เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 210 ลูกสุนัขจิ้งจอกที่เลี้ยงไว้หายไป (3)
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 210 ลูกสุนัขจิ้งจอกที่เลี้ยงไว้หายไป (3)
บทที่ 210 ลูกสุนัขจิ้งจอกที่เลี้ยงไว้หายไป (3)
หร่วนอันเอาไก่แช่แข็งกับของเล่นชิ้นโปรดของเสี่ยวปาออกมาจากรถบ้าน เธอเช็ดน้ำตา “เดิมทีตั้งใจจะพามันไปเที่ยวทุ่งหญ้าในมองโกเลียหลังเราออกจากเทือกเขาอันหลิ่งได้แล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามที่หวัง ตอนนี้แกกลับไปอยู่กับพ่อแม่แกก็ต้องเชื่อฟัง ห้ามซนและหนีออก มาอีกนะ ”
หนีออกมาอีกเหรอ…
เฝ่ยไป๋ลู่แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเจ้าสุนัขจิ้งจอกที่ได้กลิ่นไก่แล้วตัวสั่นอย่างตื่นเต้น ก่อนกล่าวว่า “ภูตพรายข้ามแม่น้ำไม่ได้ วิญญาณเทพก็ข้ามด่านภูเขาทะเลไม่ได้ คุณคงไม่สามารถพามันเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วประเทศได้ ส่วนเทพเซียนทั้งห้าหากต้องการจะฝึกฝนวิชาให้บรรลุผล ก็จำเป็นต้องออกไปสะสมผลบุญ นั่นก็คือการทรงเจ้าที่พวกเราคุ้นเคยกัน”
“สุนัขจิ้งจอกน้อยตัวนั้นมีวาสนาต่อคุณ และคุณก็เป็นคนรักอิสระ ชอบเดินทางไปทั่วประเทศ คงไม่สามารถเป็นศิษย์ทรงเจ้าของมันได้ เพราะจะทำให้ฝึกวิชาไม่ได้ พ่อแม่ของมันจึงตัดสินใจพามันกลับไป”
ในโลกยุคปัจจุบัน สัตว์ที่สามารถฝึกฝนวิชาลึกลับมีน้อยมาก สุนัขจิ้งจอกตัวน้อยที่หร่วนอันเจอเป็นสัตว์ที่เกิดมาพร้อมกับความฉลาดหลักแหลม พ่อแม่ของมันคงจะเป็นปีศาจระดับสูง และปีศาจระดับสูงก็ให้ความสำคัญกับลูกหลานและการสืบทอดสายเลือด
เฝ่ยไป๋ลู่หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “ถ้าไม่มีการไลฟ์สดครั้งนี้ คุณจะได้เจอกับสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยในวันที่เจ็ด”
หร่วนอันกะพริบตาถี่ ๆ ก่อนตาจะเป็นประกาย
วันนี้เป็นวันที่หก ซึ่งหมายความว่าพรุ่งนี้เธอจะได้เจอเสี่ยวปาอย่างนั้นเหรอ?
“พ่อแม่ของมันเข้าใจผิด คิดว่าคุณใช้คำหวานหลอกล่อลูกของพวกมันไป คุณถึงต้องตายในเขตต้าซิ่งอันหลิ่ง” เฝ่ยไป๋ลู่พูดถึงอนาคตที่เธอเห็นโดยที่น้ำเสียงไม่เปลี่ยนแปลง
“…” ลูกบอลขนปุยในมือของหร่วนอันร่วงลงไปบนพื้นด้วยความตกใจ
[…]
[นึกว่าจะเป็นเรื่องราวซาบซึ้งกินใจ แต่ทำไมอยู่ดี ๆ กลายเป็นหนังสยองขวัญไปได้ล่ะ]
[แถบตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอาณาเขตของห้าเซียน เวลานี้หร่วนอันน่าจะถูกตราหน้าว่าเป็นนักค้าสุนัขจิ้งจอกแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังหนีเอาตัวรอดได้ทันอยู่ไหม]
“ไม่ทันแล้ว” เฝ่ยไป๋ลู่เพิ่งพูดจบ เงาดำขนาดใหญ่ก็พุ่งตัวออกมาจากพุ่มไม้ด้านหลัง ก่อนจะกระโจนลงบนบอลขนปุยที่นอนนิ่งอยู่กับพื้น
มันใช้ขาหน้าข้างหนึ่งสะกิดเจ้าของเล่นเบา ๆ ให้กลิ้งไปด้านข้าง จากนั้นจึงกระโดดเข้าไปงับอย่างว่องไว ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความสนุกสนานและจดจ่อ ไม่ยอมหยุดเล่นง่าย ๆ
[โผล่มาแล้ว! เป็นเจ้าจิ้งจอกน้อยนี่เอง!]
