เกิดใหม่เป็นยอดดวงใจขุนนางจอมโฉด - ตอนที่ 58 ผู้บัญชาการใหญ่ก็มากินแตงเช่นกัน
เหล่าฮูหยินโดนฤทธิ์ยาทำให้สูญเสียสติไป ถ้อยคำนี้ตะโกนออกมา ยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกผิดปกติเลยมิใช่หรือ
สายตาตกตะลึงระคนสงสัยของทุกคนหันมามองเหล่าฮูหยิน
ลู่สิงโจวรู้สึกว่าเรื่องราวในคืนนี้มันยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว แรกเริ่มบุตรชายโมโหลู่หลิงหลงแม่คนไม่เอาอ่าว จากนั้นลูกสะใภ้ก็แย่งขวดยาไปให้หมอหลวงทั้งสอง สุดท้ายมารดาเขาก็เสียกิริยาเผยพิรุธออกมา
เขาก็ยังห้ามไม่ได้สักคน!
เขาถลึงตาใส่เมิ่งเชียนเชียนอย่างแรง หากบอกว่าปฏิกิริยาของบุตรชายกับมารดาเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์คับขัน แต่เห็นได้ชัดเลยว่านางจงใจทำให้เป็นเรื่องใหญ่
เมิ่งเชียนเชียนไม่สนใจสายตาคมกริบของเขาเลยแม้แต่น้อย ปรับตะเกียงในมือลู่หลิงเซียวให้สว่างจนสุด
ในขณะนั้นเอง บรรดาสตรีที่รั้งอยู่ในห้องเพื่อหลบบุรุษ แต่ละคนผุดขึ้นมาประหนึ่งหน่อไม้หลังฝนตก
เรื่องชาวบ้าน...เอ่อ ชีวิตสำคัญที่สุด!
หลิวฮูหยินก็ได้กลิ่นลมพัดแรงก่อนฝนจะมา[2]เช่นกัน นางจึงส่งสายตาให้สาวใช้คนสนิท
สาวใช้ถอยออกไปอย่างไม่กระโตกกระตาก
ลู่สิงโจวเห็นเข้าก็ร้อนรนขึ้นมาในใจ เขากำหมัดแน่น
แม้ว่าในขวดยาจะไม่มียาแล้ว ทว่าเนื่องจากปิดไว้แน่นสนิทดี กลิ่นจึงยังเข้มข้นมาก หูย่วนพั่นใช้เข็มเงินปาดเศษยาที่เหลืออยู่ก้นขวดออกมาไม่น้อย
เท่านี้ก็มากพอให้วินิจฉัยแล้ว
ลู่สิงโจวสาวเท้ายาวๆ มาหยุดตรงหน้าฮูหยินน้อยหลิว ก่อนประสานมือให้ “ฮูหยินสะใภ้ มารดาข้ากับน้องสะใภ้เข้าใจผิดกินยาระบายเข้าไป เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในตระกูลลู่ของข้า ขอฮูหยินสะใภ้กับแขกทุกท่านหลบเลี่ยงออกไปด้วย พวกเราจะจัดการกันเอง”
หลิวฮูหยินเกิดความลังเลขึ้นมา
อันที่จริงนางอยากจะรู้ความของเรื่องนี้ ทว่าลู่สิงโจวพูดมาก็มีเหตุผล ในเมื่อลู่สิงโจวยอมรับว่าเป็นเรื่องภายในตระกูลของพวกเขา ตนก็ไม่มีเหตุผลให้ยื่นมือไปยุ่งอีกจริงๆ
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยว่า “ท่านพ่อ หมอหลวงบอกว่ายาที่ท่านย่ากับอาสะใภ้รองกินไปมิใช่ยาระบายนะเจ้าคะ”
ลู่สิงโตตวาดกร้าว “เจ้าไม่มีสิทธิ์พูดจาที่นี่!”
ท่าทีที่บิดามีต่อเมิ่งเชียนเชียน ทำให้ลู่หลิงเซียวขมวดคิ้ว ทว่าบุตรไม่อาจว่ากล่าวบิดา สุดท้ายเขาก็ข่มเอาไว้มิได้เอ่ยคำ
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนว่า “ท่านย่ากับอาสะใภ้รองถูกวินิจฉัยว่ามีสัญญาณชีพจรมงคล ท่านพ่อไม่อยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้พวกนางหรือเจ้าคะ”
“สวรรค์!”
