เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3570 ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย / ตอนที่ 3571 ออกมือ
ตอนที่ 3570 ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ซ่งอีผิงมองตามลงไปเช่นกัน เพียงแต่ด้วยระดับพลังของเขาแล้ว จิตรับรู้ไม่อาจสืบเสาะได้ในระยะไกลถึงเพียงนั้น
“กลางเขามีการต่อสู้” เฟิ่งจิ่วกล่าว กลิ่นคาวเจือจางคลุ้งอยู่กลางอากาศ “เห็นเลือดแล้ว”
ฟังดังนั้นแล้ว ซ่งอีผิงกับเยี่ยหลิงล้วนชะงักงัน บนเขาฟ้าอรุณมีเพียงแปดตระกูลเร้นกายไม่มีใครอื่น และแต่ไหนแต่ไรมาพวกเขาไม่เคยลงมือกันจนถึงเลือดตกยางออก จะเป็นไปได้อย่างไร?
“จะไปดูหรือไม่” เฟิ่งจิ่วมองคนทั้งสองพลางถาม
ซ่งอีผิงลังเลอยู่บ้าง พวกเขาคิดไปจากที่นี่แล้ว หากตอนนี้กลับไปดู หากถูกพวกเขาพบเข้าแล้วจะทำอย่างไร…
“ไปดูหน่อยเถอะ! ปกติแล้วคนของแปดตระกูลไม่จับดาบและกระบี่ บัดนี้ถึงเลือดถึงเนื้อแล้ว เรื่องราวต้องไม่ธรรมดาแน่ ไปดูหน่อยดีกว่า” เยี่ยหลิงพูดเสียงเบา
เฟิ่งจิ่วฟังแล้วพยักหน้า “เช่นนั้นก็ไปเถอะ!” นางมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ
เซวียนหยวนโม่เจ๋ฮจับมือนาง คราวนี้ค่อยเดินลงเขาไปพร้อมกัน ฝ่ายซ่งอีผิงแบกเยี่ยหลิงตามหลังทั้งสองคนไป
ในป่ากลางเขา กิ่งก้านต้นไม้อุดมสมบูรณ์บดบังแสงสว่าง กลิ่นอายเย็นสบาย ทว่าตอนนี้คนของแปดตระกูลกำลังโรมรันกัน
เดิมพวกเขารับคำสั่งออกมาลาดตระเวนในป่า ทว่าจู่ๆ กลับต่อสู้กันที่นี่ คมดาบในมือเล็งไปยังศัตรูฝ่ายตรงข้าม ดาบแต่ละเล่มคมปลาบหาใดเปรียบ อานุภาพหมายเอาชีวิต
เสียงดาบกระบี่กระทบกัน กลิ่นอายที่เปี่ยมไปด้วยความดุดันตลบอบอวล ก่อนจะกลายป็นความกดดันและหนาวเหน็บ กลิ่นเลือดและเสียงคำราม รวมถึงเสียงร้องน่าเวทนาของคนมากมายลอยไปทั่วทั้งป่า
“อ้าก!”
เคร้ง!
หนึ่งเสียงร้องโหยหวน หนึ่งหยาดเลือดซ่านกระเซ็น หนึ่งคนล้มลงพร้อมคมดาบที่ฟันลงมา ทว่าอีกคนที่อยู่ข้างๆ กลับต้านดาบในมืออีกฝ่ายเอาไว้ได้ ดาบและกระบี่ฟาดฟันกัน เสียงดังกึกก้องดังขึ้นพร้อมประกายไฟที่กระเด็นออกมา
“ลุกขึ้นเร็ว! รีบส่งสัญญาณ!” บุรุษที่ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดคนหนึ่งตะโกน พลางคุ้มกันบุรุษที่ถูกฟันคนนั้น ให้เขารีบส่งสัญญาณไปบนท้องฟ้า
หากพวกเฟิ่งจิ่วและซ่งอีผิงอยู่ที่นี่ก็คงจำได้ ว่าบุรุษที่ตัวมีแต่เลือดคนนี้ก็คือพี่ชายของเยี่ยหลิง
ทว่าพริบตาที่เขาส่งเสียงตะโกน ดาบหนึ่งก็ฟันเข้าใส่แขนเขาแล้ว
“เฮือก!”
เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด มือที่จับกระบี่อยู่ตกลงบนพื้นเพราะความเจ็บรวดร้าวที่เกินขึ้นอย่างกะทันหัน เลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาจากแขน ก่อนที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับทั้งคมกระบี่และดาบที่ดาหน้าเข้ามาหาตน
สวบ!
ปราณกระบี่และปราณดาบอันน่าหวาดหวั่นพุ่งตรงเข้ามา ไอสังหารเยือกเย็นพุ่งออกจากปลายกระบี่ แก้มเขาถูกปราณกระบี่กรีด เลือดไหลออกมาเป็นทางในทันใด
“ระวัง!”
บุรุษที่อายุมากกว่าพุ่งเข้ามา ผลักเขาลงบนพื้นแล้วกลิ้งหลบคมดาบที่อันตรายถึงชีวิตอย่างรวดเร็ว พวกเขาได้ยินเพียงเสียงกระแสอากาศกรีดผ่านข้างกาย จิตสังหารหนาวยะเยือกพัวพันทั่วร่าง
“รีบไป!”
บุรุษอายุมากกว่ารีบผละออกไป ตีลังกาขวางคนเหล่านั้นที่ล้อมจู่โจมเข้ามา ทว่าเพราะคนเดียวไม่อาจสู้ศัตรูหลายคน อีกทั้งเขายังถูกฟันแขนและถูกแทงที่เอวครั้งหนึ่ง ฝีเท้าจึงเริ่มซวนเซขึ้นมาแล้ว
“ท่านอาน้อย!”
เห็นญาติของตนเองเสียท่า ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เขาไม่สนใจหนีเอาชีวิตรอดแล้ว พลันหยิบดาบบนพื้นแล้วมุ่งหน้าเข้าไปปะทะ ขวางคมดาบมากมายที่ฟันลงมา
เคร้ง!
ปราณกระบี่และปราณดาบหลายสายจู่โจมเข้ามา ทำให้ดาบในมือของเขาถูกกดเอาไว้ ในขณะนั้นเองความเย็นจัดสายหนึ่งพลันโฉบเข้ามา ฟันไปที่คนทั้งสองอย่างรุนแรง
……….
ตอนที่ 3571 ออกมือ
กลิ่นอายของความตายปกคลุมร่างกายพวกเขาในเวลานี้ สองคนตัวแข็งทื่อ อยากหลบก็ไม่ทันแล้ว ตอนนี้เอง กระแสปราณมหาศาลกลุ่มหนึ่งพลันจู่โจมมาจากอีกด้าน อ้อมตัวพวกเขาสองคนไป ก่อนจะดีดคนเหล่านั้นที่กำลังล้อมพวกเขาไว้ออกไปทั้งหมด
สวบ!
ตึง!
“อั้ก!”
เสียงวุ่นวายดังขึ้น สี่ห้าคนนั้นถูกจู่โจมจนถอยหลังกรูดไปหลายหมี่ ก่อนกระอักเลือดสดๆ คำหนึ่งออกมา สองคนที่ได้รับการช่วยเหลือกำลังนั่งเบิกตาโพลงมองหลายคนที่ลอยหวือไปด้วยความตื่นกลัว ครั้นหันกลับไปมองก็เห็นเพียงสตรีชุดเขียวคนหนึ่งกำลังดึงมือกลับ ปราณที่เอ่อท้นอยู่ในมือนางก็ค่อยๆ สลายหายไป
ข้างหลังนางนั้น ซ่งอีผิงกำลังแบกคนคนหนึ่งที่ถูกคลุมไว้ด้วยชุดคลุมกันลม เพราะร่างกายเกินครึ่งถูกห่อหุ้มเอาไว้จึงทำให้มองไม่ออกว่าเป็นบุรุษหรือสตรี
ข้างกายสตรีชุดเขียวคนนั้น เป็นบุรุษไว้หนวดสวมชุดสีดำ เห็นกลุ่มคนที่ไม่นับว่าไม่คุ้นเคยแล้ว พวกเขาพลันทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะหนึ่ง
“เจ้า…พวกเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองสองคนนั้นด้วยความเกียจคร้าน “หากพวกข้าไม่อยู่ที่นี่พอดี ตอนนี้พวกเจ้าคงตายไปแล้วกระมัง”
“อ้าก!”
