เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 124 สือหลิว (1)
Content warning : มีเนื้อหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งนำไปสู่การฆาตกรรม
บทที่ 124 สือหลิว (1)
เมื่อเปรียบเทียบหุบเขาชิงเซี่ยเมื่อหกปีก่อนกับตอนนี้ นอกจากอาคารที่ทันสมัยเพิ่มมากขึ้นแล้ว นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแตกต่าง
เถ้าแก่ผู่ชื่นชอบสภาพแวดล้อมอันเงียบสงบและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของที่นี่ เขาจึงต้องการสร้างรีสอร์ตฤดูร้อนสำหรับพวกคนรวยบนหุบเขาชิงเซี่ย
เขานำคนของทีมงานโปรเจกต์มาสำรวจ โชคไม่ดีที่วันนั้นฝนตกหนัก มีหินขวางถนนจนออกไปไม่ได้ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอาศัยบ้านของชาวบ้านในพื้นที่
“สถานที่นี้ยอดเยี่ยมมากเลย ยามค่ำดื่มไวน์ สัมผัสสายลม สบายกว่านี้ไม่มีแล้ว”
“มา ๆๆ ผมจะเทให้เจ้านายจนเต็มเลย”
ด้วยรู้ว่าถ้าไม่ได้ดื่มเจ้านายจะไม่มีความสุข ลูกน้องทั้งหลายจึงตั้งใจรินเหล้าให้เขา
หลังจากดื่มไปหลายแก้ว เถ้าแก่ผู่ก็ออกไปข้างนอกเพื่อเข้าห้องน้ำ ตอนนั้นเองเขาเห็นสาวน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งมองสายฝนอยู่หน้าประตูในลานหน้าบ้านเล็ก ๆ ที่ชั้นล่าง
เธอคือสือหลิว ลูกสาวของชาวบ้านในท้องถิ่นที่ให้พวกเขาพักอาศัย
เธอสวมชุดสีแดงราวกับเปลวเพลิง รอยยิ้มบนใบหน้าสดใสและไร้เดียงสา เหมือนดอกไม้ที่บอบบางที่สุดบนกิ่งไม้ในฤดูใบไม้ผลิ
เถ้าแก่ผู่ซ่อนประกายและราคะของสัตว์ป่า แสร้งทำเป็นสับสนเพราะความมึนเมา ขอให้เด็กสาวตัวน้อยนำทางไปห้องน้ำ จากนั้นฉวยโอกาสที่เด็กสาวไม่ทันระวังดึงเธอเข้าไปในห้องน้ำด้วย
“อย่านะ! ฮือ ๆ ขอร้องละ ปล่อยฉันไปเถอะ! ฉันจะไม่บอกใครเลย คุณปล่อยฉันไปเถอะนะ…” ใบหน้าเล็ก ๆ ของเด็กสาวเต็มไปด้วยความตกใจ หวาดกลัวจนสั่นไปทั้งตัว
“ชู่ ไม่ต้องกลัว ฉันมีเงิน ตอนนี้เธอทำให้ฉันมีอารมณ์แล้ว จากนี้เธอจะมีความสุขเอง” การขัดขืนของสือหลิวเหมือนกับสัตว์ตัวน้อยที่น่าสงสารและมันก็ยิ่งกระตุ้นให้เถ้าแก่ผู่เกิดความรู้สึกกระหายของนักล่า
ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์ ตัณหาราคะพุ่งสูงขึ้น เขาตรึงตัวเธอไว้ใต้ร่างเขาอย่างแน่นหนา
“ฉันไม่ต้องการ! พ่อช่วยหนูด้วย อื้อ อื้อ…” เถ้าแก่ผู่เห็นเธอจะร้องตะโกน เขาก็บีบคอเธอโดยสัญชาตญาณ
สีหน้าของสือหลิวดุร้าย เธอเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก แต่ก็ยังคงขัดขืนอย่างหนัก เธอข่วนแผ่นหลังของเถ้าแก่ผู่ลึกมากจนมองเห็นเนื้อที่หลังเขาได้
……
ทั้งห้องเงียบสนิท ไม่มีใครคิดว่าฆาตกรจะเป็นเถ้าแก่ผู่จริง ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่ถามน้ำเสียงเย็นชา “คุณฆ่าเธอเหรอ?”
