เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 59 ราชโองการมา
ลู่หยวนเลิกคิ้วขึ้น “อย่างนั้นหรือ อวี้จื่อชวน เจ้าฟังผิดกระมัง”
“ข้ามิได้ฟังผิด!”
เสียงแว่วมาจากที่สูง ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง จึงปรากฏเด็กหนุ่มอาภรณ์เขียวคนหนึ่งนั่งอยู่บนหลังคา
อวี้จื่อชวนกระโดดลงมา ชี้หน้าลู่หลิงหลงพลางเอ่ยว่า “นางเป็นคนวางยา!”
รองเจ้ากรมธรรมการถามอย่างฉงนว่า “คุณหนูใหญ่ลู่ เหตุใดเจ้าจึงวางยาย่าและมารดาตัวเอง คร่ามารดาสังหารญาติ มีโทษสถานหนักตัดหัวนะ!”
ได้ยินว่าจะตัดหัว ลู่หลิงหลงก็ตกใจจนเสียขวัญไปหมด “ข้ามิได้วางยาให้ท่านย่ากับท่านแม่! ขะ…ข้าจะวางยาพี่สะใภ้ใหญ่ข้าต่างหาก! ข้านึกว่าเป็นแค่ยาระบาย! อยากจะแกล้งพี่สะใภ้เฉยๆ!”
นางเอ่ยพลางหันไปดึงแม่บ้านอู๋ “แม่บ้านอู๋ เจ้ารีบบอกพวกนางสิ เจ้าเป็นคนพูดเอง! เจ้าบอกว่าหมู่นี้เจ้าเป็นร้อนใน ในขวดนี้คือยาระบาย!”
“วางยาระบายให้พี่สะใภ้ตัวเอง? นี่คือการสั่งสอนของพวกเจ้าตระกูลลู่รึ!”
หวังฮูหยินกับอาลักษณ์หวังก็เข้ามาในลานเรือนเช่นกัน คนที่เอ่ยขึ้นคือหวังฮูหยิน
นางปรายตามอง ก่อนขมวดคิ้วถาม “เหตุใดไม่เห็นฮูหยินน้อยลู่เลย”
ทุกคนได้รับการเตือนจากนาง จึงพากันได้สติ นั่นน่ะสิ ตระกูลลู่ออกมาคารวะผู้บัญชาการแม้กระทั่งคนรับใช้ นายหญิงของบ้านกลับหายไป
อวี้จื่อชวนชี้คนตระกูลลู่ “พวกเขากลัวว่านางจะพูดจาส่งเดช จึงมัดนางไว้”
ว่าอย่างไรนะ
นึกไม่ถึงว่าจะมัดคนไว้
ทุกคนหันขวับไปมองลู่สิงโจว
นี่มันจะเกินไปหน่อยแล้วกระมัง ฮูหยินน้อยลู่มิได้เป็นคนวางยาเสียหน่อย
ลู่สิงโจวสีหน้าจริงจังเอ่ยว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัวของข้า ไม่เกี่ยวกับทุกท่าน”
หวังฮูหยินเอ่ยเสียงเย็น “จะเกี่ยวหรือไม่ เจ้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ! ชุ่ยหลิ่ว ตามข้าเข้าไป ช่วยฮูหยินน้อยลู่ออกมา!”
นางใช้คำว่า ‘ช่วย’
ลู่สิงโจวยกมือขึ้นขวางนางไว้ “อาลักษณ์หวัง โปรดดูแลฮูหยินของท่านด้วย อย่าให้ยื่นมือมายุ่งเรื่องในเรือนหลังของตระกูลลู่”
อาลักษณ์หวังเอ่ยอย่างผ่าเผยว่า “ข้ากลัวภรรยา”
ลู่สิงโจวมุมปากกระตุก “ท่านไม่กลัวว่าจะถูกอาลักษณ์หลวงยื่นฎีกาฟ้อง…”
อาลักษณ์หวัง “ข้านี่อย่างไรอาลักษณ์หลวง”
ลู่สิงโจว “…”
หวังฮูหยินพาสาวใช้เข้าไปในห้อง เมื่อเห็นเมิ่งเชียนเชียนถูกจับมัดไว้กับเก้าอี้ นางก็เกือบจะหลุดด่าออกมา!
“ตระกูลลู่หน้าไม่อาย นึกไม่ถึงว่าจะทารุณสะใภ้เช่นนี้!”