คนพวกนั้นตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้วหยิบดาบเข้าจู่โจมพวกเขา ไม่สนใจบาดแผลบนกายเลยแม้แต่นิดเดียว ตาแดงก่ำเหมือนกับสูญสิ้นสติไปอย่างไรอย่างนั้น
ตอนนี้เอง บุรุษที่ถูกผลักออกไปก่อนหน้านี้พลันดึงสติกลับมา รีบหยิบสัญญาณจากในห้วงมิติแล้วโยนขึ้นท้องฟ้า มันส่งเสียงระเบิดดังลั่น ขณะเดียวกันกลายเป็นรูปสัญญาณบางอย่าง
ครั้นเสียงสัญญาณนั้นดังขึ้นกลางท้องฟ้า คนตระกูลเยี่ยมองเห็นแล้วต่างก็ตกใจ กล่าวขึ้นทันทีว่า “เร็ว! เกิดเรื่องแล้ว! ตามข้าไปให้หมด!” คนกลุ่มหนึ่งออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว ตามสัญญาณนั้นไปยังสถานที่ส่งสัญญาณโดยพลัน
ส่วนตระกูลอื่นหลังจากได้ยินสัญญาณของตระกูลเยี่ยแล้วพลันประหลาดใจ พวกเขาหยุดชะงักอยู่ครู่หนึ่ง กล่าวว่า “หรือเจ้าของสัตว์เทวะจะปรากฏตัวแล้ว”
คิดถึงตรงนี้แล้ว ผู้นำตระกูลทุกคนต่างก็รีบพาคนไปยังสถานที่ส่งสัญญาณเช่นเดียวกัน
กลางป่า ซ่งอีผิงเห็นว่าท่ามกลางคนพวกนั้นมีคนของตระกูลซ่งอยู่ด้วย จึงตะโกนเสียงดังทันที “หยุดมือ! หยุดมือทั้งหมด! พวกเจ้าจะทำอะไรกันแน่! หยุดมือ!”
“ไม่ต้องตะโกน ไม่เห็นหรือว่าพวกเขาสิ้นสติกระหายเลือดกันหมดแล้ว”
เฟิ่งจิ่วเอ่ยเสียงเรียบ เหลือบมองคนพวกนั้นอย่างเย็นชา ไม่สนใจพวกเขาที่กำลังจู่โจมเข้ามา เพียงโฉบร่างผ่านศพที่อยู่บนพื้น มองไปทางสามคนของตระกูลเยี่ยที่ยังเหลืออยู่ ถามว่า “ไยพวกเจ้ายังครองสติเอาไว้ได้”
“พวกเขาล้วนสิ้นสติกันไปหมดแล้ว ห้ามพวกเขาไม่ให้ลงมือก่อนค่อยว่ากัน!” สองคนบนพื้นประคองกันลุกขึ้นยืน ตอนเห็นคนพวกนั้นถือดาบและกระบี่ฟันไปทางพวกเขา จึงถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างอดไม่ได้
“สังหารทิ้ง?” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว มองไปทางซ่งอีผิง
ซ่งอีผิงมีสีหน้าแข็งค้างเล็กน้อย “ฮูหยินหลิง ทำให้พวกเขาสลบไปได้หรือไม่ คนพวกนี้ล้วนเป็นบุคคลระดับหัวกะทิของตระกูลทั้งหลาย หากสังหารไปแล้ว เกรงว่าตระกูลทั้งหลายคงไม่มีทางรามือ”
“นั่นถือเป็นเรื่องง่าย เพียงแต่ดูจากท่าทางพวกเขาคงมิอาจควบคุมร่างกายตนเองได้แล้ว แม้จะสลบไปก็อาจห้ามพวกเขาไม่ได้” เฟิ่งจิ่วกล่าว พลางมองคนเหล่านั้นที่พุ่งเข้าใส่ตรงหน้า นางสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง พลังกลุ่มหนึ่งจู่โจมออกไป ทำเอาพวกเขาตีลังกาไปทันที
ตึงๆ…
เสียงกระแทกพื้นดังขึ้น ทว่าไม่นานนักพวกเขาก็ลุกกลับขึ้นมาอีก
……….