เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3156 สั่งสอน / ตอนที่ 3157 ฮู่ๆ
ตอนที่ 3156 สั่งสอน
“หมายความว่าเฟิ่งจิ่วน่าจะยังอยู่ในสำนักหรือ” เจ้าสำนักถาม
“ขอรับ” ทั้งสองคนตอบ
ได้ยินดังนั้นเจ้าสำนักก็พยักหน้า “พวกเจ้ามีอาจารย์เช่นนี้ ถือเป็นโชคดีของพวกเจ้าจริงๆ!”
เจ้าสำนักกล่าวคำพูดนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง ทุกครั้งล้วนทำให้คนทั้งสองลอบทอดถอนใจ เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
จากนั้นเจ้าสำนักก็มองพวกเขาสองคนครั้งหนึ่ง “พวกเจ้ารักษาตัวให้ดีเถอะ! เรื่องอื่นไม่จำเป็นต้องคิดมาก รักษาตัวให้หายแล้วค่อยว่ากัน” ครั้นพูดจบเขาก็จากไปโดยไม่ให้คนทั้งสอง ไปส่ง
พอเขาไปได้ไม่นาน มู่หลิงและเผยจื่อเซวียนก็เดินเข้ามา ทั้งสองคารวะอาจารย์ ก่อนเผยจื่อเซวียนจะเอ่ยขึ้นว่า “อาจารย์ ในสำนักเตรียมให้อาจารย์ทั้งห้านำขบวน คัดเลือกคนจากในหม มู่ศิษย์อีกสามสำนักร่วมด้วย เตรียมล้อมจู่โจมดินแดนมารทางสันเขาตอนใต้”
ได้ยินดังนั้น สองคนชะงักงัน เพราะเมื่อครู่นี้เจ้าสำนักไม่ได้พูดเรื่องนี้กับพวกเขา
“เลือกอาจารย์ทั้งห้าเรียบร้อยแล้วหรือ” ซื่อเชวียถาม
“ยัง ได้ยินมาว่ายังอยู่ระหว่างปรึกษากัน”
สองคนฟังแล้วมองตากัน พวกเขาสองคนได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้ ไม่เหมาะจะสู้รบในเวลาอันใกล้ พวกเขาครุ่นคิด จากนั้นจึงโบกมือสื่อว่าให้พวกเขาถอยออกไป
อีกด้านหนึ่ง ภายในถ้ำ ในที่สุดเฟิ่งจิ่วที่มีสีหน้าเหนื่อยล้าก็ออกจากถ้ำ นางมองท้องฟ้าด้านนอกก่อนเผยรอยยิ้ม ยุ่งยากลำบากมาหลายวันขนาดนี้ สุดท้ายก็หลอมโอสถฟื้นฟูเส้นโลหิตออกม มาได้แล้ว
เพื่อโอสถที่จะสามารถฟื้นฟูเส้นโลหิตผู้อยู่ในระดับเทพได้ หลายวันมานี้นางทดลองวิชาหลอมมากมายภายในห้วงมิติ ทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งวันนี้ถึงประสบความสำเร็จในที่สุด
“คราวนี้ก็กลับบ้านอย่างวางใจได้แล้ว”
นางเอ่ยเสียงเบา มองท้องฟ้าพลางบิดขี้เกียจ หลอมโอสถสำเร็จแล้ว ขณะเดียวกันก็ได้รับคำฝากฝังจากพี่สาว ได้รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่พรรคเริงรมย์จริงดังคาด อีกทั้งไม่ได้เกิดเรื่องใ ใหญ่อะไรขึ้น เช่นนี้นางก็ไม่ต้องเป็นกังวลแล้ว
“ไปเยี่ยมซื่อเชวียกับมู่ซินสองคนหน่อยดีกว่า บอกลาพวกเขาก่อนค่อยกลับไป” นางดีดชุดคลุม สะบัดแขนเสื้อ คราวนี้ถึงเดินไปยังสถานที่ซึ่งซื่อเชวียและมู่ซินพักฟื้นอยู่
ช่วงเย็น เฟิ่งจิ่วออกจากสำนักดาราครามเซียน เดินไปทางเมืองสี่ทิศเพียงลำพัง