ฮูหยินนางหนึ่งร้องอุทานขึ้นหน้าประตู
คนอื่นๆ ก็สูดหายใจลึกตามๆ กัน!
สัญญาณชีพจรมงคล?
แตงลูกนี้อร่อยยิ่งนัก![3]
เหล่าฮูหยินคิดอยากบีบคอเมิ่งเชียนเชียนให้ตายขึ้นมาแล้ว นางเด็กสมควรตายนี่ ตั้งแต่เซียวเกอร์พาผู้หญิงกลับมาด้วย ก็ราวกับโดนผีเข้าสิงอย่างไรอย่างนั้น เป็นปรปักษ์กับนางทุกวิถีทางเลย!
อยากทำร้ายให้ตนตายรึ!
ย่วนพั่นทั้งสองก็ลำบากใจมากเช่นกัน
พูดหรือไม่พูดดี
เรื่องภายในบ้านของคนเขา เข้าไปยุ่งคงจะไม่ดีกระมัง
อีกด้านหนึ่ง สาวใช้ของหลิวฮูหยินก็หาตัวหย่งอันโหวเจอแล้ว
เขาวุ่นอยู่ค่อนราตรี เพิ่งมาพักที่เพิงที่นั่ง ถือโอกาสทักทายเหล่าสหายเก่าสองสามคำ
ลู่หยวนก็อยู่ด้วย ทว่าลู่หยวนหลับตาอยู่ ท่าทางห้ามคนเข้าใกล้ เขาไม่กล้าเดินไปทักทาย
เมื่อสาวใช้มาแจ้งเขาว่า ลู่เหล่าฮูหยินกับฮูหยินรองลู่กินของผิดอยู่ในห้องส่วนตัว รบกวนใต้เท้าย่วนพั่นทั้งสองให้ไปตรวจ ปฏิกิริยาแรกของหย่งอันโหวคือเกิดเรื่องกับแขกเสียแล้ว เกรงว่าตระกูลหลิวต้องรับผิดชอบ
เขาจึงตัดสินใจไปจัดการด้วยตัวเอง
ในโถงทำพิธีมีขุนนางไม่น้อยตามมาด้วย
หลังออกจากเพิงที่นั่ง ทุกคนก็พรูลมหายใจโล่งอก
มารดามันเถิด!
ในที่สุดก็หาข้ออ้างที่เหมาะสมปลีกตัวออกมาได้เสียที หากยังอยู่ในสายตาของผู้บัญชาการใหญ่ต่อไป พวกเขาได้เสียขวัญจนล้มป่วยแน่!
แม้ว่าทำเช่นนี้จะไร้คุณธรรม ทว่าขุนนางตั้งหลายคนต่างเดินอาดๆ หลังตั้งตรง เกือบจะหลุดยิ้มออกมา
“อีกไกลหรือไม่”
เจ้ากรมธรรมการตบบ่าชายหนุ่ม ก่อนโอบเขาเอาไว้ “ใกล้แล้ว เจ้าร้อนใจอะไร เห็นภูเขาจำลองลูกนั้นหรือไม่ อ้อมไปก็เป็นตระกูลหลิวแล้ว ว้ากกก!”
เมื่อเจ้ากรมธรรมการเห็นข้างหลังอีกฝ่ายชัดเจนแล้วว่าเป็นใคร ก็กระโดดผึงทีเดียวสูงสามจั้ง[4] โผลงคุกเข่ากับพื้น “ข้าน้อยไร้มารยาท! ขอผู้บัญชาการใหญ่อภัยด้วย!”
ลู่หยวนสองมือซุกหมอนอุ่น เอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า “รีบเดินหน่อย หนาว”
“ขอรับ…ขอรับ…” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เจ้ากรมธรรมการจะร้องไห้รอมร่ออยู่แล้ว
สตรีสองนางปวดท้อง ท่านตามมาด้วยเพื่อการใด
บรรดาขุนนางลอบโอดครวญอยู่ในใจ ขุนนางอย่างพวกเขาไปล่วงเกินผู้ใดเข้าหนอ เหตุใดจึงส่งดาวหายนะผู้นี้มาตามหลอกตามหลอนด้วย
เมื่อทั้งคณะเข้ามาในลานเรือน ย่วนพั่นทั้งสองก็กำลังออกมาจากห้อง
หย่งอันโหวรีบเข้าไปสอบถาม “ใต้เท้าทั้งสอง ลู่เหล่าฮูหยินกับฮูหยินรองลู่เป็นอะไรไป ร้ายแรงหรือไม่ ต้องใช้ยาอะไร รีบเขียนเทียบยามา ข้าจะให้คนไปเอา!”
