เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3140 สัญญาณของผู้อาวุโส / ตอนที่ 3141 สิ้นหวัง
ตอนที่ 3140 สัญญาณของผู้อาวุโส
ภาพนี้ทำเอาเหล่าผู้อาวุโสสำนักเซียนหลายคนอ้าปากค้าง รู้สึกไม่อยากเชื่ออยู่บ้าง
เห็นสัตว์ตัวน้อยเป็นก้อนกลมเงยหน้ายืดอกพลางเดินอย่างภาคภูมิ สะบัดหางแล้วจึงค่อยเดินกลับมา ส่วนสัตว์ร้ายที่ล้อมอยู่รอบๆ บ้างก็ขู่เสียงเบาก่อนจากไป บ้างก็ลังเลอยู่ครู่ห หนึ่ง วนเวียนอยู่รอบหนึ่งแล้วถึงค่อยจากไป
ผู้อาวุโสเหล่านั้นและศิษย์สิบกว่าคนต่างรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง มีคนถามขึ้นว่า “สัตว์น้อยตัวนั้นเป็นของผู้ใดกัน”
มีคนถามเช่นกันว่า “สัตว์น้อยตัวนั้นมีความพิเศษอะไร”
ยิ่งมีคนถามว่า “เหตุใดสัตว์ร้ายเหล่านั้นล้วนถอยไปเอง ถูกสัตว์น้อยตัวนั้นทำให้กลัวหรือ”
กระนั้นแต่ละคนที่ถามด้วยความข้องใจอยู่ตรงนั้น กลับไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้ เพราะสัตว์น้อยตัวนั้นเดินวนอยู่รอบหนึ่งแล้วก็เดินหายไป
“แค่ก!”
ผู้อาวุโสหนึ่งในนั้นกระแอมขึ้นมา ก่อนกล่าวกับผู้อาวุโสทั้งหลายว่า “พวกเราส่งศิษย์ที่ได้รับบาดเจ็บกลับไปยังสำนักของตนเองเถอะ! ที่นี่ไม่เหมาะให้รั้งอยู่นาน เมื่อรวมจำนวนของ ศิษย์ที่อยู่ที่นี่กับศิษย์ที่ถูกส่งตัวออกไปแล้ว คาดว่าจำนวนศิษย์ที่เหลืออยู่ที่นี่อาจมีไม่มากแล้ว”
ได้ยินดังนั้นแล้วหลายคนจึงพยักหน้า คราวนี้ต่างฝ่ายต่างรวบกลุ่มศิษย์ของสำนักพวกเขา บีบป้ายหยกเคลื่อนย้ายให้แตกแล้วจากไป
เมื่อต่างทยอยกันจากไป จำนวนคนที่นี่จึงลดน้อยลงเรื่อยๆ เฟิงจิ่วกวาดสายตามองไปรอบๆ จิตวิญญาณของนางพบว่าสถานที่ซึ่งถูกกลบเอาไว้ไม่มีสัญญาณชีพแล้ว
นั่นหมายความว่าแม้จะยังมีคนถูกฝังอยู่ที่ใต้ดินนี่ ช่วยออกมาก็เป็นคนตายแล้วเช่นกัน
“พวกเจ้ารีบออกมาเถอะ! อาจารย์ของพวกเจ้าเป็นห่วงพวกเจ้ามาก พวกเขาก็เข้ามาที่นี่แล้วเช่นกัน เพียงแต่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวกับพวกมู่หลิง สายตาหยุดอ อยู่บนร่างของเด็กหนุ่มที่ยืนหลับตาอยู่ด้านหลังครู่หนึ่ง รู้สึกว่าคนผู้นี้ดูคุ้นตาอยู่บ้าง
“ผู้อาวุโส เช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อนแล้ว” พวกมู่หลิงกล่าว ประสานมือคำนับพวกเขาครั้งหนึ่ง
ดังนั้นศิษย์ดาราครามที่เหลือจึงถูกเคลื่อนย้ายออกไปพร้อมผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังจากทุกคนจากไปแล้ว พวกมู่หลิงก็บีบป้ายหยกเคลื่อนย้ายตามไปเช่นกัน
ในมือเฟิ่งจิ่วถือป้ายหยกเคลื่อนย้ายเอาไว้ นางมองรอบๆ ครั้งหนึ่ง เห็นผู้อาวุโสดาราครามสองคนยังไม่ตัดสินใจจากไป จึงเอ่ยถามขึ้น “ผู้อาวุโสทั้งสองไม่จากไปหรือ”
สองคนนั้นกำลังสนทนากัน กำลังคิดว่าจะไปดูว่ามีศิษย์ที่ยังตกหล่นอยู่ที่ไหนหรือไม่ ครั้นได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลัง พวกเขาหันไปมองครั้งหนึ่ง พอเห็นว่าเป็นเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ กล่าวออกมาว่า “พวกข้ายังต้องหาอีกหน่อย เจ้าออกไปก่อนเถอะ!”