นางรีบไปดึงผ้าปิดปากออก แล้วก็แก้มัด
อากาศหนาวเย็น พื้นเย็นยะเยือก มือนางแข็งไปนานแล้ว แก้มัดจนนิ้วของนางทุกนิ้วเจ็บไปหมด
เหล่าฮูหยินกับฮูหยินรองเริ่มปวดท้องขึ้นมาอีกแล้ว ฤทธิ์ยาเหมือนจะมาเป็นพักๆ พวกนางถูกทรมานเจียนตาย
หวังฮูหยินโมโหยกใหญ่ “สมน้ำหน้า!”
นางประคองเมิ่งเชียนเชียนออกจากห้อง
ยามนี้สีหน้าลู่สิงโจวดูไม่ได้สุดจะบรรยาย ลู่หลิงเซียวก็ไม่ได้ต่างกันเท่าใดนัก เพียงแต่ว่า เขามีความรู้สึกซับซ้อนอยู่ภายในใจมากกว่า
ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกะทันหัน หรือว่าบิดาที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
เขาไม่อาจลืมแววตาเจือไอสังหารที่บิดาสั่งให้มัดเมิ่งเชียนเชียนได้เลย…มันแปลกหน้าจนชวนให้เขายากจะรับไหว
ทว่าอย่างไรเสียนั่นก็เป็นบิดาเขา ในฐานะที่เขาเป็นบุตรชาย จะไม่เชื่อฟังได้อย่างไร
เมิ่งเชียนเชียนเดินผ่านเขาไปโดยมีหวังฮูหยินคอยพยุง นางไม่มองเขาแม้แต่น้อย
จู่ๆ เขาพลันรู้สึกแย่ขึ้นมา
ขุนนางกับบรรดาสตรีมองเมิ่งเชียนเชียนที่มีสีหน้าซีดเซียว ดวงหน้าอ่อนล้า ก็อดสะทกสะท้อนใจมิได้
เมิ่งเชียนเชียนมาหยุดอยู่กลางเรือน ค่อยๆ คุกเข่าลง คำนับให้ทุกคน “ขอใต้เท้าและฮูหยินทุกท่านโปรดตัดสินให้ข้าน้อยด้วย!”
หวังฮูหยินเอ่ย “เจ้าลุกขึ้นมาพูด!”
หลิวฮูหยินก็มาพยุงนางด้วย “ฮูหยินน้อยลู่ เจ้ารีบลุกขึ้นเร็วเข้า! เจ้ามีความไม่เป็นธรรมอะไรก็พูดออกมาได้เลย ท่านพ่อข้าก็อยู่ด้วย เขาจะตัดสินให้เจ้าเอง! เจ้าไม่ต้องกลัว!”
“เฮอะ” ลู่หยวนแค่นเสียงเย็น
หย่งอันโหวเหงื่อเย็นผุดซึม รีบเอ่ยว่า “อย่าพูดจาส่งเดช! ผู้บัญชาการใหญ่ย่อมตัดสินได้เป็นธรรมและเที่ยงตรง ถึงคราวพวกเรามาตัดสินส่งเดชตั้งแต่เมื่อใด!”
ผู้บัญชาการใหญ่อารมณ์แปรปรวน นิสัยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เขาอารมณ์ดีก็จะช่วยเหลือและหาทางให้ความยุติธรรมกับชาวบ้านข้างทาง หากอารมณ์ไม่ดี ก็จะเห็นผู้บริสุทธิ์เป็นผักปลา
สิ่งที่เรียกว่าเที่ยงธรรมนั้น ก็เป็นเพียงความคิดชั่ววูบของเขาเท่านั้น
หวังฮูหยินเหยียดหยามลู่หยวนมาโดยตลอด นางดึงเมิ่งเชียนเชียนขึ้นมา “ไม่ต้องไปสนใจผู้บัญชาการใหญ่อะไรนั่น! เหตุใดตระกูลลู่จึงมัดเจ้าขังเจ้า เจ้าพูดมาได้เลย!”
ทุกคนสูดหายใจลึก หันไปมองอาลักษณ์หวังอย่างเห็นใจ
อาลักษณ์หวังเชิดหน้ายืดอก “ฮูหยินของข้าไม่หวาดกลัวต่ออำนาจบาตรใหญ่ พวกท่านอิจฉาล่ะสิ”
ทุกคน : สามีภรรยานิสัยเหมือนกันย่อมอยู่ด้วยกันได้ ท่านชนะแล้ว
เมิ่งเชียนเชียนตั้งสติ ก่อนเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “ที่คนตระกูลลู่ขังข้าก็เพราะ…ข้าอยากตรวจสอบความจริงให้กระจ่าง และเป็นเพราะยาเร่งบุตรนั่นเดิมทีต้องมาอยู่ในท้องข้า!”