ทั้งสองมองหน้ากัน สีหน้าซับซ้อน
หย่งอันโหวตกใจ “คงมิใช่ว่า…ถึงแก่ชีวิตกระมัง”
หูย่วนพั่นรีบเอ่ยว่า “ไม่ถึงขั้นนั้น ไม่ถึงขั้นนั้น…”
หย่งอันโหวรีบถามว่า “เช่นนั้นมันอย่างไรเล่า พวกท่านรีบพูดมาสิ!”
ทั้งสองละล้าละลัง
พวกเขาเป็นหมอ มีหน้าที่รักษาความลับของคนไข้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาก็ตกปากรับคำลู่สิงโจวไปแล้ว
ขณะนั้นเอง ไม่รู้ผีตนไหนตะโกนขึ้นว่า “ผู้บัญชาการใหญ่อยู่ที่นี่! ทั้งสองท่านยังจะปิดบังอีกหรือ”
ทุกคนแววตาเป็นประกาย หลีกทางให้อย่างรู้กันสุดจะเปรียบ ก่อนจะหันไปมองลู่หยวนที่เดินมารั้งท้ายสุด
อารมณ์หงุดหงิดหลังตื่นนอนของผู้บัญชาการลู่รุนแรงยิ่ง ง่วงจะตายอยู่แล้ว หว่างคิ้วเย็นเยียบสุดแสน “ว่ามา”
แม้จะบอกว่าจรรยาบรรณในวิชาชีพสำคัญมาก ทว่าชีวิตสำคัญยิ่งกว่า!
“ใต้เท้าจั่ว ท่านเป็นคนตรวจ! ท่านพูดเถิด!”
ต่อให้คนอื่นจะตายก็ตายไป ตนห้ามตาย!
ใต้เท้าจั่วสะดุ้งโหยง : เจ้าคนแซ่หู! เจ้ามันไร้คุณธรรม!
“เป็นยาเร่งบุตร”
ใต้เท้าจั่วไม่มีทางเลือกจำต้องกัดฟันพูดออกมาทุกอย่าง “ ‘ยาวิเศษ’ ชนิดหนึ่งที่แพร่หลายในหมู่ชาวบ้าน มีตังกุย[5] สูตี้[6] รากแห้งของโบตั๋น[7] ฮั่นเหลียนเฉ่า[8] น้ำผึ้งและอื่นๆ เป็นส่วนประกอบ ใช้สำหรับปรับสมดุลเลือดลม ทว่าเนื่องจากเพิ่มโสมทะเลทราย[9] หยินหยางฮั่ว[10]เข้าไปด้วยเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้จึงมีฤทธิ์กระตุ้นอารมณ์อยู่บ้าง นอกจากนี้ ในยาวิเศษผสมตันซา[11]กับดอกลำโพง[12]ในปริมาณมาก หลังจากกินไปแล้ว จะทำให้เกิดสัญญาณชีพจรตั้งครรภ์เทียม ทว่าความจริงแล้วมิได้มีครรภ์จริงๆ”
รองเจ้ากรมธรรมการเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้น ยาเร่งบุตรนี้ก็เป็นยาเก๊น่ะสิ!”
ใต้เท้าจั่วพยักหน้า “ถูกต้องแล้ว ยานี้ทำร้ายคนร้ายแรงนัก มีแค่คนที่มองหาวิธีการหรือทางลัดที่ไม่ถูกต้องเท่านั้นที่จะถูกหลอกเอา”
ลู่หยวนเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย “ใต้เท้าจั่วช่างมีความรู้กว้างขวางทีเดียว”
ใต้เท้าจั่วรีบอธิบายว่า “ที่ข้าน้อยรู้จักยานี้ เพราะเคยตรวจคนไข้ที่ถูกยานี้ทำร้ายมามากมายแล้ว อาการเบาหน่อยก็ตั้งครรภ์มิได้อีก หากสาหัสก็เกิดเป็นโรคเรื้อรัง อาการชี่พร่องตลอดชีวิต”
ลู่หยวนทอดมองประตูห้องที่ปิดสนิทนิ่งๆ “ลู่สิงโจว เจ้าหน้าใหญ่เสียจริง ข้ามาถึงนานขนาดนี้แล้ว ยังให้ข้ารอเจ้าอยู่ในลานเรือนอีกหรือ”
ลู่สิงโจวพาคนตระกูลลู่ออกมาต้อนรับ
เขาคำนับให้พลางเอ่ยว่า “ข้าน้อยมิกล้า เมื่อครู่นี้ดูแลมารดาอยู่ในห้อง จึงล่าช้าไปบ้าง ขอผู้บัญชาการใหญ่โปรดอภัย”
ลู่หยวนเอ่ยอย่างไม่ยี่หระว่า “เจ้าอกตัญญูนี่นา ให้มารดากินยาพรรค์นี้ ทำไม ตัวเองไม่เอาไหน อยากให้มารดามีน้องชายให้เจ้าเพิ่มอีกรึ”
ทุกคน : สังหารคนที่จิตใจโดยแท้ สมกับเป็นผู้บัญชาการใหญ่ผู้มีวาจาเราะราย!
