เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3134 : ล่อศัตรูออกมา
ตอนที่ 3134 : ล่อศัตรูออกมา
“ด้วยความแข็งแกร่งของข้าตอนนี้แล้ว ข้าคงอยู่ในระยะ 10 กิโลเมตรจากสัตว์อสูรหยานหวง ไม่ว่าข้าจะซ่อนตัวดีแค่ไหนก็ตาม เมื่อข้าเข้าใกล้ ข้าจะโดนพบตัว” เจี้ยนเฉินคิดในใจ ต่อมาเขาก็ได้เปลี่ยนทางและพุ่งไปหาสัตว์อสูรหยานหวง
เมื่อเขาไม่อาจจะเก็บผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์มาได้ ก่อนที่สัตว์อสูรหยานหวงจะพบเขา งั้นเขาก็จะดึงความสนใจของมันมา ก่อนที่จะทำตามแผนที่เขากับซ่างกวนมู่เอ๋อได้ตกลงกันมาก่อนหน้านี้
ฟรืด ฟรืด !
ตอนที่เจี้ยนเฉินพุ่งเข้าไปหาสัตว์อสูรหยานหวง ลมอันรุนแรงก็ก่อตัวขึ้นมา สัตว์อสูรหยานหวงรูปร่างแปลกประหลาดได้กระพือปีกที่หลัง ลมได้หลอมรวมเข้าด้วยกันและเฉือนตัดผ่านอากาศ พุ่งเข้าหาเจี้ยนเฉินจากด้านบน
ตอนนั้นเองพลังแห่งการมีอยู่อันมหาศาลได้กดทับตัวเจี้ยนเฉิน ทำให้เขาร่วงลงมา
สีหน้าของเจี้ยนเฉินเปลี่ยนไป เขาพบว่าประเมินสัตว์อสูรหยานหวงนี่ต่ำเกินไป ไม่สิ เขาประเมินความสามารถของตัวเองที่ใช้ในโลกจิ๋วหยานหวงได้สูงเกินไป
ตอนนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรหยานหวงขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4 เขาก็รู้สึกว่าเขาไม่อาจจะหลบได้เลย ความเร็วในการโจมตีของมันรวดเร็วเกินไป มันถึงกับมีพลังงานในการกดดันศัตรูที่อ่อนแอกว่ามันด้วย
หากเขาใช้กฎได้ เจี้ยนเฉินคงหลบการโจมตีนี้ได้ง่าย ๆ ด้วยกฎมิติขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4 การหลบการโจมตีนี้ไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย
แต่ตอนนี้เขาไม่อาจจะหลบการโจมตีได้ด้วยพลังการบ่มเพาะเพียงอย่างเดียว
ทางเดียวที่เขาทำได้คือป้องกันการโจมตีด้วยร่างบรรพกาลของเขา
มันเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ในพริบตา เจี้ยนเฉินได้รับการโจมตีเอาไว้ จุดบรรพกาลในร่างเริ่มหมุนวน พลังบรรพกาลขั้น 15 ปะทุออกมา เขารับการโจมตีอย่างไม่เกรงกลัว
เมื่อเขาไม่อาจจะหลบได้ งั้นเขาก็จะใช้โอกาสนี้โจมตี !
ตูม !
