งเข้ามาจากบริเวณโดยรอบ
“อะไรกัน ทำไมอากาศหนาวขึ้น”
“เงียบไปเลยนะ”
“นี่มัน… แตกต่างจากหลายวันก่อนอย่างสิ้นเชิง”
ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงเวลากลางคืน สีหน้าของซ่งอวิ๋นไท่ที่นอนอยู่บนเตียงก็เริ่มน่าเกลียด ใบหน้าซีดขาวราวกับคนตายแล้วอย่างไรอย่างนั้น
ฉู่ลั่วที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ลุกขึ้นยืน “มาแล้ว”
นักพรตผิงหยางลืมตาขึ้น “เธอพูดว่ามาแล้วก็แปลว่ามันมางั้นเหรอ ผู้อาวุโสยังไม่พูด…”
เขายังเอ่ยไม่ทันจบ เจ้าสำนักหยวนเจียที่หลับตาอยู่ก็ยืนขึ้นเช่นกัน “มาแล้ว”
นักพรตผิงหยาง “…”
ความรู้สึกนั้นชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ขณะนี้แสงไฟภายในห้องพลันติด ๆ ดับ ๆ อุณหภูมิโดยรอบลดต่ำลงภายในเสี้ยววินาที
มีเสียงหัวเราะดังขึ้นจากระยะใกล้และไกล เสียงของเด็ก ๆ ผสมผสานกับเสียงผู้หญิง
“ฮี่ ๆ”
“มาเล่นกับพวกฉันสิ!”
“ฮี่ ๆ”
ฉับพลัน เสียงแปลกประหลาดของเด็กน้อยดังขึ้นภายในห้อง ราวกับว่ากระซิบอยู่ข้างหู
“กรี๊ด!”
ใครบางคนหวีดร้องและกระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้
“นี่คืออะไร?”
คนที่ดึงดันจะอยู่ดูสถานการณ์ด้วยต่างเสียใจภายหลัง และอยากจะออกไปจากที่นี่ในทันที
“ฉันขอตัวก่อนแล้วกัน”
“อย่าขยับ!”
นักพรตผิงหยางเอ่ยห้ามปรามคนที่ต้องการจากไปด้วยสีหน้าจริงจัง “ตอนนี้พวกผีแค่อำพวกเราเท่านั้น แต่ถ้าคุณออกจากห้องนี้ มันอาจจะโจมตีคุณในทันที!”
คนที่ต้องการจากไปพลันหยุดนิ่งอยู่กับที่
“ท่านเจ้าสำนักคะ รีบจับวิญญาณร้ายเถอะค่ะ” ฉู่หร่านที่ยังอยู่ภายในห้องก็เอ่ยปาก
หยวนเจียเอ่ย “…กำลังคิดอยู่เหมือนกัน”
เขาสะบัดแส้ขนจามรี พลังหยินที่อยู่รอบกายของทุกคนสลายหายไปในทันใด
ทุกคนสูดลมหายใจได้สะดวกขึ้น แม้แต่สีหน้าของซ่งอวิ๋นไท่ที่นอนอยู่บนเตียงก็ดีขึ้นเล็กน้อย
ฉู่หร่าน “ผู้บำเพ็ญก็คือผู้บำเพ็ญ เพียงแค่ลงมือก็รู้ว่ามีความสามารถหรือไม่”
นักพรตผิงหยางเอ่ย “แน่นอน ทำให้คนนอกรีตได้เห็นว่าพลังแท้จริงของลัทธิเต๋านั้นคืออะไร”
“…”
ฝีเท้าของนักพรตผิงหยางหยุดชะงัก แส้ขนจามรีแข็งทื่อชั่วขณะ
“หุบปาก!”
“ฮี่ ๆๆ เธอไม่อยากไปกับพวกเราเหรอ?”
“เล่นเป็นเพื่อนพวกเราสิ…”
“เป็นเพื่อนพวกเรา!”
ดวงตาของซ่งอวิ๋นไท่เบิกกว้างอย่างกะทันหัน ผิวที่เดิมทีดูซีดเผือดพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ
เขายกมือขึ้นจับคอของตนเอง ภายในปากส่งเสียงร้องคร่ำครวญ
“ช่วย… ช่วย…”
เปรี้ยง!
แส้ขนจามรีกวาดออกไปท่ามกลางอากาศ เสียงกรีดร้องอันเฉียบคมดังกึกก้องทั่วห้อง
พลังหยินกลุ่มหนึ่งกระแทกพื้น
“อ๊ะ นั่นคืออะไร!”
“ผีไง!”
พลังหยินบนพื้นกลับกลายเป็นกลุ่มก้อนสีแดง
สีแดงนั้นขยายเป็นวงกว้าง ก่อนร่างวิญญาณพยาบาทจะค่อย ๆ ปรากฏออกมา เส้นผมดำขลับสยายอยู่บนพื้น กระโปรงสีเลือดเปียกชุ่ม
ภายในเส้นผมดำขลับ ทุกคนมองเห็นดวงตาน่าสยดสยองคู่หนึ่งปรากฏออกมา
ร่างกายของหล่อนบิดเบี้ยว เมื่อเงยหน้าขึ้นก็จะส่งเสียงดังกึก กึก กึก
ดวงตายังคงจับจ้องไปทางซ่งอวิ๋นไท่
เพียงแค่วินาทีหนึ่ง ก็พุ่งเข้าหาเขา!
แส้ขนจามรีปัดผ่านไป “สิ่งชั่วร้ายเอ๊ย อย่าทำร้ายผู้คน!”
แส้ขนจามรีที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณพลันกระทบกับร่างกายวิญญาณพยาบาท
หล่อนกรีดร้องเสียงดังลั่น พลังหยินรอบตัวพลันระเบิดออกและพุ่งเข้ามาหาเจ้าสำนักหยวนเจียในชั่วพริบตา
แส้ขนจามรีของเจ้าสำนักหยวนเจียเป็นเสมือนดาบ ทิ่มแทงหล่อนครั้งแล้วครั้งเล่า
ผีสาวร่นถอยอย่างต่อเนื่อง
กระดาษยันต์ลอยไปทางวิญญาณพยาบาทและพันธนาการหล่อนไว้
“คุมขัง!”
ตามด้วยเสียงอันเฉียบคมของปรมาจารย์เต๋าเจ้าสำนักหยวนเจีย
กระดาษยันต์ย่อขนาดเล็กลงทันใด เพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถกักขังผีสาวได้
“ผู้อาวุโสเก่งกาจมาก ลงมือเพียงครั้งเดียวก็สามารถจับสิ่งชั่วร้ายได้แล้ว!”
“ปรมาจารย์ยอดมากเลยจริง ๆ!”
“พ่อ พ่อดูสิครับ ปรมาจารย์เจ้าสำนักหยวนเจียที่ผมเชิญมานั้นจับวิญญาณร้ายได้แล้ว”
ซ่งอวิ๋นไท่สูดลมหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้น “ยังดี อย่างน้อยก็มีแกที่กตัญญู”
คนตระกูลซ่งคนอื่นต่างก็นิ่งเงียบ