“เธอลงมือกับฉันก่อน เธอจะฆ่าฉัน เล็บยาวเฟื้อยนั่นต้องการทิ่มตาฉันให้บอด แล้วเธอยังคิดจะตะโกนเรียกคนอื่นด้วย ฉันอดกลั้นไม่ไหวชั่วขณะเลยบีบคอเธอ”
เถ้าแก่ผู่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วกล่าวอย่างจริงใจว่า “เดิมฉันตั้งใจแค่จะทำให้เธอสงบลงหน่อยเท่านั้น ไม่ได้คิดจะบีบคอเธอให้ตายจริง ๆ”
[ทำไปได้! แกบังคับขืนใจผู้หญิงแล้วยังไม่ยอมให้คนอื่นใช้กำลังกับแกงั้นเหรอ?]
[อะไรคืออดกลั้นไม่ไหวชั่วขณะ? เหลวไหลทั้งเพ แกมันฆาตกร!]
[หมอนี่หน้าเนื้อใจเสือ แค่มีเงินสกปรกเยอะแล้วอยากทำอะไรก็ได้เหรอ? เวรเอ๊ย ฉันจะสับแกให้แกรู้สึกดี!]
เฝ่ยไป๋ลู่ซักถามต่อ “จากนั้นล่ะ? คุณทำยังไงกับศพของสือหลิว?”
“โยน โยนทิ้งลงแม่น้ำหลังบ้าน” เถ้าแก่ผู่จำเหตุการณ์ในคืนนั้นได้ชัดเจนอย่างยิ่ง “ฝนตกหนัก ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉันโยนสือหลิวลงไป ถึงมีคนพบศพก็คิดจะใช้ข้ออ้างว่า เธอลื่นตกลงไปในน้ำ นั่นก็คงปกปิดได้เช่นกัน”
หลังจากทิ้งศพแล้ว เถ้าแก่ผู่กลัวว่าจะมีคนสงสัยตัวเอง เขาจึงกัดฟันทนต่อความเจ็บปวดที่หลังและกลับไปดื่มกับลูกน้อง ดื่มไปจนถึงเที่ยงคืน ตอนเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นก็ทักทายคนในครอบครัวของสือหลิวก่อนถึงออกเดินทาง โดยไม่แสดงความผิดปกติใด ๆ
คืนที่ฝนตกปรอย ๆ ปกปิดบาปชั่วร้ายของเขาไว้
ไม่มีใครรู้ว่าในค่ำคืนนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งที่เหมือนดอกไม้ได้เหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็วและหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เถ้าแก่ผู่กล่าวว่า “หลังฉันจากไป ฉันยกเลิกโปรเจกต์หุบเขาชิงเซี่ยด้วยเหตุผลว่าการคมนาคมไม่สะดวก และไม่กล้าเข้ามาที่นี่อีก”
เฝ่ยไป๋ลู่ถามอีก “ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณถึงปรากฏตัวที่นี่อีก?”
“สือหลิวกลายเป็นผีแล้วคอยติดตามฉัน ทรมานฉัน หลายปีที่ผ่านมานี้ฉันไม่เคยนอนหลับอย่างสงบเลย”
“มีท่านอาจารย์แนะนำฉันว่า ต้องหาศพของสือหลิวให้เจอ ปราบเธอ แล้วเธอจะไม่กล้ามารบกวนอีก ฉันจึงมาที่หุบเขาชิงเซี่ย นึกไม่ถึงว่า…” นึกไม่ถึงเลยว่าแค่คืนแรกก็เห็นศพของสือหลิวแขวนอยู่ที่ประตู
เสียงของเถ้าแก่ผู่เริ่มสั่นเทา เขามองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ ม่านตาเขาพร่ามัว “ฉันสวดพระสูตรกราบไหว้พระพุทธเจ้า เพื่อชดใช้ความผิดที่ตัวเองก่อ ทำไมเธอไม่ปล่อยฉันไป?”
