เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3154 ใครเหมาะสม / ตอนที่ 3155 เดิมที
ตอนที่ 3154 ใครเหมาะสม
อีกด้านหนึ่ง สำนักดาราครามเซียน
กลางยอดเขาหลัก เจ้าสำนักเรียกรวมตัวผู้คุมยอดเขาต่างๆ มาหารือกัน เห็นทุกคนนั่งกันพร้อมเพรียงแล้ว เขาลูบเคราพลางกวาดสายตามองผู้อาวุโสทั้งหมด สุดท้ายค่อยถามไปว่า “ท่านซื่อเชวี ยและท่านมู่ซินไม่มาหรือ”
“เจ้าสำนัก พวกเขายังอยู่ระหว่างพักรักษาตัว” ผู้อาวุโสคนหนึ่งก้าวออกมาพลางกล่าว
ได้ยินดังนั้นแล้ว เจ้าสำนักก็พยักหน้า “ในเมื่อพวกเขาไม่ว่า เช่นนั้นก็พูดเรื่องนี้กับพวกเจ้าหน่อยได้” เสียงของเขาหยุดลง จากนั้นก็กล่าวต่ออีก “ผนึกแดนลับของสำนักเราคลาย แล้ว ตรวจพบว่าเป็นการกระทำของพวกมาร ความต้องการหลักคือสร้างความวุ่นวายในแดนลับ ทำให้ศิษย์หัวกะทิของพวกเราสี่สำนักตายระหว่างการฝึกบำเพ็ญครั้งนี้”
เขามองทุกคนขณะกล่าว “แต่โชคดีที่พบเรื่องนี้เร็ว นอกจากเรื่องที่ศิษย์สำนักข้าตายไปแล้วหลายคน ไปจนถึงยี่สิบกว่าคนที่ได้รับบาดเจ็บหนัก คนอื่นล้วนกลับมาอย่างปลอดภัย แต่ตาม มสิ่งที่สำนักทั้งสามเล่ามา ศิษย์ร้อยคนครั้งนี้ตายไปยี่สิบสามสิบคน เทียบกับพวกเขาแล้ว จำนวนศิษย์ที่ตายไปของสำนักดาราครามเซียนนับว่าน้อยนิดนัก”
“บัดนี้ผนึกแดนลับถูกพวกเราเจ้าสำนักทั้งสี่สร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง แต่เพราะเรื่องนี้ การฝึกบำเพ็ญในปีนี้กลับทำได้เพียงจบลงเท่านี้ นอกจากนี้ทุกสำนักต่างมีหน้าที่รับผิดชอบ เช ช่นนั้นจึงต้องเลือกศิษย์จำนวนหนึ่ง นำโดยอาจารย์ไปยังอาณาเขตมารเพื่อปิดล้อมสันเขาทางใต้ของพวกมาร เตือนพวกมารสักหน่อย สำนักดาราครามเซียนจะส่งคนไปห้าสิบคน พร้อมอาจารย์อีกห้า าคน”
ทันทีที่ได้ฟังจบ อาจารย์คนหนึ่งก็ถามขึ้น “เจ้าสำนัก ไม่ทราบว่าจะออกเดินทางเมื่อใด”
“ตกลงเวลากับสำนักทั้งสี่ไว้เป็นครึ่งเดือนหลังจากนี้” เจ้าสำนักกล่าว มองไปทางทุกคนแล้วถาม “อาจารย์นำขบวนห้าคนนี้ ไม่ทราบว่าพวกเจ้าคิดว่าห้าคนไหนเหมาะสมที่สุด”
ได้ยินดังนั้นอาจารย์ทุกท่านก็เงียบเสียงลง พวกเขาสบตากันครั้งหนึ่ง ไม่มีใครเอ่ยปาก
เห็นทุกคนนิ่งเงียบ ไม่มีใครปริปาก เจ้าสำนักจึงลูบเคราพลางพูดว่า “ทุกท่านไม่ต้องกังวล อาจารย์ที่พวกท่านแนะนำ ข้ากับผู้อาวุโสสองสามคนจะปรึกษากันครั้งหนึ่งก่อน เพราะฉะนั้นพวกเจ จ้าพูดความเห็นของพวกเจ้ามาได้เลย”
เห็นดังนั้นแล้วอาจารย์สองคนในนั้นพลันสบตากัน คนหนึ่งใช้ข้อศอกกระทุ้งอีกฝ่าย บอกเป็นนัยให้เขากล่าว ส่วนอีกคนนิ่งเงียบ ชะงักไปครู่หนึ่งถึงได้กล่าวออกมาว่า “เจ้าสำนัก หากพูด ดถึงพลังของอาจารย์ ในหมู่พวกเรานั้นอาจารย์ซื่อเชวียและอาจารย์มู่ซินย่อมแข็งแกร่งที่สุด ข้าคิดว่าให้พวกเขานำขบวนเหมาะสมยิ่งนัก เพียงแต่พวกเขาสองคนได้รับบาดเจ็บหนักและอยู่ ระหว่างรักษาตัว ดังนั้น…”