ภายในจวนตระกูลเฟิ่งซึ่งอยู่ในเมือง เซวียนหยวนห้าวเดินซวดเซ สองมือเขายืดออกเพื่อพยายามรักษาสมดุลร่างกาย บนใบหน้างามงดแฝงรอยยิ้มไร้เดียงสา “ท่านแม่ ท่านพ่อ”
เขาก้าวสั้นๆ ทีละก้าว ยิ่งเดินยิ่งรีบร้อน ยิ่งเดินยิ่งเบิกบานใจ ปากเล็กๆ เรียกบิดามารดาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานตลอดเวลา เหลิ่งซวงติดตามเขาอยู่ด้านหลัง คอยดูแลคุณชายน้อยที่เด ดินอย่างรีบร้อน ในดวงตาสีน้ำตาลปรากฏความอ่อนโยนและเป็นประกายอย่างอดไม่อยู่
“คุณชายน้อย เดินช้าหน่อยเถอะ” เมื่อเห็นเขาเดินโซเซไปข้างหน้าสองสามก้าว จากนั้นจึงทรงตัวอย่างมั่นคงไม่ล้มลง นางถึงได้ถอนหายใจเสียงเบาอย่างควบคุมไม่อยู่
“ท่านแม่ ท่านแม่” เด็กชายเดินไปข้างหน้า เพราะรีบร้อนจึงถลาล้มลง มือเล็กและหัวเข่าของขาสั้นๆ ขูดกับทรายและหินบนพื้น ทันใดนั้นเขาก็อ้าปากเล็กน้อย ตาแดงก่ำขึ้นมา สูดจมูกพ พลางหันไปมองเหลิ่งซวง
ผู้อาวุโสเหมยที่กำลังกวาดพื้นอยู่ไม่ไกลเห็นเข้า จึงรีบเร่งฝีเท้าก้าวเข้ามา ขณะคิดประคองเขาลุกขึ้น เหลิ่งซวงกลับห้ามไว้
“ไม่ต้องประคองเขา” เหลิ่งซวงกล่าวแล้วมองคุณชายน้อยที่นั่งอยู่บนพื้น กล่าวว่า “คุณชายน้อย ท่านต้องลุกขึ้นด้วยตนเอง”
…………………………………………….
ตอนที่ 3157 ฮู่ๆ
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสเหมยตะลึงไป “เขายังเด็ก…”
“นี่เป็นสิ่งที่นายท่านกล่าวไว้ เด็กล้มห้ามประคอง ต้องสอนเขาว่าล้มแล้วต้องลุกขึ้นด้วยตนเอง” เหลิ่งซวงกล่าว จากนั้นก้าวไปข้างหน้าช้าๆ สายตายังคงอยู่ที่ร่างเด็กชาย “ท่านต้ องลุกขึ้นด้วยตนเอง รอท่านลุกขึ้นมาด้วยตนเองแล้ว นั่นแหละเด็กดี”
เด็กชายสูดจมูก เบ้ปากเล็ก ดวงตาแดงก่ำมีน้ำตา ท่าทางน่าอดสูทีเดียว เขามองเหลิ่งซวงอยู่อย่างนั้น อีกทั้งยื่นมือให้นาง เอ่ยเสียงออดอ้อนว่า “ท่านอา อุ้มหน่อย”
ผู้อาวุโสเหมยที่อยู่ข้างๆ มองแล้วทนไม่ได้ เด็กเล็กขนาดนี้ เหตุใดต้อง…
“ท่านลุกขึ้นด้วยตนเอง ท่านอาถึงจะอุ้มท่าน” เหลิ่งซวงกล่าว สายตาที่มองเขามีแต่การให้กำลังใจ
เด็กชายยื่นมือ นั่งอยู่บนพื้น เห็นนางไม่อุ้มเขาขึ้นจึงกะพริบตา สุดท้ายก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นด้วยตนเอง มือเล็กคู่นั้นมีเลือดซิบๆ เพราะขูดกับพื้น เขาจึงยื่นมือไปข้างห หน้า “ท่านอา ฮู่ๆ”
เมื่อได้ยินดังนั้นแล้ว เหลิ่งซวงเผยรอยยิ้มออกมาอย่างอดไม่อยู่ อุ้มเขาไว้ในอ้อมแขนอย่างเอ็นดู ก่อนลูบศีรษะเขาแล้วกล่าวว่าเด็กดี คราวนี้ถึงค่อยดึงมือเขามาดู “เลือดออกแล้ว ! แต่ไม่เป็นไร ท่านอาจะช่วยเจ้าใส่ยาเอง”