[ถุย! สวดมนต์กี่ปีถึงจะเท่ากับชีวิตคนหนึ่งคน? ขยะแขยงจนอยากอ้วกแล้ว!]
[การชดใช้ที่แท้จริง คือสารภาพความจริง ขอโทษครอบครัวสือหลิวและยอมรับโทษตามกฎหมาย คุณไม่จำเป็นต้องหาข้อแก้ตัวที่เห็นแก่ตัวมากมายขนาดนั้นอีก]
[นี่มันไม่ถูกนะพี่น้อง ครอบครัวของสือหลิวล่ะ? ทำไมครอบครัวของสือหลิวถึงไม่แจ้งตำรวจเรื่องสือหลิวล่ะ? หรือว่าพวกเขารับเงินจากเถ้าแก่ผู่ไม่ให้ดำเนินคดีใช่ไหม?]
เฝ่ยไป๋ลู่เป็นกระบอกเสียงแทนชาวเน็ต เธอถามว่า “ครอบครัวของสือหลิวล่ะ?”
ใบหน้าเถ้าแก่ผู่สับสน เขาพูดตะกุกตะกัก “ดูเหมือนพวกเขาจะย้ายบ้านไปหลังจากที่สือหลิวตาย ฉันเองก็ไม่รู้”
ดวงตาของเจียงชิงที่อยู่ด้านข้างแดงก่ำ เขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “คุณไม่รู้ หรือว่าคุณแค่เดินจากไป โดยไม่ได้สนใจว่าครอบครัวของสือหลิวจะอยู่หรือตาย?”
เถ้าแก่ผู่ก้มศีรษะลง
อันที่จริงเขาไม่ได้รู้สึกอะไรมากนักกับการตายของสือหลิว นับประสาอะไรกับครอบครัวของสือหลิว ถึงยังไงผู้หญิงก็มีอีกมากมาย
ถ้าไม่ใช่เพราะหลายปีมานี้ผีสือหลิวหลอกหลอนเขา บางทีเขาอาจลืมเหตุการณ์เก่า ๆ เช่นนี้ไปแล้วก็ได้
[ฉันไม่เห็นความสำนึกเสียใจบนหน้าเถ้าแก่ผู่เลย เหมือนกับว่าชีวิตมนุษย์ไม่มีค่าอะไรในสายตาเขา]
[ไอ้สารเลวนี่! ฉันแทบรอไม่ไหว อยากจะชกแกผ่านหน้าจอจริง ๆ!]
[ถ้าครอบครัวสือหลิวรู้ความจริง บางทีคงเสียใจตาย ตอนนั้นจิตใจดียอมให้คนอื่นมาพักอาศัย แต่ผลลัพธ์กลายเป็นแบบนี้ โธ่…]
“สือหลิวน่าสังเวชมาก ครอบครัวสือหลิวก็น่าสงสารเช่นกัน ช่างเป็นหายนะที่คาดไม่ถึงจริง ๆ เดรัจฉานในคราบมนุษย์อย่างเถ้าแก่ผู่สมควรถูกตอนทิ้ง คุณว่าไหมปู่เฉิง?” เหมียวจื่ออั๋งขยี้ตาที่กำลังจะร้องไห้ ความสามารถในการเอาใจใส่ของเขาไม่เป็นสองรองใคร
เดิมเหมียวจื่ออั๋งคิดว่าปู่เฉิงจะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลย เพราะปู่เฉิงเป็นคนมีนิสัยสันโดษ ห่างเหินและไม่พูดเรื่องไร้สาระมากนัก
อย่างไรก็ตาม โดยไม่คาดคิด ปู่เฉิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หดหู่เศร้าหมอง
เหมียวจื่ออั๋งเห็นชั้นน้ำวาววับในตาอีกฝ่าย เขาจึงเอื้อมมือไปตบบ่าปู่เฉิง พลางคิดในใจว่าปู่เฉิงแปลก ๆ นิดหน่อย แต่คนเราก็มีความรู้สึกกันทั้งนั้น “ปู่เฉิงอย่าเศร้าไปเลยนะครับ มีชาวเน็ตเป็นพยานให้มากมาย เจ้าหมอนี่ต้องถูกส่งเข้าคุกแน่”
“ใส่กระโปรงสีแดงมาดูฝนตอนดึก ๆ ใครจะรู้ล่ะ…บางทีเธอเห็นเถ้าแก่ผู่รวยเลยคิดจะอ่อยเขาเองหรือเปล่า แต่กลับมาเสียใจเอาตอนที่เรื่องดำเนินไปได้ครึ่งทางแล้ว เลยโดนเถ้าแก่ผู่บีบคอตายโดยไม่ตั้งใจ”
ผู้หญิงคนหนึ่งในครอบครัวสี่คนกระซิบกับสามีของเธอ สามีดึงเธอแล้วพูดเสียงเครียดว่า “เบาเสียงลงหน่อย อย่าซุบซิบนินทา!”
