เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 123 ความจริง (2)
บทที่ 123 ความจริง (2)
“ศพผู้หญิงศพนี้น่าจะอายุประมาณสิบหกถึงยี่สิบปี บนตัวมีรอยฟกช้ำ เธอถูกล่วงละเมิดทางเพศก่อนจะเสียชีวิต รอยบีบบนคอทำให้เธอหายใจไม่ออกจนตาย เล็บที่ฉีกขาดแบบนี้อธิบายได้ว่า ขณะที่เธอขัดขืนได้ฝากบาดแผลที่ลึกมากไว้กับอีกฝ่าย” เฝ่ยไป๋ลู่เดินมาอยู่ด้านหน้าของศพ
ทันใดนั้นดวงตาของเถ้าแก่ผู่พลันมีแสงปรากฏ “คุณบอกว่าเธอขัดขืนก่อนตาย ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ฉันจะลงมือ บนตัวฉันนอกจากบาดแผลเก่ากลางฝ่ามือแล้วก็ไม่มีแผลอื่นเลย”
เฝ่ยไป๋ลู่ส่งเสียงอืม เห็นด้วยกับคำพูดนี้
ทว่าก่อนที่เถ้าแก่ผู่จะพ่นลมหายใจที่ติดอยู่ตรงลำคอออกมา เขาก็ได้ยินเฝ่ยไป๋ลู่ถามอย่างสงสัย “ตอนนี้คุณไม่ได้บาดเจ็บ นั่นหมายความว่าก่อนหน้านี้คุณไม่ได้รับบาดเจ็บงั้นเหรอ?”
[หา?]
[ประโยคนี้คลุมเครือมาก ไม่เข้าใจเลยว่าไป๋ลู่กำลังพูดถึงอะไร?]
[พูดไม่ออกเลย ยังคิดอยู่เลยว่าสตรีมเมอร์จะพูดเรื่องที่ทำให้โลกตกใจจนผีและเทพเจ้าต้องร้องไห้ แต่กลับ…เป็นสิ่งนี้เหรอ? เปิดฉากอย่างเร้าใจ และจบลงอย่างเหงาหงอย อันฟอลเลยดีกว่า]
[บาดแผลก่อนหน้านี้ เกี่ยวข้องบางอย่างกับการค้นหาฆาตกรในตอนนี้ใช่ไหม? ไป๋ลู่จะต้องมีความแค้นส่วนตัวกับเถ้าแก่ผู่สินะเลยทำแบบนี้กับเขา!]
[ความสามารถในการโกหกของเธอแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ฉันสงสัยด้วยซ้ำว่าการออนไลน์ครั้งก่อน ๆ ทั้งหมดของเธอคือการหลอกลวง]
หน้าจอมีคลื่นคำถามหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด แอนตี้ที่ซุ่มมานานหลายวันในที่สุดก็ได้สำแดงเดชเต็มที่ พวกเขาเคาะแป้นพิมพ์พร้อมเสียงหัวเราะชั่วร้ายอย่างตื่นเต้น
พออ่านความคิดเห็นบนหน้าจอที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเลวร้าย เหมียวจื่ออั๋งพลันเงยหน้าขึ้นและรู้สึกชาวาบ ดูเหมือนว่าไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเป็นคนดังทางอินเทอร์เน็ตได้จริง ๆ น้ำลายจากทุกคนอาจจะทำให้จมน้ำตายได้ทีเดียว ทว่าเขาเองก็อยากรู้มากเช่นกันว่าคำพูดนี้ของเฝ่ยไป๋ลู่หมายความว่าอะไร
เหมียวจื่ออั๋งมีลางสังหรณ์ว่าเฝ่ยไป๋ลู่ไม่มีทางพูดจาเรื่อยเปื่อยโดยไม่มีจุดประสงค์
กานว่างเองก็รู้สึกเหมือนกับเหมียวจื่ออั๋ง
กานว่างส่งสัญญาณทางสายตาให้เจียงชิงว่าไม่ต้องพูดแทรกและคอยมองเงียบ ๆ
สีหน้าเจียงชิงไม่มั่นใจนัก เขากอดอก มองหญิงสาวอย่างสงบ ถึงจะยุ่งยากใจ แต่เขาก็อยากจะดูว่าผู้หญิงคนนี้จะเอาคำพูดตัวเองกลับมายังไง!