“ค่ายกลที่นี่หละหลวม สัตว์เทพตรงส่วนลึกออกมาแล้ว อันตรายในแดนลับแห่งนี้เพิ่มขึ้นหลายระดับ แม้เป็นผู้อาวุโสทั้งสอง แต่หากเจอสัตว์เทพที่แข็งแกร่งมากๆ เข้าก็เกรงว่ายากจะถอ อนตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย”
เฟิ่งจิ่วหยุดพูด นางมองไปทางคนทั้งสอง “ที่นี่อยู่ในอาณาเขตส่วนลึก ศิษย์ทั่วไปไม่มีทางมาถึงที่นี่ ข้าแนะนำผู้อาวุโสทั้งสองว่าอย่าอยู่ที่นี่นานเกินไปเช่นกัน ยิ่งอย่าไปยังส่ว วนลึก จะได้ไม่ต้องพบเจอสัตว์เทพระดับสูงที่แข็งแกร่ง”
“ฮ่าๆ พวกข้ารู้ เจ้าไปเถอะ!” ทั้งสองคนยิ้ม ให้เฟิ่งจิ่วจากที่นี่ไปก่อน
“รักษาตัวด้วย” เฟิ่งจิ่วประสานมือพลางกล่าว ขณะกำลังจะบีบป้ายหยกเคลื่อนย้ายให้แตก นางพลันเห็นสถานที่ซึ่งห่างจากตรงนี้ช่วงหนึ่ง มีเสียงดังสนั่นขึ้นกลางท้องฟ้า สัญญาณขอความช่วยเ เหลือดังขึ้น
“นี่คือ…นี่คือสัญญาณของผู้อาวุโส?” ผู้อาวุโสสองคนเบิกตาโพลงอย่างตะลึงลาน มองสัญญาณนั้นอย่างอึ้งงันไปอยู่บ้าง
………………………..
ตอนที่ 3141 สิ้นหวัง
เพราะหลายคนรอบๆ ล้วนจากไปกันหมดแล้ว เหลือก็แต่พวกเขา ทันใดนั้นผู้อาวุโสทั้งสองพลันมีปฏิกิริยาตอบสนอง เพิ่มพลังมุ่งหน้าไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว
เฟิ่งจิ่วยืนมองเสียงดังสนั่นที่ดังขึ้นกลางท้องฟ้าอีกครั้งอยู่ที่เดิม ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือติดต่อกันสองครั้ง เห็นทีสถานการณ์ทางนั้นคงจะเร่งด่วนมาก นางก้มหน้ามองป้ายหยกเคล ลื่อนย้ายในมือ สุดท้ายก็ถอนใจเบาๆ อย่างจนใจ เงาร่างวูบไหว เพิ่มพลังพุ่งไปทางนั้นทันที
ความเร็วของนางรวดเร็วยิ่ง ท่วงท่ายอดเยี่ยม เงาร่างสีขาวทะลุผ่านป่าเขาเหมือนกับแสงสายหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น เร็วเสียจนคนอื่นมองไม่เห็นเงาร่างของนาง
เพราะเหตุนี้เอง ผู้อาวุโสสองคนนั้นจึงไม่ทันเห็นว่าเงาร่างที่วาบผ่านไปก็คือเฟิ่งจิ่วที่เดิมทียังยืนสนทนาอยู่ข้างกายพวกเขา ยิ่งคิดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มที่พูดว่าจะจากไปคนนั้น กลับล้มเลิกความตั้งใจที่จะจากไป มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่สัญญาณขอความช่วยเหลือถูกส่งมาแทน
เฟิ่งจิ่วรู้สึกว่านางใจอ่อนเกินไป ทั้งยังชอบยุ่งไม่เข้าเรื่องนัก
หากยังไม่ได้เอ็นวิญญาณนิลพันปีก็ว่าไปอย่าง ตอนนี้ได้มาแล้ว กลับล่าช้าไม่กลับไปเพราะสัญญาณขอความช่วยเหลือครั้งแล้วครั้งล่า แม้บอกว่าเวลาที่นางเข้ามาในดินแดนลับแห่งนี้ไม่ไ ได้ใช้เวลานานมาก ทว่าเมื่อถึงเวลาต้องหลอมโอสถแล้วก็จำต้องใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่ง หากกลับไปได้เร็วหน่อย ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเส้นเอ็นของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
