เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3202 : ร้อยปีผ่านไปในพริบตา
ตอนที่ 3202 : ร้อยปีผ่านไปในพริบตา
เฟิงเสือไม่ทันระวังตัว มือของนางโดนเฉือนโดยผมที่มีปราณกระบี่
สายตานางแสดงความตะลึงออกมา นางรู้ว่าหากนางดึงมือกลับมาไม่ทัน งั้นมันอาจจะตัดมือนางขาดไปแล้ว
นางอดไม่ได้ที่จะระวังตัว นางใช้พลังงานห่อหุ้มมือตัวเองเอาไว้แล้วจับเส้นผม ก่อนจะใช้มีดฟันมันลงไปอย่างแรง
ติ๊ง !
แต่ตอนที่มีดอาวุธเทพสัมผัสกับเส้นผม มันก็เกิดเสียงราวกับเหล็กปะทะกัน เส้นผมของเจี้ยนเฉินยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ส่วนมีดอาวุธเทพขั้นต้นนั้นกลับมีรอยเล็ก ๆ ขึ้นมา
“ปะ…เป็นไปได้ยังไงกัน ? ” เฟิงสืออึ้ง นางถึงกับแสดงสีหน้าว่างเปล่าออกมา
เจี้ยนเฉินไม่ได้โกหกนาง ด้วยความแข็งแกร่งของนางขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 5 แล้ว นางไม่มีพลังเพียงพอที่จะแตะเส้นผมเขาได้ด้วยซ้ำ
เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อเฟิงสืออย่างมาก
“เจ้าก็เห็นแล้ว เจ้าไม่อาจจะตัดเส้นผมข้าได้ด้วยซ้ำ แล้วเจ้าเอาความมั่นใจจากไหนกันว่าจะฆ่าข้าได้ ? ” เจี้ยนเฉินไม่ได้สนใจเฟิงสือ กลับกันแล้ว เขาเก็บผลผลจิตวิญญาณและชาหยั่งรู้ออกมาชงชาต่อ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าควรไปได้แล้ว ก่อนที่เจ้าจะมีความสามารถตัดเส้นผมของข้าได้ เจ้าอย่ามาทำให้ข้ารำคาญอีก”
เฟิงสือได้แต่มองไปที่เส้นผมด้วยสีหน้าว่างเปล่า
แค่ผมเส้นเดียวก็มีพลังมากแบบนี้ แม้แต่ระดับการบ่มเพาะขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 5 ของนาง แต่พลังทั้งหมดของนางก็ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความเสียหายให้กับเส้นผมได้
มันพลิกผันความรู้ทั้งหมดของนาง มันเกินกว่าขอบเขตที่นางเข้าใจ
ผมเส้นเดียวทำให้นางกระจ่างถึงความแตกต่างมหาศาลระหว่างนางกับเจี้ยนเฉิน
ด้วยความแข็งแกร่งที่ต่างกันมากแบนี้ นางจะแก้แค้นได้ยังไง ?
ตอนนั้นเฟิงสือก็สลดไป ในฐานะหนึ่งในหัวหน้าศาลาศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 10 ของเผ่าดาวทมิฬแล้ว นางกลับรู้สึกว่าไร้ค่าเป็นครั้งแรกในชีวิต
เฟิงสิอจากไปด้วยความสลด ส่วนเจี้ยนเฉินยังทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังเพ่งสมาธิไปกับการชงชาและเพิ่มความเข้าใจในวิถีแห่งการปรุงยา
ในตอนที่เจี้ยนเฉินเพ่งสมาธิไปกับการทำความเข้าใจวิถีแห่งการปรุงยานั้นก็มีชายหนุ่หลายคนบินออกมาจากอุโมงค์ระหว่างภูเขาโลกาแฝดเข้ามาด้านในกำแพงที่กันสัตว์อสูรกลืนชีวิตไม่ให้เข้าใกล้ที่นั่น
พวกเขาอยู่ขั้นเหนือเทพ พวกเขาใส่ชุดแบบเดียวกัน ชัดแล้วว่าพวกเขามาจากองค์กรเดียวกัน
ทันทีที่คนเหล่านี้มาถึง พวกเขาก็พากันกันใช้ทักษะลับออกมาพร้อมกับคลื่นที่มองไม่เห็นที่แผ่ออกมาจากตัว
ทักษะลับที่พวกนี้ใช้นั้นชัดแล้วว่าเป็นวิธีการสื่อสารกันแบบหนึ่ง
หลังจากที่สื่อสารกับแล้วพวกนั้นก็พากันยืนอยู่ที่เดิม พวกนี่เหมือนกับรอคอยบางอย่างกันอยู่
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม สุดท้ายก็มีคนอีกคนผ่านกำแพงนี้กลับมายังพื้นที่แยกส่วนจากส่วนลึกของภูเขาโลกาแฝดที่สัตว์อสูรกลืนชีวิตอยู่ เขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วก่อนจะมาถึงตรงหน้าคนกลุ่มนั้น
“คำนับนายน้อย ! ” ทุกคนต่างก็พากันคุกเข่าลงไปและแสดงความเคารพออกมา
คนที่พวกคุกเข่าให้คือนายน้อยของเผ่าหมาป่าหายนะ จินหง !
