เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3134 ลำพัง / ตอนที่ 3135 หลีกทาง
ตอนที่ 3134 ลำพัง
ยามพลบค่ำของวันนี้ หาได้ยากที่เฟิ่งจิ่วจะหยุดพัก ซ้ำยังย่างเนื้อสัตว์ป่าให้พวกเขากินอีก ตอนนี้ทั้งสามบาดแผลเต็มตัว สภาพอเนจอนาถอย่างมาก
เส้นผมสีหมึกที่รวบสูงยุ่งเหยิง มีกระทั่งปอยผมหลุดลุ่ยลงมา บนหัวยังมีใบไม้ติดมาด้วย เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนย้อมไปด้วยสีแดงจากเลือด ถูกกิ่งไม้เกี่ยวจนขาดบ้าง ถูกกรงเล็บของสัตว์ ร้ายข่วนจนขาดบ้าง รอยแผลมากมายยังไม่ทันตกสะเก็ดก็ได้แผลใหม่มาแล้ว สภาพของพวกเขาไม่เหลือเค้าของคุณชายตระกูลผู้ดีเหมือนที่ผ่านมาแม้แต่น้อย
“ข้าไม่เคยใส่เสื้อผ้าที่สกปรกขนาดนี้มาก่อน” หลินเฉิงจิ่นพูดติดตลก พูดพลางพันแผลที่แขนไปพลาง “นี่เพิ่งจะผ่านไปสองวันก็ได้แผลมากมายขนาดนี้แล้ว แม้แต่การฝึกของท่านอาจารย์ ก็ยังไม่โหดเท่านี้”
“ซี๊ด!”
มู่หลิงกระตุกโดนแผลที่แผ่นหลัง เขาสูดปาก ก่อนหันไปพูดกับเผยจื่อเซวียนว่า “ช่วยหน่อย โรยยาลงบนแผลที่หลังข้าที”
เผยจื่อเซวียนรับยาไป และช่วยเขาโรยยาลงบนแผล พลางเอ่ยว่า “แผลนี่ลึกพอสมควร วันหน้าคงทิ้งรอยแผลเป็นไว้”
“รักษาชีวิตไว้ได้ก็ดีแล้ว มีรอยแผลเป็นก็ไม่เป็นไรหรอก!” มู่หลิงไม่สนใจ อย่างไรก็ไม่ใช่ผู้หญิง เขาไม่ได้ใส่เรื่องรอยแผลเป็นอยู่แล้ว
“จะกินก็มาหั่นเอง กินอิ่มแล้วรีบพักผ่อนให้เต็มที่เล่า” เฟิ่งจิ่วบอก ก่อนจะสั่งอสูรน้อยสองตัวไปเฝ้าระวังอยู่รอบๆ ส่วนนางก็มานั่งกินเนื้อย่างอยู่ข้างกองไฟ
หลังจากทำแผลเสร็จ ทั้งสามคนก็ฉีกเนื้อย่างกินอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน พวกเขานั่งล้อมรอบกองไฟ บางคนก็นั่งพิงต้นไม้เพื่อพักผ่อน กระทั่งเช้าตรู่ของวันต่อมา ฟ้า าเพิ่งสว่าง ชายหนุ่มทั้งสามที่กำลังหลับสบายอยู่ก็ถูกปลุกให้ตื่น เพื่อมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายต่อ
ด้วยพลังของพวกเขา สามารถฝ่าผ่านฝูงสัตว์ร้ายที่อยู่ตรงตีนเขา หลบเลี่ยงอันตรายที่อยู่ในป่าได้อย่างสบาย จนมาถึงหน้าผาแห่งนั้นในที่สุด
เฟิ่งจิ่วเงยหน้ามอง เห็นว่าจุดที่พวกเขากำลังยืนอยู่เป็นพื้นที่กึ่งเนินเขา และอีกด้านหนึ่งของหน้าผา เมฆหมอกลอยคลอเคล้า ทำให้ไม่สามารถมองเห็นก้นเหวได้
“พวกเจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน!” นางหันไปกำชับสามคนข้างหลัง
“ระวังตัวด้วย” ทั้งสามเอ่ย พวกเขาไม่ได้ตามนางไป
สิ้นเสียงก็เห็นนางเขย่งปลายเท้า เหินตัวขึ้นไปเหยียบเมฆ มุ่งหน้าไปยังสันเขาของหน้าผาแห่งนั้น เหลือเจ้าอสูรตัวน้อยทั้งสองไว้คุ้มครองพวกเขา
เจ้าอสูรตัวเมียเห็นเฟิ่งจิ่วเคลื่อนตัวห่างออกไป ก็หันมามองเจ้ากลืนเมฆา ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆ พลางถามว่า “เจ้าไม่ตามไปหรือ? ไม่กลัวว่านายท่านจะมีอันตรายรึ?”