เฝ่ยไป๋ลู่เห็นว่าเถ้าแก่ผู่ยังคงไม่พูดอะไร เธอจึงพูดต่อ “คุณต้องมีรอยแผลเป็นบนตัว รอยแผลเป็นยาว ๆ บาง ๆ คล้ายรอยข่วนจากเล็บมือ”
ไป๋หลิ่วร้องอุทานเสียงสั่น “สามีของฉันมีรอยแผลเป็นบาง ๆ ยาว ๆ หลายเส้นบนหลังของเขา”
เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองพลั้งปากไปแล้ว เธอก็รีบเอามือปิดปาก “ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”
[ไม่มีเงินสามร้อยตำลึงเฉยเลย*[1]]
[นี่นับว่าเป็นหลักฐานชัดเจนหรือเปล่า?]
เถ้าแก่ผู่แอบกัดฟันกรอดอย่างเกลียดชัง ผู้หญิงหน้าโง่ อกใหญ่แต่ไร้สมอง!
เฝ่ยไป๋ลู่มองตรงไปที่เถ้าแก่ผู่ “ในชีวิตไม่ได้ทำเรื่องผิดมโนธรรม ก็สามารถนอนหลับอย่างสงบได้ในยามค่ำคืน เถ้าแก่ผู่เห็นด้วยกับประโยคนี้ไหมคะ?”
ในใจของเถ้าแก่ผู่เหมือนมีคลื่นลมซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ยังคงพยายามรักษาความสงบบนใบหน้าอย่างเต็มที่ เขาเม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า “ฉันไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร?”
“คุณเชื่อในผลกรรม*[2]สินะ? ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ถือลูกประคำ” เฝ่ยไป๋ลู่แปลกใจ “ท่องพระสูตรและสวดมนต์ทุกวัน คิดว่าจะสามารถลบล้างบาปในใจคุณได้จริง ๆ เหรอ?”
ทันใดเถ้าแก่ผู่เอามือที่คล้องลูกประคำซ่อนไว้ข้างหลังโดยไม่รู้ตัว
เฝ่ยไป๋ลู่พูดเรื่องของเขาได้ถูกต้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังจากพูดข้อมูลจุดแรกได้ถูกต้อง คำพูดที่ตามมาจะมีความน่าเชื่อถือ
ตอนนี้ทุกคนจึงมองไปทางเถ้าแก่ผู่ด้วยสายตาแปลก ๆ
“พวกเราทำผิดเพราะอคติ ทำให้ตัดสินอะไรก่อนเวลาอันควร คิดว่าศพผู้หญิงถูกฆ่าวันนี้ แต่ทุกคนเคยคิดถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งหรือเปล่าว่า ศพผู้หญิงนี้เสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อนแล้ว?” คำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่ทำให้ทุกคนขนลุก
ดอกไม้ หากถูกทำเป็นดอกไม้แห้งในตอนที่กำลังบานสะพรั่ง จึงสามารถยืดอายุสภาพปัจจุบันให้ยาวนานขึ้น…เช่นเดียวกับศพ
เถ้าแก่ผู่ไม่รู้ว่าเธอรู้มากแค่ไหน เขาจึงทำได้แค่ปฏิเสธด้วยใบหน้าเย็นชา “คุณเองยังพูดเลยว่าเป็นแค่ความเป็นไปได้ คุณไม่มีหลักฐานยืนยันว่าฉันฆ่าคน! ทั้งหมดเป็นการคาดเดาของคุณทั้งนั้น!”
