เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3170: ผลราชันย์เทพมังกร
ตอนที่ 3170: ผลราชันย์เทพมังกร
“โลกภายในกล้วยไม้กลืนกินอมตะนั้นสามารถเก็บศพที่ทรงพลังขนาดนี้ได้ด้วย ? ”
“สัตว์อสูรหยานหวงนี้มีพลังปราณที่ทรงพลังยิ่ง ดูเหมือนว่าข้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเติบโตและการเลี้ยงดูกล้วยไม้กลืนกินอมตะอีกเป็นเวลานาน”
“อย่างน้อย ๆ กล้วยไม้กลืนกินอมตะก็มีพลังมากเกินพอที่จะไปถึงขั้นอัครสูงสุด” เจี้ยนเฉินคิด เขาได้รวบรวมศพของผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนมากสำหรับกล้วยไม้กลืนกินอมตะ ยังมีศพที่เขาเก็บมาจากสงครามบนที่ราบเมฆาในตอนนั้นอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่ากล้วยไม้กลืนกินอมตะนั้นค่อนข้างอ่อนแอในตอนนั้น เขาไม่ได้มอบศพผู้เชี่ยวชาญที่มีพลังมากเกินไปให้กล้วยไม้กลืนกินอมตะทันที เขาค่อย ๆ เลี้ยงมันให้เติบโตไปทีละก้าว ๆ
“บางทีกล้วยไม้กลืนกินอมตะอาจจะไปถึงขั้นอัครสูงสุดเร็วกว่าข้าด้วยซ้ำ”
เจี้ยนเฉินประเมิณความแข็งแกร่งในตอนนี้ของกล้วยไม้กลืนกินอมตะและลอบถอนใจ เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ากล้วยไม้กลืนกินอมตะได้มาถึงขั้นบรรพกาลแล้ว
การเติบโตในระดับนี้มันน่าตกใจมาก โดยพื้นฐานแล้วมันแซงหน้าเจี้ยนเฉินไปแล้ว !
ในเวลานี้ เจีั้ยนเฉินมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่วิญญาณกระบี่กล่าวไว้ ในอนาคตบางทีกล้วยไม้กลืนกินอมตะอาจจะมีโอกาสได้ช่วยเขาจริง ๆ
ทันทีทันใด เกิดแผ่นดินไหวด้านนอกโพรงต้นไม้และก็สงบลงอย่างรวดเร็ว โมเทียนหยุนได้สังหารสัตว์อสูรหยานหวงที่บุกรุกเข้ามาทั้งหมดโดยไม่กระทบต่อคนในโพรงต้นไม้แต่อย่างใด
แม้แต่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ผ่าสวรรค์ก็ไม่สั่นไหวระหว่างการต่อสู้ในเวลานี้
อย่างไรก็ตามต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ผ่าสวรรค์ก็มีพลังมากเกินไป มันเทียบเท่ากับวัสดุระดับเทพขั้นสูงสุดได้อย่างง่ายดาย มีเพียงจักรพรรดิที่แท้จริงของโลกเท่านั้นที่สามารถทำให้มันสั่นไหวได้
โมเทียนหยุนลงมาจากด้านบน เขาร่อนลงมาถึงด้านล่างของโพรงอย่างนุ่มนวล เสื้อผ้าสีขาวของเขาไม่มีแม้แต่รอยเปื้อน ไม่มีพลังแห่งการมีอยู่อันทรงพลังซึ่งทะลักออกมาจากร่างกายของเขาเช่นกัน เขาดูเหมือนคนธรรมดาที่โดดเด่นบางคน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยท่าทางสบาย ๆ ของเขา ราวกับว่าการสังหารสัตว์อสูรหยานหวงขั้นอัครสูงสุดนั้นเป็นเรื่องที่เรียบง่าย