ลู่หลิงหลงเอ่ยทั้งน้ำตา “ข้าก็บอกไปแล้วว่านึกว่าเป็นยาระบาย! อีกอย่างเจ้าก็มิได้กินมิใช่หรือ เหตุใดเจ้าถึงได้ความเป็นธรรมแล้วโต้แย้งไม่หยุดเลยเล่า”
เมิ่งเชียนเชียนแววตาแข็งกร้าว “ได้ความเป็นธรรมแล้วเหตุใดต้องหยุดด้วยเล่า” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ลู่หลิงหลงสะอึกอึ้ง “เจ้า…”
เมิ่งเชียนเชียนหันกลับไปมองแม่บ้านอู๋ที่แทบอยากจะขุดหลุมแล้วฝังตัวเองอยู่รอมร่อ “แม่บ้านอู๋ เจ้าว่าข้าพูดถูกหรือไม่”
แม่บ้านอู๋แววตาเร้นวาบ “ฮูหยินน้อย…บ่าวไม่เกี่ยวนะเจ้าคะ…”
เมิ่งเชียนเชียนจ้องนางเขม็ง “เอายามาจากไหน ซื้อมาให้ผู้ใดใช้”
“ยา…ยา…”
แม่บ้านอู๋ไม่กล้ามองตาเมิ่งเชียนเชียนตรงๆ
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยราบเรียบว่า “เจ้าเป็นคนสนิทของท่านย่า คงมิได้ให้ท่านย่าใช้หรอกกระมัง ท่านแม่กับอาสะใภ้รองก็ต่างมีบุตรกันหมดแล้ว คิดๆ ดูคงมิได้ให้พวกนางใช้เช่นกัน น้องเล็กเมื่อครู่เข้าใจผิดคิดว่ายาเร่งบุตรเป็นลูกอม จะมาขอจากเจ้า เจ้าโป้ปดไปว่านี่เป็นยาระบายกินไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นก็มิได้ซื้อมาไว้ให้น้องเล็กน่ะสิ”
แม่บ้านอู๋ “ข้า…ข้า…”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยนิ่งๆ ว่า “เมียนอกสมรสที่สามีข้าพากลับมาด้วย ตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว ถ้าอย่างนั้น ก็เหลือแค่ข้าแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าวางแผนทำร้ายนายหญิงของตระกูลมีโทษสถานใด”
หวังฮูหยินเอ่ย “เรื่องนี้ข้าเชี่ยวชาญ โบยจนตาย!”
แม่บ้านอู๋โผลงคุกเข่า “ฮูหยินน้อยไว้ชีวิตด้วย! ฮูหยินน้อยไว้ชีวิตด้วย! บ่าวก็ทำตามคำสั่งเช่นกัน…เหล่าฮูหยินเป็นคนให้บ่าวไปซื้อมา! คนที่คิดทำร้ายท่านคือเหล่าฮูหยิน!”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยเสียงเย็น “เจ้าเหลวไหล! เหตุใดท่านย่าต้องทำร้ายข้าด้วย”
แม่บ้านอู๋ฟ้องร้องทั้งน้ำตา “ท่านไม่ยอมมอบสินเจ้าสาวให้น่ะสิ เหล่าฮูหยินจึงอยากใช้ลูกมาบีบท่าน จึงซื้อยาเร่งบุตรมา อยากให้ท่านเข้าหอกับคุณชายใหญ่โดยไว จะได้มีบุตร”
ทุกคนปากอ้าตาค้าง
ยึดครองสินเจ้าสาวของหลานสะใภ้เรื่องพรรค์นี้นางก็ช่างกล้าทำ มิหนำซ้ำยังใช้วิธีทำลายหยินเช่นนี้ด้วย ช่างชั่วร้ายยิ่งนัก!
ช้าก่อน เมื่อครู่นี้หญิงรับใช้นางนี้ว่าอย่างไรนะ ให้ฮูหยินน้อยลู่เข้าหอกับลู่หลิงเซียวโดยไวอย่างนั้นรึ
แต่งงานมาห้าปี นึกไม่ถึงว่าพวกเขาสองคนจะยังมิได้เป็นสามีภรรยากันทางพฤตินัย!