[มันโบกหางด้วย น่ารักมาก อยากโยนมาสเตอร์บอลไปจับจัง~]
[ระวังนักค้าสุนัขจิ้งจอก!]
“เสี่ยวปา!” หร่วนอันดีใจจนเนื้อเต้น ไม่สนใจคำเตือนของเฝ่ยไป๋ลู่ที่พูดเรื่องหลอกล่ออะไรสักอย่าง แล้วรีบวิ่งเข้าไปอุ้มเจ้าจิ้งจอกน้อยไว้ในอ้อมกอด แล้วลูบขนมันเบา ๆ
พอเห็นท้องของมันแบนราบก็อดสงสารไม่ได้ “เสี่ยวปา แกผอมลงเยอะเลย ช่วงนี้ไม่ได้กินข้าวเหรอ?”
เจ้าหนูจิ้งจอกตัวเล็ก ส่งเสียงร้องอย่างน้อยใจ
“หงิง ๆ~” ฉันออกมาเพื่อเจอเธอ ฉันอดอยากมาก เลยรีบแอบมุดออกจากโพรงมา เก่งใช่ไหมล่ะ?! รีบชมฉันสิ!
มุมปากของเฝ่ยไป๋ลู่กระตุก
เจ้าจิ้งจอกตัวน้อยซนอะไรขนาดนี้เนี่ย
หร่วนอันสงสารมัน จึงหยิบหม้อเตรียมทำอาหาร “เดี๋ยวฉันจะทำไก่ให้แกกิน แกรอก่อนนะ”
นี่อาจเป็นมื้อสุดท้ายที่เธอจะให้อาหารกับเสี่ยวปา
กินให้อิ่มพุงกางไปเลย!
[ดูสิ โลกภายนอกช่างไม่น่าอยู่ คนก็อยู่ยาก ปีศาจก็อยู่ยาก]
[เห็นเสี่ยวปาวิ่งไปหาหร่วนอัน น้ำตาฉันไหลพราก ๆ ซาบซึ้งใจเหลือเกิน สรรพสิ่งทั้งปวงมีชีวิต ทุกสิ่งล้วนมีวิญญาณ (อีโมพนมมือ) ]
[ถ้าเสี่ยวปาเป็นแค่จิ้งจอกธรรมดาก็คงจะเที่ยวไปกับหร่วนอันได้แล้วสิ คุณสตรีมเมอร์ คุณใช้ความสามารถของคุณเกลี้ยกล่อมพ่อแม่ของเสี่ยวปา ให้เสี่ยวปาอยู่กับหร่วนอันไปเลยสิ!]