เขามองไปทางคนของตระกูลหาน “พวกคุณรับปากฉันแล้วว่าจะเป็นพยานให้ฉัน รักษาความปลอดภัยให้ฉัน อย่ารับเงินแล้วไม่ทำอะไรสิ!”
สมาชิกตระกูลหานสองคนต่างมองหน้ากันอย่างลำบากใจ
เฝ่ยไป๋ลู่ในตอนนี้ค้นพบบางอย่างแล้ว ทั้งยังมีกานว่างคอยสนับสนุน การโต้แย้งจึงเป็นไปได้ยาก แต่ในฐานะของผู้ฝึกวิถีเต๋า พวกเขาย่อมให้ความสำคัญทั้งเหตุและผลที่สุด ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงต้องทำตามที่ได้สัญญา
เงินเจ็ดแสนนี้ร้อนลวกมือจริง ๆ เลย…
“ศพโกหกไม่ได้” ศพผู้หญิงนอนสงบนิ่งบนพื้น เฝ่ยไป๋ลู่ย่อตัวลงข้าง ๆ เธอ ชี้ไปที่รอยชุ่มชื้นจาง ๆ บนพื้น “ข้อแรก มีคนควักเอาอวัยวะภายในของเธอออกมา รวมถึงมีการเทของเหลวจำนวนมากลงไปเพื่อป้องกันการเน่าเปื่อย ทำให้ศพสามารถคงสภาพปัจจุบันไว้ได้ ดูจากระดับการเน่าสลายของศพ น่าจะตายมาอย่างน้อยสามปีแล้ว”
ไม่ว่าวิธีดองศพจะดีแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถรักษาร่างของศพไว้ได้อย่างถาวร บัดนี้ศพสิ้นสภาพแล้ว น้ำศพจึงไหลซึม และเริ่มสลายตัวช้า ๆ
เฝ่ยไป๋ลู่มองไปทางเถ้าแก่ผู่ “ข้อสอง คุณเป็นคนแรกที่เรียกเธอว่าศพผี เพราะว่าคุณเคยเห็นเธอ และรู้ว่าเธอตายแล้ว ดังนั้นตอนที่คุณเห็นร่างของเธอ คุณถึงคิดว่าเธอเป็นผี…ใช่หรือเปล่าคะ?”
“ข้อสุดท้าย เมื่อก่อนคุณต้องไม่ได้เป็นแบบนี้แน่ หลายปีมานี้คุณกินไม่เลือก เอาแต่กินและดื่มจนน้ำหนักขึ้นหลายเท่า คุณแค่ไม่อยากให้เห็นรอยบีบแล้วสงสัยมาถึงตัวคุณ แบบนั้นใช่หรือเปล่า?”
การไล่บี้ถามของเฝ่ยไป๋ลู่ทำให้เถ้าแก่ผู่พูดไม่ออก และพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่อง
[เจ๋งโคตร เห็นท่าทางรู้สึกผิดของเถ้าแก่ผู่แบบนี้แล้ว รู้เลยว่าเฝ่ยไป๋ลู่พูดถูก จนแม่ถามฉันว่าทำไมฉันต้องคุกเข่าดูโทรศัพท์ เพราะว่าฉันซูฮกจนอยากจะก้มตัวลงกราบยังไงละ]
[เถ้าแก่ผู่คนนี้เป็นเศรษฐีในเขตพวกเรา พ่อของฉันรู้จักเขา ฉันจะไปถามพ่อว่าเฝ่ยไป๋ลู่พูดถูกหรือเปล่า]
[รีบไปรีบกลับละ!]