โมเทียนหยุนลงมาถึงพื้น เขายืนข้าง ๆ หนิงซวงและกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ ๆ ก็มีพลังแห่งการมีอยู่ที่ยิ่งใหญ่ปะทุขึ้นอีกครั้ง
พลังแห่งการมีอยู่นี้มาจากหัวหน้าพิรุณ
เหมือนกับโมเทียนหยุนก่อนหน้านี้ หัวหน้าพิรุณได้ทะลวงขึ้นมาหนึ่งขั้นหลังจากได้ดูดซับพลังศักดิ์สิทธิ์ผ่าสวรรค์
มีค่ายกลหลากหลายปรากฏล้อมรอบหัวหน้าพิรุณทันที พลังแห่งการมีอยู่ทั้งหมดที่ไหลบ่าออกมาจากนางขณะทะลวงขั้นหรือพลังปราณที่เล็ดลอดออกมาก็ไม่อาจส่งผลใด ๆ กับคนรอบ ๆ ที่อยู่ในโพรงต้นไม้
อย่างไรก็ตาม ความปั่นป่วนที่หัวหน้าพิรุณสร้างขึ้นขณะที่นางทะลวงขั้นนั้นน้อยกว่าของโมเทียนหยุนอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อนางทะลวงขั้น ก็ยังไม่มีใครสังเกตเห็นเกล็ดสีขาวหิมะอันน้อยที่ละเอียดละออข้างคอของนาง แต่ละเกล็ดก็ส่อสว่างวิ้ง ๆ เป็นสีทอง, สีเงิน, และสีทองแดง
แต่ในเวลานี้ เกล็ดที่ส่องแสงสีทองแดงนั้นหายไปอย่างรวดเร็ว มันหรี่ลงและหรี่ลงจนจมหายไปในคอของนาง
ขณะที่เกล็ดทองแดงหายไป พลังแห่งการมีอยู่ของหัวหน้าพิรุณก็เพิ่มขึ้นถึงระดับใหม่ นางได้ทะลวงจากชั้นสวรรค์ที่ 5 ไปยังชั้นสวรรค์ที่ 6 ของขั้นอัครสูงสุด !
ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่านางจะเพิ่งทะลวงมายังชั้นสวรรค์ที่ 6 เมื่อไม่นานนี้ ทันทีที่นางทะลวงไปถึงชั้นสวรรค์ที่ 6 นางก็อยู่บนจุดสูงสุดของชั้นสวรรค์ที่ 6 ทันที ห่างจากชั้นสวรรค์ที่ 7 เพียงก้าวเดียว
“จุดสูงสุดของชั้นสวรรค์ที่ 6 ทันทีที่นางทะลวงผ่าน ความก้าวหน้าของหัวหน้าพิรุณนั้นค่อนข้างพิเศษเลยทีเดียว” โมเทียนหยุนจ้องมองอย่างลึกซึ้งและครุ่นคิดอยู่ในใจ
ไม่นาน พลังแห่งการมีอยู่ของหัวหน้าพิรุณก็หายไป นางก็ลืมตาขึ้นช้า ๆ มันไม่มีความสุขใด ๆ ในสายตาของนาง นางกลับขมวดคิ้วเล็กน้อยแทน
“หัวหน้าพิรุณ มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ? ” โมเทียนหยุนถาม
หัวหน้าพิรุณส่ายหัวและพูดว่า “ในเมื่อพลังศักดิ์สิทธิ์ผ่าสวรรค์ถูกดูดซับหมดแล้ว เราก็ควรจะออกจากที่นี่ทันที ไปเถอะ ไปได้แล้ว”
ขณะที่นางพูดอย่างนั้น หัวหน้าพิรุณก็ใช้กฏของโลกขยายออกทันทีและพาทุกคนออกไปจากที่นี่ด้วยกฏมิติ ดูเหมือนว่านางจะพบอะไรบางอย่าง นางหยุดทันทีและจ้องมองไปยังโพรงต้นไม้