“ยาๆ” เด็กชายกล่าวอย่างอารมณ์ดี ยกมือของตนเองขึ้นยื่นไปข้างหน้า ยื่นปากเล็กเป่าลม “ฮู่ๆ ฮู่ๆ ไม่เจ็บแล้ว”
ผู้อาวุโสเหมยที่อยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นแล้วก็รู้สึกดีใจระคนทอดถอนใจ ให้เขาอยู่ต่อเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามคาด เขาอยู่ที่นี่เป็นการจัดการที่ดีต่อเขาที่สุดจริงๆ อีกทั้งยังรู ประสามากขึ้นทุกวัน ทำให้คนรักใคร่เอ็นดู อยากโอบกอดเอาไว้ในฝ่ามือ ปกป้องเขาด้วยใจจริง
เหลิ่งซวงใช้น้ำช่วยเขาทำความสะอาดมือเล็กน้อย จากนั้นนำยาออกมาป้าย “เสร็จแล้ว อย่าเพิ่งขยับ อีกเดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว”
“อือๆ ไม่เจ็บ” เด็กชายพยักหน้าอย่างว่าง่าย เผยรอยยิ้มไร้เดียงสาออกมา
เขาหมุนกายเดินไปข้างหน้าต่อ ยิ่งเดินยิ่งมั่นคง เมื่อมาถึงกลางลานและมองเห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อกำลังฝึกกระบี่ เขาพลันตาเป็นประกายโผเข้าไปหา
“ท่านพ่อ” เขาเรียกอย่างอารมดี ถลาไปข้างหน้า
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเก็บกระบี่ไว้ข้างหลัง โอบรับเด็กชายที่พุ่งเข้าใส่เอาไว้ “ช้าหน่อย”
“ท่านพ่อ ฮู่ๆ” เขายื่นมือเล็กไปข้างหน้าโดยตรง กะพริบตามองเขา
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเห็นดังนั้นแล้วอุ้มเขาขึ้นมา จากนั้นนั่งลงด้านข้างทันที “หกล้มหรือ”
“ล้ม เจ็บๆ” ดวงตาชุ่มน้ำมองเขา เสียงอ่อนหวานน่าเอ็นดูทีเดียว
“ไม่เป็นไร ผู้ชายไม่เจ็บหรอกนะ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อกล่าวพลางลูบศีรษะเขา
ผู้อาวุโสเหมยที่ตามมาตลอดทางได้ยินแล้วอดกลอกตาขาวไม่ได้ ผู้ชายไม่เจ็บ? นี่มันหลักการอะไรกัน?
เด็กชายคล้ายกับไม่เข้าใจว่าอะไรคือผู้ชายไม่เจ็บ ดังนั้นเขาจึงยื่นมือไปถึงตรงหน้าอีกฝ่าย เอ่ยเสียงออดอ้อน “ล้ม เจ็บๆ ท่านพ่อ ฮู่ๆ”
ทันทีที่ได้ยิน แววตาของเซวียนหยวนโม่เจ๋อพลันแข็งทื่อ คล้ายกับโง่งมอยู่บ้าง อีกทั้งคล้ายกับไม่รู้ว่าฮู่ๆ ทำอย่างไร เขาจับมือเด็กชายมามองดู พิจารณาครู่หนึ่งค่อยหยิบยาขวดหนึ่ งออกมาในที่สุด จากนั้นทาลงบนแผลด้วยปริมาณมากชั้นหนึ่ง
“อืม เสร็จแล้ว” เขาพูด สุดท้ายแล้วยังหาผ้ามาพันแผลให้อีกต่างหาก จากนั้นพันเป็นปมผีเสื้อที่งดงาม
เด็กชายกะพริบตามองมือตนเองที่ถูกพันเสียจนหนาเตอะ อึ้งงันอย่างอดไม่อยู่ เนิ่นนานแล้วก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เขามองมือข้างนั้นของตนเอง จนสุดท้ายยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี “ “ซวยๆ”
ความจริงแล้วสัญชาตญาณของเขาคิดจะพูดว่าสวย