แต่นางแข็งใจเห็นคนจะตายไม่ช่วยเหลือไม่ได้ สรุปแล้วว่ายังคงใจอ่อนเกินไป
ความเร็วของนางเรียกได้ว่าเร็วเหมือนแสง ทิ้งผู้อาวุโสทั้งสองไว้ด้านหลังไกลๆ ตอนนางมาถึงสถานที่ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ สิ่งที่เห็นก็คือสัตว์เทพระดับเก้าสองตัวกำลังล้อมจู่โจม มซื่อเชวียและมู่ซินสองคน
มู่ซินถูกสัตว์เทพระดับเก้าตัวหนึ่งชนจนลอยหวือ ทั้งร่างกระแทกต้นไม้ใหญ่ก่อนตกลงบนพื้น แรงนั้นมหาศาล แม้แต่ต้นไม้ใหญ่ก็ถูกโค่นลงพร้อมกัน ลำต้นที่แข็งแรงส่งเสียงดังตูมก่ อนหักโค่นลงมา
“พรวด!”
มู่ซินกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำหนึ่ง ด้วยนอนอยู่บนพื้นพร้อมถูกต้นไม้ใหญ่ที่โค่นลงมาทับบนหน้าอก เขามีสีหน้าซีดขาว ต้องการผลักต้นไม้ที่ทับตนเองออกไป แต่กลับพบว่าตนได้รับบ บาดเจ็บภายในรุนแรงมากจนไม่อาจขยับต้นไม้ได้ โดยเฉพาะตอนนี้สัตว์เทพระดับเก้าที่ชนเขาจนกระเด็นกำลังอ้าปากกว้างเผยฟันแหลมคมมุ่งมาทางลำคอของเขา
ขณะนั้นหัวใจเขาเต้นแรง ความสิ้นหวังจากความตายปกคลุมทั่วร่างกาย ทำให้เขารู้สึกว่าความตายอยู่ใกล้เช่นนี้เอง
“มู่ซิน!”
ซื่อเชวียหันกลับมาเป็นภาพนี้เข้า จึงร้องเสียงหลงออกมาอย่างสะเทือนใจ
เขาอยากไปช่วยอีกฝ่าย ทว่าเพราะเผลอวอกแวกจึงถูกสัตว์เทพระดับเก้าที่กำลังประมืออยู่ด้วยนั้นข่วนเข้าที่แขน รอยกรงเล็บหลายรอยลึกเสียจนเห็นกระดูก เริ่มตั้งแต่แขนยาวไปจนถึง งด้านล่าง เลือดสดๆ ไหลรินอย่างน่ากลัว ทำให้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยแผล
“มู่ซิน! ลุกขึ้นเร็ว! ลุกขึ้น!”
พวกเขาทั้งสองเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน อีกทั้งยังมีอาจารย์คนเดียวกันอีกด้วย ตอนนี้พอเห็นมู่ซินกำลังเผชิญหน้ากับความตาย เขาจึงแทบคลั่ง พุ่งไปข้างหน้าโดยไม่สนใจบาดแผลบนร่าง งกายตนเอง
ทว่าเงาของร่างที่พุ่งไปข้างหน้ากลับถูกสัตว์เทพระดับเก้าตัวนั้นขวางเอาไว้ มันส่งเสียงคำรามออกมาเสียงหนึ่ง ความกดดันมหาศาลจากร่างกายและกลิ่นอายดุเดือดจู่โจมเขาอย่างรุนแรง บี บเขาจนทำได้เพียงอดทนต่อบาดแผลและหลบหลีกด้วยความเร็ว กระนั้นการหลบครั้งนี้ก็ยิ่งทำให้ออกห่างจากมู่ซินที่อยู่ข้างหน้า
เมื่อเห็นว่าเขาไม่อาจช่วยมู่ซินได้ ได้แต่มองสัตว์เทพระดับเก้าตัวนั้นอ้าปากกัดมู่ซิน เขาพลันหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง น้ำตาหยดหนึ่งซึมออกมาจากหางตา…