คำพูดของเขาหยุดลงเมื่อพูดถึงตรงนี้ ไม่ได้เอ่ยต่ออีก พลังของซื่อเชวียกับมู่ซินสองคนแข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเขา และพวกเขายังได้รู้ว่าอาจารย์ซื่อเชวียกับมู่ซินได้รับสัต ตว์เทวะระดับเก้ามาสองตัวในแดนลับ พลังการต่อสู้ของพวกเขาเป็นอย่างไรไม่จำเป็นต้องพูด หากพูดถึงการนำขบวนล้อมปราบสันเขาทางใต้ของพวกมาร เช่นนั้นในบรรดาอาจารย์ห้าคนต้องมีพวก กเขาสองคนด้วยถึงจะถูก
“ถูกต้อง พลังของพวกเขาสูงกว่าทุกท่านเล็กน้อยจริง เพียงแต่เจ้าพูดแล้วว่าพวกเขากำลังรักษาตัว อีกทั้งครั้งนี้ได้รับบาดเจ็บ เกรงว่าจะไม่เหมาะสมทำหน้าที่อาจารย์นำขบวน”
เจ้าสำนักกล่าว มือไพล่หลังขณะเดินไป คิดแล้วพูดขึ้นอีก “พวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ! ข้าจะปรึกษาเรื่องนี้กับผู้อาวุโสทั้งหลาย สุดท้ายแล้วค่อยตัดสินใจ”
“ขอรับ” ทุกคนตอบรับพลางถอยออกไป อาจารย์สองคนในนั้นยืนอยู่ที่เดิมไม่จากไป พวกเขาคิดดูแล้วรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง อยากที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าควรพูดดีหรือไม่
“ทั้งสองคนมีเรื่องอะไรหรือ” เจ้าสำนักเห็นสองคนมีท่าทางอยากพูดทว่าหยุดไป จึงถามขึ้น
…………………………………………….
ตอนที่ 3155 เดิมที
สองคนคิดแล้วสุดท้ายก็ส่ายหน้า “ไม่ ไม่มีอะไร” ช่างเถอะ รอพวกเขาตัดสินใจกันเองแล้วกัน! จากนั้นทั้งสองคนก็คารวะก่อนถอยออกไป
เจ้าสำนักมองทั้งสองคนจากไปตาไม่กะพริบ คิดในใจว่า ‘พวกเขาสองคนมีเรื่องอะไรในใจแท้ๆ ไยไม่พูดออกมาเล่า หรือจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร’
นึกถึงสองคนก่อนหน้านี้พูดถึงเรื่องฝีมือและนิสัยอาจารย์อย่างมู่ซินกับซื่อเชวีย เขาพลันฉุกคิดได้ หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับอาจารย์ของสองคนนั้น
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาฝากฝังธุระเล็กน้อยเสร็จแล้วจึงเดินออกไป คิดไปเยี่ยมพวกเขาทั้งสองคนสักหน่อย
อีกด้านหนึ่ง กลางลานบ้านที่ซื่อเชวียและมู่ซินพักอยู่ระหว่างการรักษาตัว พวกเขาสองคนสนทนากัน พูดถึงเรื่องในแดนลับ อีกทั้งพูดถึงสัตว์เทวะสองตัวนั้นแล้วก็อดทอดถอนใจไม่ได ด้
“หากไม่ใช่อาจารย์ พวกเราก็คงไม่มีทางปราบสัตว์เทวะระดับเก้าได้!”
“ใช่! สัตว์เทวะระดับเก้าใกล้เข้าสู่ระดับสัตว์มหาเทพ หากหลังจากนี้ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง นั่นก็ร้ายกาจยิ่งนักแล้ว” มู่ซินอดไม่ได้ที่จะคาดหวัง จินตนาการว่าหากหลังจากนี้ได้เด ดินอยู่ข้างสัตว์มหาเทพ นั่นจะต้องทำให้ผู้คนชื่นชมอย่างแน่นอน!