ทว่า ยานี้ลู่สิงโจวเป็นคนวางหรือ เหตุใดเขาต้องวางยาเร่งบุตรให้มารดาตัวเองด้วยเล่า
ลู่สิงโจวอับอายกลายเป็นโกรธ อธิบายว่า “ผู้บัญชาการใหญ่เข้าใจผิดแล้ว มารดากับน้องสะใภ้เพียงกินยาผิดเท่านั้น มิได้มีผู้ใดวางยาให้!”
[1] กินแตง ภาษาอินเตอร์เน็ต แปลว่า สอดรู้เรื่องชาวบ้าน
[2] ลมพัดแรงก่อนฝนจะมา เปรียบเปรยถึงบรรยากาศตึงเครียดก่อนที่จะเกิดการปะทะกัน
[3] แตงลูกนี้อร่อย ภาษาอินเตอร์เน็ต เปรียบเปรยว่าเรื่องชาวบ้านเรื่องนี้สนุก
[4] จั้ง (หน่วยวัดความยาว) 1 จั้ง ประมาณ 3.33 เมตร
[5] ตังกุย บำรุงเลือด ช่วยการไหลเวียนของเลือด ทำให้ประจำเดือนสม่ำเสมอ ระงับปวด ทำให้ลำไส้ชุ่มชื้นและช่วยระบาย
[6] สูตี้ บำรุงเลือด และปรับระบบเลือด ซึ่งครอบคลุมเรื่องของการบำรุงเลือด สร้างเลือด ขับเคลื่อนเลือด สลายก้อนเลือด ระงับอาการปวดจากการอุดตันของเลือด
[7] รากแห้งของโบตั๋น บำรุงเลือด ปรับประจำเดือนให้ปกติ เสริมและเก็บกักอินของเลือดระงับเหงื่อ ทำให้ตับชุ่มชื้น ระงับปวด ปรับสมดุล
ของหยางในตับ
[8] ฮั่นเหลียนเฉ่า แก้ลมให้กระจาย แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ ห้ามเลือด บำรุงเลือด แก้โรคโลหิตจาง แก้ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด แก้ไอกรน แก้ริดสีดวงทวาร แก้เจ็บตา แก้เจ็บคอ ใช้ทาพอก แก้ผื่นคัน แก้ฝีพุพอง รักษาแผลตกเลือด
[9] โสมทะเลทราย เสริมสมรรถภาพทางเพศ บำรุงเลือด เพิ่มสารน้ำ ลดอาการปวดเมื่อยเอว
[10] หยินหยางฮั่ว จัดอยู่ในกลุ่มสมุนไพรบำรุงหยาง ออกฤทธิ์ตามเส้นลมปราณ ไต และตับ
[11] ตันซา สารประกอบแร่ชนิดหนึ่งที่มีสีแดง หรือปรอทแดง มักใช้เป็นส่วนผสมในยาเพื่อรักษาหรือบำบัดบางโรค แต่สารนี้มีพิษสูงและต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
[12] ดอกลำโพง มีหลายสีและก็ใช้เป็นสมุนไพรได้ ขณะเดียวกันก็มีพิษร้ายแรงโดนพิษเข้าไปจะแสดงอาการภายในเวลา 5-10 นาที ปากและคอจะแห้ง กระหายน้ำรุนแรง เริ่มพูดไม่ชัด ปวดศีรษะ มีไข้ หายใจติดขัด ตาแข็ง ตาพร่า ผิวหนังร้อนแดงและแห้ง กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน ถ้าหนักหน่อยจะเริ่มสับสน มึนงง ตื่นเต้น มีอาการประสาทหลอนทั้งหูและตา บางคนอาจมีพฤติกรรมคล้ายโรคจิต เพ้อฝัน