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “เจ้ารู้หรือไม่ว่าให้ร้ายเจ้านายมีจุดจบอย่างไร”
แม่บ้านอู๋เอ่ยอย่างตระหนกว่า “บ่าวพูดความจริงทุกคำ! บ่าวสาบานต่อฟ้าดินได้! หากไม่เชื่อล่ะก็ พวกท่านไปตรวจสอบดูก็ได้ นี่มิใช่ครั้งแรกที่เหล่าฮูหยิน…”
“เจ้ามันบ่าวกลับกลอก!”
ลู่สิงโจวใช้เท้าถีบหน้าอกแม่บ้านอู๋ทีหนึ่ง นางล้มลงกับพื้น กระอักโลหิตออกมาแล้วสิ้นใจทันที
หวังฮูหยินขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ใต้เท้าลู่! นี่ท่านฆ่าคนเพื่อปิดปากหรือ”
ลู่สิงโจวเอ่ยโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าว่า “ข้าสืบเจอว่านางมีบางอย่างผิดปกติตั้งแต่แรกแล้ว เคยได้ไปหานางเป็นการส่วนตัว ให้นางกลับไปใช้ชีวิตยามชราที่บ้านเกิด ท่านแม่ก็เห็นด้วย เพียงแต่ท่านแม่เห็นแก่ที่เป็นนายบ่าวกันมานาน จึงอนุญาตให้นางฉลองปีใหม่ที่ตระกูลลู่ก่อนค่อยไป ไม่คิดเลยว่านางจะมีจิตใจเคียดแค้น ใช้วิธีชั่วช้าเช่นนี้ทำร้ายตระกูลลู่! ครอบครัวโชคร้าย ถึงได้มีโจรชั่วเช่นนี้ออกมา ทำให้ทุกท่านเห็นเรื่องขบขันเสียแล้ว”
เขาเอ่ยจบก็ไม่วายประสานมือขออภัยแก่ทุกคนด้วย
จากนั้นก็โค้งคำนับให้หลิวฮูหยินและใต้เท้าหลิวที่ตามมาทีหลัง “สหายหลิว ฮูหยินสะใภ้ สร้างปัญหาให้ตระกูลหลิว ข้าขออภัยต่อทั้งสองท่านไว้ ณ ที่นี้”
หลิวฮูหยินมองคนรับใช้บนพื้นหิมะ ก่อนขมวดคิ้ว
หึ
ลู่หยวนหัวเราะเหยียดหยาม “ลู่สิงโจว ข้านึกว่าตัวเองหน้าไม่อายมากแล้วนะ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเหนือชั้นกว่าข้ามากนัก”
ลู่หลิงเซียวสีหน้าทะมึน กำลังจะก้าวขึ้นหน้าโต้แย้ง ก็ถูกลู่สิงโจวดึงไว้เสียก่อน
ลู่สิงโจวเอ่ย “เรื่องในครอบครัวรบกวนผู้บัญชาการใหญ่เสียแล้ว ข้าน้อยขอรับผิด”
ลู่หยวนคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มหันมองเมิ่งเชียนเชียน “ฮูหยินน้อยลู่เห็นว่าอย่างไร”
เมิ่งเชียนเชียนก้าวขึ้นหน้าสองก้าว “ข้าน้อยแต่งเข้าตระกูลลู่มาตั้งแต่วัยเยาว์ ห้าปีมาแล้ว คืนเข้าหอสามียังมิทันได้เปิดผ้าคลุมหน้าก็ไปออกรบ แกล้งตายที่ชายแดน ไร้ข่าวคราวส่งกลับมา ข้าครองตนเป็นม่าย ปรนนิบัติแม่สามี กตัญญูต่อผู้อาวุโสในบ้าน สินเจ้าสาวทั้งหมดที่นำมาด้วยหนึ่งแสนกว่าตำลึง นำมาจุนเจือตระกูลลู่มหาศาล ข้ามีทั้งความรัก ความกตัญญูและคุณธรรมต่อตระกูลลู่ ทว่าสามีข้าปฏิบัติต่อข้าเช่นไร พ่อสามีบีบคั้นข้าเช่นไร ทุกท่านต่างได้ประจักษ์แล้ว เรื่องวางยานั้น ในเมื่อตายไปโดยไร้หลักฐาน ไม่พูดถึงก็แล้วไปเถิด ข้าขอถามท่านเจ้ากรมยุติธรรมเพียงคำเดียว สิ่งที่พ่อสามีกับน้องสามีกระทำต่อข้าในคืนนี้ เป็นสิ่งที่กฎหมายยอมรับได้หรือไม่”
เจ้ากรมยุติธรรมถอนหายใจเอ่ยว่า “ตามกฎหมายของราชสำนักเรา สามีไม่สามารถฆ่าหรือทุบตีทำร้ายภรรยาให้เกิดความเสียหายได้ และญาติฝ่ายสามี เช่น ลุง ป้า บิดามารดา พี่ชาย น้องชาย พี่สาว น้องสาวก็ไม่สามารถกระทำการเช่นนี้ได้เช่นกัน มิฉะนั้น…สามารถตัดความสัมพันธ์ได้”
เมิ่งเชียนเชียนคุกเข่าคำนับอีกหน “ท่านเจ้ากรมยุติธรรมผู้สูงส่ง ใต้เท้าทุกท่านผู้สูงส่ง วันนี้ข้าเมิ่งเชียนเชียนขอตัดความสัมพันธ์กับลู่หลิงเซียว!”