เจ้ากลืนเมฆามองมัน ก่อนตอบว่า “เจ้ายังไม่ไปอีก? เอาแต่ตามพวกข้าทำไม?”
“นายท่านบอกว่าจะพาข้ากลับไปด้วย ข้าย่อมต้องตามพวกเจ้าสิ!” อสูรตัวเมียย้อน ในน้ำเสียงแฝงด้วยความดีใจ มันมองเจ้ากลืนเมฆา “อีกอย่างเจ้าก็เป็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่ สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมา ข้าชอบเจ้า”
เจ้ากลืนเมฆาทำเสียงขึ้นจมูก “เจ้ายังไม่เคยเจอที่แข็งแกร่งกว่านี้ต่างหาก”
“แม้มีตัวอื่นแข็งแกร่งหรือร้ายกาจกว่า ข้าก็รู้สึกว่าเจ้ายอดเยี่ยมที่สุด” เจ้าตัวเมียพูดอย่างกระมิดกระเมี้ยน ท่าทางเอาใจสุดฤทธิ์ มันขยับตัวเข้าใกล้เจ้ากลืนเมฆา
ชายหนุ่มสามคนที่อยู่ด้วยมุมปากกระตุก หากไม่เห็นกับตาตนเอง พวกเขาคงไม่รู้เลยว่าสัตว์ร้ายก็หวานเป็นด้วย เพียงแต่ อย่างไรก็ควรเห็นพวกเขาอยู่ในสายตาบ้าง พวกเขายืนทนโท่อยู่ ตรงนี้ยังทำราวกับพวกเขาไม่มีตัวตน หากพวกเขาไม่อยู่ตรงนี้ จะไม่…
ภาพจินตนาการในหัวทำให้พวกเขาต้องกระแอมในลำคอสองสามที ก่อนจะเบนสายตาออกจากอสูรน้อยทั้งสอง พลางเดินไปนั่งพักอีกฝั่งหนึ่ง
………………………………….
ตอนที่ 3135 หลีกทาง
พวกเขามองไปข้างหน้า เห็นเฟิ่งจิ่วเหินตัวขึ้นไปเหยียบเมฆได้ไม่นาน สัตว์ร้ายขนาดใหญ่บินดิ่งลงมา กรงเล็บสองข้างขย้ำไปทางเฟิ่งจิ่ว พวกเขาเห็นแล้วก็อดเกร็งไปทั้งตัวไม่ได้
เฟิ่งจิ่วหันไปมองมันแวบหนึ่ง กรงเล็บแหลมคมใกล้เข้ามา นางโฉบหลบการโจมตี ก่อนพลิกตัวกระโดดขึ้นไปขี่หลังมัน ในขณะที่เจ้าสัตว์ร้ายนั่นกำลังจะโต้กลับ แรงกดดันของสัตว์เทวะโบราณ อันแข็งแกร่งพลันแผ่กระจายออกมา ข่มขวัญและกำราบมันไว้ได้ในพริบตา
เสียงคำรามเล็กแหลมของมันดังก้องท้องฟ้า พริบตาต่อมามันก็มีท่าทางพินอบพิเทา กระพือปีกบินช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
“ไปที่ไหล่เขาของหน้าผาลูกนั้น” เสียงทรงอำนาจแฝงพลังวิญญาณของเฟิ่งจิ่วดังขึ้น นางยืนอยู่บนแผ่นหลังของสัตว์ร้ายตัวนั้นอย่างมั่นคง มุ่งหน้าไปยังหน้าผาลูกนั้น
สามหนุ่มเห็นดังนั้นก็ทอดถอนใจ นี่ก็คือสิ่งที่เรียกว่าพลัง แข็งแกร่งถึงขั้นสามารถทำให้ทุกสิ่งมีชีวิตยำเกรงหวาดกลัว จนจำต้องยอมทำตามคำสั่ง!