ระเบิดกระจายไปทั่ว ไม่เพียงแต่เจี้ยนเฉินไม่อาจจะทำให้ปีกของสัตว์อสูรหยานหวงบาดเจ็บได้ด้วยการโจมตีเต็มกำลังของเขา แต่พลังอันน่ากลัวกลับฟาดเขาลงไปที่พื้นแทน
“แค่ร่างบรรพกาลขั้น 15 ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับสัตว์อสูรหยานหวงขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4” ที่ใต้พื้นดิน เจี้ยนเฉินหน้าแดงก่ำ เลือดและอวัยวะภายในของเขาปั่นป่วน
จากความแข็งแกร่งของร่างบรรพกาลแล้ว เขาไม่ได้มีรอยขีดข่วนใด ๆ แต่อวัยวะภายในนั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง“ร่างบรรพกาลขั้น 15 ทัดเทียมกับขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 9 การเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรหยานหวงขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4 ด้วยความแข็งแกร่งขั้นอสงไขยนี้แตกต่างกันมากเกินไป”
“ข้าต้องขึ้นไปถึงขั้น 16 ให้ได้ ร่างบรรพกาลขั้น 16 นั้นทัดเทียมกับขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 3 ข้าจะจัดการกับสัตว์อสูรหยานหวงนี่ได้ง่ายกว่าเก่า แม้ว่าจะไม่อาจจะฆ่ามันได้ แต่ก็ไม่ต้องลำบากเช่นนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมัน”
เจี้ยนเฉินทำการคำนวณ ทันทีที่เขาคิดถึงพลังงานที่ต้องใช้สำหรับการทะลวงขึ้นไปขั้น 16 นั้นก็ทำให้เขาอยากได้ผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์มากกว่าเดิม
ตอนที่เขาทะลวงผ่านร่างบรรพกาลขั้น 15 ในโลกดาวทมิฬ เขาได้ใช้สมบัติสวรรค์ทั้งหมดที่เผ่าดาวทมิฬใช้เวลาหลายปีนับไม่ถ้วนในการเพาะปลูกสวนสมุนไพรนั้นขึ้นมา
เมื่อเขาต้องการทะลวงผ่านขั้น 16 พลังงานที่ต้องใช้นั้นก็มหาศาลเกินกว่าจะคาดถึง
นอกจากนี้แล้วจุดบรรพกาลของเขาก็เคยแตกสลายไปตอนที่ข้ามสะพานชีวิต พลังบรรพกาลจำนวนมากได้รั่วไหลออกไป
ผลก็คือจุดบรรพกาลนั้นยังไม่ใกล้เคียงกับขีดจำกัดของมันเลย
แม้ว่าเขาจะไม่สนใจองค์ประกอบเหล่านี้ แต่แค่พลังงานที่ต้องใช้เพื่อให้ถึงขีดจำกัดในจุดบรรพกาลนั้นก็ไม่อาจจะวัดได้
ผลก็คือผลศักดิ์สิทธิ์นภาวิสุทธิ์ที่พิเศษกับการทำให้ระดับการบ่มเพาะแข็งแกร่งขึ้นก็เป็นสิ่งที่เจี้ยนเฉินต้องการอย่างมาก
ฟรืด ! เจี้ยนเฉินพุ่งออกมาจากใต้ดิน พลังบรรพกาลของเขาปะทุออกมา เขาได้ใช้ความเร็วสูงสุดพุ่งเข้าหาสัตว์อสูรหยานหวง
ด้วยความเร็วของเจี้ยนเฉินในตอนนี้แล้ว เขาสามารถพุ่งตัดระยะห่าง 2-3 กิโลเมตรได้ในพริบตา แต่ตอนนี้ระยะห่างสั้น ๆ นี้เหมือนจะยาวไกลอย่างมากในสายตาของเขา
ต่อมาปีกของสัตว์อสูรหยานหวงก็ได้ทับซ้อนกันก่อนจะสะบัดและส่งลมออกมาอีกครั้งครั้งนี้มันไม่ได้พัดมาจากด้านบน กลับกันแล้วมันเหมือนกับการตบแทน มันทำให้เจี้ยนเฉินกระเด็นออกไป