ซื่อเชวียครุ่นคิด ถามว่า “เจ้าว่าอาจารย์รับมือกับสัตว์เทวะระดับเก้าอย่างง่ายดายได้อย่างไร วันนั้นนางลงมาจากบันไดเซียน เมื่อประมือกับพวกเราแล้วรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล หรือว ว่า…”
เมื่อได้ยินดังนั้นแล้ว มู่ซินตาเป็นประกายเล็กน้อย “มีความเป็นไปได้สูง”
สองคนนอนลงบนเตียงนุ่มกลางเรือน ขณะสนทนากันก็เห็นเจ้าสำนักเดินเข้ามาจากข้างนอก
“ฮ่าๆ พวกเจ้าสองคนเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างแล้วกระมัง” เจ้าสำนักก้าวเข้ามา มองสองคนก่อนกล่าว
เห็นว่าเป็นเจ้าสำนัก ทั้งสองคนจึงรีบลุกขึ้นจากเตียงเพื่อทำการคารวะ “เจ้าสำนัก”
“พวกเจ้าบาดเจ็บอยู่ ไม่ต้องมากพิธี นั่งเถอะ!” เจ้าสำนักกล่าว ยิ้มแล้วเดินไปนั่งลงข้างโต๊ะในเรือน
“ทำให้เจ้าสำนักเป็นห่วงแล้ว” ทั้งสองพูดแล้วนั่งลงเช่นกัน
เจ้าสำนักมองคนทั้งสองด้วยดวงตาเป็นประกาย “ครั้งนี้พวกเข้าบาดเจ็บไม่น้อยเลย!” ตอนพวกเขากลับมา ตนมาเยี่ยมพวกเขาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นมองดูพวกเขาแล้วไม่ว่าบาดแผลภายในหรือภายนอก กล้วนหนักหนา หากบาดแผลเช่นนั้นเกิดขึ้นบนตัวผู้อื่น เกรงว่าตอนนี้คงไม่มีทางเคลื่อนไหวหรือลงจากเตียงได้ แต่พวกเขากลับฟื้นตัวได้ไวนัก
ทั้งสองคนได้ยินแล้วก็สบตากันครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงยิ้มออกมา “ที่จริงแล้วพวกข้ามีเรื่องอยากพูดกับเจ้าสำนัก” อย่างไรเสียก็เกิดเรื่องใหญ่ในแดนลับขนาดนั้น หากปิดบังเจ้าสำนักว่ าอาจารย์ของพวกเขาเข้าไปในแดนลับด้วย นั่นเกรงว่าต่อไปจะสร้างความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็นได้
“เอ๋?” เขายิ้ม ถามว่า “เรื่องอะไรหรือ”
“เจ้าสำนัก ความจริงแล้วเฟิ่งจิ่วอาจารย์ของพวกข้าก็เข้าไปในแดนลับด้วย” เสียงของซื่อเชวียหยุดไปพักหนึ่ง “บาดแผลบนตัวของพวกข้าเกิดจากสัตว์เทวะระดับเก้าสองตัว ขณะอยู่ใน นช่วงวิกฤติ เป็นอาจารย์ของพวกข้าที่ช่วยพวกข้าไว้”
พอฟังจบแล้ว เจ้าสำนักชะงักไปเล็กน้อย “นางเข้าไปหรือ นางเข้าไปทำอะไร”
“อาจารย์พวกข้าเข้าไปเพื่อเอ็นวิญญาณนิลพันปี ต่อมานางยังปราบสัตว์เทวะระดับเก้าสองตัวที่ทำร้ายพวกข้าด้วย ทำให้สัตว์เทวะระดับเก้าสองตัวนั้นกลายเป็นสัตว์พันธสัญญาของพวก กข้า”
ขณะพูดอยู่ สองคนพลันสะบัดแขนเสื้อ สัตว์เทวะระดับเก้าสองตัวพลันปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าสำนักที่กำลังตกตะลึง
เห็นสัตว์เทวะสองตัวนั้นแล้ว เจ้าสำนักตื่นตะลึงยิ่งกว่าเดิม เฟิ่งจิ่วผู้นั้นเสาะหาสัตว์เทวะแข็งแกร่งสองตัวให้พวกเขาสองคนอย่างนั้นหรือ เหลือเชื่อจริงๆ…
คิดถึงตรงนี้แล้ว ในที่สุดเขาก็รู้ว่าเหตุใดอาจารย์สองคนนั้นอยากพูดแล้วถึงหยุดไป และเหตุใดบาดแผลของพวกเขาถึงฟื้นฟูได้รวดเร็วขนาดนี้
……………………………………………