เฝ่ยไป๋ลู่คิดในใจ แฟนคลับกลุ่มนี้ช่างยกย่องเธอราวกับเป็นเทพเจ้าไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ
เธอมีสิทธิ์อะไรที่จะไปสั่งการเรื่องปีศาจได้
หรือแค่เพราะเป็นมนุษย์ เธอจึงควรลำเอียงเข้าข้างพวกมนุษย์เป็นธรรมดาอย่างนั้นหรือ
วัตถุประสงค์ของการติดต่อรอบสองคือช่วยชีวิตหร่วนอัน ไม่ใช่ทำให้ความปรารถนาทุกอย่างของหร่วนอันเป็นจริง
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไร แต่โชคดีที่แฟน ๆ ไม่ได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของเธอ
หร่วนอันกล่าว “น่องไก่จานโปรดของแกเย็นแล้ว รีบกินสิ”
เสี่ยวปากินอย่างเอร็ดอร่อย
เฝ่ยไป๋ลู่ใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองภาพน่าทึ่งของหร่วนอันกับเจ้าสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยอยู่พักหนึ่ง
จู่ ๆ เธอก็ผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรง
“มาแล้ว”
[มาแล้ว? อะไรมาแล้ว?]
ดวงตาของหร่วนอันฉายแววสับสน เช่นเดียวกับชาวเน็ต
ทันใดนั้น ลมแรงก็พัดกระโชกมา จนฝุ่นทรายปลิวว่อนไปทั่ว
หร่วนอันยกมือขึ้นบังหน้า ครั้นเธอลืมตาอีกครั้ง ก็เห็นสุนัขจิ้งจอกสีขาวสูงประมาณหนึ่งเมตร
ดูจากลักษณะเกือบจะเป็นฝาแฝดกับเสี่ยวปา แต่ดวงตาเรียวยาวของมันที่มองเธอกลับแฝงด้วยความไม่พอใจและเป็นศัตรู
“ครอบครัวของเสี่ยวปา…” หร่วนอันรู้ได้ทันทีว่าหมาป่าตัวใหญ่นี้เป็นใคร
คนที่ดูไลฟ์สดต่างก็ตะลึง [สุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่มาก ๆ!]
[ฉันไม่เคยเชื่อเลยว่าจะมีพวกเทพเจ้าหรือเซียนปีศาจบนโลกใบนี้ แต่พอได้เห็นสุนัขจิ้งจอกขนาดมหึมานี่ ความรู้สึกเดิม ๆ ของฉันพังทลายลงมาหมดแล้ว…]
[ไม่ใช่ว่าหลังก่อตั้งประเทศก็ไม่มีวิญญาณหรือปีศาจแล้วหรอกเหรอ?]
เฝ่ยไป๋ลู่หัวเราะ “บางทีมันอาจจะเป็นปีศาจที่เกิดก่อนการก่อตั้งประเทศก็ได้”
ตอนนี้จิ้งจอกตัวใหญ่คาบเสี่ยวปาเอาไว้ในปาก ส่วนเสี่ยวปาก็ส่งเสียงร้องจ้าละหวั่น
เมื่อได้ยินเสียงของเฝ่ยไป๋ลู่ เจ้าจิ้งจอกยักษ์ก็จ้องมองไปที่โทรศัพท์ในมือของหร่วนอันอย่างรวดเร็ว
หร่วนอันถอยหลังด้วยความตกใจเพราะสายตาดุร้ายคู่นั้น
นี่คือสายตาของอสูรร้ายที่เต็มไปด้วยความอันตรายและจิตสังหาร
เธอไม่สงสัยคำทำนายของเฝ่ยไป๋ลู่สักนิด หากเธอพาเสี่ยวปาไปจริง ๆ เธอคงต้องตายด้วยน้ำมือของพวกมันแน่
ตอนนี้หร่วนอันสำนึกได้แล้วว่ามนุษย์กับอสูรร้ายช่างแตกต่างกันเหลือเกิน
“โฮก~” อย่าทำร้ายเธอ!