สัตว์อสูรหยานหวงนี่รวดเร็วเกินไป เมื่อรวมกับแรงกดดันที่มันแผ่ออกมาตอนที่โจมตีแล้ว มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เจี้ยนเฉินซึ่งโดนจำกัดความแข็งแกร่งจะหลบได้
เจี้ยนเฉินกระเด็นออกไปราวกับลูกปืนใหญ่ เขากระเด็นไปหลายกิโลเมตรและหยุดเมื่อชนกับก้อนหินใหญ่ มันมีรูปรากฏขึ้นมาบนก้อนหินจากการชนนี้ ตัวเขาฝังอยู่ในก้อนหินก้อนนั้น
ต่อมา เจี้ยนเฉินก็ได้ระเบิดพลังบรรพกาลออกมาทำลายหินทั้งก้อน เขาลอยอยู่ในอากาศด้วยท่าทีน่ากลัว สีหน้าของเขากลับหม่นลง
เลือดไหลออกมาจากมุมปากของเขา
การโจมตีของสัตว์อสูรหยานหวงครั้งนี้รุนแรงกว่าการโจมตีครั้งที่แล้ว มันถึงกับทำให้เขาบาดเจ็บเล็กน้อย
แต่อาการบาดเจ็บนี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับร่างบรรพกาล ด้วยการฟื้นฟูของร่างบรรพกาลแล้ว เขาสามารถฟื้นฟูได้ในพริบตา
เจี้ยนเฉินไม่ยอมแพ้ พลังบรรพกาลปะทุออกมา เขาเปลี่ยนเป็นภาพพร่ามัวแล้วพุ่งเข้าหาสัตว์อสูรหยานหวงต่อ แต่บางทีเพราะเขามีประสบการณ์จากสองครั้งแรกแล้ว เจี้ยนเฉินจึงเดาเวลาลงมือของสัตว์อสูรหยานหวงได้ออก ผลก็คือทันทีที่อยู่ห่างจากสัตว์อสูรหยานหวงสักระยะหนึ่ง เขาก็ได้เปลี่ยนทางแล้วเร่งความเร็วต่อทันทีทันทีที่เขาเปลี่ยนทาง เงาดำรวมกับลมก็ได้ฉีกภาพติดตาของเจี้ยนเฉินเป็นชิ้น ๆ มันคือขาหน้าของสัตว์อสูรหยานหวงที่เผยกรงเล็บอันแหลมคมออกมาพุ่งตัดผ่านตำแหน่งที่เจี้ยนเฉินอยู่ก่อนหน้านี้
เจี้ยนเฉินใช้โอกาสนี้เร่งความเร็วย่นระยะห่างระหว่างทั้งสองและปรากฏตัวตรงหน้าสัตว์อสูรหยานหวง เขาต่อยเข้าที่ตาของมันแรงที่สุดเท่าที่ทำได้
ฉัวะ ! หมัดของเจี้ยนเฉินราวกับดาบที่แหลมคม แขนของเขาจมเข้าไปในตาของสัตว์อสูรหยานหวง
ไม่นานหลังจากนั้น พลังบรรพกาลในตันเถียนก็ได้ไหลเข้าไปในแขนก่อนจะระเบิดออกมาเต็มกำลัง ตาของสัตว์อสูรหยานหวงระเบิดออกเปลี่ยนเป็นรูขนาดใหญ่
ความเจ็บปวดนี้ทำให้สัตว์อสูรหยานหวงกรีดร้องออกมาอย่างน่าอนาถ มันกระพือปีกอย่างรุนแรงและสะบัดขาหน้าไปมาราวกับคลั่ง พลังงานอันแข็งแกร่งพุ่งออกมาทำให้ภูเขาหลายลูกสั่นไหวไปตาม
ด้วยการที่ทำให้สัตว์อสูรหยานหวงหงุดหงิดได้สำเร็จ เขาก็ทำตามเป้าหมายของเขาได้ เจี้ยนเฉินไม่คิดจะสู้กับมันที่นี่อีกต่อไป เขาพุ่งออกไปรวดเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ราวกับสายฟ้า
ด้านหลังเขานั้น สัตว์อสูรหยานหวงคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น ขาทั้งแปดที่หนาและทรงพลังของมันได้ขยับพร้อมกับปีกที่กระพือไปมา ลากร่างเหมือนกับปลาขนาดใหญ่ของมันไล่ตามเจี้ยนเฉินไป