ขุนพลคนหนึ่งตะโกนขึ้น “มารดามันเถิด! นี่จะขอหย่าสามีรึ!”
สตรีเป็นฝ่ายเสนอขอตัดความสัมพันธ์ ก็เท่ากับขอหย่าสามีมิใช่หรือ
ลู่หลิงเซียวหน้าแดงเห่อ “เมิ่งเชียนเชียน!”
ลู่สิงโจวพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง เอ่ยกับเมิ่งเชียนเชียนว่า “น้องเล็กของเจ้ายังไม่เคยทำร้ายเจ้าเลย นางมีความคิดเช่นนี้ไม่ถูกต้องก็จริงอยู่ กลับไปข้าจะสั่งสอนให้เข้มงวดด้วยตัวเอง ส่วนข้า ข้าก็ไม่เคยแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ”
หวังฮูหยินเอ่ย “ท่านมัดนางไว้! ยังมีหน้าบอกว่าไม่เคยแตะต้องนางอีก”
เหล่าฮูหยินกุมท้องเดินโซเซมาจับประตูพยุงตัวพลางเอ่ยว่า “ไม่ได้มัด…ไม่ได้มัด! พวกเราเป็นพยานได้!”
ฮูหยินรองฝืนความเจ็บเอ่ยว่า “ใช่…พวกเรา…เป็นพยาน…ได้…”
เจ้ากรมยุติธรรมเอ่ยอย่างลำบากใจ “หากหลักฐานไม่พียงพอ เกรงว่ากรมยุติธรรมจะจัดการลำบาก”
ผู้ว่าการศาลต้าหลี่ถอนหายใจ “ใช่ว่าจัดการลำบาก แต่จัดการไม่ได้ต่างหาก”
ขุนพลที่ตะโกนเมื่อครู่ถามว่า “หมายความว่าอย่างไร”
ผู้ว่าการศาลต้าหลี่เอ่ย “แม้ว่ากฎหมายของราชสำนักเราจะเป็นเช่นนี้ ทว่ายังมิเคยมีตัวอย่างมาก่อน ตั้งแต่โบราณมามีแต่บุรุษขอหย่าภรรยานั้นง่ายดาย โลกนี้เดิมทีก็ไม่ยุติธรรมต่อสตรีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การหย่าร้างแบบสมานฉันท์ต่างฝ่ายต่างยินยอมทั้งคู่ยังยากเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตัดความสัมพันธ์เช่นนี้”
ลู่หลิงเซียวขมวดคิ้วมองเมิ่งเชียนเชียน “เจ้าก่อเรื่องอะไรของเจ้า ยังอับอายขายขี้หน้าไม่พออีกรึ กลับไปกับข้า!”
เขายื่นมือไปคว้าข้อมือเมิ่งเชียนเชียน แต่ถูกนางสะบัดออกอย่างเย็นชา
ลู่หยวนหรี่ตา
ซ่างกวนหลิงปรากฏตัวขึ้นด้านหลังลู่หยวนอย่างไร้สุ้มเสียง กระซิบเอ่ยว่า “ผู้บัญชาการใหญ่ คนตระกูลลู่ก็ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ฮูหยินน้อยลู่คงหมดหวังที่จะได้ออกจากตระกูลลู่แล้ว ท่านว่าควรจะ…”
เพิ่งจะเอ่ยได้ครึ่งเดียว เสียงแหลมสูงก็ดังขึ้นด้านหลัง “มีราชโองการมา…”