ณ หน้าผาแห่งนั้น ตรงไหล่เขา ท่ามกลางม่านหมอกบังตา ต้นเอ็นวิญญาณนิลพันปีงอกงามอยู่ตรงนั้น
เฟิ่งจิ่วหยุดที่ไหล่เขา นางยืนมองอยู่บนหลังสัตว์ร้ายตัวนั้น เห็นเอ็นวิญญาณนิลพันปีแต่ละต้นงอกงามทั้งยังมีขนาดใหญ่เท่านิ้วมือ พวกมันไร้ซึ่งใบ มีเพียงลำต้นที่มีขนาดเท่าน นิ้วมืองอกติดอยู่ตามหน้าผา สีแดงสดประกายระยิบระยับราวอัญมณี นางเห็นแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
“เอ็นวิญญาณนิลพันปีจริงๆ ด้วย ซ้ำยังเป็นต้นที่สีดีมาก เป็นของล้ำค่าหายากยิ่ง!”
นางชื่นชมด้วยใจจริง รากและลำต้นแต่ละต้นเจริญเติบโตแนบชิดติดหน้าผา รอบข้างมีวัชพืชบดบัง ทว่าอีกด้านหนึ่งของเอ็นวิญญาณนิลนั้นยังมีถ้ำเล็กๆ ที่ลึกมากอยู่ด้วย ข้างในถ้ำนั้น มีงูพิษดำเมี่ยมตัวหนึ่งกำลังนอนขดตัวอยู่
งูพิษตัวนั้นแลบลิ้นสีแดงเลือด ส่งเสียงขู่ฟ่อๆ ขณะจ้องเฟิ่งจิ่วและสัตว์ร้ายตัวนั้นที่บินอยู่กลางอากาศอย่างระแวดระวัง
“งูนิลทอง สัตว์เทวะระดับสาม?”
เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว นางจ้องงูตัวนั้น ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าจะหลีกไปเอง หรือจะให้ข้าใช้กำลัง”
เจ้างูนิลทองระดับสามตัวนั้นจ้องเฟิ่งจิ่ว แม้มนุษย์คนนี้ดูเหมือนอ่อนแอมาก แต่กลิ่นอายรอบตัวนางกลับทำให้มันหวาดกลัว นะ…นั่นมันกลิ่นอายสัตว์เทวะโบราณอย่างนั้นหรือ?
ทว่าพอนึกถึงยาทิพย์ที่มันเฝ้าคุ้มครองมานานหลายปี มันก็ยังไม่อยากหลีกทางง่ายๆ มันจ้องมนุษย์ที่ยืนอยู่บนหลังสัตว์ร้ายตัวนั้นด้วยดวงตาของอสรพิษ “ยาทิพย์นี้เป็นของข้า!”
มันพูดออกมาด้วยภาษาคน ก่อนแลบลิ้นพร้อมจ้องเฟิ่งจิ่วอย่างข่มขู่
เฟิ่งจิ่วยิ้มเยาะ “เจ้าคุ้มครองมัน แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นของเจ้า เพราะวันนี้เจ้าจะรักษามันเอาไว้ไม่ได้” นางจ้องงูนิลทองด้วยสายตาหยอกเย้า “ข้าเห็นแก่ที่เจ้าเฝ้ามันมานานหลายปี และเ เจ้าเองก็เป็นสัตว์เทวะ จึงอยากจะไว้ชีวิตเจ้าสักครั้ง หรือว่าเจ้าคิดจะเดิมพันชีวิตกับยาทิพย์ต้นนี้?”
งูนิลทองได้ยินคำข่มขู่ของเฟิ่งจิ่วก็ถอยหลัง มันขดตัวเข้าไปในถ้ำ ทำท่าเหมือนจะหลีกทาง
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ก่อนจะตบหัวสัตว์ร้ายที่อยู่ใต้เท้า สั่งให้มันเข้าใกล้หน้าผา ก่อนจะนำอุปกรณ์สำหรับขุดยาทิพย์ออกมา ตั้งใจจะขุดเอ็นวิญญาณนิลพันปีต้นนั้น และย้ายเข้าไปปลูกในห ห้วงมิติของนางอย่างระมัดระวัง
ภายหน้าหากต้องการใช้ยารักษาเส้นชีพจร นางจะได้นำเอ็นวิญญาณนิลออกมาใช้ได้
ทว่าในตอนนี้เอง งูตัวนั้นกลับพุ่งออกมา อ้าปากหมายจะฝังเขี้ยวใส่เฟิ่งจิ่ว