แต่ตอนนั้นพลังของจินหงนั้นขึ้นมาอยู่ขั้นอสงไขยแล้ว
“ลุกขึ้นเถอะ” จินหงพูดด้วยท่าทีเฉยเมย แม้ว่าฐานะของเขาจะสูงส่งและระดับการบ่มเพาะขึ้นมาถึงขอบเขตตั้งต้นแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีหยิ่งทะนงใด ๆ ออกมา
เหล่าชายหนุ่มพากันลุกขึ้นยืน หลังจากนั้นชายคนหนึ่งก็ได้เอาแหวนมิติออกมาส่งให้กับจินหง “ นายน้อย นี่คือทรัพยากรที่บรรพชนบอกให้เราเอามาให้กับท่าน บรรพชนบอกว่าทรัพยากรเหล่านี้ไม่ได้มีคุณภาพสูงนัก มันไม่มีสักอันที่อยู่ระดับเทพ แต่ทรัพยากรทุกชิ้นคุณภาพดีที่สุดในระดับสูงสุด แม้ว่าจะใกล้เคียงกับสมบัติระดับเทพแต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไร มันสามารถเร่งความเร็วในการบ่มเพาะของท่านได้ นายน้อย”
“บรรพชนกำชับมาว่าท่านไม่ควรเข้าไปในอาณาเขตของเผ่าดาวทมิฬจนกว่าจะทะลวงผ่านไปขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 4 ได้”
จินหงรับแหวนมิติที่เต็มไปด้วยทรัพยากรมาและพูดขึ้น “ข้าเข้าใจแล้ว กลับไปบอกบรรพชนว่าข้าจะอยู่ที่นี่ ข้าจะไม่เข้าไปในอาณาเขตของผ่าดาวทมิฬจนกว่าข้าจะมั่นใจว่าหนีรอดจากเงื้อมมือของจักรพรรดิดาวทมิฬได้”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาก็ผ่านไปกว่าอีก 100 ปีตั้งแต่ที่วิถีแห่งการปรุงยาของเจี้ยนเฉินขึ้นมาถึงขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 4
ในวันนั้นเส้นพลังวิถีกลับปรากฏขึ้นมาจากภูเขาที่เจี้ยนเฉินบ่มเพาะอยู่ กฎได้ร่วงหล่นลงมาห่อหุ้มตัวเขาเอาไว้
ผ่านตราประทับวิถีแห่งการปรุงยาและชาหยั่งรู้ก็ทำให้วิถีแห่งการปรุงยาของเจี้ยนเฉินทะลวงผ่านขึ้นไปชั้นสวรรค์ที่ 5 ได้สำเร็จหลังจากที่ผ่านมากว่า 100 ปี
หลังจากที่ควบแน่นพลังชั้นสวรรค์ที่ 5 เสร็จ เจี้ยนเฉินก็ไม่ได้ทำการบ่มเพาะต่อ เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ และถอนหายใจออกมา “จากชั้นสวรรค์ที่ 3 เป็นชั้นสวรรค์ที่ 4 ใช้เวลา 15 ปี, จากชั้นสวรรค์ที่ 4 ไปชั้นสวรรค์ที่ 5 ใช้เวลา 100 ปี ด้วยอัตรานี้แล้วการจะขึ้นไปชั้นสวรรค์ที่ 6 ได้จะใช้เวลาอย่างน้อย 300 ปี”
“300 ปี…แต่ข้ามีชาหยั่งรู้ไม่พอที่จะใช้ได้นานขนาดนั้น พลังของตราประทับวิถีแห่งการปรุงยาจากบรรพชนหลานก็กำลังจะหมด อย่างมากก็อยู่ได้ไม่กี่สิบปี”
“หากไม่มีชาหยั่งรู้และตราประทับวิถีแห่งการปรุงยาคอยช่วย การทะลวงผ่านในแต่ละชั้นต้องใช้เวลามากกว่าเดิมอย่างน้อย 10 เท่า ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้แล้วการขึ้นไปถึงชั้นสวรรค์ที่ 6 ของวิถีแห่งการปรุงยาใน 300 ปีคงเป็นได้แค่ความฝัน”