“พูดแค่ไม่กี่คำไม่ได้เสียเงินไม่ใช่รึไง? ถ้าให้ฉันพูด สือหลิวคนนี้ก็ไม่ได้บริสุทธิ์ไร้เดียงสา เถ้าแก่ผู่รวยขนาดนี้ ผู้หญิงแบบไหนที่เขาไม่เคยเจอบ้าง? สือหลิวจะต้องอ่อยเขา…” ผู้หญิงคนนั้นไม่เห็นด้วย ทว่าก่อนที่เธอจะพูดจบ ใบหน้าของเธอก็บิดเบี้ยวทันที
ผู้หญิงคนนั้นก้มศีรษะลง พลันก็เห็นเส้นลวดเส้นหนึ่งบนแขนของเธอ ปลายแหลมมีเนื้อห้อยลงมาอยู่นิดหน่อย เสื้อผ้าที่อยู่บริเวณโดยรอบเปียกโชกไปด้วยเลือดอย่างรวดเร็ว
“อ๊าก!!!” สามีตกใจมากจนฉี่รดกางเกง
“ปู่ ปู่เฉิง…” เหมียวจื่ออั๋งตกตะลึงอ้าปากค้าง ตกใจจนปิดปากไม่ได้ ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นคนชั่วได้ล่ะ?
ใบหน้าชราของปู่เฉิงไร้ความรู้สึก เขาดึงเส้นลวดที่เจาะแขนผู้หญิงออก เสียงดัง ‘ฟึบ’ และเลือดสด ๆ ก็ไหลออกมา
[ให้ตายเถอะ ฉันจะออกจากห้องถ่ายทอดสดไปโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ทำไมที่นั่นถึงเป็นงี้ไปได้ล่ะ?]
[ฉันมึน ดูเหมือนผู้หญิงปากเสียคนนี้จะบอกว่าสือหลิวอ่อยเถ้าแก่ผู่ จึงสมควรตายแล้ว แต่จู่ ๆ ปู่เฉิงก็แทงเธอ…]
[พูดก็พูดเถอะ ผู้หญิงคนนี้ก็พูดเกินไป ทฤษฎีโทษเหยื่อบ้าอะไรกัน? แค่ตอนกลางคืนสวมชุดนอนสีแดงคือยั่วยวนคน? ฉันอยากไปจัดการเธอจริง ๆ]
[คำพูดพวกนั้นได้ยินแล้วทำให้โกรธจริง ๆ นั่นแหละ แต่ก็ไม่ถึงกับต้องแทงคนอื่นเช่นกัน เลือดออกเยอะมาก ปู่เฉิงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเหรอ?]
[เอ้อ ปู่เฉิงคงไม่ใช่คนในครอบครับของสือหลิวหรอกนะ?]
“เถ้าแก่ผู่ แกจำฉันไม่ได้จริง ๆ” เส้นลวดในมือของปู่เฉิงเต็มไปด้วยเลือด ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของเขาทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวราวกับเขาเป็นผีร้าย
ทุกครั้งที่เขาก้าวมาด้านหน้า เถ้าแก่ผู่จะก้าวถอยหลังอย่างสั่นเทา “คุณ คุณ คุณคิดจะทำอะไร?”
เขาไม่น่าจะมีความแค้นใด ๆ กับชายชราคนนี้ไม่ใช่เหรอ?