ในเวลาต่อมา นางก็ใช้ฝ่ามือฟาดลงไป เกิดการปั่นป่วนของพลังปราณ มันกระแทกเข้ากับโพรงต้นไม้จนเสียงดัง
ขณะนั้น หลุมสีดำสนิทกว้าง 3 เมตรก็ปรากฏขึ้นตรงจุดที่หัวหน้าพิรุณโจมตี
โมเทียนหยุนหรี่ตาลง เขาประหลาดใจมาก ด้วยความแข็งแกร่งของเขา เขาก็ไม่อาจสัมผัสกับหลุมลับนี้ได้เลย
“ลงไปกันเถอะ ! ฮุสตัน, หนิงซวง เจ้าควรกลับเข้ามายังโถงศักดิ์สิทธิ์เพื่อบ่มเพาะ” เพียงการโบกมือของโมเทียนหยุน ฮูสตันและหนิงซวงก็เข้าไปอยู่ในโถงศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นเขาก็ก้าวเข้าไปในรูต้นไม้
“ไปดูกันเถอะ ใครจะไปรู้ เราอาจพบสิ่งที่ไม่คาดฝันได้” หัวหน้าพิรุณกล่าวอย่างเฉยเมยและเดินตามหลังไปอย่างใกล้ชิด
เจี้ยนเฉินและซ่างกวนมู่เอ๋อไม่ลังเลใด ๆ พวกเขาก็ก้าวลงไปในรูทันที
รูนั้นไม่ยาวนัก ทั้งสี่เดินผ่านไปอย่างรวดเร็วและมาถึงใต้โพรงอีกโพรงหนึ่ง
โพรงต้นไม้นั้นปิดสนิท และเป็นทางเดียวที่นำมาที่นี่ อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับโพรงที่เขาดูดซับพลังศักดิ์สิทธิ์ผ่าสวรรค์แล้ว โพรงนี้ใหญ่กว่าหลายเท่า มันกว้างหลายหมื่นเมตร
โพรงนั้นกว้างมาก ไม่มีร่องรอยของพืชพันธุ์หรือสิ่งมีชีวิตใด ๆ มีเพียงโครงกระดูกขนาดใหญ่วางอยู่กลางโพรงต้นไม้ มันดูเหมือนงู แต่ก็มีความแตกต่างจากงูเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจี้ยนเฉินเห็นโครงกระดูกขนาดใหญ่นี้แล้ว เขาก็สั่นสะท้านจากภายในทันที เพียงชำเลืองมองครั้งเดียว เขาก็รู้ว่ามันเป็นโครงกระดูกของมังกร
อย่างไรก็ตาม ใครจะรู้ว่ามังกรตายมานานแค่ไหนแล้ว แม้แต่กระดูกของมันที่ควรจะแข็งเป็นอย่างยิ่งก็เปราะบางราวกับไม้กลวง มันได้รับความเสียหายมากมาย มีรอยร้าวนับไม่ถ้วน
ทันใดนั้น เจี้ยนเฉินก็ดูเหมือนว่าจะพบบางอย่าง ดวงตาของเขาเป็นประกายทันทีเพียงแค่มองแว่บเดียว เขาก็เข้าใกล้ไปบริเวณหัวใจของมังกรและสังเกตเห็นผลราชันย์เทพมังกรขนาดเท่ากำปั้นทารก มันห้อนอยู่เงียบๆจากต้นไม้ที่สูงแค่หนึ่งช่วงคน และเปล่งแสงสีรุ้งจาง ๆ
ทันทีที่เขาเห็นผลราชันย์เทพมังกร เจี้ยนเฉินก็ตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ เขาไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้เนื่องจากรอยยิ้มที่ตื่นเต้นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขาพึมพำด้วยเสียงสั่น ๆ ว่า “ข้าเจอแล้ว ข้าเจอมันแล้ว ผลราชันย์เทพมังกร ในที่สุดข้าก็เจอแล้ว”