“ดูเหมือนว่าข้าต้องหยุดแค่ที่ชั้นสวรรค์ที่ 5 นอกซะจากว่าจะใช้เวลาทำความเข้าใจวิถีแห่งการปรุงยาสักพันปี งั้นก็คงยากที่จะขึ้นไปถึงชั้นสวรรค์ที่ 6 ได้เมื่อไม่มีชาหยั่งรู้และตราประทับวิถีแห่งการปรุงยา”
“ถึงอย่างนั้นวิถีแห่งการปรุงยาชั้นสวรรค์ที่ 5 ก็แกร่งกว่าตอนที่อยู่ชั้นสวรรค์ที่ 3 เยอะ การควบคุมและความเชี่ยวชาญในการปรุงยานั้นยกระดับขึ้นไปอีก ข้าน่าจะทดลองปรุงยาระดับราชาเทพดู” เจี้ยนเฉินเก็บโต๊ะชาไปก่อนจะเอาเตายาออกมาพร้อมกับเริ่มทำการปรุงยาระดับราชาเทพขั้นสูง
ทันทีที่เขาเริ่มทำการปรุงยา เจี้ยนเฉินก็รับรู้ได้ว่าทุกขั้นตอนนั้นง่ายและราบรื่นกว่าเก่า
ขั้นตอนเริ่มต้นนั้นราบรื่นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะรู้ตัวเขาก็มาถึงขั้นตอนสำคัญในการปรุงยาระดับราชาเทพ พลังงานในหญ้าราชาเทพกลับปะทุออกมา
พลังบรรพกาลถูกส่งเข้าไปในเตาหลอมยาห่อหุ้มพลังงานสีม่วงเอาไว้และบีบอัดมันให้กลายเป็นเม็ดยา
ขั้นตอนนี้กินเวลาถึง 3 วัน
ตูม ! 3 วันต่อมาก็เกิดการระเบิดขึ้น เยาในเตากลับระเบิดออกโดยไม่มีสัญญาณใด ๆ บ่งบอกมาก่อนเลย
เจี้ยนเฉินขมวดคิ้ว การปรุงยาทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบนั้นสำเร็จหมด แม้แต่พลังงานในหญ้าราชาเทพก็ถูกยับยั้งไว้โดยสมบูรณ์ มันไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเลยสักครั้ง แต่สุดท้ายกลับล้มเหลว
ในความล้มเหลวก่อนหน้านี้ อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าทำไมถึงล้มเหลวและมันมีปัญหาที่ตรงไหนกัน
แต่ครั้งนี้ความล้มเหลวกลับไม่ได้มีสัญญาณใด ๆ เลย มันถึงกับทำให้เขาสับสน
เขาจมอยู่ในคนวามคิดและเริ่มทำการตรวจสอบเรื่องนี้ ไม่นานเขาก็เหมือนจะเข้าใจเหตุผล เขามองไปที่โลกและเดาะลิ้น “มันคือการจำกัดจากจิตของจอมปราชญ์สูงสุดรึ ? กฎที่ตั้งโดยจอมปราชญ์สูงสุดเพื่อยับยั้งคนของเผ่าดาวทมิฬเอาไว้ ไม่ใช่แค่ทำให้ยากกว่าหลายเท่าที่พวกนั้นจะทะลวงผ่านได้ แต่ยังกันไม่ให้ปรุงยาระดับราชาเทพขึ้นมาด้วย”
“ในโลกเซียนนั้นยาเตานี้คงปรุงขึ้นมาได้สำเร็จแต่ในโลกดาวทมิฬ มันกลับล้มเหลวเพราะจิตของจอมปราชญ์สูงสุด”
“แต่จิตของจอมปราชญ์สูงสุดใช่ว่าจะหาทางแก้ไขไม่ได้” เจี้ยนเฉินตัดสินใจและเอาของเหลวจิตวิญญาณหยานหวงออกมาจากแหวนมิติแล้วทำการปรุงยาต่อ
เจี้ยนเฉินได้เพิ่มของเหลวจิตวิญญาณหยานหวงเข้าไปในยาเตานี้ด้วย เพราะแบบนั้นยาทุกเม็ดจึงมีปราณหยานหวงปนเปื้อนอยู่เล็กน้อย
มันไม่ได้มากนัก แต่เพราะพลังของปราณหยานหวงจึงทำให้ยาทุกเม็ดนั้นมีเอกลักษณ์ หากมองจากมุมหนึ่งแล้ว พวกมันต้านทานขีดจำกัดได้ในระดับหนึ่ง