เสี่ยวปาดิ้นรนร้องโหยหวนไปมาราวกับถูกถลกหนัง
หูหลีส่งเสียงรำคาญ แล้วจึงคายเสี่ยวปาก่อนเหยียบมันลงไปในดิน
เสียงกรีดร้องกลายเป็นเสียงอู้อี้อยู่ในดิน
[ฟู่ โหดจริง ๆ เลยนะ วิธีการแสดงความรักแบบพ่อเนี่ย]
[ไม่แปลกใจเลยที่เสี่ยวปาจะไม่อยากกลับบ้านหลังจากที่ได้เจอหร่วนอัน ถ้าเป็นฉัน ฉันก็อยากอยู่ใกล้ ๆ เธอ มีทั้งไก่ให้กิน มีของเล่นให้เล่น ทั้งยังแปรงขนให้ด้วย อะไรก็ดีกว่าการถูกฝังดินแบบนี้]
[มีฉันคนเดียวหรือเปล่าที่เป็นห่วงความปลอดภัยของหร่วนอัน? ห้าเซียนแห่งตงเป่ยอะไรกัน พูดไปมันก็แค่สัตว์เดรัจฉาน ระวังมันจะทำร้ายคนนะ!]
[ฉันว่าคนอย่างเธอต่างหากที่เป็นสัตว์เดรัจฉาน! ถ้าเก่งจริงก็อย่ามาตงเป่ยนะ ไม่งั้นเดี๋ยวฉันจะทุบให้แบนเลย!]
“ขอโทษด้วย ฉันไม่รู้มาก่อนว่าเสี่ยวปาเป็นอะไร ฉันคิดว่ามันเป็นแค่ลูกสุนัขจิ้งจอกธรรมดา ฉันเลยเลี้ยงมันไว้ แต่ตอนนี้เสี่ยวปาได้เจอพวกคุณแล้ว ฉันจะไม่พรากมันไปจากคุณหรอก หลังจากวันนี้ ฉันจะออกจากตงเป่ยแล้วไปเที่ยวต่อในมองโกเลีย”
หร่วนอันพยายามแสดงความปรารถนาดี เมื่อเห็นว่าความรู้สึกไม่เป็นมิตรในสายตาของหูหลีลดลงไปมาก ก็อดถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ได้
มันเข้าใจคำพูดมนุษย์ก็ดีแล้ว
กลัวเหลือเกินว่ามันจะไม่มีสติ ฆ่าคนไม่เลือกหน้า แล้วตนเองจะต้องตายเปล่า
“อย่ากลัว ฉันจะไม่ให้มันทำร้ายคุณหรอก” เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของหร่วนอัน เฝ่ยไป๋ลู่ก็พูดปลอบใจ “หันกล้องไปหามันที ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย”
หร่วนอันกลืนน้ำลายแล้วทำตามที่เฝ่ยไป๋ลู่บอก
ดวงตาเรียวยาวของหูหลีหรี่ลง หางด้านหลังเหมือนน้ำตกสีเงินจากสรวงสวรรค์ กว้างใหญ่และเปี่ยมไปด้วยพลัง
เหล่าชาวเน็ตต่างรู้สึกราวกับว่าหัวใจถูกจ้องมองด้วยสายตานี้ ทำให้พวกเขาไม่สามารถเรียกสติตัวเองได้อยู่นาน
“ภูตจิ้งจอก แสงเรืองรอง ลี้ลับสับสน อาณาเขตเทือกเขาอันหลิ่งกำลังจะมีหายนะครั้งใหญ่ ทุกเผ่าพันธุ์ควรเตรียมพร้อมรับมือ” เสียงของเฝ่ยไป๋ลู่เปลี่ยนไปจากเดิม กลายเป็นน้ำเสียงลึกซึ้งหนักแน่น แฝงไปด้วยกลิ่ยอายบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
ดวงตาของหูหลีหรี่ลงอย่างฉับพลัน
สายตาของเฝ่ยไป๋ลู่ไม่กะพริบหรือหลบหลีก เธอสบตากับมัน
อนาคตของหร่วนอันนั้นเปลี่ยนแปลงได้ง่าย แต่สิ่งที่ยุ่งยากกว่าคือการเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเทือกเขาอันหลิ่ง
ก่อนหน้านี้นอกจากโชคชะตาของหร่วนอันแล้ว เฝ่ยไป๋ลู่ยังเห็นอนาคตอันน่าสังเวชของเสี่ยวปาด้วย