[ฉันกลับมาแว้ว!!! ปลุกพ่อกลางดึกเลยโดนพ่อตื้บน่ะ ยังดีที่ถามข้อมูลมาได้ เมื่อก่อนเถ้าแก่ผู่ผอมมาก ตอนนี้เขาอ้วนขึ้นเท่ากับเขาสมัยก่อนสองคนรวมกัน พ่อฉันยังบอกด้วยว่าเขาทำเรื่องผิดจรรยาบรรณ เป็นคนไม่ดี ให้ฉันเลิกสอดรู้สอดเห็น ข้างล่างนี้เป็นรูปถ่ายเถ้าแก่ผู่เมื่อหกปีก่อน [ภาพ]]
เหมียวจื่ออั๋งคลิกที่รูปภาพอย่างรวดเร็ว “หัวหน้า มีชาวเน็ตเจอรูปถ่ายเถ้าแก่ผู่เมื่อหกปีก่อน ตอนนั้นเขาไม่ได้อ้วน!”
เถ้าแก่ผู่ในภาพและเถ้าแก่ผู่ตอนนี้ ไม่สามารถใช้เรื่องน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในวัยกลางคนมาอธิบายได้
อ้วนขึ้นเท่ากับเขาสองคน คำนี้อธิบายรูปร่างของเขาในตอนนี้ได้อย่างชัดเจน
[หลักฐานชัดเจนอีกแล้ว! เถ้าแก่ผู่ไม่กล้าพูดอะไรแล้ว!]
ตอนนี้หลังเสื้อของเถ้าแก่ผู่เต็มไปด้วยเหงื่อ ความขี้ขลาดแวบผ่านในดวงตา
เฝ่ยไป๋ลู่คว้าตัวเถ้าแก่ผู่มา หันหน้าเขาให้มองตรงไปที่ศพ “มาเถอะ ยอมรับแต่โดยดี คุณไม่รู้จักคนคนนี้จริง ๆ เหรอ?”
ทันใดนั้น ศพหญิงสาวก็ขยายใหญ่ขึ้นตรงหน้าเขา ทั้งยังเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นเหม็นเน่าบนตัวศพ มันมีกลิ่นสารกันบูดที่เข้มข้น และมีกลิ่นคล้ายกลิ่นศพที่แช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน
บนหน้าซีดเซียวที่ตายแล้วของศพหญิงสาวมีรอยฟกช้ำจุดหนึ่งแล้วก็อีกจุด เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนทำเอง เถ้าแก่ผู่รู้สึกงุนงงและคิดว่ามันเป็นรอยช้ำที่เกิดจากความตาย
“รู้ รู้จัก ฉันเป็นคนฆ่าเอง…” เถ้าแก่ผู่รู้สึกตึงเครียดถึงขีดสุด การป้องกันในจิตใจจึงพังทลาย เขาส่งเสียงตะโกนอย่างสิ้นหวังว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจ เธอข่วนฉันแล้วยังตะโกนเรียกคนอื่น ฉันพลั้งมือไปชั่วขณะ ถึงได้…ถึงได้ทำบาป ฉันชดใช้บาปไปแล้ว อย่ามาหาฉันอีกเลย!”
‘ไม่ได้ตั้งใจ? พลั้งมือไปชั่วขณะ?’ รอยยิ้มบนหน้าเฝ่ยไป๋ลู่แฝงด้วยความเหน็บแนม แต่น้ำเสียงกลับมีความอ่อนโยน เห็นอกเห็นใจ และให้อภัยอย่างน่าประหลาด “บอกฉันถึงบาปของคุณสิ”
เถ้าแก่ผู่มองศพตรงหน้า ราวกับเห็นใบหน้ายิ้มแย้มที่งดงามไม่ต่างจากหมู่มวลดอกไม้ของเธอ ดวงตาของเขาเหม่อลอย สุดท้ายก็เอ่ยว่า “หกปีก่อน ฉันมาสำรวจโปรเจกต์ท่องเที่ยวที่หุบเขาชิงเซี่ยแล้วได้พบกับสือหลิว…”
[1] มาจากสำนวน ที่ตรงนี้ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง หมายถึง สิ่งที่นำมาปิดบังกลับเปิดโปงสิ่งนั้นเสียเอง